Masukซ่งลี่ถิงที่ในตอนนี้เปลี่ยนมาใช้แซ่ตามแซ่ของบิดาที่แท้จริง กลายเป็นหยวนลี่ถิง กำลังทอดมองไปยังพื้นที่ไร่ชาที่กินพื้นที่เกินกว่าครึ่งหุบเขาแห่งนี้หากจะพูดไปแล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ราวกับความฝันจริงๆ ในตอนที่นางเข้ามาอยู่ในร่างของลี่ถิง ในตอนนั้นร่างนี้ยังเป็นเพียงแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ ทั้งยังถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เรื่องราวที่สลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นทำให้นางอดที่จะถอนหายใจออกมามิได้เริ่มจากที่มารดาของลี่ถิงถูกองค์หญิงหนานเซียนที่เป็นพระชายาเอกของเย่าอ๋องซึ่งเป็นคนรักตามล่า ต่อมาเย่าอ๋องจึงได้นำมารดาของนางมาฝังให้จวนซ่งอันโหวดูแล โดยอาศัยบุญคุณที่เย่าอ๋องเคยช่วยชีวิตเอาไว้ ก่อนจะให้มารดาของนางแต่งงานปลอมๆแล้วเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลซ่งแต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้ เพราะชีวิตในเรือนหลังของจวนตระกูลซ่งเองก็มิได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะมีแม่สามีที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ฮูหยินรองของสามีที่เป็นหลานสาวห่างๆของแม่สามีที่ใจแคบทำให้สองแม่ลูกที่อาศัยอยู่ในจวนไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น ในตอนที่รู้ความฐานะที่แท้จริงของร่างนี้ นางเองก็รู้สึกโกรธแค้นบิดาที่แท้จริงของร่างนี้อยู่ไม่น้อย เป็นเพราะเ
"นังแก่นี่คือคนที่เจ้าส่งไปเพื่อกำจัดข้างั้นหรือ นางยอมรับความจริงหมดแล้ว ทั้งยังมีเอกสารลงลายมือชื่อ ยอมรับผิดเรื่องราวต่าง ๆ เอาไว้ครบถ้วน เช่นนั้นก็หมดประโยชน์" ซ่งลี่ถิงดึงกระบี่ขององครักษ์ที่อยู่ไม่ไกลจากนางก่อนจะเชือดเข้าที่ลำคอของจางมาหม่า เลือดของนางกระเด็นไปไกลจนถูกร่างของหนิงเหมยและฮูหยินผู้เฒ่าสตรีเหล่านั้นส่งเสียงกรีดร้องออกมาราวกับเสียสติ ซ่งลี่ถิงให้คนของนางจัดการบ่าวรับใช้ข้างกายของจางมาหม่า ในวิธีการเช่นเดียวกัน ทำให้ยิ่งเพิ่มเสียงกรีดร้องโหยหวนได้มากยิ่งขึ้นหญิงสาวกลับมานั่งที่เดิม ก่อนจะรับผ้าเช็ดมือจากสาวใช้มาแล้วเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นถูกร่างของนางอย่างใจเย็น แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ"สิ่งที่เป็นของข้า รีบนำออกมากองตรงนี้ให้หมด ข้าให้เวลาพวกเจ้าแค่หนึ่งชั่วยาม หาไม่แล้วข้าจะเผาจวนแห่งนี้ทิ้งซะ!"ซ่งลี่ถิงไม่ได้ต้องการแค่ขู่ แต่นางกล้าที่จะทำจริง ๆ อย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่ความผิดที่สตรีทั้งสองเคยทำไว้กับนางนั้นต่อให้ถูกสับเป็นหมื่นชิ้นก็ยังไม่สาสมหนิงเหมยมีท่าทีไม่ยินยอม ก่อนจะเอ่ยออกมาอีก"ในจวนแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นของมารดาเจ้าทั้งนั้น เจ้าก็แค่ขู่ เ
หลังจากที่ซ่งลี่ถิงกลับมาถึงเมืองหลวงแคว้นอู่ได้ไม่กี่วัน หลังจากที่เดินทางท่องเที่ยวล่องเรือมานานนับเดือน ก็ได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีของนางแว่วออกมา ก่อนจะสั่งการให้ไผ่อิงส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้ หากแต่สามีได้จัดการตรวจสอบเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อย ครั้งแรกที่ได้ยินข่าวลือนั่น ทำให้อู่ห่าวหรานโมโหจนควันออกหู เหล่าสตรีตระกูลซ่งนั่นรนหาที่ตายโดยแท้ เห็นทีคงจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้วกระมัง ในขณะที่เขากำลังจะก้าวขาออกจากวังเพื่อมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลซ่ง องครักษ์คนสนิทก็มารายงานเสียก่อนว่าในตอนนี้ ซ่งลี่ถิงได้เดินทางไปถึงที่นั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อู่ห่าวหรานได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะส่งองครักษ์ของเขาให้รีบติดตามไปในทันที พร้อมกับตัวเขาที่ก้าวขาขึ้นรถม้า แล้วให้จอดรถทิ้งระยะห่างออกไปไม่ไกลจากหน้าประตูจวน หากว่าภรรยาของเขาสู้กับคนเหล่านั้นไม่ไหว เขาจะได้พุ่งตรงเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันเวลา ทางด้านซ่งลี่ถิง เมื่อรับรู้ที่มาของข่าวลือ นางก็จัดแจงสั่งการให้คนของนางนำตัวนักโทษที่ถูกกักขังเอาไว้ที่คุกใต้ดินจวนอ๋องขึ้นมา พร้อมกับจับยัดใส่รถม้า แล้วมุ่
และเมื่อปลายชิวหาสัมผัสกับบ่อน้ำหวานก็ทำให้ร่างบางพลันสั่นสะท้าน สะโพกผายแอ่นขึ้นตามจังหวะเร่งเร้าของชายหนุ่มไม่หยุดความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสูงสุด ทำให้ปลายเท้าของนางเหยียดเกร็งพร้อมกับน้ำหวานที่พรั่งพรูออกมาจากปากถ้ำ ซ่งลี่ถิงหอบเหนื่อยสักพัก ก่อนจะมองเห็นสามีที่กำลังปลดเสื้อผ้าของตนเองออก พร้อมกับนั่งคุกเข่าเตรียมการที่จะปรนเปรอนางด้วยสิ่งที่ร้อนลวกสิ่งนั้นหญิงสาวไม่อาจเป็นคนเห็นแก่ตัวเฝ้ารอให้เขาปรนนิบัติอยู่ฝ่ายเดียว นางจึงลุกขึ้นแล้วใช้มือกอบกุมที่ส่วนนั้นของเขา ความใหญ่โตของมันที่หญิงสาวได้สัมผัสและใช้งานมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง มันทั้งแข็งสู้มือและร้อนลวกยิ่งนักปลายชิวหาของนางสัมผัสกับปลายแท่งหยกอันร้อนลวก ความแข็งขืนและใหญ่โตของมัน ทำให้นางต้องใช้มือทั้งสองเพื่อกอบกุม แล้วค่อย ๆ ลิ้มชิมรสส่วนปลายอย่างใจเย็น"อ๊า ถิงถิง ช่างดีเหลือเกินภรรยาข้า"อู่ห่าวหรานไม่เอ่ยเปล่ามือทั้งสองข้างของเขายังจับที่ศีรษะเล็กของภรรยาก่อนจะลูบไล้ไปมาเบา ๆ และเมื่อหญิงสาวเริ่มครอบครองแท่งหยกของเขาด้วยริมฝีปาก พร้อมกับรูดขึ้นรูดลงเป็นจังหวะ ด้วยกลัวว่าภรรยาจะรู้สึกเมื่อยคอ เขาจึงได้ใช้มือหนาทั้งสองข้างเ
"พวกเจ้าเร่งเก็บของเร็วเข้า อย่าได้ชักช้า" ซ่งลี่ถิงที่ได้รับแจ้งจากสาวใช้ว่าสามีให้นางแต่งตัวสวย ๆ เพราะเขาจะพานางไปกินลมชมวิว ล่องเรือ หญิงสาวเลือกสวมชุดผ้าแพรพลิ้วไหวสีฟ้าสดใส ก่อนจะเดินออกมาด้านหน้าจวนแล้วพบกับอ้ายฉิงที่กำลังสั่งการให้บ่าวรับใช้ขนข้าวของขึ้นรถม้า ซ่งลี่ถิงได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพียงแค่ไปล่องเรือเหตุใดต้องเตรียมข้าวของไปมากมายถึงเพียงนี้ด้วยเล่า มิใช่ว่าไปเช้าเย็นกลับหรอกหรือ "เหตุใดต้องนำข้าวของไปมากมายถึงเพียงนี้ด้วยเล่า" องครักษ์หนุ่มหันมาก่อนจะเอ่ยตอบหญิงสาวอย่างสุภาพ"เรียนพระชายา เป็นคำสั่งของท่านอ๋องขอรับ""ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านอ๋องสั่งเถิด แล้วท่านอ๋องของเจ้าอยู่ที่ใดกัน""ท่านอ๋องแวะไปจัดการธุระบางอย่างตั้งแต่เช้าตรู่ขอรับ ทรงให้พระชายาล่วงหน้าออกไปรอที่ท่าเรือได้เลยขอรับ""เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถิด""ขอรับ"ขบวนรถม้าของจวนอ๋องพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้มากมาย มุ่งหน้าสู่ท่าเรือ หนานอ๋องได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาทให้ใช้เรือลำใหญ่ของราชวงศ์ในการพาพระชายาท่องเที่ยวในครั้งนี้ชายหนุ่มจึงได้วางแผนเอาไว้ว่าจะพาภรรยาล่องเรือ
หนึ่งปีผ่านไปแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องที่ซ่งลี่ถิงและอู่ห่าวหรานกำลังหลับพักผ่อนอยู่อย่างมีความสุข หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองสามีที่โอบกอดนางจากด้านหลัง พลันให้หวนคิดไปถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งปีก่อนย้อนกลับไปหนึ่งปีก่อน เหตุการณ์ช่วงที่ซ่งลี่ถิงถูกจับตัวไป ในตอนสุดท้ายที่นางพลัดตกจากหน้าผาสูงชัน ก่อนที่ร่างของสามีจะกระโดดตามนางลงไป หญิงสาวคิดว่าตนเองจะต้องตายไปพร้อมกับสามีในตอนนั้นเสียแล้ว ในขณะที่น้ำตากำลังหลั่งไหลและหัวใจของนางกำลังซาบซึ้งใจอยู่นั้นอยู่ ๆ มือหนาของอู่ห่าวหรานก็คว้าเข้ากับเถาวัลย์เส้นใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ โรยตัวลงไปยังซอกหินที่อยู่ระหว่างหน้าผา ตรงนั้นมีถ้ำเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ หัวใจที่ขมขื่นขณะคิดว่าตนเองกำลังจะตายแล้วกลับรู้สึกราวกับฝัน ทั้งยังรอดตายราวกับปาฏิหาริย์ "ท่านอ๋อง! นะ นี่ พวกเราจะไม่ตายแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" ดวงตาทอประกายของซ่งลี่ถิงทำให้อู่ห่าวหรานได้แต่ยกยิ้มก่อนจะเอื้อมมือรั้งเอาร่างบางเข้ามากอด"ใช่แล้ว โชคดีนักที่ตรงนี้มีเถาวัลย์อยู่ทั้งยังมีชะง่อนหินเช่นนี้""สวรรค์ทรงคุ้มครองแล้ว""หึหึ ถูกต้อง""แต่ว่า แล้วเราจะขึ้นไปได้







