เข้าสู่ระบบหลังจากที่เซนต์กลับไปแล้วแบมก็โทรหาวิวทันที
ตู๊ด~ 'ว่าไงเพื่อนรัก' 'วิวฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาเธอหน่อย' 'เธอจะปรึกษาฉันเรื่องอะไรก็ว่ามาได้เลย' 'เมื่อกี้เซนต์มาหาฉันที่บ้านแล้วขอความช่วยเหลือจากฉันน่ะ' 'เธอก็ช่วยไปสิแบม ปกติเซนต์ก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพวกเราเลยนะ มีแต่มันที่คอยช่วยเหลือพวกเรา ว่าแต่...เซนต์มาขอให้เธอช่วยเรื่องอะไรเหรอ'' 'เซนต์บอกว่าถูกพ่อกับแม่บังคับให้แต่งงาน เซนต์ก็เลยมาขอให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อไม่ให้พ่อแม่จับคลุมถุงชน' 'เธอก็จดทะเบียนกับเซนต์ไปสิแบม ถือว่าช่วยเพื่อน' 'เธอไม่ตกใจกับเรื่องที่ฉันบอกเลยเหรอวิว' 'เปล่านี่ ทำไมฉันจะต้องตกใจด้วยล่ะ ก็เพื่อนมาขอความช่วยเหลือ ถ้าเซนต์มาขอให้ฉันช่วยฉันก็ช่วยอยู่แล้ว' 'เฮ้อ...' แบมถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกคิดหนัก เพราะคิดว่าพอปรึกษาวิวแล้ววิวจะห้าม แต่กลายเป็นว่าวิวบอกให้ช่วยเซนต์ซะงั้น 'แล้วเซนต์ได้กำหนดไหมว่าต้องหย่ากันเมื่อไหร่' 'จนกว่าเซนต์จะเจอผู้หญิงที่ถูกใจโน่นแหละ' 'งั้นเธอก็ช่วยเซนต์ไปเถอะแบม ถือว่าได้บุญที่ได้ช่วยไม่ให้เพื่อนอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจกับการถูกจับคลุมถุงชนให้อยู่กับคนที่มันไม่ได้รัก' 'เอาเป็นว่าฉันเชื่อเธอก็แล้วกันนะวิว ขอบใจมากนะที่ให้คำปรึกษา' 'เออๆ เธอมีเรื่องอะไรอยากจะปรึกษาฉันก็โทรมาหาได้เลย' 'งั้นแค่นี้นะวิว' จากนั้นการสนทนาของเพื่อนสนิทก็สิ้นสุดลง หนึ่งอาทิตย์ต่อมา และแล้ววันที่เซนต์รอคอยก็มาถึง วันนี้เขามาหาแบมตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมาฟังข่าวดีจากปากของเธอ รถหรูของเซนต์แล่นเข้ามาจอดยังหน้าบ้านของแบมด้วยความเร็ว ก่อนร่างสูงจะลงจากรถแล้วสาวเท้าไปเคาะประตูบ้านของเธอ ก๊อก! ก๊อก! เขาเคาะประตูหลายครั้งเมื่อเห็นว่าเธอไม่เปิดจึงโทรหาเธอทันที ตู๊ด~ 'อืม~' แบมรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียเพราะเธอยังหลับอยู่ 'เธอยังไม่ตื่นเหรอแบม' 'อืม...ทำไมต้องมาปลุกแต่เช้าด้วยล่ะ' 'ก็ฉันตื่นเต้นอยากมาฟังข่าวดีจากเธอไง' 'งั้นขอแบมล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะ' 'ก่อนล้างหน้ามาเปิดประตูบ้านให้ฉันก่อนสิ' 'อืม' จากนั้นไม่นานประตูบ้านก็ถูกเปิดออกมาจากเจ้าของร่างบอบบางซึ่งอยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นพร้อมกับผมเผ้าไม่เป็นทรง ร่างสูงแทรกตัวเข้าไปข้างใน ก่อนคนตัวเล็กจะเข้าห้องนอนไปล้างหน้าแปรงฟันหวีผมแล้วรวบผูกเป็นหางม้าและออกจากห้องมา ร่างเล็กเดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาใกล้กับร่างสูง ก่อนที่เซนต์จะเอ่ยถามออกไปด้วยความร้อนใจ "ตกลงเธอจะช่วยฉันไหมแบม" ถามออกไปพลางสีหน้าก็ลุ้นไปด้วย "ช่วย" ทันทีที่ได้ยินเพื่อนตัวเล็กบอกว่าช่วย พลันรอยยิ้มกว้างก็ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาทันที ใบหน้าของเขาเปิดเผยถึงความสุขอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเพราะตื่นเต้นดีใจ "ฉันขอบใจเธอมากนะแบมที่ช่วยฉัน" "แบมเห็นว่าเซนต์เป็นเพื่อนที่ดีหรอกนะถึงได้ช่วย" ตลอดสี่ปีที่เป็นเพื่อนกับเซนต์มา เซนต์เป็นเพื่อนที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก เขามักจะช่วยเหลือเธออยู่เสมอ แบมอยู่กับพ่อมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีก่อนพ่อเธอเสียชีวิตด้วยโรคถุงลมโป่งพอง มีเซนต์นี่แหละที่คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง เขาช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องงานศพของพ่อจนเสร็จงาน เสร็จจากงานศพพ่อเธอก็ออกหางานพาร์ทไทม์ทำ พอเซนต์รู้เข้า 'เธอไม่ต้องไปหาหรอกงาน ทำเฉพาะหน้าที่เรียนก็พอ' 'ถ้าแบมไม่ทำงานแบมก็ไม่มีเงินเรียนสิ ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆอีก' 'ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเธอ ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง' 'แบมอยากทำงานหาเงินเองมากกว่า แบมไม่อยากรบกวนเซนต์' 'เธออายุแค่ยี่สิบเองนะ แล้วจะไปทำงานอะไรได้' ตอนนี้เซนต์อายุยี่สิบสามปี 'ก็มีเยอะแยะนะเซนต์ อย่างเช่นไปเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร หรือว่าไปเป็นพนักงานเสิร์ฟในผับก็ได้ เห็นคนที่ไปทำกันบอกว่าได้ทิปเยอะด้วยนะ' 'เธอหยุดคิดที่จะหางานได้เลย เพราะฉันจะไม่ให้เธอไปทำงานที่ไหนทั้งนั้น' เขาพูดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าเธอจะไปทำงานในที่แบบนั้น 'ลำไมล่ะเซนต์ ก็แบมเห็นนักศึกษาหลายคนไปทำกันเยอะแยะนะ' 'ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟในผับเธอไม่กลัวถูกคนเมาลวนลามเอาเหรอ' เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ 'ก็...กลัวแหละ แต่แบมจะหาทางเอาตัวรอดจากคนพวกนั้นให้ได้' 'เรื่องหางานเธอเลิกคิดได้เลย เพราะฉันจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช่จ่ายของเธอทั้งหมดเอง' 'แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของเซนต์เลยนะที่จะต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายของแบม แบมหาเงินเองดะ…' เธอพูดไม่ทันขาดคำเขาก็รีบพูดดักคอเธอเสียก่อน 'เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เธอคิดซะว่าฉันให้เธอยืมเงินไปใช้ก่อน ถ้าเธอมีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนฉันทีหลังก็ได้' เพราะเห็นว่าเธอเกรงใจเขาจึงจำต้องพูดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วเขาไม่คิดจะเอาเงินจากเธอกลับ เขาอยากให้เธอแต่ไม่ใช่ให้ยืม 'ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่...พ่อกับแม่เซนต์จะไม่ว่าเอาเหรอถ้าให้แบมยืมเงิน เพราะกว่าแบมจะเรียนจบต้องใช้เงินไม่ใช่น้อยๆเลยนะ และอีกอย่างเซนต์ก็ยังเรียนอยู่ด้วย' 'เงินที่ฉันจะให้เธอมันเป็นเงินส่วนตัวของฉันที่ได้จากการทำงาน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเงินของพ่อแม่' ตอนที่เขาดรอปเรียนเขาก็เข้าไปช่วยงานพ่อที่บริษัท แล้วพ่อก็จ่ายเงินเดือนให้เขาทุกเดือน เขานำเงินจากเงินเดือนที่พ่อให้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พอเห็นว่าได้กำไรเขาก็ขายไปแล้วลงทุนใหม่ จนตอนนี้เขาได้ผลกำไรจากการลงทุนเยอะพอสมควร พออายุยี่สิบปีเขาก็เปิดพอร์ตลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผลกำไรจากการลงทุนทั้งสองอย่างที่เขาได้รับถือว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย 'อ๋อ' แบมพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเซนต์จึงหยิบบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มออกมาจากกระเป๋าสตางค์ราคาแพงแล้วยื่นให้เพื่อนสาวพร้อมกับพูดออกไป 'บัตรเครดิตกับบัตรเอทีเอ็ม เก็บเอาไว้สิ บัตรเครดิตเธอจะใช้ซื้ออะไรก็ได้ ส่วนบัตรเอทีเอ็มเธอจะกดเงินออกมาใช้เท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่เธอ' 'แบมเอาแค่บัตรเอทีเอ็มก็พอ บัตรเครดิตไม่ต้องหรอก' 'เอาไว้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ รับไปสิ' จากนั้นแบมก็รับบัตรสองใบไปใส่ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองแล้วพูดออกมา 'แบมขอบคุณเซนต์มากนะที่ช่วยแบม พอแบมเรียนจบได้ทำงานเมื่อไหร่ แบมก็จะคืนเงินให้เซนต์ทันที' 'เรื่องคืนเงินเธอไม่ต้องรีบหรอก เพราะฉันไม่คิดจะเอาคืน เอ่อ...ฉันไม่ได้รีบจะเอาคืน' 'เซนต์คือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับแบมเลยนะ' ยิ้มสดใส "งั้นเธอก็ไปเก็บเสื้อผ้าเถอะ" "เก็บทำไม" ขมวดคิ้วนึกสงสัย "ฉันจะพาเธอไปจดทะเบียนวันนี้เลย พอจดทะเบียนเสร็จฉันก็จะพาเธอไปอยู่กับฉัน และฉันก็จะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่ฉัน" "ถ้าแบมไม่ไปอยู่กับเซนต์ได้ไหม แบมอยากอยู่บ้านตัวเองมากกว่า" "ถ้าเกิดพ่อกับแม่ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ที่บ้านเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็สงสัยอีกน่ะสิว่าเราเป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเธอต้องย้ายไปอยู่กับฉัน" "แบมย้ายไปอยู่กับเซนต์ก็ได้ แต่แบมจะไม่นอนห้องเดียวกับเซนต์" "ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะให้เธอนอนห้องเดียวกับฉัน ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเราแค่จดทะเบียนกันเฉยๆ แต่ไม่ต้องนอนด้วยกัน เรื่องที่ฉันจะทำอะไรเธอ เธอไม่ต้องกลัวหรอกเพราะฉันจะไม่เอาเพื่อนมาทำเมียเด็ดขาด" "งั้นแบมขอเข้าไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะ" "เธอเก็บเสื้อผ้าไปให้หมดเลยนะ เพราะอาจจะต้องอยู่ยาว" "ยาวแค่ไหนล่ะ" "ก็จนกว่าฉันจะเจอคนที่ถูกใจนั่นแหละ" "งั้นเซนต์นั่งรอแปปนะ แบมขอตัวไปเก็บของก่อน" บอกจบ หญิงสาวก็ลุกจากโซฟาแล้วเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบใหญ่ เสร็จแล้วจึงอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสสั้นน่ารักและออกจากห้องมา ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปขึ้นรถหรูแล้วเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอซึ่งอยู่ไม่ไกลหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เซนต์กับแบมอยู่ด้วยกัน และแบมก็ได้เข้าไปเป็นเลขาของเซนต์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มแล้วเช่นกัน"ฉันโอนเงินให้เธอแล้วนะห้าหมื่น" เซนต์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของแบมแล้วบอกออกไป"ค่าอะไรเหรอเซนต์""ก็เงินเดือนของเธอไง""ทำไมต้องให้แบมเยอะด้วยล่ะเซนต์ แบมเพิ่งเรียนจบเอง เงินเดือนหลายหมื่นแบบนั้นมันเหมาะกับคนที่ทำงานมาแล้วหลายปีมากกว่านะ""ก็ฉันพอใจอยากให้เธอ เธอรับไว้เถอะ อย่าคิดว่ามากเลยนะ""แบมขอบคุณเซนต์มากนะที่ใจดีกับแบมมาตลอดเลย" เธอเอ่ยแล้วระบายยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับเขามาเขาจะเป็นฝ่ายให้เธอตลอด แต่เธอสิไม่ได้ตอบแทนในสิ่งที่เขาให้เธอเลยเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังจากพ่อเสียได้สองเดือนก็มีเจ้าหนี้มาบอกว่าพ่อเคยเอาโฉนดบ้านไปขายฝากไว้ ซึ่งถึงเวลาที่จะต้องจ่ายแล้ว ถ้าไม่จ่ายเจ้าหนี้บอกจะยึดบ้าน วันนั้นเซ็นต์มาหาเธอที่บ้านเพื่อจะพาเธอออกไปเที่ยวจึงได้เห็นเหตุการณ์พอดี'หนี้ทั้งหมดสองแสนใช่ไหม' เซนต์ถามเจ้าหนี้'ใช่ครับคุณอคิราห์' เจ้าหนี้วัยกลางคนบอกกับเซนต์ด้วยท่าทีสุภาพ เพราะเขารู้ว่าเซนต์เป็นทายาทเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกชื้อ
สองชั่วโมงต่อมาก๊อก! ก๊อก!"น้ำเย็นค่ะคุณอคิราห์" เสียงของเลขาสาวในวัยยี่สิบสี่ปีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ โดยในมือถือแก้วน้ำเย็นแล้วนำมาวางไว้ตรงหน้าของร่างสูงที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่เธอชอบเจ้านายของตัวเอง เพราะเขาทั้งหล่อทั้งรวยจะไม่ให้ชอบได้ยังไง ดังนั้นเธอจึงต้องเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษเผื่อว่าได้เลื่อนตำแหน่งจากงานเลขาเป็นงานบนเตียง"ขอบคุณ" เขาเงยหน้าบอกกับหญิงสาวที่ยืนส่งรอยยิ้มยั่วยวนให้เขาอยู่ เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรกับเขาตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นเลขาของเขา นี่ก็สองเดือนแล้วที่เธอส่งสายตาเชิญชวนให้เขาทุกวัน เขาไม่ได้รู้สึกอยากแต่รู้สึกรำคาญมากกว่า"งั้นดิฉันขอตัวออกไปทำงานต่อนะคะ" พูดจบ หญิงสาวก็เดินออกจากห้องไป ก่อนเสียงหวานของแบมจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า"ดูท่าทางเลขาของเซนต์จะชอบเซนต์นะ""ฉันรู้ ฉันก็กะจะหาเลขาใหม่อยู่เหมือนกัน""แล้วเลขาคนเมื่อกี้ทำไมเหรอ""ฉันรู้สึกรำคาญกับท่าทีของเขาน่ะ""ยังไงเหรอ""ฉันอยากได้เลขาที่ตั้งใจทำงานมากกว่า ไม่ได้ต้องการเลขาที่มัวแต่จะยั่วเจ้านายทุกวัน""เซนต์จะหาเลขาใหม่จริงๆเหรอ""อืม""แล้วถ้าแบมจะมาเป็นเลขาให้เซนต์ เซนต์จะว่ายังไ
ตอนเย็น"เย็นนี้เซนต์อยากกินอะไรเดี๋ยวแบมจะเข้าครัวไปทำอาหารแล้ว" แบมเดินออกมาหน้าบ้านแล้วเอ่ยถามยังเพื่อนตัวสูงที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ "เธออยากกินอะไรก็ทำไปเถอะ เธอทำอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้นแหละ" ใบหน้าหล่อหันมาตอบกลับร่างเล็กที่ยืนอยู่"งั้นเซนต์รอแปปนะ เดี๋ยวแบมจะไปทำเดี๋ยวนี้แหละ""ให้ฉันช่วยอะไรไหม""ไม่ต้องหรอก แค่ช่วยกินก็พอ" พูดจบ แบมก็สาวเท้าเข้าครัวไปทำอาหาร จากนั้นทั้งสองก็รับประทานกันจนเสร็จ ก่อนจะพากันขึ้นชั้นบนแล้วเข้าห้องนอนของตัวเองไปวันต่อมาร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทหรูดูดีสาวเท้าเดินลงมายังชั้นล่างแล้วเข้าครัวไปหาคนตัวเล็กจึงเห็นว่าเธอกำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ เมื่อเห็นอย่างนั้นเรียวปากหนาจึงขยับถามออกไป"ทำของกินให้ฉันอยู่เหรอ""ใช่ เซนต์จะกินก่อนออกไปทำงานไหม" ใบหน้าเรียวใสหันมาตอบกลับร่างสูงด้วยรอยยิ้มตามประสา"เสร็จหรือยัง""เสร็จแล้ว" "งั้นเดี๋ยวฉันยกออกไปเอง" พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินไปหยิบจานที่มีแซนวิชสอดไส้หมูหยองแฮมไส้กรอกและผัก พร้อมกับกาแฟพาออกไปนั่งกินยังโต๊ะอาหารหรูที่วางอยู่ด้านนอกแบมถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินต
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งสองก็พากันมานั่งในห้องโถงใหญ่ โดยทั้งคู่นั่งใกล้กันด้วยความเคยชิน เนื่องจากว่าตอนอยู่ในห้องเรียนเซนต์กับแบมจะนั่งคู่กันตลอด ตอนกินข้าวไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยหรือไปกินที่อื่นเซนต์จะนั่งข้างแบมทุกครั้ง"เธอไม่ต้องออกไปหางานที่ไหนทำหรอก อยู่แต่บ้านก็พอแล้ว" ใบหน้าหล่อหันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้าง"ถ้าแบมไม่มีงานทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนเซนต์ล่ะ""ฉันจะถือซะว่าที่เธอมาจดทะเบียนกับฉันคือเธอได้คืนเงินให้ฉันแล้ว""แต่มันเยอะนะเซนต์""เธออย่าคิดมากกับเงินที่ฉันให้เธอยืมเลยนะ""แล้วที่บริษัทของเซนต์มีตำแหน่งงานว่างที่แบมพอจะทำได้ไหม""ให้อยู่บ้านเฉยๆไม่ชอบหรือไง""ถ้าให้แบมอยู่แต่บ้านก็เบื่อน่ะสิ""งั้นเอาเป็นว่าถ้ามีงานที่เหมาะกับเธอฉันจะบอกก็แล้วกัน""โอเค" ระบายยิ้มหวานก่อนที่เซนต์จะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอ่ยออกไป"ตอนนี้เราสองคนก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว และเราก็เป็นผัวเมียกันแล้ว ถึงจะเป็นแค่ผัวเมียกันทางนิตินัยก็เถอะ" เขาหยุดไว้แค่นั้นแล้วจ้องมองไปยังเธอ"..." แบมก็นิ่งรอฟังเพราะอยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ"แล้วถ้าเกิดว่าฉันต้องการเรื่องนั้น...เ
เมื่อทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเซนต์ก็พาเพื่อนสาวซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเมียนิตินัยของเขาไปเสียแล้วกลับบ้านที่เขาได้ซื้อไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนเหตุที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านเพราะถ้าแบมยอมจดทะเบียนสมรสกับเขา เขาก็จะพาเธอไปอยู่ในบ้านหลังนั้นทันทีบ้านเซนต์เมื่อเซนต์พาแบมขึ้นมายังชั้นสอง เขาก็หันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง"เธอนอนห้องนั้นนะ และฉันจะนอนห้องนี้" เขาชี้ไปยังห้องนอนที่เป็นห้องของเธอโดยอยู่ติดกับห้องของเขา ซึ่งขนาดของห้องใหญ่พอๆกัน"งั้นแบมเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บในห้องก่อนนะ""ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมา เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่""ได้" ว่าจบแบมก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปในห้องนอน เมื่อเสร็จแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงออกจากห้องมาพอดี ก่อนเจ้าของเรียวปากสีหวานจะเอ่ยถามออกไป"ตอนไปถึงบ้านเซนต์ แบมจะต้องพูดกับพ่อแม่เซนต์ว่ายังไงบ้าง""ก็พูดทักทายตามปกติ ถ้าเกิดว่าพ่อกับแม่ถามเรื่องของเราฉันจะเป็นคนตอบเอง ส่วนเธอก็นั่งเฉยๆไป""ได้""งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เดินนำเจ้าของร่างบอบบางลงไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปหาพ่อกับแม่ของตัวเอ
หลังจากที่เซนต์กลับไปแล้วแบมก็โทรหาวิวทันทีตู๊ด~'ว่าไงเพื่อนรัก''วิวฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาเธอหน่อย''เธอจะปรึกษาฉันเรื่องอะไรก็ว่ามาได้เลย''เมื่อกี้เซนต์มาหาฉันที่บ้านแล้วขอความช่วยเหลือจากฉันน่ะ''เธอก็ช่วยไปสิแบม ปกติเซนต์ก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพวกเราเลยนะ มีแต่มันที่คอยช่วยเหลือพวกเรา ว่าแต่...เซนต์มาขอให้เธอช่วยเรื่องอะไรเหรอ'''เซนต์บอกว่าถูกพ่อกับแม่บังคับให้แต่งงาน เซนต์ก็เลยมาขอให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อไม่ให้พ่อแม่จับคลุมถุงชน''เธอก็จดทะเบียนกับเซนต์ไปสิแบม ถือว่าช่วยเพื่อน''เธอไม่ตกใจกับเรื่องที่ฉันบอกเลยเหรอวิว''เปล่านี่ ทำไมฉันจะต้องตกใจด้วยล่ะ ก็เพื่อนมาขอความช่วยเหลือ ถ้าเซนต์มาขอให้ฉันช่วยฉันก็ช่วยอยู่แล้ว''เฮ้อ...' แบมถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกคิดหนัก เพราะคิดว่าพอปรึกษาวิวแล้ววิวจะห้าม แต่กลายเป็นว่าวิวบอกให้ช่วยเซนต์ซะงั้น'แล้วเซนต์ได้กำหนดไหมว่าต้องหย่ากันเมื่อไหร่''จนกว่าเซนต์จะเจอผู้หญิงที่ถูกใจโน่นแหละ''งั้นเธอก็ช่วยเซนต์ไปเถอะแบม ถือว่าได้บุญที่ได้ช่วยไม่ให้เพื่อนอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจกับการถูกจับคลุมถุงชนให้อยู่กับคนที่มันไม่ได้รัก''เอาเป็นว







