FAZER LOGINหลายปีก่อน
เซนต์มีแฟนตั้งแต่เรียนอยู่มอสี่ ตอนนั้นแฟนของเขาเรียนอยู่มอสาม จนกระทั่งเขาขึ้นมอหกและแฟนขึ้นมอห้า เขากับแฟนก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเรื่อยมาตามประสาคนเป็นแฟนกัน ทุกครั้งที่มีอะไรกันก็สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง จวบจนเขาจะจบมอหก จู่ๆแฟนสาวก็ลาออกจากโรงเรียนกะทันหันแล้วหายไปโดยไม่บอกลาเขาสักคำ ไปหาเธอที่บ้านก็ไม่เจอ เขาจึงถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้ พวกเขารู้แค่ว่าครอบครัวของแฟนสาวขายบ้านแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ก็ไม่รู้ว่าย้ายไปอยู่กันที่ไหน พอจบมอหกเซนต์ก็ไม่เรียนต่อเพราะเขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะเรียน สมองไม่พร้อมที่จะเรียนเนื่องจากว่าเขายังเสียใจที่แฟนสาวหายไปและเสียความรู้สึกที่เธอไม่บอกลาเขาสักคำ เธอมีปัญหาอะไรก็ควรจะบอกเขาบ้างในฐานะที่เป็นแฟนกันมาหลายปี ดังนั้นเขาจึงดรอปเรียนไปสองปีแล้วกลับมาเรียนใหม่ในวัยยี่สิบเอ็ดปี ตอนนั้นแบมอายุสิบแปดปีแต่แบมก็ไม่เคยถามว่าทำไมเซนต์ถึงเพิ่งมาเรียนรุ่นเดียวกับเธอ "แล้วเซนต์ได้ปฏิเสธพ่อหรือยัง" "ปฏิเสธแล้วแต่พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียวเลย" "ถ้าอย่างนั้นเซนต์ก็ยอมแต่งงานเถอะเพื่อให้พ่อกับแม่เซนต์ได้สบายใจไง" "ฉันจะไม่ยอมถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รักเด็ดขาด" "เฮ้อ..." แบมมองหน้าเพื่อนแล้วถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ในความดื้อรั้นของเพื่อนตัวสูง "เธอช่วยฉันหน่อยสิ" "เซนต์จะให้แบมช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย" ก่อนเรียวปากหยักสวยจะขยับเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องที่พูดออกไป "ช่วยจดทะเบียนสมรสกับฉันหน่อย" "ฮะ! จดทะเบียนสมรส!" แบมอุทานออกมาอย่างสุดเสียงพลางดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่เพื่อนจะให้เธอช่วยนั้นจะเป็นเรื่องที่ตัวเองคาดไม่ถึง "แค่จดทะเบียนกันเฉยๆ แต่ไม่ได้จะให้มาเป็นเมียจริงๆสักหน่อย พอฉันจดทะเบียนสมรสกับเธอเสร็จ ฉันก็จะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่ และบอกว่าเราเป็นผัวเมียกัน ถ้าเกิดพ่อกับแม่ไม่เชื่อฉันก็จะได้เอาใบทะเบียนสมรสไปให้พ่อกับแม่ดู เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าฉันกับเธอเป็นผัวเมียกันแล้ว ทีนี้พ่อกับแม่ก็จะได้เลิกบังคับให้ฉันแต่งงานสักที" "จะบ้าเหรอเซนต์ คิดอะไรไม่เข้าท่า" "เธอช่วยฉันหน่อยนะแบม เธอเป็นเพื่อนฉันมาตั้งนานเธอต้องช่วยฉันสิ" "ช่วยเรื่องอื่นน่ะได้ แต่จะให้ช่วยเรื่องนี้แบมไม่ทำหรอก" "ถ้าเป็นเรื่องอื่นฉันก็ไม่ขอให้เธอช่วยหรอก แต่ฉันจะขอเธอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเอง" "เรื่องจดทะเบียนมันไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำกันเล่นๆกันได้นะเซนต์ คนที่แต่งงานแล้วหรือเป็นสามีภรรยากันจริงๆเท่านั้นแหละถึงจะจดทะเบียนกันได้" ก่อนที่เซนต์จะแย้งขึ้น "ตอนที่เราไปจดทะเบียนเจ้าหน้าที่เขาไม่ถามหรอกว่าเราเป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า" "ถึงจะยังไงแบมก็ไม่ช่วยหรอก" "ฉันไม่ได้จะให้เธอช่วยเปล่านะ แต่ฉันจะให้เงินเธอด้วย" "เท่าไหร่" "เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ" "ห้าล้าน" เธอพูดเล่นไปอย่างนั้นไม่ได้จริงจังอะไร ปกติเธอกับเซนต์ก็มักจะพูดเล่นแบบนี้กันอยู่บ่อยๆ เซนต์คิดว่าเธอพูดจริงจึงพูดออกไปทันที "ตกลง เดี๋ยวฉันจะโอนให้เธอเดี๋ยวนี้เลย" "แบมพูดเล่นหรอกไม่ได้จริงจัง" "ฉันกำลังจริงจังอยู่นะแบม เธออย่าทำเป็นเล่นสิ" เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "แบมจะไม่จดทะเบียนสมรสกับเซนต์ นั่นแหละคือจริงจัง" "แบม..." น้ำเสียงออดอ้อน แววตาอ้อนวอนหวังให้เธอเห็นใจ "ไม่ต้องมาอ้อนวอน เพราะแบมจะไม่ช่วยเซนต์เด็ดขาด" พูดจบ ร่างเล็กก็ลุกพรวดออกจากโซฟา ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปจับยังข้อมือเรียวแล้วเผลอออกแรงดึงโดยไม่ได้ตั้งใจ จนคนตัวเล็กล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา หมับ! "ว้าย! ทำบ้าอะไรน่ะเซนต์" เธออุทานออกมาด้วยความตกใจแล้วหันมาต่อว่าชายหนุ่มที่ใบหน้าของเขาแนบอยู่กับไหล่ของเธอ แถมมือของเขาก็ยังกอดเธออีก "ฉันขอโทษนะที่ดึงแขนเธอแรงไปหน่อย ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ" ว่าจบ หญิงสาวก็ลุกออกจากตักหนาแล้วหันมาพูดกับเขา "ถ้าเซนต์อยากจะจดทะเบียนเพื่อตบตาพ่อกับแม่ เซนต์ก็ไปจ้างผู้หญิงคนอื่นเถอะ" "ฉันจะไม่จ้างใครนอกจากเธอ เพราะเธอคือเพื่อนผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ฉันสนิทมากที่สุด" ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเซนต์ไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิง เขาเพิ่งมีเพื่อนผู้หญิงก็ตอนเรียนปีหนึ่งนี่แหละ ส่วนเพื่อนผู้หญิงอีกคนชื่อวิวซึ่งรู้จักหลังจากแบม ตอนอยู่มหาลัยวิทยาลัยเขาจะอยู่กับแบมและวิว พออยู่นอกมหาวิทยาลัยเขาก็จะเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนมัธยมมาด้วยกัน จะไปดื่มหรือเที่ยวผู้หญิงก็ไปกับพวกนั้นแหละ ส่วนแบมกับวิวเขาก็ไปไหนมาไหนกับพวกเธออยู่บ่อยๆเหมือนกัน อย่างเช่นไปเดินห้าง ไปเที่ยวผับบ้างตามประสาวัยรุ่นมหาวิทยาลัย เซนต์จะเป็นคนออกค่ากินและค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ถึงแม้ว่าแบมกับวิวอยากช่วยจ่ายด้วย แต่เขาไม่ยอมให้สองสาวจ่ายเองเด็ดขาด เพราะเขาคิดเสมอว่าเป็นผู้ชายจะให้ผู้หญิงมาจ่ายได้ยังไง "งั้นเซนต์ลองไปขอความช่วยเหลือจากวิวดูสิ ไม่แน่วิวอาจจะช่วยเซนต์ก็ได้นะ" "ฉันไม่เอาวิว แต่ฉันจะเอาเธอ" ก่อนที่แบมจะพูดขึ้น เพราะฟังดูแล้วมันดูสองแง่สองง่ามยังไงชอบกล "อย่าพูดสองแง่สองง่ามได้ไหมเซนต์ ฟังดูแล้วมัน...ยังไงก็ไม่รู้" "ฉันไม่ได้หมายถึงจะเอาเธออย่างที่เธอเข้าใจหรอก แต่ฉันอยากบอกว่าจะเอาเธอมาจดทะเบียนสมรสกับฉัน จนกว่าฉันจะเจอคนที่ถูกใจนั่นแหละฉันถึงจะหย่าให้เธอ" "กว่าเซนต์จะเจอคนที่ถูกใจ มันจะไม่นานไปหน่อยเหรอ" เธอเริ่มลังเลเพราะสงสารเขา "คงไม่นานเท่าไหร่หรอกมั้ง" เขาตอบออกไปด้วยความไม่แน่ใจ เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เจอผู้หญิงที่ถูกใจเมื่อไหร่ "ขอแบมคิดดูก่อนก็แล้วกันนะ" เมื่อแบมได้ยินเขาบอกมาแบบนั้นเธอที่รู้สึกลังเลอยากจะช่วยเขา จึงคิดว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดี ดังนั้นถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือเธอก็อยากจะช่วยเขาเหมือนกัน เนื่องจากว่าเขาช่วยเธอมาเยอะแล้ว "งั้นฉันให้เวลาเธอคิดสามวันนะ" ใบหน้าหล่อเอ่ยออกไปพร้อมรอยยิ้มมีความหวัง "สามวันน้อยไป" "งั้นฉันให้เวลาเธอคิดหนึ่งอาทิตย์ก็แล้วกัน" "ได้" "ขอบใจมากนะแบมที่ช่วยฉัน" "แบมยังไม่ได้ตอบเซนต์เลยนะว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย เพราะฉะนั้นยังไม่ต้องขอบใจหรอก" "ฉันขอบใจเธอไว้ล่วงหน้าไง ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ อีกหนึ่งอาทิตย์ฉันจะกลับมาฟังคำตอบจากเธอ" "ได้" จากนั้น เซนต์ก็หยัดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วออกจากบ้านไปด้วยสีหน้าแช่มชื่นอย่างมีความหวังอยู่ในใจหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เซนต์กับแบมอยู่ด้วยกัน และแบมก็ได้เข้าไปเป็นเลขาของเซนต์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มแล้วเช่นกัน"ฉันโอนเงินให้เธอแล้วนะห้าหมื่น" เซนต์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของแบมแล้วบอกออกไป"ค่าอะไรเหรอเซนต์""ก็เงินเดือนของเธอไง""ทำไมต้องให้แบมเยอะด้วยล่ะเซนต์ แบมเพิ่งเรียนจบเอง เงินเดือนหลายหมื่นแบบนั้นมันเหมาะกับคนที่ทำงานมาแล้วหลายปีมากกว่านะ""ก็ฉันพอใจอยากให้เธอ เธอรับไว้เถอะ อย่าคิดว่ามากเลยนะ""แบมขอบคุณเซนต์มากนะที่ใจดีกับแบมมาตลอดเลย" เธอเอ่ยแล้วระบายยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับเขามาเขาจะเป็นฝ่ายให้เธอตลอด แต่เธอสิไม่ได้ตอบแทนในสิ่งที่เขาให้เธอเลยเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังจากพ่อเสียได้สองเดือนก็มีเจ้าหนี้มาบอกว่าพ่อเคยเอาโฉนดบ้านไปขายฝากไว้ ซึ่งถึงเวลาที่จะต้องจ่ายแล้ว ถ้าไม่จ่ายเจ้าหนี้บอกจะยึดบ้าน วันนั้นเซ็นต์มาหาเธอที่บ้านเพื่อจะพาเธอออกไปเที่ยวจึงได้เห็นเหตุการณ์พอดี'หนี้ทั้งหมดสองแสนใช่ไหม' เซนต์ถามเจ้าหนี้'ใช่ครับคุณอคิราห์' เจ้าหนี้วัยกลางคนบอกกับเซนต์ด้วยท่าทีสุภาพ เพราะเขารู้ว่าเซนต์เป็นทายาทเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกชื้อ
สองชั่วโมงต่อมาก๊อก! ก๊อก!"น้ำเย็นค่ะคุณอคิราห์" เสียงของเลขาสาวในวัยยี่สิบสี่ปีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ โดยในมือถือแก้วน้ำเย็นแล้วนำมาวางไว้ตรงหน้าของร่างสูงที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่เธอชอบเจ้านายของตัวเอง เพราะเขาทั้งหล่อทั้งรวยจะไม่ให้ชอบได้ยังไง ดังนั้นเธอจึงต้องเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษเผื่อว่าได้เลื่อนตำแหน่งจากงานเลขาเป็นงานบนเตียง"ขอบคุณ" เขาเงยหน้าบอกกับหญิงสาวที่ยืนส่งรอยยิ้มยั่วยวนให้เขาอยู่ เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรกับเขาตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นเลขาของเขา นี่ก็สองเดือนแล้วที่เธอส่งสายตาเชิญชวนให้เขาทุกวัน เขาไม่ได้รู้สึกอยากแต่รู้สึกรำคาญมากกว่า"งั้นดิฉันขอตัวออกไปทำงานต่อนะคะ" พูดจบ หญิงสาวก็เดินออกจากห้องไป ก่อนเสียงหวานของแบมจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า"ดูท่าทางเลขาของเซนต์จะชอบเซนต์นะ""ฉันรู้ ฉันก็กะจะหาเลขาใหม่อยู่เหมือนกัน""แล้วเลขาคนเมื่อกี้ทำไมเหรอ""ฉันรู้สึกรำคาญกับท่าทีของเขาน่ะ""ยังไงเหรอ""ฉันอยากได้เลขาที่ตั้งใจทำงานมากกว่า ไม่ได้ต้องการเลขาที่มัวแต่จะยั่วเจ้านายทุกวัน""เซนต์จะหาเลขาใหม่จริงๆเหรอ""อืม""แล้วถ้าแบมจะมาเป็นเลขาให้เซนต์ เซนต์จะว่ายังไ
ตอนเย็น"เย็นนี้เซนต์อยากกินอะไรเดี๋ยวแบมจะเข้าครัวไปทำอาหารแล้ว" แบมเดินออกมาหน้าบ้านแล้วเอ่ยถามยังเพื่อนตัวสูงที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ "เธออยากกินอะไรก็ทำไปเถอะ เธอทำอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้นแหละ" ใบหน้าหล่อหันมาตอบกลับร่างเล็กที่ยืนอยู่"งั้นเซนต์รอแปปนะ เดี๋ยวแบมจะไปทำเดี๋ยวนี้แหละ""ให้ฉันช่วยอะไรไหม""ไม่ต้องหรอก แค่ช่วยกินก็พอ" พูดจบ แบมก็สาวเท้าเข้าครัวไปทำอาหาร จากนั้นทั้งสองก็รับประทานกันจนเสร็จ ก่อนจะพากันขึ้นชั้นบนแล้วเข้าห้องนอนของตัวเองไปวันต่อมาร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทหรูดูดีสาวเท้าเดินลงมายังชั้นล่างแล้วเข้าครัวไปหาคนตัวเล็กจึงเห็นว่าเธอกำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ เมื่อเห็นอย่างนั้นเรียวปากหนาจึงขยับถามออกไป"ทำของกินให้ฉันอยู่เหรอ""ใช่ เซนต์จะกินก่อนออกไปทำงานไหม" ใบหน้าเรียวใสหันมาตอบกลับร่างสูงด้วยรอยยิ้มตามประสา"เสร็จหรือยัง""เสร็จแล้ว" "งั้นเดี๋ยวฉันยกออกไปเอง" พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินไปหยิบจานที่มีแซนวิชสอดไส้หมูหยองแฮมไส้กรอกและผัก พร้อมกับกาแฟพาออกไปนั่งกินยังโต๊ะอาหารหรูที่วางอยู่ด้านนอกแบมถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินต
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งสองก็พากันมานั่งในห้องโถงใหญ่ โดยทั้งคู่นั่งใกล้กันด้วยความเคยชิน เนื่องจากว่าตอนอยู่ในห้องเรียนเซนต์กับแบมจะนั่งคู่กันตลอด ตอนกินข้าวไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยหรือไปกินที่อื่นเซนต์จะนั่งข้างแบมทุกครั้ง"เธอไม่ต้องออกไปหางานที่ไหนทำหรอก อยู่แต่บ้านก็พอแล้ว" ใบหน้าหล่อหันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้าง"ถ้าแบมไม่มีงานทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนเซนต์ล่ะ""ฉันจะถือซะว่าที่เธอมาจดทะเบียนกับฉันคือเธอได้คืนเงินให้ฉันแล้ว""แต่มันเยอะนะเซนต์""เธออย่าคิดมากกับเงินที่ฉันให้เธอยืมเลยนะ""แล้วที่บริษัทของเซนต์มีตำแหน่งงานว่างที่แบมพอจะทำได้ไหม""ให้อยู่บ้านเฉยๆไม่ชอบหรือไง""ถ้าให้แบมอยู่แต่บ้านก็เบื่อน่ะสิ""งั้นเอาเป็นว่าถ้ามีงานที่เหมาะกับเธอฉันจะบอกก็แล้วกัน""โอเค" ระบายยิ้มหวานก่อนที่เซนต์จะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอ่ยออกไป"ตอนนี้เราสองคนก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว และเราก็เป็นผัวเมียกันแล้ว ถึงจะเป็นแค่ผัวเมียกันทางนิตินัยก็เถอะ" เขาหยุดไว้แค่นั้นแล้วจ้องมองไปยังเธอ"..." แบมก็นิ่งรอฟังเพราะอยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ"แล้วถ้าเกิดว่าฉันต้องการเรื่องนั้น...เ
เมื่อทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเซนต์ก็พาเพื่อนสาวซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเมียนิตินัยของเขาไปเสียแล้วกลับบ้านที่เขาได้ซื้อไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนเหตุที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านเพราะถ้าแบมยอมจดทะเบียนสมรสกับเขา เขาก็จะพาเธอไปอยู่ในบ้านหลังนั้นทันทีบ้านเซนต์เมื่อเซนต์พาแบมขึ้นมายังชั้นสอง เขาก็หันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง"เธอนอนห้องนั้นนะ และฉันจะนอนห้องนี้" เขาชี้ไปยังห้องนอนที่เป็นห้องของเธอโดยอยู่ติดกับห้องของเขา ซึ่งขนาดของห้องใหญ่พอๆกัน"งั้นแบมเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บในห้องก่อนนะ""ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมา เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่""ได้" ว่าจบแบมก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปในห้องนอน เมื่อเสร็จแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงออกจากห้องมาพอดี ก่อนเจ้าของเรียวปากสีหวานจะเอ่ยถามออกไป"ตอนไปถึงบ้านเซนต์ แบมจะต้องพูดกับพ่อแม่เซนต์ว่ายังไงบ้าง""ก็พูดทักทายตามปกติ ถ้าเกิดว่าพ่อกับแม่ถามเรื่องของเราฉันจะเป็นคนตอบเอง ส่วนเธอก็นั่งเฉยๆไป""ได้""งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เดินนำเจ้าของร่างบอบบางลงไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปหาพ่อกับแม่ของตัวเอ
หลังจากที่เซนต์กลับไปแล้วแบมก็โทรหาวิวทันทีตู๊ด~'ว่าไงเพื่อนรัก''วิวฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาเธอหน่อย''เธอจะปรึกษาฉันเรื่องอะไรก็ว่ามาได้เลย''เมื่อกี้เซนต์มาหาฉันที่บ้านแล้วขอความช่วยเหลือจากฉันน่ะ''เธอก็ช่วยไปสิแบม ปกติเซนต์ก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพวกเราเลยนะ มีแต่มันที่คอยช่วยเหลือพวกเรา ว่าแต่...เซนต์มาขอให้เธอช่วยเรื่องอะไรเหรอ'''เซนต์บอกว่าถูกพ่อกับแม่บังคับให้แต่งงาน เซนต์ก็เลยมาขอให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อไม่ให้พ่อแม่จับคลุมถุงชน''เธอก็จดทะเบียนกับเซนต์ไปสิแบม ถือว่าช่วยเพื่อน''เธอไม่ตกใจกับเรื่องที่ฉันบอกเลยเหรอวิว''เปล่านี่ ทำไมฉันจะต้องตกใจด้วยล่ะ ก็เพื่อนมาขอความช่วยเหลือ ถ้าเซนต์มาขอให้ฉันช่วยฉันก็ช่วยอยู่แล้ว''เฮ้อ...' แบมถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกคิดหนัก เพราะคิดว่าพอปรึกษาวิวแล้ววิวจะห้าม แต่กลายเป็นว่าวิวบอกให้ช่วยเซนต์ซะงั้น'แล้วเซนต์ได้กำหนดไหมว่าต้องหย่ากันเมื่อไหร่''จนกว่าเซนต์จะเจอผู้หญิงที่ถูกใจโน่นแหละ''งั้นเธอก็ช่วยเซนต์ไปเถอะแบม ถือว่าได้บุญที่ได้ช่วยไม่ให้เพื่อนอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจกับการถูกจับคลุมถุงชนให้อยู่กับคนที่มันไม่ได้รัก''เอาเป็นว







