LOGINหลิวเมิ่งหรันคิดเอาไว้ว่า วันนี้จะออกไปพบท่านผู้เฒ่าหรือท่านผู้นำผู้บ้านตระกูลหยางเสียหน่อย นางยังมีหลายเรื่องที่ต้องหวังพึ่งพาอีกฝ่ายไม่น้อย ในขณะที่หญิงสาวแต่งกายอยู่นั้น หลันมามาก็เดินเข้ามาแจ้งว่ามีคนมาขอพบนาง
"ฮูหยิน มีคนมาขอพบท่านเจ้าค่ะ"
"ผู้ใดหรือ" หญิงสาวเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย อยู่ที่นี่นางไม่ค่อยรู้จักผู้ใด แล้วใครกันที่มาหานาง
"เอ่อ... เป็นคนของท่านเสนาบดีเจ้าคะ"
"คนของหยางลู่ชิงเช่นนั้นหรือ พวกเขามาทำไมกัน"
"บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพียงแต่มีข้าวของหลายอย่างมาด้วยเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็ออกไปดูกันเถิด"
ร่างระหงของหลิวเมิ่งหรันเดินออกไปหน้าเรือน ก่อนจะพบกับองครักษ์จำนวนสามคน ทั้งสามมองมาที่หลิวเมิ่งหรันด้วยสายตาแปลกใจอยู่ไม่น้อย เขาพอทราบดีว่าฮูหยินน้อยนั้นเป็นสตรีที่งดงามมากเพียงใด แต่อีกฝ่ายมักจะแต่งหน้าหนาจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้าจริง ๆของนาง แต่ในตอนนี้กลับเห็นเพียงใบหน้าที่ปราศจากแป้งสีขาวหนาเตอะหรือชาดสีแดงเหล่านั้น ทำให้เผยให้เห็นผิวที่แท้จริง ๆที่ขาวเนียนราวกับหิมะ ทำเอาองครักษ์ทั้งสามรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ก่อนจะค้อมตัวทำความเคารพหญิงสาวอย่างนอบน้อม
"ผู้น้อยคารวะฮูหยินน้อยขอรับ"
"พวกท่านตามสบายเถิด ไม่ทราบว่ามาถึงที่นี่มีธุระอันใดหรือ"
"เอ่อ... ผู้น้อยได้รับคำสั่งจากนายท่านให้นำข้าวของเหล่านี้มาให้ฮูหยินน้อยขอรับ" หลิวเมิ่งหรันได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะมองไปยังหีบไม้ราวสิบหีบที่วางเรียงรายกันอยู่ที่หน้าเรือนด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ถึงความรู้สึกของหญิงสาว
"..." องครักษ์ทั้งสามที่เห็นสีหน้าเรียบเฉยของฮูหยินน้อยก็อดสะท้านในใจไม่ได้เลย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มแฝงไปด้วยความเห็นใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก
"เรียนฮูหยินน้อย ทั้งหมดเป็นตำลึงทองจำนวนเจ็ดหีบและเครื่องประดับอีกสามหีบขอรับ รายละเอียดมีแจ้งไว้ในสมุดเล่มนี้ขอรับ เชิญฮูหยินตรวจสอบได้เลยขอรับ"
หลิวเมิ่งหรันรู้สึกว่าเรื่องนี้ย่อมไม่ใช่ธรรมดา เหตุใดชายหนุ่มจึงได้สั่งให้คนของเขานำเงินทองมาให้นางตั้งมากมายถึงเพียงนี้ คงมิใช่ว่าเกิดเป็นห่วงนางขึ้นมาหรอกกระมัง หรือเขาจะส่งมารับขวัญบุตรชายของเขากัน นางยังไม่กล้าคิดที่จะเข้าข้างตนเองก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
"เหตุใดท่านพี่จึงสั่งให้พวกท่านนำข้าวของมากมายถึงเพียงนี้มาให้ข้าเล่า เขาสั่งความสิ่งใดมากับพวกท่านหรือไม่"
"เอ่อคือ..." เห็นท่าทีอึกอักของอีกฝ่ายก็ทำให้หญิงสาวเข้าใจได้ในทันที ก่อนจะเอ่ยต่อ
"จดหมายที่ข้าส่งไปที่จวน ไม่ทราบว่าท่านพี่ได้รับมันบ้างหรือไม่"
"เอ่อ... เรียนฮูหยินน้อย นายท่านได้รับขอรับ"
"เป็นเช่นนี้เองสินะ!" หลิวเมิ่งหรันรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจเหมือนกับคนที่ใจสลาย นั่นคงเป็นเพราะความรู้สึกเดิมของร่างเดิมที่ยังคงมีความรู้สึกรักสามีอยู่เต็มหัวใจ ความรู้สึกเฝ้ารอให้คนผู้หนึ่งหันมาสนใจและรักเรา มันเจ็บปวดมากนัก
หลิวเมิ่งหรันรับรู้ความรู้สึกนั้นของร่างเดิมได้ดี เพราะในที่ ๆนางจากมา นางก็เคยรู้สึกเช่นนั้นกับคนๆหนึ่งเช่นกัน บุรุษที่ไม่เคยหันมามองนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว บุรุษที่ไม่เคยมีนางอยู่ในสายตา แม้จะเป็นสามีของนางแต่ความรู้สึกไม่ต่างจากคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวยืดตัวขึ้นก่อนจะมองกลับไปที่องครักษ์ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว แล้วตอบพวกเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งใบหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย
"เช่นนั้น พวกท่านได้โปรดขอสักครู่เถิด!" เมื่อกล่าวจบหญิงสาวก็เดินเข้าไปในเรือน ผ่านไปราวสองเค่อ นางก็กลับออกมา พร้อมกับกระดาษหนึ่งแผ่นที่ถูกพับจนเรียบร้อยแล้วหลังจากหมึกแห้ง ก่อนจะส่งให้กับองครักษ์ผู้หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
"นี่เป็นสิ่งที่ท่านเสนาบดีต้องการ รบกวนพวกท่านส่งให้ถึงมือของเขาด้วย ฝากขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับเงินทองเหล่านี้และข้าจะขอรับมันไว้ทั้งหมด และจะใช้มันอย่างดี"
"ขอรับฮูหยินน้อย"
"ต่อไปมิต้องเรียกข้าว่าฮูหยินแล้ว เพราะข้ามิได้เป็นฮูหยินน้อยของตระกูลหยางอีกต่อไป" องครักษ์ทั้งสามคนทำสีหน้างุนงง ก่อนจะหันหน้ามองกันไปมาแต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา จนกระทั่งได้ยินเสียงเด็กร้องไห้โยเย แล้วมีสาวใช้ผู้หนึ่งอุ้มเด็กน้อยตัวกลมขาวอวบออกมา ก่อนจะเดินเข้ามาหาหลิวเมิ่งหรัน และเมื่อได้ยินฮูหยินน้อยเอ่ยเรียกเด็กน้อยขาวอวบผู้นั้น สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้องครักษ์ทั้งสามถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง
"ฮูหยินน้อยเจ้าคะ คุณชายน้อยร้องไห้ไม่หยุดเลยเจ้าค่ะ บ่าวพยายามปลอบแล้วแต่ก็ไม่หยุดจึงได้อุ้มคุณชายออกมาหาท่านเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็ส่งเป่าหนิงมาให้ข้า"
"เจ้าค่ะ" เสี่ยวจูส่งคุณชายน้อยให้กับฮูหยินด้วยความเบามือ เด็กน้อยเมื่อสัมผัสได้กับกลิ่นหอมของมารดาก็เงียบเสียงลงในทันที เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้หลันมามาอดที่จะเอ่ยด้วยความเอ็นดูไม่ได้ โดยที่ไม่ลืมที่จะเอ่ยวาจากระทบกระทั่งคนของนายท่าน ที่ส่งข้าวของเหล่านี้มาเพื่อหย่าขาดกับคุณหนูของนาง
"โธ่ คุณชายน้อยของบ่าว ช่างรู้ความยิ่งนัก" หลิวเมิ่งหรันคิดว่าต่อจากนี้นางคงต้องมีอะไรทำอีกมาก เมื่อเห็นว่าคนทั้งสามเหมือนจะไม่มีธุระอันใดอีกจึงได้เอ่ยขอตัวทันที
"หากว่าพวกท่านไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
"ขอรับ" ทั้งสามค้อมตัวทำความเคารพหญิงสาวตรงหน้า ก่อนหนึ่งในองครักษ์จะรู้สึกเหงื่อซึมที่ขมับและเย็นวาบที่สันหลังอย่างที่ไม่สามารถเอ่ยได้ เขาเองมิรู้ว่านายท่านทราบหรือไม่ว่าฮูหยินน้อยได้ให้กำเนิดคุณชายน้อยเสียแล้ว ทั้งยังมีใบหน้าที่น่ารักน่าชังอวบขาวปานนั้น เพราะเขาเองก็พอรู้ว่าชายหนุ่มมิเคยได้เปิดอ่านจดหมายเหล่านั้นเลยแม้แต่ฉบับเดียว แต่ก็มิกล้าเอ่ยกับหญิงสาวเพราะเกรงว่านางจะเสียใจ
ในวันนี้ที่เขามาที่นี่ก็เพราะฮูหยินผู้เฒ่าไหว้วานให้เขามาส่งเงินทองเหล่านี้ให้กับฮูหยินน้อย ในนามของนายท่านเพียงเพราะความหวังดี ฮูหยินผู้เฒ่ากลัวว่าผู้เป็นสะใภ้จะลำบากอยู่ที่นี่จึงได้ทำเช่นนี้ ทั้งยังต้องการให้คนทั้งคู่คืนดีกัน แต่เหตุใดเรื่องราวจึงได้กลับตาลปัตรเช่นนี้เล่า ของเหล่านี้กลับทำให้ฮูหยินน้อยคิดว่านายท่านต้องการหย่าขาดจากนางจึงได้ฝากจดหมายหย่าฉบับนี้ส่งไปให้นายท่าน
ทั้งยัง ทั้งยังมีเรื่องคุณชายน้อยอีก แล้วเช่นนี้เขาจะกลับไปตอบคำถามนายท่านและฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไรกัน โอ้ย!!! ข้ารู้สึกหัวจะปวดยิ่งนัก
สิบห้าปีผ่านไปจากเด็กน้อยขี้งอแงในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวงามสะพรั่งในวันนี้ หยางอันหนิงบุตรสาวคนเล็กของหลิวเมิ่งหรันและหยางลู่ชิง จากเด็กน้อยสู่หญิงสาววัยสิบห้าปีที่พึ่งผ่านวัยปักปิ่นไปหมาดๆเมื่อสามเดือนก่อนหลังจากงานปักปิ่นได้ไม่นานเหล่าแม่สื่อทั่วทั้งหยางโจวต่างต่อแถวเข้ามาเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหยาง หยางลู่ชิงผู้เป็นบิดาทำได้เพียงปฏิเสธเทียบเชิญครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหลิวเมิ่งหรันในวัยสามสิบห้าปีที่ยังคงงดงามราวกับหญิงสาววัยแรกแย้มไม่เปลี่ยน เป็นเพราะนางดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ผิวขาวๆที่แม้จะอยู่กับลมทะเลก็ยังคงขาวเนียนราวกับหิมะอยู่เช่นเดิม"ทั้งหยางโจวไม่มีบุตรสาวบ้านอื่นแล้วหรืออย่างไร เหตุใดพวกแม่สื่อเหล่านั้นจึงได้สนใจหนิงเอ๋อร์ของข้านัก" เสียงหยางอยู่ชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ภรรยาคนงามที่กำลังอาบน้ำอยู่หลังฉากกั้นถึงกับหัวเราะออกมา"ก็ใครใช้ให้บุตรสาวของท่านงดงามนักเล่า""หึ หากเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะปิดเกาะแห่งนี้ ห้ามคนเข้าออกเสียให้สิ้นเรื่อง" หลิวเมิ่งหรันทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอากับความ
"ท่านพี่ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ""หืม ทำไมจะไม่ดีเล่า""หากว่า บุตรชายกับบุตรสาวของท่านรู้เข้า จะต้องโกรธท่านมากเป็นแน่""หึหึ ไม่หรอก เจ้าอย่าได้คิดมาก เป่าเกอกับหนิงเอ๋อร์โตแล้ว เจ้ากับพี่ควรหาความสุขใส่ตัวบ้าง" หลิวเมิ่งหรันมองดูสามีอย่างไม่ไว้ใจ คำพูดสวยหรูของเขาก็เพียงเพื่อให้นางตายใจ ก่อนจะลักกินเต้าหู้นาง"ข้ารู้นะว่าท่าน กำลังคิดสิ่งใดอยู่""โธ่ น้องหญิง ตั้งแต่เจ้าคลอดอันหนิงเจ้าก็ไม่มีเวลาให้พี่เลยเพราะต้องดูแลเด็ก ๆทั้งสอง ตอนนี้อันหนิงได้เจ็ดขวบ ส่วนเป่าเกอก็อายุได้สิบสองแล้ว ถึงเวลาที่เราสองผัวเมียจะได้ท่องเที่ยวบ้าง""ข้ออ้างชัดๆ" หลิวเมิ่งหลันทำสีหน้าระอาใจอย่างที่สุด"น้องหญิงล้วนรู้ใจพี่ที่สุด" หยางลู่ชิงประสานมือทั้งสองข้าง ก่อนจะทำท่าทางคารวะผู้เป็นภรรยา"ท่านมันบุรุษไร้ยางอาย" หญิงสาวกล่าวบ่นสามีอย่างไม่จริงจังนัก และที่ ๆ เขาพาหญิงสาวมานั่นก็คือน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่บนเกาะหลันเหลียน อาจเป็นเพราะที่นี่ต้องเดินทางขึ้นมาอีกค่อนข้างไกลจึงได้ตกสำรวจไปอย่างไม่น่าเชื่อ รอบ ๆน้ำตกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ป่านานาชนิด
ตลอดเวลาที่อี้หลานมองดูบุรุษผู้นั้น ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของนางตลอดเวลาจึงได้ทันมองเห็นสายตาของนางอย่างชัดเจน ก่อนจะสามารถคาดเดาได้ว่าบุรุษผู้นั้นคงจะเป็นสามีที่ขาดการติดต่อของนางเป็นแน่ แต่เพราะหญิงสาวไม่ต้องการเอ่ยถึงเขาก็จะไม่กล่าวถึงมันเช่นกันหญิงสาวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหลิวเหลียน เมื่อหลงจู๊เห็นนางก็รบเดินออกมาต้อนรับทันที"เหลียนมามา ท่านมาถึงที่นี่มีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ""ท่านหลงจู๊ข้าเพียงแวะมาทำธุระให้ฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นเจ้าค่ะ มิกล้ารบกวนท่าน" อี้หลานส่งกระดาษเมนูอาหารที่ต้องเน้นสมุนไพรให้กับหลงจู๊เพื่อที่จะนำกลับไปให้ฮูหยินผู้เฒ่า"ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อครัวจัดการให้ ท่านนั่งรอสักครู่เถิด ข้าจะให้เส่ยวเอ้อร์นำน้ำชามาให้""ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านแล้ว""มิได้ๆ" อี้หลานหันมาหาชายหนุ่มที่เดินตามนางเข้ามา"วันนี้ท่านหานซัว ว่างหรือเจ้าคะ""อืม ข้าเพียงแวะขึ้นฝั่งมาทำธุระให้นายท่านนะ""อ๋อ เป็นเช่นนั้นเอง""เสียดายที่มิได้พาเด็ก ๆ มาด้วย พวกเขาบ่นคิดถึงท่านกันใหญ่" เหลียนอี้หลานมองเห็นรอยยิ้มในยามที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงบุตรชายบุตรสาวของนาง ภายในใจก็ร
หลังจากวันนั้นที่อะคิโตะพบกับเสี่ยวจูนั่งร้องไห้ที่โขดหิน ก็ดูเหมือนชายหนุ่มจะเจตนาแวะเวียนมาให้นางเห็นหน้าบ่อยขึ้น ทั้งยังพยายามที่จะเข้าหาและสนทนากับนางอยู่หลายครั้ง แต่เสี่ยวจูนั้นเจียมตนเองอยู่เสมอจึงได้หลีกเลี่ยงที่จะอยู่กันตามลำพังกับชายหนุ่มทุกครั้งที่เขาขึ้นฝั่งก็มักจะมีของฝากมาถึงหญิงสาวทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปิ่นปักผมต่างหู กำไลหยก และที่ไม่เคยขาดสักครั้งก็คงจะเป็นขนมและของกินต่าง ๆ เพราะอีกฝ่ายนั้นรู้ดีว่าหญิงสาวนั้นชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจเพียงใด จึงได้วางแผนว่าจะล่อลวงหญิงสาวด้วยอาหารนี่ละ เป็นหนทางที่ดีที่สุดและในวันนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มแวะมาทานอาหารที่เหลาก่อนจะมองหาร่างบางของเสี่ยวจูแต่ก็ไร้เงา ก่อนจะพบกับหลิวเมิ่งหรันที่กำลังเดินเข้ามาทักทายเขา"อะคิโตะ วันนี้ท่านมาทานอาหารอีกแล้วหรือ" หลิวเมิ่งหรันแกล้งเอ่ยล้อชายหนุ่มในขณะที่สายตาขออีกฝ่ายกำลังมองหาใครบางคน"ท่านกำลังมองหาเสี่ยวจูหรือ วันนี้นางไม่อยู่หรอก""นางไปไหนงั้นหรือ" หลิวเมิ่งหรันนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม ก่อนจะยกยิ้มล้อเลียนอีกฝ่าย ทำให้ชายหนุ่มได้แต่เกาท้ายทอยอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก"นางขึ้นฝั่งไปกับเป่าเกอน่ะ
"ท่านพี่ เหตุใดใยท่านต้องเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของเป่าเกอถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าคะ""ได้อย่างไรกัน หรือเจ้าเห็นว่าคำพูดของลูกมิสำคัญต่อเจ้า" หลิวเมิ่งหรันได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะกลอกตาไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายที่จิ้งจอกตัวนี้ จ้องแต่จะจับนางกินอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ได้ยินคำอธิษฐานของบุตรชายในคืนเทศกาลปล่อยโคมไฟ หยางลู่ชิงก็มิเคยปล่อยให้ภรรยาเช่นนางได้พักผ่อนเลยแม้แต่คืนเดียว ทั้งยังร่ำร้องที่จะเสกเด็กเข้าท้องนางอยู่ทุกค่ำคืน"ท่านนี่ ช่างเป็นบุรุษไร้ยางอายยิ่งนัก""พรุ่งนี้เราไปพักที่เรือนริมผากันเถิด พี่อยากจะมีเวลาอยู่กับเจ้าตามลำพัง""ท่านยังไม่พออีกหรือเจ้า"หยางลู่ชิงที่กำลังกอดก่ายภรรยาอยู่บนเตียงกำลังเล้าโลมนางด้วยริมฝีปาก ก่อนจะไล่จุมพิตไปตามท้ายทอยและแผ่นหลังเนียนขาว ทำเอานางรู้สึกขนลุกขนชนหลังจากที่พึ่งเดินทางสู่ปลายฝันไปแล้วหลายคราในคืนนี้"อื้อ ท่านพี่ พอแล้วเจ้าคะ""อีกรอบได้หรือไม่""อ๊ะ ไม่เจ้าค่ะ พอได้แล้ว""น่า นะ อีกรอบก็แล้วกัน" หยางลู่ชิงพลิกร่างของภรรยาให้หันกลับมาก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของนางแล้วจับขาเรียวท
หลิวเมิ่งหรันมองดูการค้าของตนเองค่อยเจริญเติบโตไปเรื่อยอย่างมีความสุข ผู้คนมากมายต่างมีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเอง ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นอาณาจักรของนางอย่างแท้จริงบิดามารดากลับไปหลังจากงานเทศกาลปล่อยโคมไฟไม่กี่วัน และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยนั่นก็คือแม่ทัพหลิวบิดาของนางตั้งใจจะกลับไปเขียนจดหมายขอลาออกจากราชการ และจะพามารดาของนางมาอยู่ที่เกาะหลันเหลียนด้วยกัน หลิวเมิ่งหรันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นางตื่นเต้นมากจนคิดที่จะเริ่มสร้างเรือนใหม่ที่งดงามไว้รอคนทั้งสองแล้ว แบบเรือนต่าง ๆถูกออกแบบมามากมายจนนางไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงจำเป็นต้องเชิญสามีให้มาช่วยตัดสินใจก๊อก ก๊อก ก๊อก"เข้ามาได้" ภายในห้องทำงานชั้นสามบนเหลาอาหารหลันเหลียนบนเกาะหลันเหลียน หยางลู่ชิงมองดูภรรยาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกแบบเรือนที่จะสร้างให้แก่บิดามารดาอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วโน้มตัวลงมองลวดลายในกระดาษ แต่เพราะใกล้กันจนเกินไปทำให้หลิวเมิ่งหรันได้ยินเสียหัวใจของชายหนุ่มเต้น ดัง ตึกตัก ตึกตัก เป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ต่างจากนางที่ยามอยู่ใกล้สามีคราใดหัวใจจะเต้







