LOGINขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านจวนผู้ว่าก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าจวนที่หลิวเมิ่งหรันได้ทำการซื้อไว้เมื่อหลายวันก่อน สองผู้เฒ่าที่ขายจวนแห่งนี้ให้กับนางได้ออกเดินทางไปเมืองหลวงตั้งแต่หลังจากวันที่ทำการซื้อขาย ทำให้จวนทั้งหลังยังคงสะอาดเอี่ยม
"คุณหนูจวนแห่งนี้ดูดียิ่งนักเจ้าค่ะ" หลันมามาเอ่ยชมเมื่อเห็นว่าจวนแห่งนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างนี้ ทั้งยังกว้างขวางไม่แพ้จวนแม่ทัพที่เมืองหลวง เนื้อที่กว่าห้าสิบหมู่ ด้านหลังกว้างขวางไปจนสุดลูกหูลูกตา พร้อมเรือนอีกแปดหลัง ช่างใหญ่โตเสียจริง
"เป็นจวนของผู้เฒ่าสองสามีภรรยาน่ะ ทั้งคู่กำลังจะย้ายไปอยู่กับบุตรชายที่เมืองหลวงก็เลยขายจวนแห่งนี้" หลันมามาเห็นขนาดของจวนเลยรู้สึกหวั่นในใจว่าคุณหนูของนางต้องควักเบี้ยซื้อมันมาในราคาที่แพงอย่างแน่นอน หลิวเมิ่งหรันที่เห็นสายตาของแม่นมก็รับรู้ได้ทันที ก่อนจะกล่าวต่อ
"ข้าซื้อมันมาในราคาเพียงสองหมื่นตำลึงทองเท่านั้นเอง ถูกยิ่งนัก" หลันมามาได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนตาโต ก่อนจะกล่าวย้ำราคาเพื่อให้ตนเองแน่ใจอีกครั้งว่ามิได้หูฝาด
"สะ สองหมื่นตำลึงทองหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงได้ถูกถึงเพียงนั้น!" หลิวเมิ่งหรันหัวเราะเสียงเบาก่อนจะกล่าวต่อ
"ข้าเพียงบอกคนทั้งคู่ว่าเป็นหม้ายสามีทอดทิ้ง พอคนทั้งคู่ได้ฟังเรื่องราวของข้าก็เลยตกลงใจขายมันให้ข้าในราคาถูก" ที่นางกล่าวไปหาใช่ว่านางใช้อุบายเพื่อหลอกซื้อจวนนี้แก่คนทั้งสอง แต่ที่กล่าวไปนั้นล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นและตอนนี้ก็เป็นจริงตามที่ได้เคยกล่าวไว้เสียแล้ว ชีวิตแม่หม้ายต่อจากนี้ของนาง คงต้องเผชิญความลำบากอีกมากมายนัก โชคดีเหลือเกินที่นางยังมีคนเหล่านี้คอยอยู่เคียงข้างนาง
"โธ่ คุณหนูของบ่าว"
"เอาละ พวกเราเข้าเรือนกันเถิด ที่นี่มีทั้งหมดแปดเรือน แต่เรามีคนไม่มากนัก เช่นนั้น แบ่งเป็นสองเรือน เป็นเรือนสาวใช้ อีกเรือนเป็นเรือนบ่าวรับใช้ ส่วนเรือนครัวคิดว่าคงมีแยกไว้ต่างหากตรงมุมโน้น ส่วนข้าใช้แค่เรือนหลักก็พอ ส่วนข้าวของนี้ก็แยกไว้ที่เรือนเล็กข้างเรือนหลังทำเป็นเรือนเก็บสินเดิมก็แล้วกัน"
"เจ้าค่ะ/ขอรับ"
"ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ให้ท่านหานเข่อ ไปจัดการนำนายหน้าค้าทาสให้หาทาสชายหญิงแบบที่ซื้อขาด มาให้เลือกสักสิบถึงยี่สิบคนเถิด"
"ได้ขอรับคุณหนู"
"เช่นนั้นประเดี๋ยวบ่าวและพี่อี้หลานจะไปเตรียมสำรับเย็นให้คุณหนูกับคุณชายนะเจ้าคะ"
"เจ้าก็ต้องเตรียมเพิ่มให้มากเสียหน่อยเถิด เรามีคนมาเพิ่มหลายคนประเดี๋ยวจะไม่อิ่ม"
"เจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นบ่าวจะไปจัดเตรียมที่หลับที่นอนของคุณชายและคุณหนูเองเจ้าค่ะ"
"ได้ ท่านไปเถิดประเดี๋ยวข้าจะดูแลเป่าหนิงเอง"
"เจ้าค่ะ"
รุ่งเช้าหานเข่อนำนายหน้าค้าทาสพร้อมกับทาสหญิงชายมารอนายหญิงของจวนในช่วงสาย หญิงสาวมองไปที่สตรีอายุราวสี่สิบกว่าท่าทางจะเป็นนายหน้าค้าทาส สตรีผู้นั้นเมื่อเห็นหลิวเมิ่งหรันก็กล่าวทักทายพร้อมกับแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น
"คารวะฮูหยิน ข้าน้อยมีนามว่าเสี่ยวหลิงจื่อ เป็นนายหน้าค้าทาสที่ดีที่สุดในหยางโจวเจ้าค่ะ" หลินเมิ่งหรันพยักหน้าก่อนส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่หานซัวเป็นผู้ยกออกมาให้พร้อมกับสะบัดพัดไปมา ก่อนจะกวาดตามองดูทาสแต่ละคนอย่างใจเย็น
"เรียนฮูหยิน นี่เป็นทาสหญิงจำนวนยี่สิบคนเจ้าค่ะ ท่านสามารถเลือกที่ถูกใจได้เลยเจ้าค่ะ"
"เข้าใจแล้ว ขอบใจเถ้าแก่เสี่ยวยิ่งนัก"
"หามิได้ๆ" เสี่ยวหลิงจื่อที่เห็นท่าทางของหลินเมิ่งหรันก็รู้สึกเกร็งไม่น้อย หญิงสาวตรงหน้าดูแล้วอายุน่าจะมิเกินสิบเจ็ดแต่เหตุใดนางจึงรู้สึกกดดันและอึดอัดยามอยู่ต่อหน้าหญิงสาวยิ่งนัก คล้ายกับมีความน่าเกรงขามบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกว่ามันคือสิ่งใด หลินเมิ่งหรันกวาดตามองทาสหญิงทั้งยี่สิบคน ก่อนจะเอ่ยถามประวัติคร่าวๆ
"มีผู้ใดที่เป็นเด็กกำพร้าบ้าง ให้ก้าวออกมาข้างหน้า" หลังจากทาสหญิงเหล่านั้นได้ยินเช่นนั้น ก็มีหญิงสาวจำนวนห้าคนก้าวออกมายืนด้านหน้า หลินเมิ่งหลันจึงได้พวกนางเงยหน้าขึ้นเพื่อที่นางจะได้มองเห็นใบหน้าของพวกหน้าชัดๆ ทั้งห้าคนเป็นเด็กสาวอายุระหว่างสิบสามถึงสิบห้าปีเท่านั้น ทั้งยังมีใบหน้าเกลี้ยงเกลา มิได้งดงามจนเกินไปหรือขี้ริ้วจนดูไม่ได้ เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นพื้นฐานทั่วไป ก่อนจะกล่าวต่อ
"พวกเจ้าทำสิ่งใดมาก่อนหน้านี้"
เด็กสาวคนแรกเอ่ยตอบ "เรียนฮูหยินบ่าวบิดามารดาสิ้นจึงได้ขายตัวเป็นทาสเจ้าค่ะ"
เด็กสาวคนที่สองเอ่ยตอบ "เรียนฮูหยินบ่าวถูกป้าสะใภ้ขายเป็นทาสเพื่อใช้หนี้เจ้าค่ะ"
เด็กสาวคนที่สามเอ่ยตอบ "เรียนนายหญิงบิดามารดาของบ่าวถูกโจรป่าฆ่าตายเจ้าค่ะ"
เด็กสาวคนที่สี่เอ่ยตอบ"เรียนนายหญิงมารดาของบ่าวสิ้นใจบิดาเลี้ยงขายบ่าวเป็นทาสเจ้าค่ะ"
เด็กสาวคนสุดท้ายเอ่ยตอบ "เรียนนายหญิงบ่าวกำพร้าตั้งแต่เด็กท่านยายของบ่าวพึ่งสิ้นใจบ่าวจึงตัดสินใจขายตัวเป็นทาสเจ้าค่ะ"
"เอาละข้าตัดสินใจซื้อตัวทาสหญิงห้าคนนี้ ส่วนบ่าวรับใช้ก็ให้ท่านหานเข่อและท่านหานซัวเป็นผู้คัดเลือกก็แล้วกัน" หลังจากนั้นองครักษ์ทั้งสองก็ได้คัดเลือกบ่าวรับใช้ท่าทางไว้ใจได้และเบื้องหลังดูสะอาดราวห้าคน ก่อนที่หลิวเมิ่งหรันจะทำการจ่ายเบี้ยให้กับเถ้าแก่เสี่ยว พร้อมกับสินน้ำใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเสียเวลามาในวันนี้
"ขอบคุณฮูหยินมากเจ้าค่ะ หากท่านมีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้ก็สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลา เช่นนั้นวันนี้ข้าน้อยขอตัว"
"เสี่ยวจู เจ้าช่วยเดินไปส่งเถ้าแก่เสี่ยวแทนข้าที"
"เจ้าค่ะฮูหยิน"
หลิวเมิ่งหรันหันมาสนใจสาวใช้และบ่าวรับที่มาใหม่ ก่อนจะเอ่ยบางสิ่งบางอย่างเล็กน้อย
"เมื่อข้าซื้อตัวพวกเจ้ามา ในตอนนี้พวกเจ้าย่อมเป็นคนของข้า จงภักดีต่อข้าเพียงผู้เดียวและข้าจะมิกล่าวสิ่งใดซ้ำหลายครั้ง สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือการถูกหักหลัง หากข้ารู้ว่าผู้ใดที่คิดไม่ซื่อและเป็นคนทรยศ ข้าจะทำให้คนผู้นั้นได้รู้ถึงการอยู่ไม่สู้ตายเป็นเช่นไร แต่หากว่าทำดีทุกคนย่อมต้องได้รับรางวัลและการชื่นชมอย่างแน่นอน" น้ำเสียงไม่เบาไม่ดังเกินไปของหญิงสาวที่กล่าวออกมาราวกับว่ากำลังกล่าวเรื่องดินฟ้าอากาศ ทั้ง ๆที่นางเพิ่งกล่าวข่มขู่ออกไป การกระทำเช่นนี้ทำให้เหล่าสาวใช้และบ่าวรับใช้รู้สึกเย็นวาบที่สันหลังไม่น้อย ก่อนจะกล่าวรับคำอย่างแข็งขัน
"เจ้าค่ะ/ขอรับ"
"เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนชื่อให้พวกเจ้าเสียใหม่จะได้เรียกขานกันง่ายขึ้น"
"เจ้าคนแรกชื่อเสี่ยวหนิง ต่อไปให้เจ้าคอยเป็นผู้ช่วยหลันม่ามาและอี้หลาน"
"ส่วนเจ้าชื่อ เสี่ยวเลี่ยง ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเสี่ยวหนิง"
“ส่วนเจ้าชื่อเสี่ยวซู คอยเป็นผู้ช่วยเสี่ยวจู เจ้าอ่านออกเขียนได้หรือไม่"
"เรียนฮูหยินบ่าวพ่ออ่านเขียนได้เจ้าค่ะ เมื่อครั้งที่บิดามารดายังอยู่เคยสอนไว้บ้าง"
"เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก ส่วนเจ้าเด็กน้อยสองคนนี้ ให้เจ้าชื่อ เสี่ยวฮุ่ย ส่วนเจ้าชื่อเสี่ยวลี่ ก็แล้วกัน เจ้ายังเด็กอย่างไม่น้อย เช่นนั้นก็เรียนรู้งานกับหลันมามาและพี่อี้หลานไปก็แล้วกัน
"เจ้าค่ะฮูหยิน"
"ส่วนบ่าวรับใช้ ให้พวกเจ้าใช้ชื่อเดิมไปก็แล้วกัน ส่วนงานของพวกเจ้าประเดี๋ยวข้าจะให้ท่านหานเข่อและท่านหานซัวเป็นคนจัดสรรให้แก่พวกเจ้า ส่วนสัญญาทาสจะเป็นแบบซื้อขาดแต่ข้าจะสลักหลังไว้ให้กับพวกเจ้าทุกคน หากว่าวันหนึ่งพวกเจ้าต้องการที่จะไถ่ตนเองออกไปมีชีวิตของตนเองข้าก็ยินดีที่จะคืนอิสรภาพให้แก่พวกเจ้าทุกคน แต่หากว่ามิคิดที่จะไถ่ตัวเองออกไป ข้าก็ยินดีที่จะชุบเลี้ยงพวกเจ้าทุกคนอย่างดี เฉกเช่นเจ้านายผู้หนึ่งจะทำได้ ในเรื่องค่าจ้างทุกคนจะได้รับค่าจ้างเดือนละสองตำลึง พวกเจ้าพอใจหรือไม่"
สาวใช้และบ่าวรับใช้ต่างรู้สึกซาบซึ้งใจก่อนจะกล่าวขอบคุณหลิวเมิ่งหรันจากใจ เพียงเท่านั้นหลิวเมิ่งหรันก็ขับไล่พวกเขาให้ไปดูที่เรือนที่พักของตนเอง พร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของสาวใช้ในเรือน โดยที่หลิวเมิ่งหรันได้สั่งให้เสี่ยวจูออกไปจัดการซื้อเสื้อผ้าของสาวใช้มาตั้งแต่เช้า เสื้อผ้าทุกตัวทำมาจากผ้าฝ้ายแม้ไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็นับว่าดีกว่าชุดเดิมของพวกนางยิ่งนัก ชุดที่ทุกคนสวมจะเป็นสีเขียวใบไผ่ทั้งชายและหญิง มีเพียงอี้หลาน หลันมามาและเสี่ยวจูชุดที่ใส่จะเป็นผ้าฝ้ายสีชมพูกลีบบัว เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนขึ้น ส่วนอาภรณ์ของท่านหานเข่อและท่านหานซัวจะเป็นผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม
เมื่อจัดสรรทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลิวเมิ่งหรันก็กลับไปดูแลบุตรชายด้วยตนเองเพราะหลันมามาต้องอบรมสาวใช้ทุกคนถึงข้อบังคับและกฎระเบียบต่าง ๆของจวน
ก๊อกๆ
"ฮูหยินบ่าวเสี่ยวจูเองเจ้าค่ะ"
"เสี่ยวจูหรือเข้ามาสิ" หลินเมิ่งหรันพึ่งกล่อมเจ้าก้อนแป้งให้หลับไปก่อนจะค่อยๆโยกเปลสี่เหลี่ยมที่ด้านถูกทำเป็นส่วนโค้งอย่างดีเพื่อง่ายต่อการแกว่งไกวกล่อมเด็กทารก
"คุณชายน้อยช่างน่ารักยิ่งนัก"
"เสี่ยวจู ข้าให้เสี่ยวซูมาเป็นผู้ช่วยของเจ้านางอ่านออกและพอเขียนได้"
"เหตุใดฮูหยินจึงรู้เจ้าคะ"
"คาดว่านางคงจะเป็นบุตรสาวของคหบดีที่ถูกโจรป่าฆ่าตาย น่าสงสารยิ่งนัก"
"เช่นนั้นบ่าวจะเป็นคนสั่งสอนงานนางเองเจ้าค่ะ ภายภาคหน้าจะได้ช่วยเหลือฮูหยินได้"
"ดียิ่งนัก"
"ฮูหยินเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงเลือกแต่สาวใช้แต่เป็นเด็กกำพร้าหรือเจ้าคะ" หลินเมิ่งหรันที่โยกเปลอยู่เงยหน้าขึ้นมองสาวใช้ตัวน้อยของนางเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น
"ก็เพื่อการหน้าอย่างไรเล่า"
"เพื่อการหน้าหรือเจ้าคะ"
"ถูกต้อง หากคนเหล่านั้นมิมีครอบครัวก็จะมีโอกาสที่จะหักหลังเราน้อยลง เพราะไม่มีสิ่งใดเอาไว้ต่อรอง และคนเหล่านี้ก็มักจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อทำงานได้อย่างเต็มที่ หากวันหนึ่งข้าจะต้องอพยพหรือโยกย้ายไปที่ใดก็ย่อมสามารถพาไปด้วยได้โดยที่ไม่มีห่วง"
"เป็นเช่นนี้นี่เอง ฮูหยินของบ่าวช่างเฉลียวฉลาดนัก"
"หึ เจ้าเองก็ช่างอยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก"
"ฮูหยิน!"
"เอาละ ข้ามิกลั่นแกล้งเจ้าแล้ว เจ้าไปช่วยงานหลันมามาเถิด"
"เช่นนั้น บ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ"
"ไปเถิด"
สิบห้าปีผ่านไปจากเด็กน้อยขี้งอแงในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวงามสะพรั่งในวันนี้ หยางอันหนิงบุตรสาวคนเล็กของหลิวเมิ่งหรันและหยางลู่ชิง จากเด็กน้อยสู่หญิงสาววัยสิบห้าปีที่พึ่งผ่านวัยปักปิ่นไปหมาดๆเมื่อสามเดือนก่อนหลังจากงานปักปิ่นได้ไม่นานเหล่าแม่สื่อทั่วทั้งหยางโจวต่างต่อแถวเข้ามาเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหยาง หยางลู่ชิงผู้เป็นบิดาทำได้เพียงปฏิเสธเทียบเชิญครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหลิวเมิ่งหรันในวัยสามสิบห้าปีที่ยังคงงดงามราวกับหญิงสาววัยแรกแย้มไม่เปลี่ยน เป็นเพราะนางดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ผิวขาวๆที่แม้จะอยู่กับลมทะเลก็ยังคงขาวเนียนราวกับหิมะอยู่เช่นเดิม"ทั้งหยางโจวไม่มีบุตรสาวบ้านอื่นแล้วหรืออย่างไร เหตุใดพวกแม่สื่อเหล่านั้นจึงได้สนใจหนิงเอ๋อร์ของข้านัก" เสียงหยางอยู่ชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ภรรยาคนงามที่กำลังอาบน้ำอยู่หลังฉากกั้นถึงกับหัวเราะออกมา"ก็ใครใช้ให้บุตรสาวของท่านงดงามนักเล่า""หึ หากเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะปิดเกาะแห่งนี้ ห้ามคนเข้าออกเสียให้สิ้นเรื่อง" หลิวเมิ่งหรันทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอากับความ
"ท่านพี่ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ""หืม ทำไมจะไม่ดีเล่า""หากว่า บุตรชายกับบุตรสาวของท่านรู้เข้า จะต้องโกรธท่านมากเป็นแน่""หึหึ ไม่หรอก เจ้าอย่าได้คิดมาก เป่าเกอกับหนิงเอ๋อร์โตแล้ว เจ้ากับพี่ควรหาความสุขใส่ตัวบ้าง" หลิวเมิ่งหรันมองดูสามีอย่างไม่ไว้ใจ คำพูดสวยหรูของเขาก็เพียงเพื่อให้นางตายใจ ก่อนจะลักกินเต้าหู้นาง"ข้ารู้นะว่าท่าน กำลังคิดสิ่งใดอยู่""โธ่ น้องหญิง ตั้งแต่เจ้าคลอดอันหนิงเจ้าก็ไม่มีเวลาให้พี่เลยเพราะต้องดูแลเด็ก ๆทั้งสอง ตอนนี้อันหนิงได้เจ็ดขวบ ส่วนเป่าเกอก็อายุได้สิบสองแล้ว ถึงเวลาที่เราสองผัวเมียจะได้ท่องเที่ยวบ้าง""ข้ออ้างชัดๆ" หลิวเมิ่งหลันทำสีหน้าระอาใจอย่างที่สุด"น้องหญิงล้วนรู้ใจพี่ที่สุด" หยางลู่ชิงประสานมือทั้งสองข้าง ก่อนจะทำท่าทางคารวะผู้เป็นภรรยา"ท่านมันบุรุษไร้ยางอาย" หญิงสาวกล่าวบ่นสามีอย่างไม่จริงจังนัก และที่ ๆ เขาพาหญิงสาวมานั่นก็คือน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่บนเกาะหลันเหลียน อาจเป็นเพราะที่นี่ต้องเดินทางขึ้นมาอีกค่อนข้างไกลจึงได้ตกสำรวจไปอย่างไม่น่าเชื่อ รอบ ๆน้ำตกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ป่านานาชนิด
ตลอดเวลาที่อี้หลานมองดูบุรุษผู้นั้น ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของนางตลอดเวลาจึงได้ทันมองเห็นสายตาของนางอย่างชัดเจน ก่อนจะสามารถคาดเดาได้ว่าบุรุษผู้นั้นคงจะเป็นสามีที่ขาดการติดต่อของนางเป็นแน่ แต่เพราะหญิงสาวไม่ต้องการเอ่ยถึงเขาก็จะไม่กล่าวถึงมันเช่นกันหญิงสาวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหลิวเหลียน เมื่อหลงจู๊เห็นนางก็รบเดินออกมาต้อนรับทันที"เหลียนมามา ท่านมาถึงที่นี่มีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ""ท่านหลงจู๊ข้าเพียงแวะมาทำธุระให้ฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นเจ้าค่ะ มิกล้ารบกวนท่าน" อี้หลานส่งกระดาษเมนูอาหารที่ต้องเน้นสมุนไพรให้กับหลงจู๊เพื่อที่จะนำกลับไปให้ฮูหยินผู้เฒ่า"ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อครัวจัดการให้ ท่านนั่งรอสักครู่เถิด ข้าจะให้เส่ยวเอ้อร์นำน้ำชามาให้""ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านแล้ว""มิได้ๆ" อี้หลานหันมาหาชายหนุ่มที่เดินตามนางเข้ามา"วันนี้ท่านหานซัว ว่างหรือเจ้าคะ""อืม ข้าเพียงแวะขึ้นฝั่งมาทำธุระให้นายท่านนะ""อ๋อ เป็นเช่นนั้นเอง""เสียดายที่มิได้พาเด็ก ๆ มาด้วย พวกเขาบ่นคิดถึงท่านกันใหญ่" เหลียนอี้หลานมองเห็นรอยยิ้มในยามที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงบุตรชายบุตรสาวของนาง ภายในใจก็ร
หลังจากวันนั้นที่อะคิโตะพบกับเสี่ยวจูนั่งร้องไห้ที่โขดหิน ก็ดูเหมือนชายหนุ่มจะเจตนาแวะเวียนมาให้นางเห็นหน้าบ่อยขึ้น ทั้งยังพยายามที่จะเข้าหาและสนทนากับนางอยู่หลายครั้ง แต่เสี่ยวจูนั้นเจียมตนเองอยู่เสมอจึงได้หลีกเลี่ยงที่จะอยู่กันตามลำพังกับชายหนุ่มทุกครั้งที่เขาขึ้นฝั่งก็มักจะมีของฝากมาถึงหญิงสาวทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปิ่นปักผมต่างหู กำไลหยก และที่ไม่เคยขาดสักครั้งก็คงจะเป็นขนมและของกินต่าง ๆ เพราะอีกฝ่ายนั้นรู้ดีว่าหญิงสาวนั้นชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจเพียงใด จึงได้วางแผนว่าจะล่อลวงหญิงสาวด้วยอาหารนี่ละ เป็นหนทางที่ดีที่สุดและในวันนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มแวะมาทานอาหารที่เหลาก่อนจะมองหาร่างบางของเสี่ยวจูแต่ก็ไร้เงา ก่อนจะพบกับหลิวเมิ่งหรันที่กำลังเดินเข้ามาทักทายเขา"อะคิโตะ วันนี้ท่านมาทานอาหารอีกแล้วหรือ" หลิวเมิ่งหรันแกล้งเอ่ยล้อชายหนุ่มในขณะที่สายตาขออีกฝ่ายกำลังมองหาใครบางคน"ท่านกำลังมองหาเสี่ยวจูหรือ วันนี้นางไม่อยู่หรอก""นางไปไหนงั้นหรือ" หลิวเมิ่งหรันนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม ก่อนจะยกยิ้มล้อเลียนอีกฝ่าย ทำให้ชายหนุ่มได้แต่เกาท้ายทอยอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก"นางขึ้นฝั่งไปกับเป่าเกอน่ะ
"ท่านพี่ เหตุใดใยท่านต้องเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของเป่าเกอถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ""ได้อย่างไรกัน หรือเจ้าเห็นว่าคำพูดของลูกมิสำคัญต่อเจ้า" หลิวเมิ่งหรันได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะกลอกตาไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายที่จิ้งจอกตัวนี้ จ้องแต่จะจับนางกินอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ได้ยินคำอธิษฐานของบุตรชายในคืนเทศกาลปล่อยโคมไฟ หยางลู่ชิงก็มิเคยปล่อยให้ภรรยาเช่นนางได้พักผ่อนเลยแม้แต่คืนเดียว ทั้งยังร่ำร้องที่จะเสกเด็กเข้าท้องนางอยู่ทุกค่ำคืน"ท่านนี่ ช่างเป็นบุรุษไร้ยางอายยิ่งนัก""พรุ่งนี้เราไปพักที่เรือนริมผากันเถิด พี่อยากจะมีเวลาอยู่กับเจ้าตามลำพัง""ท่านยังไม่พออีกหรือเจ้า"หยางลู่ชิงที่กำลังกอดก่ายภรรยาอยู่บนเตียงกำลังเล้าโลมนางด้วยริมฝีปาก ก่อนจะไล่จุมพิตไปตามท้ายทอยและแผ่นหลังเนียนขาว ทำเอานางรู้สึกขนลุกขนชนหลังจากที่พึ่งเดินทางสู่ปลายฝันไปแล้วหลายคราในคืนนี้"อื้อ ท่านพี่ พอแล้วเจ้าคะ""อีกรอบได้หรือไม่""อ๊ะ ไม่เจ้าค่ะ พอได้แล้ว""น่า นะ อีกรอบก็แล้วกัน" หยางลู่ชิงพลิกร่างของภรรยาให้หันกลับมาก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของนางแล้วจับขาเรียวท
หลิวเมิ่งหรันมองดูการค้าของตนเองค่อยเจริญเติบโตไปเรื่อยอย่างมีความสุข ผู้คนมากมายต่างมีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเอง ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นอาณาจักรของนางอย่างแท้จริงบิดามารดากลับไปหลังจากงานเทศกาลปล่อยโคมไฟไม่กี่วัน และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยนั่นก็คือแม่ทัพหลิวบิดาของนางตั้งใจจะกลับไปเขียนจดหมายขอลาออกจากราชการ และจะพามารดาของนางมาอยู่ที่เกาะหลันเหลียนด้วยกัน หลิวเมิ่งหรันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นางตื่นเต้นมากจนคิดที่จะเริ่มสร้างเรือนใหม่ที่งดงามไว้รอคนทั้งสองแล้ว แบบเรือนต่าง ๆถูกออกแบบมามากมายจนนางไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงจำเป็นต้องเชิญสามีให้มาช่วยตัดสินใจก๊อก ก๊อก ก๊อก"เข้ามาได้" ภายในห้องทำงานชั้นสามบนเหลาอาหารหลันเหลียนบนเกาะหลันเหลียน หยางลู่ชิงมองดูภรรยาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกแบบเรือนที่จะสร้างให้แก่บิดามารดาอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วโน้มตัวลงมองลวดลายในกระดาษ แต่เพราะใกล้กันจนเกินไปทำให้หลิวเมิ่งหรันได้ยินเสียหัวใจของชายหนุ่มเต้น ดัง ตึกตัก ตึกตัก เป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ต่างจากนางที่ยามอยู่ใกล้สามีคราใดหัวใจจะเต้







