Share

บทที่ 9

Author: เยว่เยว่
เจียงต้วนอวิ๋นทอดสายตาไปที่เครื่องบันทึกเสียง

เขายังไม่ทันได้ขยับตัว แต่สีหน้าของจี้เหมียนที่อยู่ด้านหลังกลับเปลี่ยนไป

เสียงของเธอสั่นเครือปนสะอื้น น้ำตาไหลร่วงลงมาไม่หยุด

“ไม่ใช่นะ นั่นไม่ใช่เสียงของฉัน…เป็นของปลอม ทั้งหมดเป็นของปลอม…”

“คุณนายเจียงเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ทำลายชื่อเสียงฉันยังไม่พอ ตอนนี้ยังจะใช้วิธีแบบนี้…ใส่ร้ายว่าฉันจะทำร้ายซุ่ยซุ่ยอีก”

มืออีกข้างของเธอยกขึ้นกุมท้องน้อยอย่างอ่อนแรง ร่างกายงอตัวเล็กน้อย

“คุณชายเจียงรักซุ่ยซุ่ยมาก ฉันเองก็รักเธอเหมือนลูกตัวเอง ฉันจะทำร้ายเธอได้ยังไงกัน นี่กำลังจะบังคับให้ฉันตายทั้งเป็น…ฉันกับลูก…สู้ตายไปยังจะดีกว่า”

สีหน้าที่เดิมเต็มไปด้วยความสงสัยของเจียงต้วนอวิ๋นหม่นลงอย่างสิ้นเชิง

เขาก้มมองจี้เหมียนที่ร้องไห้จนแทบหมดสติอยู่ในอ้อมแขน ก่อนเงยหน้ามองสือจิงเชวี่ยที่มีสีหน้าเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์

“สือจิงเชวี่ย เพื่อใส่ร้ายเหมียนเหมียน เธอถึงขั้นใช้ชีวิตลูกสาวของพวกเรามาวางแผนงั้นเหรอ”

สือจิงเชวี่ยมองเขาเงียบ ๆ ราวกับอยากมองทะลุใบหน้าที่เคยรักสุดหัวใจนี้ เพื่อให้เห็นตัวตนของเขาทั้งหมด

ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นว่างเปล่าอย่างยิ่ง

“เจียงต้วนอวิ๋น นายนี่ทั้งตาบอดและใจบอดจริง ๆ”

เธอไม่รอฟังคำตอบ หันตัวเดินไปผลักประตูห้องผู้ป่วยแล้วเข้าไปด้านใน

ภายในห้องเงียบสงบ ซุ่ยซุ่ยหลับอยู่ ใบหน้าเล็กซีดเซียว แต่ลมหายใจสม่ำเสมอ

สือจิงเชวี่ยเดินไปข้างเตียง ค่อย ๆ นั่งลง ปลายนิ้วลูบเส้นผมนุ่มของลูกสาวเบา ๆ

หัวใจของเธอกลับสงบอย่างประหลาด เรื่องวุ่นวายเมื่อครู่นี้ได้ดูดกลืนอารมณ์สุดท้ายของเธอไปจนหมด

เธอนั่งอยู่ในห้องผู้ป่วยนานมาก จนแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา

หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น มีข้อความใหม่สองข้อความ

ข้อความแรกมาจากเจียงต้วนอวิ๋น

"อารมณ์ของจี้เหมียนไม่ค่อยคงที่ สภาพของเด็กในครรภ์ก็น่าเป็นห่วง หมอบอกว่าห้ามได้รับการกระตุ้นอีก"

"ไม่ว่ายังไง เด็กคนนี้ก็เป็นสายเลือดของตระกูลเจียง"

"เพื่อปลอบเธอ ฉันอาจให้สถานะกับเธออย่างเป็นทางการ เธอทำตัวดี ๆ ไว้ มันจะไม่กระทบตำแหน่งของเธอ"

ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยการเข้าข้างอย่างไม่ปิดบัง

เขาไม่แม้แต่จะถามถึงความจริงของเครื่องบันทึกเสียง หรือบางทีในใจของเขา จี้เหมียนกับเด็กในท้องคนนั้นสำคัญกว่าความจริงเสียอีก

สือจิงเชวี่ยมองข้อความไม่กี่บรรทัดนั้น สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

เธอขยับนิ้วแล้วตอบกลับไปสองคำ

"ตามสบาย"

อีกข้อความหนึ่งมาจากแม่ของเจียง

"จิงเชวี่ย ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว ส่งไปที่สนามบินแล้ว เอกสารสิทธิ์การเลี้ยงดูซุ่ยซุ่ยก็อยู่ในนั้นด้วย ดูแลตัวเองด้วยนะ"

สือจิงเชวี่ยสูดหายใจลึก แต่ในอกกลับไม่เหลือความอึดอัดอีกแล้ว เธอตอบกลับเพียงประโยคเดียว

"ขอบคุณค่ะคุณป้า"

สือจิงเชวี่ยจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ซุ่ยซุ่ย

เด็กน้อยซบอยู่ในอ้อมแขนของเธออย่างออดอ้อน แล้วถามเสียงเบา “แม่คะ พวกเรากลับบ้านกันเหรอ”

“อืม กลับบ้าน” สือจิงเชวี่ยจูบหน้าผากลูกสาวเบา ๆ แล้วอุ้มเธอขึ้นรถ

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ที่เก็บงำความทรงจำมากมายเอาไว้ สือจิงเชวี่ยไม่ได้หยุดอยู่เลย

เธอเดินขึ้นชั้นบนตรงไปยังห้องแต่งตัว หยิบกระเป๋าเดินทางออกมาแล้วเริ่มเก็บของ

ทุกการเคลื่อนไหวรวดเร็วเด็ดขาด ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

เธอเก็บของจำเป็นของตัวเองและซุ่ยซุ่ย รวมถึงของเก่าบางอย่างที่มีความหมายทางใจ

ส่วนเครื่องประดับล้ำค่าและเสื้อผ้าหรูหราเหล่านั้น เธอไม่แตะต้องเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ของเหล่านี้คือสิ่งที่ได้มาจากการเป็นคุณนายเจียงและตอนนี้เธอไม่ต้องการมันอีกแล้ว

ท้ายที่สุด เธอกวาดตามองสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า “บ้าน” ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

ที่นี่ไม่มีความอบอุ่นเหลืออยู่แล้ว เหลือเพียงเปลือกนอกที่สวยงามเท่านั้น

เธออุ้มซุ่ยซุ่ย ลากกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินออกจากประตูใหญ่โดยไม่หันกลับมามอง ก่อนจะขึ้นรถ มุ่งตรงสู่สนามบิน

เมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า นอกหน้าต่างคือทะเลเมฆที่ทอดยาวสุดสายตา

ซุ่ยซุ่ยหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ลมหายใจสม่ำเสมอ

สือจิงเชวี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง ทุกสิ่งบนพื้นดินค่อย ๆ ไกลออกไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหายลับจากสายตาในที่สุด

เครื่องบินจะลงจอดที่เมืองแห่งใหม่ ที่นั่นไม่มีเจียงต้วนอวิ๋น ไม่มีจี้เหมียน ไม่มีความพัวพันที่ทำให้หายใจไม่ออกเหล่านั้น

ชีวิตใหม่ของเธอและซุ่ยซุ่ย เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 22

    หลังจากนั้นเจียงต้วนอวิ้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลยวันเวลาผ่านไปอย่างสงบ เหมือนการพลิกหน้าหนังสือทีละหน้าสตูดิโอของสือจิงเชวี่ยค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางเธอแต่งเพลงประกอบให้สารคดีเฉพาะกลุ่มเรื่องหนึ่ง ท่วงทำนองที่โปร่งใสและเต็มไปด้วยพลังชีวิต กลับได้รับคำชมจากวงการอย่างไม่คาดคิดงานที่ติดต่อเข้ามาค่อย ๆ มากขึ้น แต่เธอคัดเลือกอย่างระมัดระวัง รับเฉพาะผลงานที่ให้ความเคารพกับตัวดนตรีอย่างแท้จริงเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตำแหน่งหรือคำนำหน้าใด ๆ อีกต่อไป เป็นเพียง “นักแต่งเพลงสือจิงเชวี่ย” เท่านั้นซุ่ยซุ่ยปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ และได้เพื่อนที่โรงเรียนอนุบาลแห่งใหม่สือจิ่งสิงเติมเต็มช่องว่างของบทบาท “พ่อ” ให้เธอ และยังมากกว่านั้นด้วยเขาจะทำงานประดิษฐ์เด็ก ๆ กับเธอ คอยตอบคำถามแปลกประหลาดตามจินตนาการของเธออย่างอดทน และอยู่ข้างเตียงในวันที่เธอฝันร้ายความพึ่งพาที่ซุ่ยซุ่ยมีต่อเขาเพิ่มขึ้นทุกวันแม่สือกับพ่อสือวางใจอย่างสมบูรณ์ เริ่มวางแผนให้สองสามีภรรยาสูงวัยออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเหลือพื้นที่ให้คนหนุ่มสาวทุกอย่างกำลังเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นสือจิ่งสิงรับงานหนักทั้งหมดในบ้าน หลอ

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 21

    สือจิ่งสิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจียงต้วนอวิ๋น สายตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและความเย็นชาอย่างไม่คิดปิดบังเขายกมุมปากขึ้น ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทุกคำราวกับค้อนหนักทุบลงบนหัวใจของเจียงต้วนอวิ๋น“พี่น้องงั้นเหรอ เจียงต้วนอวิ๋น ใครบอกนายว่าเราเป็นพี่น้องแท้ ๆ กัน”“ขอโทษนะที่ทำให้นายผิดหวัง ฉันไม่ใช่”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเบนสายตาไปทางสือจิงเชวี่ย“เดิมทีฉันก็คือ ‘เด็กที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสามี’ ที่ครอบครัวเตรียมไว้ให้เชวี่ยเชวี่ย ตั้งแต่เด็กฉันเฝ้าดูเธอเติบโต คอยอยู่ข้างเธอ รอเธอ”“ฐานะสะอาดบริสุทธิ์ รับรองว่าไม่มีอะไรด่างพร้อย ในใจและสายตาของฉัน ตั้งแต่ต้นจนจบมีแค่เธอคนเดียว ไม่มีวันมีคนอื่น”“เพราะงั้น” สือจิ่งสิงหันกลับไปจ้องใบหน้าซีดขาวของเจียงต้วนอวิ๋นอีกครั้ง“ตอนนี้ข้างกายเธอมีคนอยู่แล้ว คือฉัน เข้าใจหรือยัง”คำว่า “เด็กที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสามี” นั้น ราวกับสายฟ้าฟาดกลางท้องฟ้าแจ่มใส ระเบิดกึกก้องในหัวของเจียงต้วนอวิ๋นเขามองสือจิ่งสิงอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนหันไปมองสือจิงเชวี่ยที่ยอมรับเรื่องทั้งหมดนี้โดยไม่ปฏิเสธ แม้กระทั่งขยับเข้าใกล้สือจิ่งสิงเล็กน้อยโดยไม่ร

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 20

    การหลบเลี่ยงและขัดขวางอยู่ฝ่ายเดียวไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดยิ่งหลบ เขาก็ยิ่งเกาะติดแน่นขึ้น กลับจะยิ่งทิ้งร่องรอยลึกลงในใจลูกสาวเธอต้องการการเผชิญหน้าอย่างเป็นทางการครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อรั้งเขาไว้ แต่เพื่อให้ตัดขาดอย่างเด็ดขาดหลายวันต่อมา หลังจากสือจิงเชวี่ยยืนยันว่าเจียงต้วนอวิ๋นส่งของเล่นราคาแพงไปที่บ้านแม่อีกชุดหนึ่ง เธอก็เป็นฝ่ายกดโทรหาเขาก่อนสายถูกรับอย่างรวดเร็ว “เชวี่ยเชวี่ย”“พรุ่งนี้บ่ายสามโมง ร้านกาแฟจิ้งอ้าน”น้ำเสียงของสือจิงเชวี่ยไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย “เรามาคุยกัน คุยกันแค่สองคน”ไม่รอให้เจียงต้วนอวิ๋นตอบกลับ เธอก็ตัดสายทันทีไม่เปิดโอกาสให้เขาต่อรองหรือเตรียมคำพูดใด ๆปลายสาย เจียงต้วนอวิ๋นถือโทรศัพท์นิ่งไปหลายวินาที ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้เห็นไหม เขารู้อยู่แล้วว่าเธอทนไม่ไหวการทะเลาะกันเย็นชา การบล็อกเขา หรือแม้แต่การย้ายออกไป ก็เป็นแค่กลวิธีงอนของผู้หญิงเท่านั้น สุดท้ายเป้าหมายก็ยังเป็นการให้เขายอมก้มหัว ให้เขาเป็นฝ่ายปลอบเขายกเลิกกำหนดการเดิมทันที เริ่มคิดว่าจะใส่ชุดอะไร พรุ่งนี้ควรพูดอะไรเขายังคิดด้วยว่า บางทีครั้งนี้อาจใช้โอกาสนี้

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 19

    “เจียงต้วนอวิ๋น ฟังฉันให้ดี ๆ นะ สือจิงเชวี่ย คือน้องสาวที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กจนโต อยู่เหนือสิ่งอื่นใดในชีวิตฉัน”“ตอนนั้นนายรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลพวกเธอสองแม่ลูกให้ดีไม่ใช่เหรอ แล้วผลลัพธ์ล่ะ ปล่อยให้ผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นรังแกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เกือบทำให้ซุ่ยซุ่ยเอาชีวิตไม่รอด ตอนนี้ยังมีหน้ามาพูดเรื่องครอบครัวกับฉัน มาพูดเรื่องคนนอกกับฉันอีกเหรอ”ทุกคำที่เขาพูด สีหน้าของเจียงต้วนอวิ๋นก็ยิ่งน่าเกลียดขึ้นทีละน้อยรายละเอียดเหล่านั้นที่ถูกจงใจมองข้ามมาตลอด ถูกสือจิ่งสิงฉีกออกมาต่อหน้าอย่างเลือดสาด ทำให้เขาอับอายจนแทบยืนไม่ติดเขาฝืนหัวเราะเย็นชา:“นั่นมันอุบัติเหตุ จี้เหมียน...”“หุบปาก” สือจิ่งสิงตวาดขัดเขาอย่างรุนแรงในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจที่ไม่คิดปิดบัง“อย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าฉันอีก ทำให้สถานที่ของน้องสาวฉันแปดเปื้อนเปล่า ๆ ตอนนี้ฉันจะเตือนนายเป็นครั้งสุดท้าย ไสหัวออกไปจากสายตาน้องสาวฉันทันที ต่อไปนี้ห้ามเข้าใกล้เธอ ห้ามมารบกวนซุ่ยซุ่ยอีก”เจียงต้วนอวิ๋นเคยถูกใครตะคอกใส่ต่อหน้าต่อตาแบบนี้เสียที่ไหน ความโกรธพังทลายเหตุผลทั้งหมดในพริบตา

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 18

    เพียงแต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวออกไป ชีวิตอันสงบสุขก็ถูกทำลายลงเสียก่อนสือจิงเชวี่ยกำลังก้มตัวอยู่หน้าแผงควบคุมเสียง ปรับแต่งท่อนเครื่องสายที่เพิ่งบันทึกเสร็จไปเมื่อครู่ จู่ ๆ ประตูสตูดิโอก็ถูกเคาะเบา ๆเธอคิดว่าเป็นวิศวกรบันทึกเสียงที่นัดไว้ จึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “เชิญค่ะ”ประตูเปิดออก แต่กลับไม่มีใครเดินเข้ามา มีเพียงความเงียบที่แผ่กระจายออกมาสือจิงเชวี่ยชะงักมือ ก่อนจะค่อย ๆ เงยตัวขึ้นเจียงต้วนอวิ๋นยืนอยู่ตรงประตูเขาสวมเสื้อโค้ตสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต รูปร่างสูงสง่า ในมือถือกล่องของขวัญไว้บนใบหน้าแทบไม่มีอารมณ์ใด ๆ สายตาหนักอึ้งทอดมองมาที่เธอเขาเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน น้ำเสียงราบเรียบจนจับอารมณ์ไม่ได้ “หนีความวุ่นวายมาซ่อนตัวถึงนี่เลยเหรอ”สือจิงเชวี่ยวางหูฟังในมือลง สีหน้าไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ “มีธุระอะไร”เจียงต้วนอวิ๋นเดินเข้ามาอีกสองสามก้าว ก่อนจะวางของขวัญลงบนโซฟาด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ “ซุ่ยซุ่ยล่ะ ผมมาดูลูกสาว”“อยู่โรงเรียนอนุบาล”สือจิงเชวี่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปจัดเก็บโน้ตเพลงที่กระจัดกระจายอยู่ ท่าทีไล่แขกชัดเจนอย่างยิ่งความเยือกเ

  • จันทร์ร่วงธารเย็น ยามวสันต์ตื่น   บทที่ 17

    คิ้วของเขาขมวดขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นรอยยิ้มเจ้าสำราญตามปกติ“เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย แม่ แม่กำลังเล่าความหลังให้เชวี่ยเชวี่ยฟังอีกแล้วเหรอ อย่าทำน้องสาวผมร้องไห้นะ ตอนนี้เธอเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษประจำบ้านเราแล้ว”แม่สือถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยืน “พอแล้ว พวกเธอสองพี่น้องคุยกันเถอะ แม่กลับก่อน”เธอตบหลังมือของสือจิงเชวี่ยเบา ๆ สายตามีนัยลึกซึ้ง ก่อนจะเดินออกไปภายในสตูดิโอจึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนอีกครั้งสือจิ่งสิงเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของสือจิงเชวี่ย โน้มตัวลงเล็กน้อย มือค้ำอยู่ที่ขอบโต๊ะเขาอยู่ใกล้มาก กลิ่นอายจากตัวเขาปกคลุมเธอในทันที“นักแต่งเพลงคนเก่งของเรากำลังเจอทางตันในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่เหรอ”มุมปากของเขายกขึ้น แฝงความหยอกล้อตามเคย“คิ้วขมวดจนหนีบแมลงวันตายได้แล้ว กำลังคิดอะไรอยู่ เหม่อขนาดนี้”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนสือจิงเชวี่ยมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาอย่างชัดเจนรวมถึงความอ่อนโยนลึกซึ้งและตั้งใจจริง ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีไม่จริงจังนั้นราวกับมีเปลวไฟเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งซ่อนอยู่ข้างใน ลุกไหม้อย่างระมัดระว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status