Se connecterกิตติศัพท์เรื่องความเป๊ะ เป็นที่รู้กัน ใครว่าเธออยากจะเข้มงวดเรื่องเงินกับตัวเองขนาดนั้น แต่เพราะการแบกภาระหนี้ในช่วงวัยรุ่น ทำให้เธอต้องจัดการเรื่องเงินในแต่ละเดือนให้รอบคอบรัดกุม
ทุกครั้งที่เหนื่อยหน่ายภาระเรื่องเงิน เธอก็จะเอาล็อตเก็ตรูปแม่ขึ้นมาเพื่อดู เพื่อให้ตัวเองมีแรงที่จะต่อสู้ นึกขึ้นได้พันดาวจึงควานหาสร้อยในคอ
‘เอ๊ะ! หายไปตอนไหน ’
เธอลืมนึกถึงล็อตเก็ตไปหลายวัน เพราะบางทีก็ถอดไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำบัญชี แต่ครั้งก่อนเธอใส่ตอนไปไร่สุดเขตฟ้า แล้วหายไปตอนไหน คิดวนเวียนไปมา ถึงทบทวนได้ว่า น่าจะหล่นหายตอนไปขี่ม้า ถ้างั้น พรุ่งนี้เธอต้องกลับไปหาให้เจอ
ผู้จัดการรีสอร์ตเดินเข้ามาเหลือบมองจากขอบประตูที่แง้มอยู่
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ ” ภาวิณีคล้ายจะทักทายมากกว่าถาม เพราะเห็นกองสมุดบัญชีที่ยังไม่ลงบันทึกอีกหลายเล่ม
เธอทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรีสอร์ตต่อจากคุณพันทิวา แม่ของพันดาว ในฐานะญาติห่างๆ ที่ได้รับการช่วยเหลือส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี ภาวิณีจึงกลับมาตอบแทนบุญคุณด้วยความซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง แม้ดาวจะเรียกเธอว่า พี่ แต่เธอกลับนอบน้อมและให้เกียรติน้องและนายผู้นี้เสมอ
พลางยื่นแฟ้มบางๆ ส่งให้ “นี่ค่ะ ทางโรงแรมส่งมา”
พันดาวรับแฟ้มมาอย่างงงๆ “อะไรคะนี่ ”
“ดาวเปิดดูเองเถอะค่ะ” เธอพยักหน้า ท้องเริ่มครวญเบาๆ
“พี่ภา ดาวเริ่มหิวแล้วล่ะ” ฝ่ายทำบัญชีเริ่มบ่นเบาๆ
“เดี๋ยวให้กินขนมจีบสักจานแล้วกันค่ะ จะเอากาแฟสักหน่อยไหมคะ ”
“ก็ดีค่ะ ขอเป็นกาแฟดำน้ำตาลสองก้อนนะคะ จะได้ตาสว่างหน่อย”
เธอก้มลงเปิดแฟ้มบางๆ ในมือออกอ่าน ความร้อนเริ่มแผ่กระจายไปทั่วใบหน้าลามไปถึงใบหู รู้สึกเหมือนมีไฟลุกลามไปทั่วหัว
ปัง!
เธอกระแทกแฟ้มบางๆ นั้นลงกับโต๊ะ
‘ได้ยังไงกัน เรื่องสิ้นเปลืองแบบนี้ พ่อยังจะโยนมาให้รับผิดชอบอีก’
เมื่อนึกถึงรีสอร์ตเล็กๆ ที่เธอดูแล หากดึงเอางบประมาณออกมาจ่ายกับเรื่องนี้ เงินที่เธอต้องจ่ายหนี้ทุกเดือนจะเอามาจากไหน ลำพังแค่จะประคับประคองให้จ่ายเงินเดือนพนักงานทุกเดือนก็ยากแล้ว ส่วนที่เธอใช้จ่าย เธอต้องอาศัยกำไรจากร้านขายของที่ระลึก
ถ้าเพียงแต่ พ่อจะไม่ผลักภาระหนี้มาไว้ที่แม่ เธอคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้
“เป็นไงคะ”
“พี่ภา ทำไมพ่อทำแบบนี้ จะให้ดาวดึงเงินจากตรงไหนมาช่วยจ่ายกันล่ะ ”
“พี่ก็บอกไปแล้ว แต่คุณนินไม่ฟัง” ภาวิณีรู้แก่ใจว่า คุณนินนาท พ่อของ พันดาวนั้น ดื้อรั้นเพียงใด เพราะนิสัยนี้นี่เอง จึงก่อปัญหาใหญ่ให้ลูกกับเมีย
“ไม่ได้! ดาวต้องไปจัดการ แค่นี้ดาวยังลำบากไม่พอหรือยังไงนะ ”
ภาวิณีส่ายหน้า คราวนี้ล่ะ พันดาวผู้ไม่ยอมให้เงินกระเด็นสักบาท คงจะอาละวาดขนานใหญ่เป็นแน่!
นี่เป็นช่วงวันหยุดยาวถึงสี่วัน นักท่องเที่ยวจึงดูหนาตาเป็นพิเศษ พันดาวเดินตรวจตราร้านขายของที่ระลึกทั้งห้าคูหาอย่างตั้งใจ เธอคอยกำกับดูแลพนักงานขายให้เชิญชวนลูกค้าและแนะนำสินค้าอย่างเอาใจใส่ โดยไม่ให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญ เช็กบัญชีและคุมสต็อกด้วยตนเอง
โชคดีที่ได้รับความกรุณาจากครอบครัวของธารา ยอมให้เธอเช่าร้านนี้ในราคาถูกกว่าที่คนอื่นให้ราคา ทำให้เธอพอมีเงินไปจ่ายหนี้รายเดือนที่เป็นปัญหาเรื้อรัง จากที่เคยชักหน้าแทบจะไม่ถึงหลัง เพราะมีร้านนี้ ทำให้เธอเริ่มยิ้มได้
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นดูป้ายร้าน “ปันสุข” อย่างภาคภูมิใจ เธอกอบเก็บและขายทรัพย์สินเดิมของแม่ผู้วายชนม์ไปหลายอย่าง กว่าจะมีทุนมาเริ่มเปิดกิจการนี้
“พี่ดาว รถทัวร์มาอีกสองคันแล้วค่ะ!”
พนักงานหน้าที่สาม ร้องบอกเธอ พันดาวรีบหันกลับมาดู รถทัวร์สองชั้นที่กำลังชะลอเข้าแอบข้างถนนใกล้ร้านของเธอ ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น
เธอรีบสาวเท้าไปสั่งงานร้านที่สี่และร้านที่ห้าทันที
“พวกเธอเร็วเข้า ลูกค้ามาเยอะเลย”
พนักงานทั้งหลายรีบกุลีกุจอ ลุกขึ้นเตรียมต้อนรับ งานในวันปกติก็จะสบายๆ เพราะคนมาเที่ยวน้อย มีแค่วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาวเท่านั้น ที่จะได้ทำงานคึกคักแบบนี้
“เชิญค่ะ! เชิญทางนี้! ของที่ระลึก สินค้าน่ารักๆ มีให้เลือกเยอะแยะเลยนะคะ”
พันดาวยืนผายมือกล่าวเชิญลูกทัวร์ทั้งหลายเข้าไปดูสินค้าให้ร้านด้วยรอยยิ้มหวานกว่าปกติ
ขณะเดียวกัน ร้านค้าใกล้ๆ ก็ออกมายืนกวักมือ และร้องเรียกลูกค้าเช่นกัน ทำให้บรรยากาศดูครึกครื้นราวกับมีงานรื่นเริง
ปลัดพฤกษ์ผู้มีวันหยุดยาวขับรถโฟร์วีลคู่ใจพาสายฟ้าออกมาดูบรรยากาศการค้าขายบริเวณแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัดที่มีทั้ง ภูเขา น้ำตก และแม่น้ำ กว่าสิบห้ากิโลเมตรจากไร่สุดเขตฟ้า เข้าสู่ถนนสายหลักที่พุ่งตรงไปยังอุทยานแห่งชาติ พอใกล้จะถึงแหล่งท่องเที่ยว ก็เริ่มมองเห็นร้านค้าถี่ขึ้น
“อบต.ข้านะ เก็บภาษีแต่ละปีได้ไม่น้อยเลยล่ะ เอามาพัฒนาตำบลได้สบายๆ
พฤกษ์ดูแลองค์การบริหารส่วนตำบลหรือที่เรียกกันด้วยชื่อย่อว่า อบต. ที่มีเขตติดกับอุทยานแห่งชาติ จึงทำให้เก็บภาษีทั้งโรงแรม รีสอร์ต และร้านรวงมากมาย
“ร้านอาหารสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะนี่”
“ใช่ไง หลังๆ คนกรุงเทพฯ เริ่มนิยมมาเที่ยวที่นี่ ร้านกาแฟ ร้านข้าวสวยๆ ก็เลยผุดขึ้นเต็มไปหมด”
เจ้าถิ่นพยักเพยิดหน้าให้แขกมองไปทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของถนน
“ส่วนใหญ่ก็เป็นของเศรษฐีในจังหวัดนั่นล่ะ มาซื้อที่ดินปล่อยเช่า หรือไม่ก็สร้างร้านค้าให้เช่า”
“เออ แต่ก็ดีนะ สร้างแบบอนุรักษ์ เป็นบ้านไม้ทั้งแถบ”
สายฟ้ารู้สึกแปลกใจที่ร้านค้าทั้งหมดที่เห็น เป็นบ้านไม้ที่สร้างแบบย้อนยุค
“สมัยนี้ก็ต้องสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นไง ทางจังหวัดได้จัดการประชุมและตกลงกันว่า ให้เจ้าของทั้งหลายสร้างร้านค้า โรงแรม รีสอร์ตให้มีเอกลักษณ์แบบเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะได้รู้สึกว่า นี่คือเมืองที่มีบ้านไม้แบบโบราณเหมือนกันทั้งหมด”
“อืม! ข้าเห็นจากคลิปแล้วล่ะ แต่ไม่คิดว่า เขาจะทำพร้อมเพรียงกันขนาดนี้”
*************
“ไปรอที่ร้านแป้งเลย ดาวจะตามไปเดี๋ยวนี้” เธอกดอารมณ์โมโหที่เริ่มพุ่งขึ้น มือวางปากกาลง พับเก็บสมุดบัญชี “แบงก์ไปเตรียมรถ”“คุยกันแค่สองกันก็พอ” มิ่งเมืองยืนกราน“สาม” เธอเสียงดังขึ้นกว่าเดิมจนเกือบเป็นตวาด“ตกลง งั้นพี่ไปรอที่นั่น”เมื่อลับร่างของคู่อริ หน้าตาของแบงก์ก็เคร่งเครียด “ผมอยากจะต่อยมันสักหมัด”“ใจเย็นๆ เราต้องหาทางเอาคืนแบบเนียนกว่านั้น ตอนนี้ต้องระวังปัญหาหนี้สินก่อน ถ้าเขาบีบพี่ตอนนี้ พี่จะแก้ปัญหายังไง” หนี้สินที่เป็นหนี้นอกระบบก้อนนี้ หากถูกบีบขึ้นมาจริงๆ ก็ย่อมต้องถูกยึดรีสอร์ตไปอย่างไม่ต้องสงสัย“แล้วลุงนินล่ะ แกจะไม่ช่วยอะไรบ้างหรือไง ”“จะหวังอะไรล่ะ แค่ทิ้งหนี้ไว้ไม่เคยถามสักคำ ก็เกินพอแล้ว” พันดาวนึกถึงตอนที่แม่ยังอยู่ ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องปัญหาหนี้บ่อยครั้ง และท้ายที่สุด แม่ก็ขออิสรภาพโดยการแลกกับการแบกหนี้ก้อนนี้เอาไว้แม่ของเธอเป็นคนเก่ง หลังจากหย่าสามี ก็มุ่งมั่นทำงานสารพัดอย่าง การเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินหลายผืนในช่วงเวลานั้น ทำกำไรงาม ทำให้การจ่ายหนี้กับเสี่ยมงคลเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ไม่กี่ปีต่อมา แม่เธอล้มป่วย การรักษาตัวทำให้เงินเก็บที่มีเริ่มหมดไป รวม
“เห็นพี่ฟ้าบอกว่ามาหาดาว ลืมถามเลยค่ะว่าพี่มีธุระอะไรคะ” ‘อ้อ! งั้นต้องยิ่งรันทดกว่าเดิม’ “ช่วงนี้พี่ตกงาน เลยมาถามดาวว่า มีอะไรให้พี่ทำบ้างไหม”พันดาวอึกอัก เธอนึกถึงตอนที่ปฏิเสธพ่อไปว่า รีสอร์ตปันสุขไม่มีเงินจะช่วยว่าจ้างเขาทำงาน เขามาจนถึงที่นี่แล้ว แต่ไม่มีการว่าจ้าง เธอรู้จากเลขาฯ ของพ่อว่า เขาเป็นพวกรับทำงานอิสระ ที่เขาลำบากเพราะงานที่ถูกปฏิเสธนี้ ทำให้เสียเวลา ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความผิดของเธอด้วยสินะ เพราะพ่อไปเรียกเขามาแล้ว แต่ไม่มีเงินจะว่าจ้าง ทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมเสียเวลามารองานอีก“เอ่อ... ดาวมีแค่กิจการเล็กๆ ไม่มีเงินจ้างพี่ฟ้าทำงานแพงๆ หรอกค่ะ”“พี่รับทำงานเล็กๆ ก็ได้นะ พอได้เงินค่าข้าวค่าน้ำ”“ไหวเหรอคะ ค่าแรงน้อยแล้วจะคุ้มพี่ฟ้าไหมล่ะ ” เธอนึกถึงตัวเองในยามลำบาก เงินน้อยนิดก็ต้องอดทนทำงานเพื่อแลกรายได้ ไม่รู้ว่า เขาพลาดงานนี้ เขาจะลำบากแค่ไหน“เอางี้ดีไหม พี่จะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าออนไลน์ให้ แล้วเรามาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ กัน รายได้เพิ่มขึ้น ดาวจะได้มีเงินมาจ้างพี่” ชายหนุ่มที่นอนตะแคงหน้าบนพื้น แหงนขึ้นมาคุยกับเธอด้วยสายตามีความหวังฟัง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ดาว เป็นไงบ้าง”“พี่ภาเข้ามาสิคะ” เธอวางผ้าห่อน้ำแข็งลงในชามแก้วใบใหญ่ภาวิณีมองดูสายฟ้าที่นอนหลับตาบนโซฟา ห่มผ้าผืนบางจนถึงหน้าอก“ทำแผลแล้ว แต่มีแผลอีกอันที่ขา แล้วก็หัวโนค่ะ พี่ฟ้าปวดหัว ดาวเลยให้กินยาพาราไป”“ถ้าไม่ไหวก็เรียกพี่นะ เผื่อมีอะไรผิดปกติจะได้รีบไปโรงพยาบาล” ภามองสภาพคนเจ็บ และพยาบาลจำเป็นแล้วก็รู้สึกวางใจ เธอยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มากนัก เลยต้องแวะมาดู เผื่อไม่ชอบมาพากลจะได้ช่วยดาวได้เขาลืมตาขึ้นมองภาวิณี ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณนะครับคุณภา นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”เมื่อเห็นท่าทางไม่มีพิษสงของคนรูปหล่ออย่างร้ายตรงหน้า เธอก็อมยิ้ม “ต้องสังเกตการณ์ดีๆ ค่ะ เผื่อเกิดเลือดคั่งหรือแผลอักเสบขึ้นมา ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”สายตาของญาติผู้น้องและเจ้านายที่มองคนเจ็บ เธอก็รู้สึกตะหงิดๆ ‘อืม! ท่าทางจะเป็นคนของเรานี่ล่ะนะ ที่อยากจะดูแล’“เดี๋ยวพี่ออกไปช่วยเขาจัดการเก็บของก่อนนะ งานเลี้ยงใกล้เลิกแล้ว”“ผมฝากบอกพฤกษ์ด้วยนะครับว่า ผมนอนอยู่ห้องนี้” สายฟ้าเกือบลืมไปเลยว่า เขามากับพฤกษ์“พี่ขอรบกวนนอนสักงีบนะ พอให้หายปวดหัว” เขาส่งสายตารันทดเล็กน้อยให้เจ
สายฟ้านั่งอยู่บนโซฟามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวาววับในขณะที่เธอก้มลงทำความสะอาดแผล เขาชะโงกหัวลงมาใกล้เธอ รู้สึกว่าช่องว่างน้อยนิดระหว่างเขากับเธอนั้น มันมีอวลไอความอบอุ่นเจือจางอยู่ ท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำให้เขาแอบยิ้มหวานกับตัวเอง“เสร็จแล้วค่ะ” พันดาวเงยหน้าขึ้นโป๊ก!“โอ๊ะ!” คนนั่งอยู่ข้างบนโดนหน้าผากเสยปลายคาง“อู้ย!” เจ้าของหน้าผากเจ็บนิดๆ “ขอโทษคะ” เมื่อเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายหน้าหงาย พันดาวละล่ำละลักขอโทษส่วนสายฟ้ามึนไปเล็กน้อย “เออ พี่ดูเพลินไปเองล่ะ” เขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฝากพันดาวเบาๆ ไปมา “ไม่โนหรอกใช่ไหม ”ใบหน้าของคมสันของหนุ่มแวมไพร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำเอาหญิงสาวใจกระตุก จังหวะนั้นเธอรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้น หญิงสาวขยับถอยออกมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ “ไม่เป็นไรค่ะ โดนนิดเดียว”เขาแอบเห็นแวววูบไหวในสายตาเธอ‘อืม! สัญญาณมา’ มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่เขาคิดจะทำ‘บ้าเอ๊ย นี่เราอาการหนักขนาดต้องใช้แผนนี้เลยนะ’ แผนการที่น้องชายทั้งสองบอกว่า เหมาะกับเราสามคน นั่นคือ แผนชายงามพวกเขาสามพี่น้องโชคดีที่มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนพ่อ ส่วนผสมบนใบหน้ามาจากพ่อนิดเดียวที่เหลือมาจากแม่ ทำให้คม
“ก็เห็นท่าทางสนิทสนมขนาดนั้น ใครจะกล้าเสียมารยาทเดินมาขวาง เผื่อคนรักกันชอบกันจะคุยกัน พี่ก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่าน่ะสิ” รอยยิ้มที่ยกขึ้นนิดๆ ตรงมุมปาก ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ “ใครบอกล่ะค่ะว่า เป็นคนรักกันชอบกัน” “ก็เพราะไม่รู้นี่ล่ะ ถึงไม่กล้าเข้ามา” ฝ่ายยั่วแสร้งทำเสียงอ่อนลง เหมือนกลัวจะผิดมารยาทนักหนา “หรา ” พันดาวเบ้ปากจนตาหยี เธอนึกอยากจะทุบคนที่นั่งข้างๆ “เกรงใจหรือแอบฟังกันแน่” “พี่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตั้ง...นาน...นะ” น้ำเสียงยังยั่วเย้าไม่เลิก “อ๋อ...ถ้ารอดูนานขนาดนั้น ทำไมไม่รอให้เขาฉีกเสื้อฉีกผ้าดาวไปเลยล่ะ ค่อยมาช่วย” เสียงเธอสูงขึ้นบอกอารมณ์ที่เริ่มพุ่ง เมื่อเห็นใบหน้ากลมน่ารักนั้น ออกอาการหงุดหงิดเต็มกำลัง สายฟ้ารีบทำท่าเจี๋ยมเจี้ยม “ก็ใครจะไปคิดว่า เขาจะกระโจนเข้าใส่แบบนี้ล่ะ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน” “ดาวตกใจแทบตาย ผลักก็ไม่ได้ ถีบออกก็ไม่ได้” พอนึกถึงช่วงฉุกละหุกหน้าเธอก็ซีดลงเล็กน้อย “ตกใจจนลืมร้องเรียกให้คนช่วยแน่ะ” สายฟ้าขยับเก้าอี้เข้ามาชิดเก้าอี้เธอ เอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่ต้นแขน แม้ใจเขาอยากจ
จวนจะเที่ยงคืน บริเวณล็อบบี้มีเพียงพนักงานที่เฝ้าเคาน์เตอร์รอต้อนรับแขกเพียงสองคน “พาเสี่ยไปนั่งตรงโซฟานั่นล่ะ แล้วไปเอาน้ำอุ่นมาเสิร์ฟมาสักแก้ว” “ครับ” มิ่งเมืองเริ่มสร่างเมาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตัวเองตามจีบมาเนิ่นนาน “ดาวเป็นห่วงพี่เหรอ ” “ดาวก็ห่วงทุกคนที่น่าห่วงล่ะค่ะ เดี๋ยวโทร.ตามคนที่บ้านมารับก็แล้วกันนะคะ ส่วนรถทิ้งไว้นี่ก็ได้ ดาวจะดูแลให้ ต้องรอประกันอีกนาน” ชายหนุ่มเริ่มคอพับลงไปอีก เขาเอนตัวลงพิงพนักโซฟาเต็มแรง “พี่มาตั้งนาน ก็ไม่เห็นดาว” “ดาวทำงานค่ะ ต้องดูแลทุกอย่างให้งานเรียบร้อย” จะบอกได้ยังไงล่ะว่า พยายามเดินหลบอีกฝ่ายตลอดเวลา ชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องน้ำด้านหลังล็อบบี้หยุดเท้า เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหญิงสาวที่ชะโงกคุยกับชายหนุ่มที่แทบจะนอนหงายหน้าบนโซฟาเดี่ยวตัวฝั่งตรงข้าม เขามารอรับพฤกษ์กลับ และอยากจะมาคุยธุระส่วนตัวกับเธอด้วย มาถึงได้สักพัก พยายามมองหาก็ไม่เจอ พฤกษ์เองก็กำลังสังสรรค์กับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่างสนุกสนาน เขาไม่ได้สนิทสนมกับคนกลุ่มนั้นนัก จึงปลีกออกตัวออกมาเข้าห้อ