LOGIN“ก็ไม่ใช่แค่เรื่องหื่น ๆ แต่พี่คิดถึงพรีมด้วยต่างหาก” จุมพิตลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อไปหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อว่า
“นอนเตียงเดียวกับพรีมมันทำให้พี่หลับสบายดีค่ะ”
“พี่กิตก็ไปหาซื้อเตียงแบบพรีมไว้ที่คอนโคของตัวเองสิคะ จะได้นอนหลับสบาย และพรีมจะได้ไม่ต้องมีคนตัวใหญ่มานอนเบียดด้วย”
เขาน่ะตัวใหญ่กว่าเธอมาก นอนก็กินที่แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบนอนกอดแล้วเอาแก้มไปซบกับแผ่นหลังกว้างของเขามันอบอุ่นดี และก็ชอบมากกว่าตอนที่เขานอนกอดเธอแต่จะไม่บอกให้กิตตินันท์รู้หรอกนะ ว่าเธอชอบให้เขานอนกอดเพราะเดี๋ยวจะได้ใจหาเรื่องมานอนกับเธอทุกวี่วันทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
เราเป็นแค่คู่นอนก็ไม่ต้องนอนด้วยกันทุกวันก็ได้มั้ง เรื่องวันคี่วันคู่ ตอนนี้เขาก็ทำมึนไม่สนใจมีแต่จะหาเรื่องมานอนกับเธอไม่ก็ให้เธอไปค้างกับเขา พี่กิตมึนมากค่ะ...
‘ก็แค่คนสองคนที่เป็นเพื่อนกันแล้วเกิดอยากจะขยับฐานะขึ้นมาเป็นคู่นอนก็เท่านั้น’
“ลุกไปได้แล้วค่ะ พรีมจะต้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว เดี๋ยวไปทำงานสาย”
ใช้สองมือดันแผ่นอกแกร่งให้ลุกขึ้น และเขาก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดีเพราะเห็นว่า ถ้ายังกักตัวเธอไว้แบบนี้เขาได้โดนเธอโกรธแน่เพราะเขาจะเป็นต้นเหตุทำให้แมวน้อยไปทำงานสาย
“มีนัดคุยงานกับลูกค้าที่ไหนเหรอ”
ถามไปด้วยก็หยิบแคปซูลกาแฟรสชาติที่พรประวีย์ชอบใส่ในเครื่องชงกาแฟ ระหว่างรอก็จัดการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เรียบร้อยเพราะมัวแต่ห่วงจะเตรียมกาแฟให้หญิงสาว ทำให้กิตตินันท์รีบอาบน้ำแล้วแต่งตัวแบบลวก ๆ ออกมาทำกาแฟรอแมวน้อยของเขาในขณะที่พรประวีย์กำลังแต่งหน้าอยู่
“ที่บ้านของลูกค้าค่ะ”
บ้านเหรอ? ทำไมต้องให้เธอไปคุยที่บ้านด้วยวะ
“แล้ว ลูกค้าผู้หญิงเหรอ สวยปะ”
เป็นคำถามที่เลี่ยงจะถามออกไปตรง ๆ ว่าเป็นลูกค้าผู้ชายหรือเปล่า เพราะไม่อยากทำให้เธอมองว่าเขาก้าวก่าย
“เสียใจด้วยนะคะ พอดีเป็นลูกค้าผู้ชายค่ะพรีมคงตอบไม่ได้ว่าสวยหรือไม่สวย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นถามว่าลูกค้าหล่อไหมอันนี้พรีมตอบได้ค่ะ”
“จะมีใครหล่อเท่าพี่” ขอบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่มั่นหน้ามั่นโหนกไม่กล้าพูดแบบนี้หรอกครับ “แล้วหล่อไหมล่ะ ลูกค้าน่ะ”
“หล่อค่ะ หล่อมาก แถมยังโสดด้วยนะคะ”
หล่อด้วย โสดด้วย เหอะ!
“แล้วทำไมต้องไปที่บ้านลูกค้าด้วย คุยเรื่องงานก็น่าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมกว่าที่บ้านนะ”
ที่พูดก็เพราะเป็นหวงเท่านั้นในฐานะ...เพื่อนและคู่นอนไง
“ก็คุณลูกค้าไม่สะดวกออกมาคุยข้างนอกค่ะ พรีมเลยต้องเข้าไปที่บ้านของเขาแทน แน่ะ! พูดแบบนี้หวงพรีมเหรอคะ”
“ใครหวง พี่แค่เป็นห่วงค่ะ ไปอยู่ในบ้านกับผู้ชายสองต่อสองมันจะอันตรายถึงจะเป็นลูกค้าก็เถอะ และพรีมน่ะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังโสดอีก พี่ไม่อยากให้ไปเจอคนไม่ดี เชื่อพี่ นัดมาคุยงานข้างนอกดีกว่าเดี๋ยวพี่ไปอยู่ด้วย”
“พรีมก็อยู่กับพี่กิตสองต่อสองนะคะ ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย” อันที่จริงก็เป็น คือเธอกับเขาต่างเสียตัวให้กันด้วยความเต็มใจไงและมันก็ฟินดี อันนี้นับเป็นข้อดี
“ก็พี่เป็นเพื่อนที่พรีมรู้จักดีอยู่แล้วไง จะเป็นอันตรายได้ยังไงละ”
“จ้า ๆ แล้วที่ชมพรีมว่าทั้งสวย ทั้งเก่ง ชมกันขนาดนี้แต่ทำไมไม่ยอมเป็นแฟนกับพรีมล่ะคะ คุณสมบัติพรีมก็พร้อมนะ พี่กิตไม่สนใจอยากให้พรีมเป็นแฟนบ้างเหรอ”
พรประวีย์ไม่ได้ถามเชิงน้อยใจ เธอถามติดตลกออกไปเสียด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดของเธอมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นเหรอเขาถึงได้ดึงหน้าเข้มขึ้นมาทันที
“เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะพรีม พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่อยากมีแฟนและกับพรีม ถ้าไม่มองเรื่องที่เราตกลงเป็นคู่นอนกันพี่ก็มองพรีมเป็นเพื่อนที่พี่รักคนหนึ่ง ไม่สามารถมองเป็นแฟนได้”
พรประวีย์ระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินเข้ามายกแก้วกาแฟที่เขาทำไว้รอขึ้นดื่ม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าตัวเองแล้วจุมพิตบนริมฝีปากของกิตตินันท์
“รู้แล้วจ้าสุดหล่อ และในเมื่อพี่กิตไม่สามารถให้พรีมเป็นมากกว่าเพื่อนได้ เพราะฉะนั้น พี่กิตจะมาห่วงหรือหวงพรีมกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้นะคะ พรีมโตแล้วและเลือกได้ค่ะว่าจะชอบหรือไม่ชอบใคร สถานะคู่นอนของเราพี่กิตก็รู้นี่คะว่ามันจะไม่มีวันเป็นแบบนี้ตลอดไป สักวันความสัมพันธ์แบบนี้จะต้องจบลงเพราะพรีมก็อยากมีคู่ชีวิตที่ดีและอยู่ด้วยกันไปจนแก่ค่ะ”
กฏขั้นพื้นฐานของการเป็นคู่นอนก็คือจะไม่ก้าวก่ายหรือแสดงความเป็นเจ้าของอีกฝ่าย และทั้งเธอกับเขาต่างรู้กฏข้อนี้ดีอยู่แล้ว ในเมื่อเขาสบายใจให้เธอเป็นคู่นอนในตอนที่เราทั้งสองคนยังไม่มีใครซึ่งพรประวีย์เองก็สบายใจเช่นกัน แต่นั้นไม่ได้แปลว่าเธอจะมองผู้ชายคนอื่นไม่ได้ เพราะเธอก็อยากเจอคนที่รักเธอและพร้อมจะสร้างครอบครัวกับเธอด้วยเหมือนกัน
บางทีก็คิดนะ ว่าอยากให้เป็นเขาแต่ก็นั้นแหละ ก็แค่คิดในบางที...
“คืนนี้เจอกันนะคะ พรีมต้องไปทำงานละ” จุ๊บเขาอีกหนึ่งครั้งแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใบโปรดก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกคนยืนหัวใจกระตุกโดยหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้
“อ๊ะ อ๊า” สะโพกหนาเสือกเสยตอกอัดเน้น ๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องแต่ก็คงดังไม่สู้เสียงหวีดครางของร่างบางที่ปล่อยออกมาอย่างไม่อาจกั้น“อ๊า”ข้างในเธอตอดเขาถี่มากบ่งบอกว่าเธอกำลังจะเสร็จ นั่นจึงทำให้กิตตินันท์จับตัวเธอยกขึ้นจนจุดเชื่อมต่อหลุดออกจากกันเพื่อต้องการเห็นธารน้ำหวานมากมายไหลออกมาจากช่องทางรักของภรรยา เธอเสร็จสมรุนแรงเพราะได้เป็นฝ่ายควบขี่ด้วยตัวเองและนั่นทำให้กิตตินันท์พอใจมากเพราะยิ่งน้ำเยอะก็ยิ่งอำนวยให้แกนกายของเขากระแทกเข้าออกได้ง่ายขึ้น“ต่อเลยนะจ๊ะ”จับร่างบางลงนอนราบแล้วจ่อท่อนเอ็นร้อนสอดใส่เข้าไปทีเดียวมิดลำ“อ๊า พรีมเหมือนจะเสร็จอีกแล้วค่ะ”เขากระแทกโดนจุดเสียวของเธอซ้ำ ๆ ไม่ได้พักเลย เสียวแปลบไปทั้งตัว“เสร็จพร้อมพี่นะคะพรีม” เขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว อยากแตกน้ำแรกเร็ว ๆ แล้ว ยกสะโพกกลมกลึงให้ลอยขึ้นก่อนจะถอนแกนกายออกมาจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่จนมิดด้าม ปัก!“อ๊าย ผัวขา เอาแรง ๆ เอาพรีมแรง ๆ เลยค่ะ”จังหวะกระแทกกระทั้นของเขามันโดนทุกดอกจริง ๆ เธอชอบมาก“ใกล้แล้วค่ะคนดี อ๊า”เธอรัดเขาแน่นขึ้น กิตตินันท์เสียดเสียวจนต้องขบกรามแล้วจับกระแทกแรง ๆ ซ้ำ ๆ
“เอาถุงไหมพี่”“ไม่เอาครับ พี่เอาสด” บอกเสร็จก็ขับรถเข้าที่จอดทันที รอให้พนักงานปิดม่านให้เรียบร้อยแล้วค่อยลงจากรถ“เชิญครับเมียสุดที่รัก” เดินมาเปิดประตูรถฝั่งภรรยาแล้วเห็นเธอนั่งทำหน้างอ ทั้งเขินอายและแอบกระเง้ากระงอนเล็กน้อยก็นึกเอ็นดู“6ชั่วโมงจะกินจุไปหรือเปล่าคะพี่กิต เดี๋ยวไปรับสกายไม่ทันนะ”ลูกก็ห่วงแต่ผัวก็อยากได้ เธอทำท่าทางไม่พอใจไปอย่างนั้นแต่ในใจก็แอบตื่นเต้นที่จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กับสามีเหมือนกัน อยากรู้มานานแล้วว่าความรู้สึกที่ได้เข้าม่านรูดมันจะเป็นยังไง ‘ตื่นเต้นดี กรี๊ด’“พี่พาไปรับลูกของเราทันแน่นอนค่ะ ตอนนี้รีบไปกันเถอะ คว-พี่แข็งรอแล้วเนี่ย”เพื่อเป็นการยืนยันว่าตรงนั้นมันได้ตื่นตัวพร้อมจีบเมียรักเต็มลำมากขนาดไหน กิตตินันท์จับมือเล็กมาลูบ ๆ บริเวณจุดที่นูนดันกางเกงออกมาจนแค่มองด้วยตาก็เห็นเป็นท่อนลำชัดเจน“แข็ง! ทำไมแข็งเร็วจังคะ เรายังไม่ได้เริ่มจีบกันเลยนะ”“พี่แค่คิดว่าจะได้เอาพรีมพี่ก็ขึ้นแล้วค่ะคนดี”“มามะ” ช้อนตัวคนตัวเล็กอุ้มขึ้นแล้วรีบพาเดินเข้าห้องไป จัดการปิดประตูล็อกให้เรียบร้อย“รอพี่แป๊บนึงนะคะเมียขา” กิตตินันท์อยากเริ่มกิจกรรมรักไม่ไหวแต่ก็ต้อง
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องกิตติกรณ์”คุณครูประจำชั้นเห็นว่าผู้ปกครองไม่ยอมปล่อยลูกให้เดินเข้ามาสักที จึงคิดว่าควรจะเดินเข้ามาหาและช่วยดูเผื่อว่าเด็กน้อยงอแงคุณครูจะได้ช่วยผู้ปกครองผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ แต่ดูแล้วคนที่งอแงน่าจะเป็นฝั่งผู้ปกครองเองซะมากกว่า“สกายครับคุณครู สวัสดีครับคุณครู”เด็กชายกิตติกรณ์ นันทภิภัทร์ รีบแนะนำชื่อเล่นของตัวเองให้คุณครูคนสวยได้รู้จักพร้อมพนมสองมือป้อม ๆ ขึ้นไหว้ทักทายคุณครูพร้อมโค้งตัวเกือบ90องศาอย่างนอบน้อม‘ลูกกูไหว้อย่างสวย ภูมิใจจริง ๆ เว้ย’“ครับน้องสกาย ครูชื่อปริมนะคะ จะเป็นคุณครูประจำชั้นของน้องสกายครับ” คุณครูคนสวยแนะนำตัวเองกับเด็กชายเพื่อทำความคุ้นชินและสร้างความไว้ใจให้น้องสกายด้วย“สกายจะไปเรียนแล้วครับ”“คุณแม่กับป๋ากลับ ๆ นะ”นาทีนี้คนที่โดนลูกกอดปลอบคือพ่อกับแม่ไปเสียแล้ว เด็กน้อยเดินเข้ามาสู่อ้อมกอดของกิตตินันท์และหอมแก้มคุณพ่อไปหนึ่งทีก่อนจะหันมากอดพรประวีย์แล้วหอมแก้มคุณแม่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนคนเป็นแม่จะไม่อยากปล่อยตัวลูกชายเพราะเธอยังกอดสกายไว้แน่นพรางหอมแก้มลูกหนัก ๆ ทั้งสองข้าง หอมอยู่อย่างนั้นจนคนเป็นพ่อเริ่มอิจฉ
“กูยินดีกับมึงด้วยมาก ๆ เลยกิต”“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้กูเข้าใจมึงแล้วว่าทำไมมึงถึงได้ชอบชีวิตหลังแต่งงานมากขนาดนี้ กูรู้แล้วว่าความสุขของชีวิตที่แท้จริงมันเป็นยังไง”“ก็อย่างที่กูเคยพูดนั่นแหละ มึงต้องลองแล้วมึงจะเข้าใจตอนนี้ความสุขของกูก็มีแค่นี้”กิตตินันท์มองตามสายตาของณัฐเดชไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งก็คือทิชารีย์ภรรยาของณัฐเดชกับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังช่วยคุณแม่ล้างผลส้ม และสายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปมองผู้หญิงอีกคนที่กำลังหัวเราะชอบใจยามที่ฟังหลาวสาวตัวน้อยพูดเจื้อยแจ้ว เธอคือคนที่ทำให้เขายิ้มกว้างออกมาได้ทุกครั้งที่มองสายตาของกิตตินันท์อ่อนโยนมากยิ่งขึ้นเวลาที่เขามองเธอ พรประวีย์เมียรักที่อยู่ในชุดคลุมท้อง ตอนนี้เธอตั้งท้องได้7เดือนแล้วและลูกคนแรกที่ฟ้าประทานมาให้เขาคือลูกชาย ดูท่าจะเลี้ยงง่ายมากด้วยเพราะลูกชายคนนี้ไม่ทำให้คุณแม่เหนื่อยเลย ไม่มีช่วงเวลาที่แพ้ท้อง ลูกคนนี้ทำให้เขาเห็นรอยยิ้มสวย ๆ ของภรรยาในทุกวัน เธอมีความสุขเขาก็มีความสุขไปด้วยใครจะไปคิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะได้กลายเป็นพ่อคน ชีวิตที่ตั้งแต่เกิดมากิตตินันท์ไม่เคยต้องการอยากให้เป็น ไม่เคยใฝ่ฝันอยากจะมี แต่แล้ววันนี้
“งั้นแสดงว่า น้องในเรื่องสมมุติของมึงก็หมายถึงพรีมสินะ” ณัฐเดชพูดไปก็ยังรู้สึกประหลาดใจไม่หาย เรื่องที่เพื่อนรักของเขากับรุ่นน้องที่สนิทกลายมาเป็นคนรักกันเขายังจำได้ดีว่าในครั้งนั้นที่กิตตินันท์มาหาเขาที่บ้าน มีเรื่องกลุ้มใจแต่ไม่สามารถระบายออกมาตรง ๆ ได้ จนเขาต้องเสนอให้ไอ้เพื่อนรักเล่าเป็นเรื่องสมมุติออกมา ในตอนนั้นเขารู้ว่าสาวในเรื่องสมมุติของกิตตินันท์มีตัวตนอยู่จริงแต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้“อืม แต่ตอนนั้นกูไม่อยากบอกมึงว่าเป็นพรีม กูกลัวมึงมองน้องไม่ดี”ในสมัยนี้ความสัมพันธ์แบบคู่นอนมีเยอะแยะ อันนี้เขารู้แต่เธอคือคนที่เขาแคร์ความรู้สึกมากและไม่อยากให้ใครมองเธอไม่ดีทั้งนั้น ไม่อยากให้พรประวีย์รู้สึกอายที่ยอมเป็นคู่นอนกับเขาคนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ซึ่งเขาอาจจะคิดมากไปเองก็ได้แต่ก็นั้นแหละอะไรที่เกี่ยวกับเธอเขาคิดมากทั้งนั้น เพราะรักมากไง“แต่มึงก็เลวมากเชี่ยกิต มึงมาบอกให้กูรู้ตอนที่มึงทำเขาท้องแล้ว”“เชี่ยณัฐ กูไม่ได้เลวเว้ย กูกับพรีมคุยกันแล้วว่าอยากมีลูกเร็ว ๆ พรีมเขาอยากสร้างครอบครัวเลยและกูก็อยากมีลูกให้ทันมึงไงเพื่อน ไม่ดีเหรอลูกมึงกับลูกกูจะได้เป็นเพื่อนกัน”หลั
“แต่งงานกับพี่นะพรีม”“พี่กิตแกล้งพรีมใช่ไหมคะ บอกแล้วไงว่าห้ามแกล้ง”“พี่ไม่ได้แกล้งค่ะ พี่ขอพรีมแต่งงานจริง ๆ เราสองคนแต่งงานกันเถอะนะพรีม”ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้วถึงจะยังไม่ข้ามวันก็เถอะแล้วมันจะผิดอะไรถ้าเขาอยากจะขอเธอแต่งงานเลย กิตตินันท์ได้รู้ซึ้งแล้วว่าการรอคอยแล้วปล่อยเวลาที่มีค่าให้เสียไปมันเป็นเช่นไร ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอ“พี่กิต...”ฮึก ว่าจะไม่ร้องไห้แล้วนะแต่วันนี้เขาทำเธอใจบางไม่ไหว หัวใจมันอ่อนยวบไปหมดเวลาที่เขาทำตัวแบบนี้ มาสารภาพรัก มาขอเธอเป็นแฟนแล้วยังจะขอเธอแต่งงานอีกความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นในวันเดียวกัน เป็นความมากมายที่มีความสุขมากที่สุดที่เธอเคยเจอมา กับผู้ชายคนนี้ที่เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะสามารถทำลายกำแพงของตัวเองและยอมเปิดใจเพื่อรักกับเธอ คนที่เธอแอบคิดเสมอว่าอยากให้เป็นเขาที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่สิ่งที่ได้แต่แอบคิดในใจและแล้ววันนี้มันได้เกิดขึ้นจริง เราสองคนมีหัวใจที่ตรงกัน“พี่จะรักและดูแลพรีมให้ดีที่สุด พี่จะทำให้พรีมมีความสุขมากที่สุดและพี่สัญญา ว่าพี่จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี จะรักและซื่อสัตย์ต่อพรีมเพีย
“ใช่ พี่ยอมรับว่าเพราะคุณแทนคุณ พี่ถึงได้รู้หัวใจของตัวเองว่าพี่ขาดพรีมไม่ได้”“งั้นก็คงต้องขอบคุณที่มีคุณแทนคุณ เพราะมีเขาเข้ามาพรีมถึงได้ยินคำว่ารักจากปากของพี่กิต” สิ่งที่เธอพูด ทำไมถึงได้ดูเย็นชาแบบนั้น เขาไม่เห็นความดีใจจากใบหน้าของเธอเลยหรือคำพูดของเขามันไม่หนักแน่นพอ“พรีมขา...”กิตตินันท์ใช
“พรีมไม่ได้อยากเจอพี่กิต พรีมบอกแล้วไงว่าถ้าอยากคุยกับพี่กิตเมื่อไหร่พรีมจะทักไปหาเอง และตอนนี้พี่กิตบุกรุกห้องพรีมนะคะเพราะพรีมไม่ได้เต็มใจให้พี่กิตเข้ามา”“พี่ขอโทษที่เปิดเข้ามาเอง แต่พี่กดออดเรียกแล้ว ทั้งส่งข้อความ ทั้งโทรหาแต่พรีมไม่อ่านข้อความพี่เลย ไม่รับสายของพี่ด้วย พี่เป็นห่วงนะคะ พี่กลัว
“ค่ะ คุณแทนคุณจะพาพรีมไปเลี้ยงข้าวเย็นนี้”หันหน้าไปตอบเขาแต่ลืมไปว่าใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่นิดเดียว ทำให้กิตตินันท์ใช้จังหวะที่เธอหันมายื่นหน้าเข้าไปจูบปากนุ่ม ๆ ซะเลย จุ๊บ“พี่กิตอาบน้ำแล้วเหรอคะ แล้ว...” เลื่อนสายตาลงไปมองที่กลางกายของเขา ‘มันสงบแล้วเหรอ?’ เมื่อห้านาทีก่อนของเขายังแข็งผงาดอยู
‘นึกว่าจะเอาไปทิ้งซะแล้ว’ ที่ไหนได้เขาตั้งใจทำสิ่งนี้ให้เธอทั้งที่คนอย่างเขาไม่เคยทำอะไรจุกจิกแบบนี้แต่ก็ยังทำให้เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าความน่ารักของเขามันมีผลต่อหัวใจของเธอมากและมากขึ้นทุกวันจนพรประวีย์ไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไป เธอรักเขา รักเขามาสักพักแล้วด้วย‘พรีมต้องทำยังไงถึงจะทำลายกำแพงขอ







