Masuk“ทำไมวะ เลิกกันไปนานแล้วไม่ใช่เหรอวะ ถ้ากูจำไม่ผิด จำได้ว่าพ่อแม่เขากับมึงตกลงกันแล้วนี่ แล้วยังไงทีนี้” นั่นคือส่วนที่เหมราชรู้ แต่เรื่องมันผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว เขาก็จำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้
//ที่จริงกูกับเขาติดต่อกันมาตลอด หมายถึงในฐานะพ่อของลูก แต่ไม่เคยจะคุยกันดี ๆ หรอก//
“เออ แล้วยังไง”
//ปีนี้ลูกกูอายุสิบเก้าปีแล้ว กำลังจะเข้ามหา’ลัย//
“โอ้โห...ลูกหรือน้องชายวะ” เหมราชพูดติดตลก ตอนนี้พวกเขาอายุสามสิบห้า เป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระและมีรากฐานชีวิตแล้วพอสมควร ในขณะที่เพื่อนมีลูกชายโตขนาดนั้นแต่เขากลับเพิ่งเลิกกับคนรักไป จบกันไม่ดีเท่าไรแต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดที่มองหน้ากันไม่ได้ ฝ่ายนั้นพยายามจะตามง้อขอคืนดี แต่เหมราชกลับปฏิเสธไปเพราะเบื่อหน่ายกับการที่ต้องตามเอาใจใครสักคน
//สอบติดมหา’ลัยใกล้คอนโดมึงอะ//
“เออ ก็ดีนี่...แม่เขาอยู่ต่างจังหวัด มึงก็เอามาเลี้ยงเองดิ”
//เรื่องมีอยู่ว่า...// พลเมืองเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
//บริษัทส่งกูไปประจำที่เวียดนาม เพิ่งรู้วันนี้เอง ถ้าปฏิเสธมึงก็น่าจะรู้ ไม่บีบออกก็ต้องถูกปลดสักวัน กูไม่พร้อมตกงานว่ะ//
พลเมืองอยากให้ลูกชายมาอยู่กับตน แต่สถานการณ์บีบบังคับ ไม่ว่าทางใดก็ไม่ส่งผลดีในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ จึงคิดว่าจะทำตามคำสั่งไปก่อนแล้วจึงเดินเรื่องขอกลับมา
//แม่เขาจะไม่ให้เรียนที่นี่ ถ้าต้องมาอยู่คนเดียว กูสงสารลูกอุตส่าห์สอบติดแล้ว อีกอย่างกูอยากให้ลูกได้เจอสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น มึงช่วยกูหน่อยสิ//
“ช่วยอะไร ให้แวะไปดูที่คอนโดมึงเหรอ...ได้ดิ”
//ไม่ใช่ ให้ลูกกูไปอยู่กับมึงได้ไหม//
“ไอ้ห่า!!! มึงพูดจริงหรือพูดเล่น” เหมราชอุทานด้วยความตกใจ
“ไม่ได้ดิ ลูกใครก็เลี้ยงเอง ไม่เอา ให้ลูกมึงไปอยู่คอนโดมึง กูค่อยแวะไปดูให้”
//มึงติดหนี้บุญคุณกู กูเคยช่วยมึงตอนจมน้ำ...กูทวงบุญคุณ//
ไม่ว่าอย่างไรพลเมืองก็ต้องหาทางให้ลูกได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่อยากเรียน ตลอดเวลาสิบเก้าปีที่ผ่านมา แม้จะส่งเสียแต่ก็ไม่เคยได้เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด แม้ได้พบหน้าก็ไม่ได้สนิทกันเท่าลินดาที่เป็นแม่ เขาอยากชดเชยให้ลูกแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เพราะเหมราชคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดสำหรับพลเมือง
“ไอ้พล ไอ้เหี้ย ไอ้เพื่อนสอยดาวงานวัดได้มา มึงให้กูตอบแทนบุญคุณวิธีอื่นได้ไหม” เหมราชโอดครวญ
//เหม กูไม่ไว้ใจใครนอกจากมึง...รับหลานไว้ดูแลสักคนนะอาเหมนะ//
“อาเหี้ยไร...เรียกพี่โว้ย”
//มึงจะเป็นอาหรือเป็นลุงมึงเลือกได้ นะเหมนะช่วยกูหน่อย กูอยากให้กะเพราได้เรียนมหาวิทยาลัยที่เขาอยากเรียน ให้กูได้ทำเพื่อลูกหน่อยนะ...นาน ๆ ทีก็จะสำนึกทำสิ่งดี ๆ มึงส่งเสริมกูหน่อยเถอะ//
ครั้งนี้เป็นเหมราชที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อยากจะประกาศถามว่าฝ่ายบุคคลอยู่ที่ไหน เขาจะไปลาออกจากการเป็นเพื่อนพลเมืองเดี๋ยวนี้
//ลินจะให้ลูกกลับไปเรียนต่างจังหวัด มหา’ลัยก็จะเปิดเทอมแล้ว จะไปหาที่เรียนทันได้ไง ไม่งั้นก็ต้องรอสอบใหม่ปีหน้า มึงไม่สงสารเด็กเหรอวะอุตส่าห์ตั้งใจสอบจนติด คิดซะว่าทำเพื่ออนาคตของชาตินะมึงนะ//
กูสงสารตัวเอง เหมราชพูดในใจ ไม่ได้เอ่ยออกไปให้เพื่อนได้ฟัง สุดท้ายแล้วเสียงตื๊อแกมอ้อนวอนของพลเมืองก็ทำให้เหมราชใจอ่อนยอมตกปากรับคำที่จะดูแลลูกชายให้
//อนาคตของชาติก็เหมือนแสงสว่างการพัฒนาประเทศ เผื่อวันหน้าลูกกูได้เป็นศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เอาความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศชาติมึงก็จะได้บุญ//
“พล” เหมราชเดินออกมาจากลิฟต์แล้วเอ่ยทักทายเพื่อนที่ยืนอยู่กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หันหลังมาทางตน เหมราชเดาได้ไม่ยาก นั่นคงเป็นลูกชายของพลเมืองที่จะต้องมาอยู่กับตัวเอง“มาแล้ว...เพรา อาเหมมาละ สวัสดีอาเหมสิ”“สะ...” กะเพราหันกลับมาพร้อมยกมือไหว้ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอาเหมที่ต้องมาอยู่ด้วยก็ต้องเปลี่ยนท่าที ทั้งสองเมื่อได้เห็นหน้ากันก็ทำราวกับว่าเจอผี“ไอ้โรคจิต/ไอ้เด็กเวรพ่อไม่สั่งสอน” จากคำทักทายดุจญาติมิตรเปลี่ยนเป็นคำสบถจากทั้งคู่“พ่อ ผมไม่อยู่กับไอ้โรคจิตนี่นะ” กะเพราหันไปหาพลเมืองที่ยืนงงกับเหตุการณ์นี้อยู่“กูก็ไม่รับเลี้ยงเด็กพ่อไม่สั่งไม่สอนแบบนี้นะ นี่แหละไอ้เด็กเวรที่กูเล่าให้มึงฟัง...อย่าบอกว่ามันเป็นลูกมึงนะ”เหมราชชี้หน้ากะเพรา คนที่ถูกต่อว่านึกโมโห อ้าปากงับและกัดนิ้วที่ชี้หน้าอย่างแรงจนเหมราชดิ้นพล่าน“ไอ้เด็กเวร ไอ้เด็กพ่อไม่สอน...ปล่อยกู!!! ไอ้พล ไอ้เด็กนี่ลูกมึงใช่ไหม”“อื้ม...ไอ้ลูกพ่อไม่สอน ลูกกูเอง”“บอกมันปล่อยกู เจ็บ!!! โอ้ยยยยย”“เพรา ๆ ปล่อยลูกปล่อย พ่อสอนอันนี้พ่อสอน” พลเมืองดึงตัวลูกชายให้ออกห่างจากเหมราช“พ่อชั่ว พ่อไม่สอน”พลเมืองเถียงไม่ได้ซะด้วย เพราะตั้งแ
“ทะเลาะกันเลย อย่าหยุดนะ ใครหยุดแพ้” กะเพราเดินออกมาจากจุดนั้น เหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เป็น ทีแรกก็ลังเลใจ แต่เห็นสภาพตอนนี้แล้วไปอยู่กับคนอื่นคงจะดีกว่า กะเพราตัดสินใจแน่วแน่ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยนั้นให้ได้“ถ้าไม่เรียนก็ต้องเป็นคนดีแบบฟรี ๆ ดิวะ เรื่องไรล่ะ” กว่าจะสอบเข้าได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อุตส่าห์อดทนอ่านหนังสือไม่ออกไปขับมอเตอร์ไซค์เล่นกับเพื่อนตั้งหลายเดือน เรื่องอะไรจะยอมให้สูญเปล่า ต่อให้ต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อนพ่อชั่วคราวก็จะไป“ไปกันเถอะ” พลเมืองเดินตามลูกชายออกมา“พ่อกับแม่ทะเลาะกันเสร็จแล้วเหรอ” กะเพราถามแกมประชด ไม่มีใครถูกทั้งหมดในสมการนี้ พ่อและแม่ต่างผิดกันคนละส่วน“หยุดทำไมอะพ่อ แม่โยนแค่ฝาหม้อเอง ยังไม่เผาบ้านเลย”“เห็นแก่แกนั่นแหละ...พ่อยอมเขาหน่อยก็ได้ เดี๋ยวจะเปลี่ยนใจไม่ให้แกไปเรียนอีก ไปอยู่ที่นั่นละดี เดี๋ยวแม่แกผีออกก็หายเอง”“ครับ แต่ผมขอกลับมาเยี่ยมแม่ช่วงวันหยุดนะ”“เออ ตามใจ...ไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่แกตามมา”พลเมืองขับรถออกจากบ้านสวนมุ่งหน้าสู่คอนโดใจกลางเมืองของเหมราช การจราจรในเมืองใหญ่ช่วงเย็นค่อนข้างติดขัด กะเพรานึกสงสัยว่าใช้ชีวิตอยู่กันได้
“พี่ทำงานที่นี่เหรอคะ” หญิงสาวรูปร่างหน้าตาจัดว่าสะสวย เอ่ยถามเมื่อเห็นคนที่เธอเพิ่งไปออกเดตด้วยเดินออกจากตึกที่กำลังก่อสร้าง เหมราชอยู่ในชุดที่ต่างออกไปจากทุกวัน เพราะเสื้อดันไปเกี่ยวกับเหล็กจนขาด ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดธรรมดาก่อนชั่วคราว“ครับ” เหมราชพยักหน้ารับเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคำตอบของตัวเอง“มีอะไรรึเปล่า” เขาเอ่ยถามหญิงสาวคนที่เพิ่งออกเดตกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้เธอผ่านมาแถวไซต์งานของเหมราชจึงอยากจะแวะเข้ามาทักทาย แววตาหญิงสาวเปลี่ยนไป เธอเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงที่กำลังก่อสร้างอยู่อีกครั้ง ตึกนี้ก่อสร้างใหญ่โตมูลค่าคงไม่น้อย แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นหล่อก็จริงแต่กลับไม่ใช่อย่างที่เธอหวังเอาไว้ เธอกลับมามองที่เหมราชอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มแห้งออกมาอย่างฝืน ๆ“นึกว่าทำงานอะไร ที่แท้ก็คนงานก่อสร้าง...เป็นอาชีพที่ดีนะคะ อาชีพสุจริต แต่ขอตัวนะคะ”“หะ?” เหมราชไม่ทันได้โต้แย้ง เจ้าหล่อนรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากหน้าไซต์งานของเขา วิศวกรหัวหน้าฝ่ายมองหมวกนิรภัยสีขาวที่ถืออยู่ในมือ นึกขบขันแต่ก็ไม่คิดจะตามไปอธิบายให้เธอได้เข้าใจว่า หมวกสีขาวนี้มีเพียงวิศวกร หัวหน้างาน หรือระดับผู้บริห
“เออ ๆ โตจนมหา’ลัยแล้วคงไม่ต้องมานั่งป้อนข้าวป้อนนมเหมือนเด็กน่าจะไม่มีปัญหา แต่บอกไว้เลยนะ ถ้าดื้อกับกู กูเตะกลิ้งแน่”//เออ ลูกกูเป็นคนดี//“ก็ลองเหมือนไอ้เด็กเวรวันนี้สิ กูจะไล่ให้ไปนอนข้างถนนเลย ถึงจะเป็นลูกมึงก็เถอะ”//ไปเจออะไรมาวะ// พลเมืองนึกสงสัย ว่าเหมราชไปเจอใครมาถึงได้พาลหงุดหงิดมาจนตอนนี้ ทั้งที่โดยนิสัยก็ไม่ใช่คนใจร้อนหรือเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร//เด็กเวร พ่อไม่สั่งไม่สอน//ฮัดชิ่ว!!! พลเมืองขยี้จมูกเบา ๆ//สงสัยกูจะเป็นหวัด คันจมูกแปลก ๆ...ฮัดชิ่ว พูดต่อ ๆ//“มึงคิดดูเถอะ มันนั่งยังไงให้หมากฝรั่งติดตูด โตเป็นควายแล้วไม่รู้จักดู อยู่ ๆ เข้ามาต่อยหน้ากู แม่งยังเจ็บไม่หาย...หาว่ากูเป็นโรคจิตไปจับตูดมัน เด็กเวรพ่อไม่สั่งไม่สอน”ฮัดชิ่ว!!!!//มันไม่มีพ่อรึเปล่า เด็กเหลือขอเกเร...พ่อทิ้ง หรือเด็กมีปัญหารึเปล่า อย่าไปใส่ใจเลย//“เออ ถ้าพ่อมันทิ้งแล้วต้องกลายเป็นปัญหาสังคม...อืม...พ่อมันชั่วว่ะมึงว่าไหม”ฮัดชิ่ว!!!//กูว่ากูไม่ไหวละ ต้องไปกินยาก่อน แล้วเดี๋ยวอาทิตย์หน้าพากะเพราไปหา//“เออ กินยาด้วย...แค่นี้แหละ”ยามเย็นหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าบ้านสวนก็เงียบสงบ ไม่ได้วุ่นวายเหมือนย่า
“ทำไมวะ เลิกกันไปนานแล้วไม่ใช่เหรอวะ ถ้ากูจำไม่ผิด จำได้ว่าพ่อแม่เขากับมึงตกลงกันแล้วนี่ แล้วยังไงทีนี้” นั่นคือส่วนที่เหมราชรู้ แต่เรื่องมันผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว เขาก็จำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้//ที่จริงกูกับเขาติดต่อกันมาตลอด หมายถึงในฐานะพ่อของลูก แต่ไม่เคยจะคุยกันดี ๆ หรอก//“เออ แล้วยังไง”//ปีนี้ลูกกูอายุสิบเก้าปีแล้ว กำลังจะเข้ามหา’ลัย//“โอ้โห...ลูกหรือน้องชายวะ” เหมราชพูดติดตลก ตอนนี้พวกเขาอายุสามสิบห้า เป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระและมีรากฐานชีวิตแล้วพอสมควร ในขณะที่เพื่อนมีลูกชายโตขนาดนั้นแต่เขากลับเพิ่งเลิกกับคนรักไป จบกันไม่ดีเท่าไรแต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดที่มองหน้ากันไม่ได้ ฝ่ายนั้นพยายามจะตามง้อขอคืนดี แต่เหมราชกลับปฏิเสธไปเพราะเบื่อหน่ายกับการที่ต้องตามเอาใจใครสักคน//สอบติดมหา’ลัยใกล้คอนโดมึงอะ//“เออ ก็ดีนี่...แม่เขาอยู่ต่างจังหวัด มึงก็เอามาเลี้ยงเองดิ”//เรื่องมีอยู่ว่า...// พลเมืองเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดต่อ//บริษัทส่งกูไปประจำที่เวียดนาม เพิ่งรู้วันนี้เอง ถ้าปฏิเสธมึงก็น่าจะรู้ ไม่บีบออกก็ต้องถูกปลดสักวัน กูไม่พร้อมตกงานว่ะ//พลเมืองอยากให้ลูกชายมาอยู่กับตน แต่สถ
“มึง!!! ไอ้เหี้ย”ผัวะ!!!!! ใบหน้าของเหมราชหันตามแรงหมัดที่ลอยเข้ามาปะทะใบหน้า เขาเซถอยหลังรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลิ่นคาวคลุ้งขึ้นจมูก เหมราชยกมือขึ้นเช็ดมุมปากแล้วก้มลงมองเลือดที่ติดอยู่บนหลังมือ“นายมาต่อยฉันทำไมเนี่ย!” วิศวกรหนุ่มเอ่ยถามด้วยโทสะ อยู่ ๆ ก็ถูกต่อยจนปากแตก อย่าว่าแต่คนใจเย็น ต่อให้เขาถือศีลแปดอยู่ก็ตบะหลุดได้ในตอนนี้“มึงควรโดนมากกว่านี้อีก ไอ้โรคจิต” เด็กหนุ่มชี้หน้าด่าเขา“นี่มันจะมากไปแล้วนะ”“มากไปเหรอ มึงจับตูดกูไม่มากกว่ารึไง”กะเพราหรือพลวัฒน์ ง้างหมัดขึ้นตั้งท่าจะต่อยเหมราชอีกสักหมัดสองหมัดให้หายหงุดหงิดที่ถูกอีกฝ่ายลวนลามจับก้นตัวเอง“หยุดนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจริง ๆ”“แจ้งมาเลย ไอ้โรคจิต”“นายมีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหาว่าฉันจับก้นนาย นายเองรึเปล่าที่โรคจิต...นี่เป็นมิจฉาชีพใช่ไหม อยากได้เงินใช่ไหม” เหมราชส่ายหน้าเบา ๆ ดูแล้วการแต่งตัวก็ไม่ได้แย่ แต่ไม่น่าเป็นมิจฉาชีพไปได้ สมัยนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ อยากได้เงินก็เสแสร้งแกล้งแสดงตัวเป็นผู้เสียหาย เด็กสมัยนี้น่ากลัว ไม่ได้ใสซื่อเหมือนสมัยที่เขาเติบโตมา“ไอ้โรคจิต พอโดนจับได้แล้วก็ไม่ยอมรับ เฉไฉไปเรื่อ







