LOGINหลิวเมิ่งหรันอุ้มบุตรชายเข้ามาในเรือนก่อนจะนั่งลงบนเตียงแล้วเริ่มให้บุตรดื่มนมจากเต้าของนาง ความรู้สึกที่เป็นมารดาเช่นนี้ทำให้หญิงสาวลืมเลือนทุกสิ่งไปชั่วขณะ ลืมเลือนแม้กระทั่งเมื่อสักครู่นางพึ่งเขียนจดหมายหย่าส่งให้กับสามี
หยางลู่ชิงมิใช่บุรุษใจดีหรืออ่อนโยน ในความทรงจำของร่างเดิมชายหนุ่มติดจะเย็นชาเสียด้วยซ้ำ ทำให้นางนึกถึงชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหลิวเมิ่งหรันจึงนึกภาพใบหน้าของผู้เป็นอดีตสามีของร่างเดิมไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามนึกเพียงใดร่างเงาที่เห็นก็ไม่เคยชัดเจนเลยสักครั้ง จนนางล้มเลิกที่จะพยายามนึกถึง
หลันมามาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเอ่ยกับผู้เป็นนาย
"คุณหนู แล้วพวกเราจะทำเช่นไรกันต่อเจ้าคะ"
"ในเมื่อเจ้าของเรือนไล่แล้ว เหตุใดเราต้องอยู่ต่อด้วยเล่า"
"คุณหนูหมายถึง..."
"พวกเราจะย้ายออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด หลันมามาไปตามเสี่ยวจูมาช่วยกันเก็บข้าวของเถิดและแจ้งให้ท่านหานเข่อไปเตรียมเช่ารถม้ามาเพิ่มอีกสักสองคันเถิด"
"เจ้าค่ะ... คุณหนูคิดไว้แล้วหรือยังเจ้าคะว่าจะไปที่ใด"
"หยางโจว โชคดียิ่งนักที่วันก่อนที่ข้าเข้าเมืองหยางโจวนั้น ข้าได้ติดต่อซื้อเรือนไว้หลังหนึ่ง ช่างเหมาะเจาะยิ่งนักราวกับว่าทุกอย่างทุกเตรียมไว้พร้อมการนี้"
"โธ่ คุณหนูของบ่าว" เมื่อกล่าวกับหลันมามาแล้วหญิงสาวก็หันไปหาเสี่ยวจู ก่อนจะเอ่ยกับเสี่ยวจูเรื่องของพี่สาวเหลียน
"เสี่ยวจู เจ้าไปสอบถามกับพี่สาวเหลียนสักหน่อยเถิด ว่านางยินดีจะไปหยางโจวกับข้าหรือไม่ ข้าจะย้ายไปอยู่ที่นั่น นางจะมีงานมีเงินเดือน หากว่านางต้องการไปกับเราก็ให้นางเก็บของเสียแล้วเดินทางพร้อมกันในวันพรุ่งนี้เสียเลย"
"เจ้าค่ะฮูหยิน"
"คุณหนู ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ อย่างไรนางก็เป็นคนหมู่บ้านตระกูลหยาง"
"มิเป็นอันใดหรอก ข้าได้ข่าวว่าสามีของนางเข้าสู่สนามรบจนป่านนี้ผ่านมาหลายปีก็มิมีข่าวคราว ทั้งตัวนางเองก็มีบุตรถึงสองคนแล้วยังเจ็บป่วยง่าย หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่าสักวันคงได้เกิดเรื่องไม่ดีเป็นแน่"
"เช่นนั้นก็เอาตามที่คุณหนูเห็นควรเถิดเจ้าค่ะ บ่าวพร้อมที่จะสนับสนุนท่านเจ้าค่ะ"
"ข้าต้องขอบคุณหลันมามายิ่งนักที่เข้าใจข้า"
"หามิได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะรีบไปเก็บข้าวของของพวกเราเจ้าค่ะ"
"ท่านรีบไปเถิด"
หลิวเมิ่งหรันนั้นมีเคยเป็นกำพร้ามาก่อน และเข้าใจความหิวโหยดีว่ามันทรมานเพียงใด บางวันเพียงน้ำได้ดื่มน้ำจากก๊อกน้ำสาธารณะเพื่อประทังชีวิตก็ดีถมเถไปแล้ว
เสี่ยวจู่ที่ได้รับหน้าที่ไปชักชวนเหลียนอี้หลานให้ไปอยู่ด้วยกัน หญิงสาวก็มุ่งบ้านไปที่เรือนของเหลียนอี้หลานในทันที เมื่อไปถึงก็บอกเล่าเรื่องราวที่ฮูหยินชวนนางไปอยู่เสียด้วยกันที่หยางโจว มีที่พักมีเงินเดือน จะได้มิต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป เพราะเสี่ยวจูเป็นคนค่อนข้างฉลาด จึงได้เอ่ยอีกว่า นางจะให้ฮูหยินทำสัญญาซื้อขายแบบไม่ขายขาด หากยามใดที่พวกเขาต้องการไปมีชีวิตเป็นของตนเองก็สามารถไถ่ตัวเองออกไปได้ทันที เหลียนอี้หลานที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของหยางฮูหยินอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งรู้สึกดีกับหญิงสาวขึ้นไปอีก ก่อนจะเอ่ยปากตกลงในทันโดยมิคิดให้มากความ เมื่อเจรจากันจบเสี่ยวจูก็กลับมายังเรือนเพื่อช่วยหลันมามาเก็บข้าวของ ส่วนเหลียนอี้หลานก็ตรงไปยังบ้านของท่านผู้เฒ่าที่เป็นผู้นำหมู่บ้านเพื่อบอกกล่าวอีกฝ่ายไว้เสียหน่อย หากว่าวันหนึ่งสามีของนางกลับมาเขาจะได้รับรู้ว่านางนั้นอยู่ที่ใด
และเมื่อเหยาเสียนชุนรับรู้ว่าเหลียนอี้หลานจะไปอยู่กับหยางฮูหยิน อีกฝ่ายก็มิได้ขัดข้องอันใดเพราะหญิงสาวเป็นเพียงสตรีทั้งยังมีบุตรถึงสองคน เขาเข้าใจความยากลำบากของอีกฝ่ายดี หากไปอยู่กับหยางฮูหยินคนทั้งสามคงจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อนจะเอ่ยอวยพรสองสามประโยคแล้วเหลียนอี้หลานก็ขอตัวกลับเรือนเพื่อมาเก็บข้าวของ
ทั้งสามคนแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของก่อนจะรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อตื่นเช้ามาก็รีบนำข้างของที่มีอยู่ไม่กี่อย่างใส่ย่ามสะพายแล้วออกมายืนรออีกฝ่ายตั้งแต่เช้ามืดที่หน้าประตูจวน เพราะนางเกรงว่าจะรบกวนฮูหยินน้อยจึงได้พาบุตรทั้งสองนั่งรอจนกระทั่งท่านหานเข่อ องครักษ์ของหลิวเมิ่งหรันเปิดประตูออกมาพบเข้า
"แม่นางเหลียนเหตุใดเจ้าจึงมานั่งอยู่ตรงนี้เล่า มิเคาะประตูเรียกให้คนมาเปิด"
"ท่านองครักษ์ คือข้าเกรงใจเจ้าค่ะ อีกอย่างข้ากับลูกๆก็พึ่งมาถึงก่อนหน้าไม่นานเท่านั้น"
"เช่นนั้นก็เข้ามาด้านในก่อนเถิด"
หลิวเมิ่งหรันเองก็นอนมิหลับจึงได้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืดและสั่งให้หานเข่อและหานซัวขนย้ายข้าวของจนเสร็จเรียบร้อย ในขณะที่กำลังจะให้เสี่ยวจูไปตามเหลียนอี้หลาน อีกฝ่ายก็มาพอดี หลิวเมิ่งหรันยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง
"พี่สาวเหลียนและเด็ก ๆมาแล้วหรือ พวกท่านทานอันใดรองท้องมาแล้วหรือไม่"
"พวกเรากินหมั่นโถวมาแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินอย่าได้เป็นห่วง" เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ พลันสายตาของหลิวเมิ่งหรันก็หันไปเห็นเด็กน้อยจงจื่อเว่ยที่ถือหมั่นโถวเย็นชืดเอาไว้ในมือแน่น ก่อนจะหันไปส่งเสี่ยวจู
"เสี่ยวจูเจ้านำซาลาเปามาให้เด็ก ๆทานรองท้องหน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะหิว"
"เจ้าค่ะคุณหนู"
ซาลาเปาร้อนๆห้าลูกบรรจุลงในกล่องไม้อย่างดีถูกยื่นส่งไปให้เด็ก ๆทั้งสองคน แต่เด็กทั้งสองไหนเลยจะกล้ารับ ได้แต่มองตามกล่องไม้อย่างอาลัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของมารดา หลิวเมิ่งหรันที่เห็นเช่นนั้นก็เกิดเอ็นดูเด็กทั้งสองก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เจ้าทั้งสองรับไปเถิด อีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงหยางโจวประเดี๋ยวจะหิวกันเสียก่อน"
"พวกเจ้ารีบขอบคุณฮูหยินน้อยเร็วเข้า" เมื่อได้ยินมารดาเอ่ยขึ้นเช่นนั้น แววตาของเด็กทั้งสองก็เกิดประกายด้วยความยินดี ก่อนจะเอื้อมมือออกมารับกล่องไม้ที่บรรจุซาลาอยู่ถึงห้าลูกไปถือไว้ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณฮูหยินน้อยขอรับ/ขอบคุณเจ้าค่ะ"
เหลียนอี้หลานที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของบุตรทั้งสองก็รู้สึกสะเทือนใจยิ่งนัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหลิวเมิ่งหรัน ฮูหยินน้อยช่างดีกับนางและบุตรทั้งสองเหลือเกิน ชาตินี้นางคิดไว้ว่าจะติดตามคอยรับใช้อีกฝ่ายไปตลอดชีวิตไม่มีวันหักหลังนางเป็นอันขาด ก่อนจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"ขะ ขอบคุณฮูหยินน้อยมากเจ้าค่ะ"
"เอาเถิด เวลาไม่เช้าแล้ว เรารีบเดินทางกันเถิด ประเดี๋ยวสายแล้วแดดจะร้อน"
รถม้าคันใหญ่ของคันบรรจุข้าวของจนเต็ม หานเข่อและหานซัวทำหน้าที่บังคับม้ากันคนละคัน พี่สาวเหลียนและบุตรทั้งสองนั่งคันที่สอง ส่วนนางกับบุตรชายและหลันมามา เสี่ยวจู นั่งคันแรก
รถม้าทั้งสองคันเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านตระกูลหยาง หลิวเมิ่งหรันมองดูสถานที่ที่นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในครั้งแรกก็อดใจหายมิได้ ในตอนแรกนางเพียงหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับบุตรชาย แต่แล้วเหตุการณ์ก็มิได้เป็นอย่างที่หวัง สามีของร่างเดิมนั้นช่างเย็นชายิ่งนัก แต่เดิมทั้งคู่ก็แต่งงานกันโดยที่ชายหนุ่มมิได้เต็มใจแม้แต่น้อย ในความทรงจำของร่างเดิมนั้นทำให้นางได้รับรู้เรื่องราวบางอย่าง
ในงานเลี้ยงตระกูลหยางบังเอิญว่าหลิวเมิ่งหรัน แอบไปได้ยินแผนการอันร้ายกาจของสตรีผู้หนึ่งเข้า นางต้องการวางยาปลุกกำหนัดชายหนุ่ม ก่อนจะทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธนางและแต่งนางเข้าจวน แต่หลิวเมิ่งหรันที่แอบรักชายหนุ่มมาก่อนหน้าทำให้อดห่วงชายหนุ่มมิได้ ในขณะที่หญิงสาวต้องการจะช่วยเขาแต่กลับกลายเป็นเข้าไปตกหลุมพรางเสียเอง ก่อนที่คนทั้งคู่จะได้เสียกัน หลิวเมิ่งหรันพยายามที่จะอธิบายเรื่องราวความจริงให้หยางลู่ชิงได้รับรู้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมิรับฟังสิ่งใดเลย ด้วยเพราะตลอดมาหญิงสาวก็มีพฤติกรรมไม่บริสุทธิ์ใจอยู่ก่อนแล้ว ยามเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงยากที่จะเชื่อถือคำพูดได้
หลังจากนั้นหญิงสาวก็ได้แต่งเข้าจวนตระกูลหยางสมใจ ท่ามกลางสีหน้ามืดครึ้มของสามีที่ไม่แม้แต่จะเหลียวแลนางเลยสักนิด ชายหนุ่มทั้งเย็นชาและใจร้าย เขามักจะกล่าววาจาร้ายๆกับนางเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส
แต่ตัวหลิวเมิ่งหรันนั้นสามารถเข้าใจได้ เพราะนางเขาเองจึงได้พลาดโอกาสที่จะตบแต่งกับหญิงสาวที่ตนเองรักและเพราะนางทำให้เขาพลาดโอกาสนั้นไป หากเขาจะเกลียดนางก็คงมิแปลกอันใด
สิบห้าปีผ่านไปจากเด็กน้อยขี้งอแงในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวงามสะพรั่งในวันนี้ หยางอันหนิงบุตรสาวคนเล็กของหลิวเมิ่งหรันและหยางลู่ชิง จากเด็กน้อยสู่หญิงสาววัยสิบห้าปีที่พึ่งผ่านวัยปักปิ่นไปหมาดๆเมื่อสามเดือนก่อนหลังจากงานปักปิ่นได้ไม่นานเหล่าแม่สื่อทั่วทั้งหยางโจวต่างต่อแถวเข้ามาเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหยาง หยางลู่ชิงผู้เป็นบิดาทำได้เพียงปฏิเสธเทียบเชิญครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหลิวเมิ่งหรันในวัยสามสิบห้าปีที่ยังคงงดงามราวกับหญิงสาววัยแรกแย้มไม่เปลี่ยน เป็นเพราะนางดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ผิวขาวๆที่แม้จะอยู่กับลมทะเลก็ยังคงขาวเนียนราวกับหิมะอยู่เช่นเดิม"ทั้งหยางโจวไม่มีบุตรสาวบ้านอื่นแล้วหรืออย่างไร เหตุใดพวกแม่สื่อเหล่านั้นจึงได้สนใจหนิงเอ๋อร์ของข้านัก" เสียงหยางอยู่ชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ภรรยาคนงามที่กำลังอาบน้ำอยู่หลังฉากกั้นถึงกับหัวเราะออกมา"ก็ใครใช้ให้บุตรสาวของท่านงดงามนักเล่า""หึ หากเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะปิดเกาะแห่งนี้ ห้ามคนเข้าออกเสียให้สิ้นเรื่อง" หลิวเมิ่งหรันทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอากับความ
"ท่านพี่ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ""หืม ทำไมจะไม่ดีเล่า""หากว่า บุตรชายกับบุตรสาวของท่านรู้เข้า จะต้องโกรธท่านมากเป็นแน่""หึหึ ไม่หรอก เจ้าอย่าได้คิดมาก เป่าเกอกับหนิงเอ๋อร์โตแล้ว เจ้ากับพี่ควรหาความสุขใส่ตัวบ้าง" หลิวเมิ่งหรันมองดูสามีอย่างไม่ไว้ใจ คำพูดสวยหรูของเขาก็เพียงเพื่อให้นางตายใจ ก่อนจะลักกินเต้าหู้นาง"ข้ารู้นะว่าท่าน กำลังคิดสิ่งใดอยู่""โธ่ น้องหญิง ตั้งแต่เจ้าคลอดอันหนิงเจ้าก็ไม่มีเวลาให้พี่เลยเพราะต้องดูแลเด็ก ๆทั้งสอง ตอนนี้อันหนิงได้เจ็ดขวบ ส่วนเป่าเกอก็อายุได้สิบสองแล้ว ถึงเวลาที่เราสองผัวเมียจะได้ท่องเที่ยวบ้าง""ข้ออ้างชัดๆ" หลิวเมิ่งหลันทำสีหน้าระอาใจอย่างที่สุด"น้องหญิงล้วนรู้ใจพี่ที่สุด" หยางลู่ชิงประสานมือทั้งสองข้าง ก่อนจะทำท่าทางคารวะผู้เป็นภรรยา"ท่านมันบุรุษไร้ยางอาย" หญิงสาวกล่าวบ่นสามีอย่างไม่จริงจังนัก และที่ ๆ เขาพาหญิงสาวมานั่นก็คือน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่บนเกาะหลันเหลียน อาจเป็นเพราะที่นี่ต้องเดินทางขึ้นมาอีกค่อนข้างไกลจึงได้ตกสำรวจไปอย่างไม่น่าเชื่อ รอบ ๆน้ำตกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ป่านานาชนิด
ตลอดเวลาที่อี้หลานมองดูบุรุษผู้นั้น ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของนางตลอดเวลาจึงได้ทันมองเห็นสายตาของนางอย่างชัดเจน ก่อนจะสามารถคาดเดาได้ว่าบุรุษผู้นั้นคงจะเป็นสามีที่ขาดการติดต่อของนางเป็นแน่ แต่เพราะหญิงสาวไม่ต้องการเอ่ยถึงเขาก็จะไม่กล่าวถึงมันเช่นกันหญิงสาวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหลิวเหลียน เมื่อหลงจู๊เห็นนางก็รบเดินออกมาต้อนรับทันที"เหลียนมามา ท่านมาถึงที่นี่มีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ""ท่านหลงจู๊ข้าเพียงแวะมาทำธุระให้ฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นเจ้าค่ะ มิกล้ารบกวนท่าน" อี้หลานส่งกระดาษเมนูอาหารที่ต้องเน้นสมุนไพรให้กับหลงจู๊เพื่อที่จะนำกลับไปให้ฮูหยินผู้เฒ่า"ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อครัวจัดการให้ ท่านนั่งรอสักครู่เถิด ข้าจะให้เส่ยวเอ้อร์นำน้ำชามาให้""ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านแล้ว""มิได้ๆ" อี้หลานหันมาหาชายหนุ่มที่เดินตามนางเข้ามา"วันนี้ท่านหานซัว ว่างหรือเจ้าคะ""อืม ข้าเพียงแวะขึ้นฝั่งมาทำธุระให้นายท่านนะ""อ๋อ เป็นเช่นนั้นเอง""เสียดายที่มิได้พาเด็ก ๆ มาด้วย พวกเขาบ่นคิดถึงท่านกันใหญ่" เหลียนอี้หลานมองเห็นรอยยิ้มในยามที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงบุตรชายบุตรสาวของนาง ภายในใจก็ร
หลังจากวันนั้นที่อะคิโตะพบกับเสี่ยวจูนั่งร้องไห้ที่โขดหิน ก็ดูเหมือนชายหนุ่มจะเจตนาแวะเวียนมาให้นางเห็นหน้าบ่อยขึ้น ทั้งยังพยายามที่จะเข้าหาและสนทนากับนางอยู่หลายครั้ง แต่เสี่ยวจูนั้นเจียมตนเองอยู่เสมอจึงได้หลีกเลี่ยงที่จะอยู่กันตามลำพังกับชายหนุ่มทุกครั้งที่เขาขึ้นฝั่งก็มักจะมีของฝากมาถึงหญิงสาวทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปิ่นปักผมต่างหู กำไลหยก และที่ไม่เคยขาดสักครั้งก็คงจะเป็นขนมและของกินต่าง ๆ เพราะอีกฝ่ายนั้นรู้ดีว่าหญิงสาวนั้นชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจเพียงใด จึงได้วางแผนว่าจะล่อลวงหญิงสาวด้วยอาหารนี่ละ เป็นหนทางที่ดีที่สุดและในวันนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มแวะมาทานอาหารที่เหลาก่อนจะมองหาร่างบางของเสี่ยวจูแต่ก็ไร้เงา ก่อนจะพบกับหลิวเมิ่งหรันที่กำลังเดินเข้ามาทักทายเขา"อะคิโตะ วันนี้ท่านมาทานอาหารอีกแล้วหรือ" หลิวเมิ่งหรันแกล้งเอ่ยล้อชายหนุ่มในขณะที่สายตาขออีกฝ่ายกำลังมองหาใครบางคน"ท่านกำลังมองหาเสี่ยวจูหรือ วันนี้นางไม่อยู่หรอก""นางไปไหนงั้นหรือ" หลิวเมิ่งหรันนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม ก่อนจะยกยิ้มล้อเลียนอีกฝ่าย ทำให้ชายหนุ่มได้แต่เกาท้ายทอยอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก"นางขึ้นฝั่งไปกับเป่าเกอน่ะ
"ท่านพี่ เหตุใดใยท่านต้องเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของเป่าเกอถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ""ได้อย่างไรกัน หรือเจ้าเห็นว่าคำพูดของลูกมิสำคัญต่อเจ้า" หลิวเมิ่งหรันได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะกลอกตาไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายที่จิ้งจอกตัวนี้ จ้องแต่จะจับนางกินอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ได้ยินคำอธิษฐานของบุตรชายในคืนเทศกาลปล่อยโคมไฟ หยางลู่ชิงก็มิเคยปล่อยให้ภรรยาเช่นนางได้พักผ่อนเลยแม้แต่คืนเดียว ทั้งยังร่ำร้องที่จะเสกเด็กเข้าท้องนางอยู่ทุกค่ำคืน"ท่านนี่ ช่างเป็นบุรุษไร้ยางอายยิ่งนัก""พรุ่งนี้เราไปพักที่เรือนริมผากันเถิด พี่อยากจะมีเวลาอยู่กับเจ้าตามลำพัง""ท่านยังไม่พออีกหรือเจ้า"หยางลู่ชิงที่กำลังกอดก่ายภรรยาอยู่บนเตียงกำลังเล้าโลมนางด้วยริมฝีปาก ก่อนจะไล่จุมพิตไปตามท้ายทอยและแผ่นหลังเนียนขาว ทำเอานางรู้สึกขนลุกขนชนหลังจากที่พึ่งเดินทางสู่ปลายฝันไปแล้วหลายคราในคืนนี้"อื้อ ท่านพี่ พอแล้วเจ้าคะ""อีกรอบได้หรือไม่""อ๊ะ ไม่เจ้าค่ะ พอได้แล้ว""น่า นะ อีกรอบก็แล้วกัน" หยางลู่ชิงพลิกร่างของภรรยาให้หันกลับมาก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของนางแล้วจับขาเรียวท
หลิวเมิ่งหรันมองดูการค้าของตนเองค่อยเจริญเติบโตไปเรื่อยอย่างมีความสุข ผู้คนมากมายต่างมีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเอง ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นอาณาจักรของนางอย่างแท้จริงบิดามารดากลับไปหลังจากงานเทศกาลปล่อยโคมไฟไม่กี่วัน และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยนั่นก็คือแม่ทัพหลิวบิดาของนางตั้งใจจะกลับไปเขียนจดหมายขอลาออกจากราชการ และจะพามารดาของนางมาอยู่ที่เกาะหลันเหลียนด้วยกัน หลิวเมิ่งหรันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นางตื่นเต้นมากจนคิดที่จะเริ่มสร้างเรือนใหม่ที่งดงามไว้รอคนทั้งสองแล้ว แบบเรือนต่าง ๆถูกออกแบบมามากมายจนนางไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงจำเป็นต้องเชิญสามีให้มาช่วยตัดสินใจก๊อก ก๊อก ก๊อก"เข้ามาได้" ภายในห้องทำงานชั้นสามบนเหลาอาหารหลันเหลียนบนเกาะหลันเหลียน หยางลู่ชิงมองดูภรรยาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกแบบเรือนที่จะสร้างให้แก่บิดามารดาอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วโน้มตัวลงมองลวดลายในกระดาษ แต่เพราะใกล้กันจนเกินไปทำให้หลิวเมิ่งหรันได้ยินเสียหัวใจของชายหนุ่มเต้น ดัง ตึกตัก ตึกตัก เป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ต่างจากนางที่ยามอยู่ใกล้สามีคราใดหัวใจจะเต้







