ログイン“ก็ไม่ใช่แค่เรื่องหื่น ๆ แต่พี่คิดถึงพรีมด้วยต่างหาก” จุมพิตลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อไปหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อว่า
“นอนเตียงเดียวกับพรีมมันทำให้พี่หลับสบายดีค่ะ”
“พี่กิตก็ไปหาซื้อเตียงแบบพรีมไว้ที่คอนโคของตัวเองสิคะ จะได้นอนหลับสบาย และพรีมจะได้ไม่ต้องมีคนตัวใหญ่มานอนเบียดด้วย”
เขาน่ะตัวใหญ่กว่าเธอมาก นอนก็กินที่แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบนอนกอดแล้วเอาแก้มไปซบกับแผ่นหลังกว้างของเขามันอบอุ่นดี และก็ชอบมากกว่าตอนที่เขานอนกอดเธอแต่จะไม่บอกให้กิตตินันท์รู้หรอกนะ ว่าเธอชอบให้เขานอนกอดเพราะเดี๋ยวจะได้ใจหาเรื่องมานอนกับเธอทุกวี่วันทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
เราเป็นแค่คู่นอนก็ไม่ต้องนอนด้วยกันทุกวันก็ได้มั้ง เรื่องวันคี่วันคู่ ตอนนี้เขาก็ทำมึนไม่สนใจมีแต่จะหาเรื่องมานอนกับเธอไม่ก็ให้เธอไปค้างกับเขา พี่กิตมึนมากค่ะ...
‘ก็แค่คนสองคนที่เป็นเพื่อนกันแล้วเกิดอยากจะขยับฐานะขึ้นมาเป็นคู่นอนก็เท่านั้น’
“ลุกไปได้แล้วค่ะ พรีมจะต้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว เดี๋ยวไปทำงานสาย”
ใช้สองมือดันแผ่นอกแกร่งให้ลุกขึ้น และเขาก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดีเพราะเห็นว่า ถ้ายังกักตัวเธอไว้แบบนี้เขาได้โดนเธอโกรธแน่เพราะเขาจะเป็นต้นเหตุทำให้แมวน้อยไปทำงานสาย
“มีนัดคุยงานกับลูกค้าที่ไหนเหรอ”
ถามไปด้วยก็หยิบแคปซูลกาแฟรสชาติที่พรประวีย์ชอบใส่ในเครื่องชงกาแฟ ระหว่างรอก็จัดการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เรียบร้อยเพราะมัวแต่ห่วงจะเตรียมกาแฟให้หญิงสาว ทำให้กิตตินันท์รีบอาบน้ำแล้วแต่งตัวแบบลวก ๆ ออกมาทำกาแฟรอแมวน้อยของเขาในขณะที่พรประวีย์กำลังแต่งหน้าอยู่
“ที่บ้านของลูกค้าค่ะ”
บ้านเหรอ? ทำไมต้องให้เธอไปคุยที่บ้านด้วยวะ
“แล้ว ลูกค้าผู้หญิงเหรอ สวยปะ”
เป็นคำถามที่เลี่ยงจะถามออกไปตรง ๆ ว่าเป็นลูกค้าผู้ชายหรือเปล่า เพราะไม่อยากทำให้เธอมองว่าเขาก้าวก่าย
“เสียใจด้วยนะคะ พอดีเป็นลูกค้าผู้ชายค่ะพรีมคงตอบไม่ได้ว่าสวยหรือไม่สวย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นถามว่าลูกค้าหล่อไหมอันนี้พรีมตอบได้ค่ะ”
“จะมีใครหล่อเท่าพี่” ขอบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่มั่นหน้ามั่นโหนกไม่กล้าพูดแบบนี้หรอกครับ “แล้วหล่อไหมล่ะ ลูกค้าน่ะ”
“หล่อค่ะ หล่อมาก แถมยังโสดด้วยนะคะ”
หล่อด้วย โสดด้วย เหอะ!
“แล้วทำไมต้องไปที่บ้านลูกค้าด้วย คุยเรื่องงานก็น่าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมกว่าที่บ้านนะ”
ที่พูดก็เพราะเป็นหวงเท่านั้นในฐานะ...เพื่อนและคู่นอนไง
“ก็คุณลูกค้าไม่สะดวกออกมาคุยข้างนอกค่ะ พรีมเลยต้องเข้าไปที่บ้านของเขาแทน แน่ะ! พูดแบบนี้หวงพรีมเหรอคะ”
“ใครหวง พี่แค่เป็นห่วงค่ะ ไปอยู่ในบ้านกับผู้ชายสองต่อสองมันจะอันตรายถึงจะเป็นลูกค้าก็เถอะ และพรีมน่ะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังโสดอีก พี่ไม่อยากให้ไปเจอคนไม่ดี เชื่อพี่ นัดมาคุยงานข้างนอกดีกว่าเดี๋ยวพี่ไปอยู่ด้วย”
“พรีมก็อยู่กับพี่กิตสองต่อสองนะคะ ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย” อันที่จริงก็เป็น คือเธอกับเขาต่างเสียตัวให้กันด้วยความเต็มใจไงและมันก็ฟินดี อันนี้นับเป็นข้อดี
“ก็พี่เป็นเพื่อนที่พรีมรู้จักดีอยู่แล้วไง จะเป็นอันตรายได้ยังไงละ”
“จ้า ๆ แล้วที่ชมพรีมว่าทั้งสวย ทั้งเก่ง ชมกันขนาดนี้แต่ทำไมไม่ยอมเป็นแฟนกับพรีมล่ะคะ คุณสมบัติพรีมก็พร้อมนะ พี่กิตไม่สนใจอยากให้พรีมเป็นแฟนบ้างเหรอ”
พรประวีย์ไม่ได้ถามเชิงน้อยใจ เธอถามติดตลกออกไปเสียด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดของเธอมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นเหรอเขาถึงได้ดึงหน้าเข้มขึ้นมาทันที
“เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะพรีม พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่อยากมีแฟนและกับพรีม ถ้าไม่มองเรื่องที่เราตกลงเป็นคู่นอนกันพี่ก็มองพรีมเป็นเพื่อนที่พี่รักคนหนึ่ง ไม่สามารถมองเป็นแฟนได้”
พรประวีย์ระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินเข้ามายกแก้วกาแฟที่เขาทำไว้รอขึ้นดื่ม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าตัวเองแล้วจุมพิตบนริมฝีปากของกิตตินันท์
“รู้แล้วจ้าสุดหล่อ และในเมื่อพี่กิตไม่สามารถให้พรีมเป็นมากกว่าเพื่อนได้ เพราะฉะนั้น พี่กิตจะมาห่วงหรือหวงพรีมกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้นะคะ พรีมโตแล้วและเลือกได้ค่ะว่าจะชอบหรือไม่ชอบใคร สถานะคู่นอนของเราพี่กิตก็รู้นี่คะว่ามันจะไม่มีวันเป็นแบบนี้ตลอดไป สักวันความสัมพันธ์แบบนี้จะต้องจบลงเพราะพรีมก็อยากมีคู่ชีวิตที่ดีและอยู่ด้วยกันไปจนแก่ค่ะ”
กฏขั้นพื้นฐานของการเป็นคู่นอนก็คือจะไม่ก้าวก่ายหรือแสดงความเป็นเจ้าของอีกฝ่าย และทั้งเธอกับเขาต่างรู้กฏข้อนี้ดีอยู่แล้ว ในเมื่อเขาสบายใจให้เธอเป็นคู่นอนในตอนที่เราทั้งสองคนยังไม่มีใครซึ่งพรประวีย์เองก็สบายใจเช่นกัน แต่นั้นไม่ได้แปลว่าเธอจะมองผู้ชายคนอื่นไม่ได้ เพราะเธอก็อยากเจอคนที่รักเธอและพร้อมจะสร้างครอบครัวกับเธอด้วยเหมือนกัน
บางทีก็คิดนะ ว่าอยากให้เป็นเขาแต่ก็นั้นแหละ ก็แค่คิดในบางที...
“คืนนี้เจอกันนะคะ พรีมต้องไปทำงานละ” จุ๊บเขาอีกหนึ่งครั้งแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใบโปรดก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกคนยืนหัวใจกระตุกโดยหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้
15นาทีต่อมา“พี่ณัฐเขาคงคิดว่าเราสองคนเมามากแน่ ๆ เลยค่ะพี่กิต”พรประวีย์เอ่ยขึ้นอย่างนึกขำกับท่าทางเป็นดูห่วงจนเกินเหตุของณัฐเดช เขาห่วงเธอกับกิตตินันท์อย่างกับพ่อเป็นห่วงลูกก็ไม่ปาน“ไอ้ณัฐมันเหมือนคนแพ้เหล้าไปแล้วพรีม”ตัวไม่อยู่ตรงนี้ก็ยังพูดแซวเพื่อนตัวเองได้ ณัฐเดชไม่ได้แพ้เหล้าหรืออะไรหรอก ไอ้เพื่อนรักคนนี้ของเขามันเป็นคนคอแข็งจะตายไป แต่ที่ทุกวันนี้ลดดื่มลดสังสรรค์ก็เพราะมีลูก เอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้ลูกกับเมีย“แล้วนี่ พรีมยังดื่มต่อไหวป้ะ”“แน่ะ ถามแบบนี้จะชวนพรีมไปดื่มต่อที่ไหนคะ” อีกคนก็รู้ทันเหลือเกิน มันต้องอย่างนี้สิจ๊ะคนสวยพี่ถึงได้ยกให้เป็นเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคน“ที่ห้องพี่มีเหล้าเหลืออยู่หนึ่งขวด ช่วยไปกินให้มันหมดหน่อยดิ”ดื่มคนเดียวมันเหงาอยากหาคนไปดื่มเป็นเพื่อน ปกติหน้าที่ดื่มต้องเป็นของณัฐเดชแต่ตอนนี้มันกลายเป็นพ่อบ้านดีเด่นไปแล้วจะชวนมาเสียคนก็ไม่ได้อีก ตอนนี้มันยังอยู่ในช่วงทำตัวเป็นคนดีง้อเมียอยู่“จัดไปสิคะ ถ้าพรีมเมาขอนอนค้างห้องพี่กิตนะ”“ได้ ของใช้ที่ห้องพี่มีครบไม่ต้องห่วง ดื่มให้เต็มที่เลยน้อง”ดื่มให้เต็มที่! แล้วทั้งเขากับเธอก็ดื่มกันเต็มที่แบบไม่มีอะไรม
หากเขาคิดอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอซึ่งเธอเคยยื่นทางเลือกให้เขาแล้วตั้งแต่ครั้งที่เรานอนด้วยกันครั้งแรกและเขาปฏิเสธซึ่งตอนนั้นเธอเองก็เข้าใจเอาแบบไหนก็ได้ แต่เธอก็ยังแอบอ่อยเขาอยู่เรื่อย ถ้าหากเขาอยากจะเปลี่ยนใจพัฒนาจากคู่นอนเป็นคู่จริงพระประวีย์ก็ยินดีและเต็มใจเปิดโอกาสให้เขา เธอเปิดรอเขาเสมอนั่นแหละมีแต่เขาที่ไม่รู้เอง(แต่พี่ไม่สามารถให้พรีมเป็นมากกว่าเพื่อนได้ พรีมก็รู้นี่คะ ว่าพี่ไม่เคยคิดอยากสร้างครอบครัว พี่ถึงได้ขอพรีมเป็นคู่นอน)“พรีมรู้ค่ะ และพรีมก็ไม่ได้จะบังคับอะไรพี่กิตสักหน่อย ตอนนี้เราเป็นคู่นอนที่เข้ากันได้ดีมากแต่พรีมแค่อยากบอกพี่กิตเอาไว้น่ะค่ะ ว่าพรีมกำลังคิดที่จะเปิดใจศึกษาใครสักคนเพื่อจะได้สร้างครอบครัวกับคนนั้น”“ในเมื่อเราเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งคู่นอนพรีมก็อยากบอกกับพี่กิตไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาหาว่ามีอะไรแล้วไม่บอกกันอีก”เธอจะถือว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วนะและถ้าเธออยากจะเปิดใจให้ใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาหวงหรือเข้ามาห้ามเธอ(พรีมจะเปิดใจให้คุณแทนคุณจริง ๆ เหรอ)“ก็กำลังคิดอยู่ค่ะ คุณแทนคุณเขาก็ไม่มีอะไรแย่นะคะ หน้าตาก็ดี ฐานะก็มั่นคงแล้วจากที่เ
“ขอส่งรูปไปอวดคนบางคนหน่อยดีกว่า”พรประวีย์หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเพื่อจะถ่ายเซลฟี่กับช่อดอกไม้ช่อมหึมานี้ เจตนาคืออยากจะส่งไปให้ผู้ชายคนหนึ่งดู แต่คนคนนั้นไม่ใช่แทนคุณ“พี่เก๋ขา พรีมรบกวนถ่ายรูปให้พรีมหน่อยได้ไหมคะ”พยายามจะถ่ายด้วยตัวเองแล้วแต่ช่อมันใหญ่มาก ถ่ายยังไงก็บังหน้าเธอไปหมด พรประวีย์เลยต้องรบกวนเวลาพิมพ์แชทเม้าท์มอยของพี่เก๋ให้คุณพี่แสนดีมาถ่ายรูปให้เธอก่อน“ได้สิคะ อย่าบอกนะว่าจะส่งไปให้คุณแทนคุณดู ว่าได้รับดอกไม้แล้ว”“...” พรประวีย์ไม่ตอบแต่เธอระบายยิ้มสวย ๆ ออกมาให้พี่เก๋เดาเอาเองพรประวีย์จัดท่าทางหันมุมที่เธอรู้ว่ารูปร่างของเธอถ่ายจากมุมไหนแล้วจะสวยที่สุด กอดช่อดอกไม้ไว้แน่น ๆ ทำหน้ายิ้มกว้าง ยิ้มแบบสดใสเวอร์ ต้องทำให้คนมองภาพแล้วสามารถสัมผัสได้ถึงความดีใจที่เธอได้รับดอกไม้ช่อนี้“เรียบรอยจ้า คนหุ่นดีถ่ายมุมไหนก็สวยจริง ๆ ดูดีทุกรูปเลยค่ะคุณน้องพรีม”“ขอบคุณนะคะพี่เก๋ ภาพออกมาสวยเพราะคนถ่ายรูปถ่ายเก่งต่างหากค่ะ”ก็ต้องยอกันหน่อย ถ้าจัดท่าสวยจริงแต่ถ้าไม่ได้ฝีมือการถ่ายภาพของพี่เก๋ ภาพที่ได้ออกมาคงไม่สวยได้เท่านี้หรอกและเมื่อเลือกภาพที่ถูกใจได้แล้วพระประวีย์
พรประวีย์ไม่แปลกใจเลยที่พี่เก๋เพื่อนร่วมงานที่แสนดีของเธอและตอนนี้กำลังรับบทบาทเป็นเพื่อนบ้านท่านหนึ่งจะอยากรู้ ถ้าไม่อยากรู้อันนี้สิเรื่องแปลก เพราะเธอกับพี่เก๋นั่งทำงานอยู่ข้างกันมาหลายปี ทำให้สนิทกันเหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ ไปแล้วแต่ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหนพรประวีย์ก็เปิดเผยเฉพาะเรื่องที่เธออยากให้พี่เก๋หรือคนอื่นในที่ทำงานรู้เท่านั้นเพื่อนร่วมกันก็คือเพื่อนร่วมงาน หลังจากเลิกงานแล้วก็เท่ากับคนอื่นค่ะ“ฟงแฟนที่ไหนล่ะคะพี่เก๋ พรีมก็ยังคงโสดเหมือนเดิมค่ะ”“หือ! ถ้าโสดแล้วหนุ่มที่ไหนส่งดอกไม้ช่อโตนี้มาจีบคุณน้องพรีมคะ” พี่เก๋ถามอยากไม่เก็บความอยากรู้ของตัวเองก็แหม ดอกกุหลาบเป็นร้อยดอกขนาดนี้ ถ้าคนนั้นไม่ได้รู้สึกพิเศษกับคุณน้องพรีมแล้วเขาจะส่งมาให้ทำไมละคะ“คุณแทนคุณค่ะ”“คุณแทนคุณ...อ๋อ คุณแทนคุณที่เป็นลูกค้าVIPของบริษัทเราใช่ไหมคะ”“ค่ะพี่เก๋”เพี๊ยะ พี่เก๋ตบมือลงบนโต๊ะทำงานไปหนึ่งฉากก่อนจะทำหน้าคล้ายคนกำลังเพ้อฝันแล้วพูดขึ้นมาว่า“พี่ว่าแล้ว ว่าคุณแทนคุณต้องแอบชอบคุณน้องพรีมของพี่เก๋แน่ ๆ เพราะสายตาเวลาที่เขามองคุณน้องพรีมมันเหมือนกับสายตาเวลาที่เรามองคนที่เราแอบชอบค่ะ”“แอบชอบเหรอ
“พี่กิต! ทำปากพรีมเลอะหมดเลย” ปากเจ่อพอทนได้แต่ลิปสติกที่เลอะไปทั่วปากนี่สิ ไม่ได้เลอะแค่ปากของเธอนะเพราะที่ปากของคนจู่โจมก็เลอะไปด้วยเหมือนกัน และนี่ต้องมาเดือดร้อนให้เธอใช้กระดาษทิชชูเช็ดทำความสะอาดให้อีก มันน่าฟาดนัก“ถ้าไม่ติดว่าพรีมเป็นเมนส์อยู่พี่จะจับไปเบาะหลังแล้วจัดสักรอบก่อนไปทำงาน”ทั้งหมั่นเขี้ยว อยากกัดเธอให้จมฟัน อยากขยำหน้าอกเธอให้เต็มแรง เธอทำเขาขึ้นมากแล้วยังจะมามองตาแป๋วด้วยความสงสัยกันอีก“พรีมทำพี่มีอารมณ์”เธอทำเขามีความต้องการสูงมากด้วย กิตตินันท์อธิบายกับตัวเองไม่ได้ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร ไม่รู้ทำไมมีแต่คำว่าไม่พอใจเต็มไปหมด ในอกก็อึดอัดจนอยากจะแหวกกลางอกของตัวเองแยกออกจากกัน มันไม่พอใจแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร!“พรีมต้องขอโทษด้วยนะคะและวันนี้ก็เป็นวันคี่ค่ะ ถ้าพี่กิตมีอารมณ์ก็...”ยื่นใบหน้าไปพูดเสียงกระซิบข้างหูของชายหนุ่มที่ตอนนี้ทำตัวเหมือนคนติดสัตว์ อยากจะจับเธอกินอย่างไม่เก็บอาการ“ช่วยตัวเองไปก่อนนะคะ และคงต้องช่วยตัวเองไปอีกสองสามวันเลยค่ะ” ไม่ได้ใจร้ายนะแต่เธอเป็นวันนั้นของเดือนอยู่“พรีมต้องออกรถแล้วค่ะเดี๋ยวสาย”เขายังยืนขวางประตูรถอยู่และเธอไม่ได้อ
เป็นเวลาประมาณสิบนาทีแล้วที่กิตตินันท์ได้แต่ถือแก้วกาแฟไว้ในมือ เขานั่งมองพรประวีย์ตั้งใจพิมพ์ข้อความคุยกับใครก็ไม่รู้มาสักพักแล้ว คุยจริงจังมากและเขามั่นใจได้เลยว่าคนที่เธอคุยอยู่ต้องไม่ใช่เพื่อนที่ทำงานแน่ เพราะปกติพรประวีย์จะไม่คุยงานผ่านข้อความเธอจะชอบโทรคุยหรือใช้เป็นอีเมลมากกว่า“พรีมคะ” เรียกชื่อเธอสักหน่อย เขายังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้นะให้ความสนใจกันบ้างสิคนสวย“คะ?” เธอขานรับนะแต่สายตายังคงจ้องมองอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ‘เกินไปละนะแมวน้อย’“พี่จะออกไปทำงานแล้วนะคะ”“ค่ะ” ตอบรับแต่ยังตั้งใจพิมพ์ข้อความเหมือนเดิม เออ! ไม่ใช่คนที่อยู่ในฐานะแฟน แล้วกูมีสิทธิ์งอนได้ไหมวะ“คืนนี้พี่ไม่ได้มานอนด้วยนะ”“ค่ะ วันนี้วันคี่ไง ไวเจอกันพรุ่งนี้นะคะ”เกินไปมาก! นอกจากจะไม่หันมามองหน้ากันแล้วยังจะทำเป็นไม่แยแสกันอีก ทนไม่ไหวแล้วนะ“พรีมคุยงานอยู่เหรอ” ไม่ได้อยากเสือกครับ แต่พี่ทนไม่ไหวแล้วนะคนดีหันมามองกันหน่อย“เปล่าค่ะ พรีมคุยกับคุณแทน”แทน แทนไหน? ชื่อผู้ชายแน่นอน แล้วให้เชี่ยแทนนี้มันเป็นใครวะ ชื่อคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินเมื่อวาน“แทน...” ลากเสียงรอแล้วนะจ๊ะ รีบตอบพี่มาให้ชัด ๆ ว่าให้