เข้าสู่ระบบเมื่อทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเซนต์ก็พาเพื่อนสาวซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเมียนิตินัยของเขาไปเสียแล้วกลับบ้านที่เขาได้ซื้อไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน
เหตุที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านเพราะถ้าแบมยอมจดทะเบียนสมรสกับเขา เขาก็จะพาเธอไปอยู่ในบ้านหลังนั้นทันที บ้านเซนต์ เมื่อเซนต์พาแบมขึ้นมายังชั้นสอง เขาก็หันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง "เธอนอนห้องนั้นนะ และฉันจะนอนห้องนี้" เขาชี้ไปยังห้องนอนที่เป็นห้องของเธอโดยอยู่ติดกับห้องของเขา ซึ่งขนาดของห้องใหญ่พอๆกัน "งั้นแบมเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บในห้องก่อนนะ" "ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมา เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่" "ได้" ว่าจบแบมก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปในห้องนอน เมื่อเสร็จแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงออกจากห้องมาพอดี ก่อนเจ้าของเรียวปากสีหวานจะเอ่ยถามออกไป "ตอนไปถึงบ้านเซนต์ แบมจะต้องพูดกับพ่อแม่เซนต์ว่ายังไงบ้าง" "ก็พูดทักทายตามปกติ ถ้าเกิดว่าพ่อกับแม่ถามเรื่องของเราฉันจะเป็นคนตอบเอง ส่วนเธอก็นั่งเฉยๆไป" "ได้" "งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เดินนำเจ้าของร่างบอบบางลงไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปหาพ่อกับแม่ของตัวเอง เซนต์พาเพื่อนตัวเล็กเดินเข้าบ้านมา ในขณะที่แบมนั้นมีความประหม่าไม่น้อยเมื่อต้องมาเจอกับพ่อแม่ของเขา ชายหญิงวัยกลางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากว่าลูกชายได้โทรมาบอกก่อนแล้วว่าจะพาเมียที่เพิ่งพาไปจดทะเบียนสมรสมาหมาดๆมาแนะนำให้รู้จัก เมื่อได้ยินลูกชายบอกมาแบบนั้นคนเป็นพ่อแม่ตกใจไม่น้อยเมื่ออยู่ๆลูกมาบอกว่ามีเมียแล้ว พอรู้แบบนั้นทั้งสองก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะจับลูกคลุมถุงชนทันที ก็ในเมื่อลูกบอกว่ามีเมียแล้วแล้วจะไปบังคับลูกให้มาแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง ส่วนเรื่องธุรกิจที่จะร่วมทำกับฝั่งโน้นก็ช่างมัน เมื่อทั้งสองเห็นลูกชายเดินมากับหญิงสาวหน้าตาสวยจิ้มลิ้มจึงระบายยิ้มออกมา ก่อนที่คมสันต์จะเอ่ยออกไป "มากันแล้วเหรอ" "ครับ" เซนต์รับคำแล้วหันบอกกับเพื่อนสาวซึ่งตอนนี้มีท่าทีประหม่าอยู่ "แบมนี่พ่อกับแม่ฉันเอง" แบมไม่รอช้าที่จะรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อมพร้อมกับเอ่ยทักทายยังชายหญิงวัยกลางคนออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะยังรู้สึกประหม่าอยู่ "สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า" ก่อนที่ชลนิภาจะเอ่ยขึ้น "มาเป็นเมียของเซนต์แล้ว หนูก็ต้องเรียกลุงกับป้าว่าพ่อแม่ด้วยสิ" "เอ่อ...ค่ะ คุณพ่อคุณแม่" เธอมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยพลางคิดในใจว่าพ่อแม่ของเพื่อนก็เรียกว่าพ่อแม่ได้ ไม่ได้แปลกอะไร ก่อนชลนิภาจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองและน้ำเสียงใจดี "แม่สั่งให้แม่บ้านจัดเตรียมอาหารเอาไว้แล้ว งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะถูก" จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันไปรับประทานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารหรูซึ่งอยู่ไม่ไกล เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว จากนั้นเซนต์กับแบมก็ลาพ่อกับแม่แล้วกลับไปบ้านของตัวเองหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เซนต์กับแบมอยู่ด้วยกัน และแบมก็ได้เข้าไปเป็นเลขาของเซนต์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มแล้วเช่นกัน"ฉันโอนเงินให้เธอแล้วนะห้าหมื่น" เซนต์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของแบมแล้วบอกออกไป"ค่าอะไรเหรอเซนต์""ก็เงินเดือนของเธอไง""ทำไมต้องให้แบมเยอะด้วยล่ะเซนต์ แบมเพิ่งเรียนจบเอง เงินเดือนหลายหมื่นแบบนั้นมันเหมาะกับคนที่ทำงานมาแล้วหลายปีมากกว่านะ""ก็ฉันพอใจอยากให้เธอ เธอรับไว้เถอะ อย่าคิดว่ามากเลยนะ""แบมขอบคุณเซนต์มากนะที่ใจดีกับแบมมาตลอดเลย" เธอเอ่ยแล้วระบายยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับเขามาเขาจะเป็นฝ่ายให้เธอตลอด แต่เธอสิไม่ได้ตอบแทนในสิ่งที่เขาให้เธอเลยเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังจากพ่อเสียได้สองเดือนก็มีเจ้าหนี้มาบอกว่าพ่อเคยเอาโฉนดบ้านไปขายฝากไว้ ซึ่งถึงเวลาที่จะต้องจ่ายแล้ว ถ้าไม่จ่ายเจ้าหนี้บอกจะยึดบ้าน วันนั้นเซ็นต์มาหาเธอที่บ้านเพื่อจะพาเธอออกไปเที่ยวจึงได้เห็นเหตุการณ์พอดี'หนี้ทั้งหมดสองแสนใช่ไหม' เซนต์ถามเจ้าหนี้'ใช่ครับคุณอคิราห์' เจ้าหนี้วัยกลางคนบอกกับเซนต์ด้วยท่าทีสุภาพ เพราะเขารู้ว่าเซนต์เป็นทายาทเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกชื้อ
สองชั่วโมงต่อมาก๊อก! ก๊อก!"น้ำเย็นค่ะคุณอคิราห์" เสียงของเลขาสาวในวัยยี่สิบสี่ปีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ โดยในมือถือแก้วน้ำเย็นแล้วนำมาวางไว้ตรงหน้าของร่างสูงที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่เธอชอบเจ้านายของตัวเอง เพราะเขาทั้งหล่อทั้งรวยจะไม่ให้ชอบได้ยังไง ดังนั้นเธอจึงต้องเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษเผื่อว่าได้เลื่อนตำแหน่งจากงานเลขาเป็นงานบนเตียง"ขอบคุณ" เขาเงยหน้าบอกกับหญิงสาวที่ยืนส่งรอยยิ้มยั่วยวนให้เขาอยู่ เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรกับเขาตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นเลขาของเขา นี่ก็สองเดือนแล้วที่เธอส่งสายตาเชิญชวนให้เขาทุกวัน เขาไม่ได้รู้สึกอยากแต่รู้สึกรำคาญมากกว่า"งั้นดิฉันขอตัวออกไปทำงานต่อนะคะ" พูดจบ หญิงสาวก็เดินออกจากห้องไป ก่อนเสียงหวานของแบมจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า"ดูท่าทางเลขาของเซนต์จะชอบเซนต์นะ""ฉันรู้ ฉันก็กะจะหาเลขาใหม่อยู่เหมือนกัน""แล้วเลขาคนเมื่อกี้ทำไมเหรอ""ฉันรู้สึกรำคาญกับท่าทีของเขาน่ะ""ยังไงเหรอ""ฉันอยากได้เลขาที่ตั้งใจทำงานมากกว่า ไม่ได้ต้องการเลขาที่มัวแต่จะยั่วเจ้านายทุกวัน""เซนต์จะหาเลขาใหม่จริงๆเหรอ""อืม""แล้วถ้าแบมจะมาเป็นเลขาให้เซนต์ เซนต์จะว่ายังไ
ตอนเย็น"เย็นนี้เซนต์อยากกินอะไรเดี๋ยวแบมจะเข้าครัวไปทำอาหารแล้ว" แบมเดินออกมาหน้าบ้านแล้วเอ่ยถามยังเพื่อนตัวสูงที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ "เธออยากกินอะไรก็ทำไปเถอะ เธอทำอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้นแหละ" ใบหน้าหล่อหันมาตอบกลับร่างเล็กที่ยืนอยู่"งั้นเซนต์รอแปปนะ เดี๋ยวแบมจะไปทำเดี๋ยวนี้แหละ""ให้ฉันช่วยอะไรไหม""ไม่ต้องหรอก แค่ช่วยกินก็พอ" พูดจบ แบมก็สาวเท้าเข้าครัวไปทำอาหาร จากนั้นทั้งสองก็รับประทานกันจนเสร็จ ก่อนจะพากันขึ้นชั้นบนแล้วเข้าห้องนอนของตัวเองไปวันต่อมาร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทหรูดูดีสาวเท้าเดินลงมายังชั้นล่างแล้วเข้าครัวไปหาคนตัวเล็กจึงเห็นว่าเธอกำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ เมื่อเห็นอย่างนั้นเรียวปากหนาจึงขยับถามออกไป"ทำของกินให้ฉันอยู่เหรอ""ใช่ เซนต์จะกินก่อนออกไปทำงานไหม" ใบหน้าเรียวใสหันมาตอบกลับร่างสูงด้วยรอยยิ้มตามประสา"เสร็จหรือยัง""เสร็จแล้ว" "งั้นเดี๋ยวฉันยกออกไปเอง" พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินไปหยิบจานที่มีแซนวิชสอดไส้หมูหยองแฮมไส้กรอกและผัก พร้อมกับกาแฟพาออกไปนั่งกินยังโต๊ะอาหารหรูที่วางอยู่ด้านนอกแบมถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินต
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งสองก็พากันมานั่งในห้องโถงใหญ่ โดยทั้งคู่นั่งใกล้กันด้วยความเคยชิน เนื่องจากว่าตอนอยู่ในห้องเรียนเซนต์กับแบมจะนั่งคู่กันตลอด ตอนกินข้าวไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยหรือไปกินที่อื่นเซนต์จะนั่งข้างแบมทุกครั้ง"เธอไม่ต้องออกไปหางานที่ไหนทำหรอก อยู่แต่บ้านก็พอแล้ว" ใบหน้าหล่อหันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้าง"ถ้าแบมไม่มีงานทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนเซนต์ล่ะ""ฉันจะถือซะว่าที่เธอมาจดทะเบียนกับฉันคือเธอได้คืนเงินให้ฉันแล้ว""แต่มันเยอะนะเซนต์""เธออย่าคิดมากกับเงินที่ฉันให้เธอยืมเลยนะ""แล้วที่บริษัทของเซนต์มีตำแหน่งงานว่างที่แบมพอจะทำได้ไหม""ให้อยู่บ้านเฉยๆไม่ชอบหรือไง""ถ้าให้แบมอยู่แต่บ้านก็เบื่อน่ะสิ""งั้นเอาเป็นว่าถ้ามีงานที่เหมาะกับเธอฉันจะบอกก็แล้วกัน""โอเค" ระบายยิ้มหวานก่อนที่เซนต์จะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอ่ยออกไป"ตอนนี้เราสองคนก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว และเราก็เป็นผัวเมียกันแล้ว ถึงจะเป็นแค่ผัวเมียกันทางนิตินัยก็เถอะ" เขาหยุดไว้แค่นั้นแล้วจ้องมองไปยังเธอ"..." แบมก็นิ่งรอฟังเพราะอยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ"แล้วถ้าเกิดว่าฉันต้องการเรื่องนั้น...เ
เมื่อทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเซนต์ก็พาเพื่อนสาวซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเมียนิตินัยของเขาไปเสียแล้วกลับบ้านที่เขาได้ซื้อไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนเหตุที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านเพราะถ้าแบมยอมจดทะเบียนสมรสกับเขา เขาก็จะพาเธอไปอยู่ในบ้านหลังนั้นทันทีบ้านเซนต์เมื่อเซนต์พาแบมขึ้นมายังชั้นสอง เขาก็หันบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง"เธอนอนห้องนั้นนะ และฉันจะนอนห้องนี้" เขาชี้ไปยังห้องนอนที่เป็นห้องของเธอโดยอยู่ติดกับห้องของเขา ซึ่งขนาดของห้องใหญ่พอๆกัน"งั้นแบมเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บในห้องก่อนนะ""ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมา เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเจอพ่อกับแม่""ได้" ว่าจบแบมก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปในห้องนอน เมื่อเสร็จแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงออกจากห้องมาพอดี ก่อนเจ้าของเรียวปากสีหวานจะเอ่ยถามออกไป"ตอนไปถึงบ้านเซนต์ แบมจะต้องพูดกับพ่อแม่เซนต์ว่ายังไงบ้าง""ก็พูดทักทายตามปกติ ถ้าเกิดว่าพ่อกับแม่ถามเรื่องของเราฉันจะเป็นคนตอบเอง ส่วนเธอก็นั่งเฉยๆไป""ได้""งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เดินนำเจ้าของร่างบอบบางลงไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปหาพ่อกับแม่ของตัวเอ
หลังจากที่เซนต์กลับไปแล้วแบมก็โทรหาวิวทันทีตู๊ด~'ว่าไงเพื่อนรัก''วิวฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาเธอหน่อย''เธอจะปรึกษาฉันเรื่องอะไรก็ว่ามาได้เลย''เมื่อกี้เซนต์มาหาฉันที่บ้านแล้วขอความช่วยเหลือจากฉันน่ะ''เธอก็ช่วยไปสิแบม ปกติเซนต์ก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพวกเราเลยนะ มีแต่มันที่คอยช่วยเหลือพวกเรา ว่าแต่...เซนต์มาขอให้เธอช่วยเรื่องอะไรเหรอ'''เซนต์บอกว่าถูกพ่อกับแม่บังคับให้แต่งงาน เซนต์ก็เลยมาขอให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อไม่ให้พ่อแม่จับคลุมถุงชน''เธอก็จดทะเบียนกับเซนต์ไปสิแบม ถือว่าช่วยเพื่อน''เธอไม่ตกใจกับเรื่องที่ฉันบอกเลยเหรอวิว''เปล่านี่ ทำไมฉันจะต้องตกใจด้วยล่ะ ก็เพื่อนมาขอความช่วยเหลือ ถ้าเซนต์มาขอให้ฉันช่วยฉันก็ช่วยอยู่แล้ว''เฮ้อ...' แบมถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกคิดหนัก เพราะคิดว่าพอปรึกษาวิวแล้ววิวจะห้าม แต่กลายเป็นว่าวิวบอกให้ช่วยเซนต์ซะงั้น'แล้วเซนต์ได้กำหนดไหมว่าต้องหย่ากันเมื่อไหร่''จนกว่าเซนต์จะเจอผู้หญิงที่ถูกใจโน่นแหละ''งั้นเธอก็ช่วยเซนต์ไปเถอะแบม ถือว่าได้บุญที่ได้ช่วยไม่ให้เพื่อนอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจกับการถูกจับคลุมถุงชนให้อยู่กับคนที่มันไม่ได้รัก''เอาเป็นว







