หน้าหลัก / รักโบราณ / จำนนรักฮูหยินท้ายจวน / บทที่ 1 ข้าคือดอกไม้ท้ายจวน

แชร์

จำนนรักฮูหยินท้ายจวน
จำนนรักฮูหยินท้ายจวน
ผู้แต่ง: หวางลี่อิง/มงกุฏดาว

บทที่ 1 ข้าคือดอกไม้ท้ายจวน

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02 11:57:09

แนะนำเรื่อง จำนนรักฮูหยินท้ายจวน

ลู่เซวียนเฉ่า นางมีเพียงสองทางให้เลือกเดิน เมื่ออายุครบสิบหกหนาว นั่นก็คือหนึ่งเข้าวังไปเป็นพระสนมของฮ่องเต้ อายุคราวปู่รอวันฝังเข้าสุสานหลวง กับหนทางที่สองคือยอมแต่งให้กับบุรุษเสเพล เช่นคุณชายใหญ่บุตรชายเพียงคนเดียวของสกุลอวี้ ‘อวี้เหวินจิ้ง’ที่ชิงชังน้ำหน้าราวกับหนอนในศพ เพื่อให้กำเนิดบุตรชายคนแรก ส่งเสริมสกุลคหบดีใหญ่ให้รุ่งเรือง แล้วคนเช่นนางยังจะมีทางเลือกใดไปได้อีก เมื่อเข้าวังก็เท่ากับไปรอวันตาย แต่แต่งไปเป็น

‘ฮูหยินน้อยอวี้’ นางยังพอมีหนทางก้าวหน้า

อวี้เหวินจิ้ง คุณชายใหญ่สกุลอวี้ คหบดีใหญ่ผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของแคว้นเสิ่นหยาง ที่อายุถึงยี่สิบหกหนาวแต่สตรีอุ่นเตียงหนึ่งคนเขากลับไม่มีข้างกาย จนบิดาและมารดากลัดกลุ้มใจอย่างยิ่งว่า สกุลอวี้จะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ และยิ่งกลัดกลุ้มเพิ่มพูนเมื่อได้ทราบว่าที่แท้แล้วที่อวี้เหวินจิ้ง เขานั้นไม่ยอมเกี่ยวข้องกลับสตรีใดแม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงก็เพราะเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว เพียงแต่สตรีผู้นั้นกลับเป็น‘ผลไม้ต้องห้าม’ของฮ่องเต้ที่บุรุษใดก็มิอาจแตะต้องจนกว่านางจะถูก‘ปลด’ออกจากตำแหน่งนางต้องห้ามนั้น

สองผู้เฒ่าจึงได้คิดสู่ขอบุตรสาวของราชครูแซ่ลู่มาเป็นสะใภ้ใหญ่เพราะผูกดวงแล้วในแผ่นดินนี้สาวน้อยนาม‘ลู่เซวียนเฉ่า’ คือดวงดาวนำโชคของสกุลอวี้ในรุ่นที่ยี่สิบเก้านี้มิผิดไป เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลและเพื่อให้บุตรชายตัดอกตัดใจเสียจากสตรีต้องห้ามผู้นั้นการนี้จึงสมควรที่สุดแล้ว

..........................................................................................................................................................................................................................

ณ เมืองเสิ่นหยาง เมืองหลวงของอาณาจักรฉางโจว ในกลางฤดูวสันต์ สายฝนและสายลมอันบ้าคลั่งโหมกระหน่ำลงมาซ่านซัดเข้าบ้านเรือนในเมืองหลวง ส่งผลให้บ้านที่ไม่แข็งแรงปลิวไปกับสายลมบ้าง ไม่เว้นแม้ในจวนราชครูลู่ตงเหิง ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

         สายลมอันบ้าคลั่งซัดบานหน้าต่างที่เก่าแก่คร่ำครึให้เปิดออก จนบังเกิดเสียงหน้าต่างที่กระทบกับวงกบเสียงดังปึกปังบาดหู ของที่อยู่ในเรือนหลังท้ายจวนราชครู่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่อาศัยอยู่ท้ายจวนอย่าง ลู่เซวียนเฉ่า คุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครู่ ที่ต้องหลบฝนราวกับลูกหมาตกน้ำ

         “เปียกไปหมด” สตรีวัยแรกแย้มเลยวัยปักปิ่นมาได้หนึ่งหนาวบ่นออกมาหนึ่งคำ แล้วก็ทอดถอนใจยกมือขึ้นลูบหน้าที่มือน้ำฝนสาดเข้ามา

         ชื่อของนาง ‘ลู่เซวียนเฉ่า’ ความหมายคือดอกไม้ลืมทุกข์ แต่หลังจากมารดาที่หายตัวไปตั้งแต่นางอายุ 6 หนาวก็ได้รับความทุกข์เข็นมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

         ใครกันที่บอกว่าฟ้าหลังฝนจะสดใส ตลอดสิบหนาว นางผ่านมาแล้วสิบฝน มิเห็นจะสดใสเลยสักเพียงวันเดียว ชีวิตนางมีแต่มืดมนลงเท่านั้น ไร้แสงสว่างในการดำเนินชีวิต

         ดวงหน้าดั่งบุปผาแรกแย้มสลดใจ เมื่อคิดถึงมารดาและชะตากรรมของตัวเอง นางเกิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามประดุจหยกล้ำค่า แต่แววตาที่ขมขื่นมองสภาพตัวเองยามนี้นั้นหาได้มีความสุขใดประดับอยู่เลย ต่อให้นางเลอโฉมเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้บิดาที่ชิงชังนางรักนางมากขึ้นได้

         ชะตาชีวิตนางตกต่ำ เมื่ออยู่ดี ๆ มารดาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับจดหมายสารภาพหนีตามชู้ที่เป็นอดีตคนรักเก่าไป เด็กหญิงวัย 6 หนาวไม่เคยเชื่อที่บิดาบอกกล่าวเลยสักคำ มารดาของนางจะทิ้งลูกสาวเช่นนางไปได้อย่างไร

         ที่สำคัญจดหมายนั่นถูกค้นพบโดยอนุเผย ซึ่งแก่งแย่งชิงดีกับมารดาของนาง ทั้งที่มารดาของนางไม่เคยคิดร้ายกับใครสักคนเดียว จนบางทีนางย้อนกลับไปคิดถึงตอนนั้น รู้สึกได้ว่าเพราะมารดาดีเกินไปจึงถูกรังแก

         นางถูกส่งมาอยู่ท้ายจวนไม่พอ บิดายังตัดอาหาร ให้หากินเพียงลำพัง เพราะสงสัยว่านางอาจจะเป็นลูกของชู้ผู้นั้นของท่านแม่ของนางก็เป็นได้

         ไร้คุณธรรมสิ้นดี!

         ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางใช้ชีวิตไร้การติดต่อจากโลกภายนอก ไม่มีเพื่อน ไม่มีพี่ ไม่มีสาวใช้ หลังจากเกิดเรื่องไม่นาน ท่านพ่อใจร้ายของนางก็ยกอนุเผยหลิงหลิงขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของนาง นั่นนับว่านางได้ซักซ้อมตกนรกขึ้นไปทุกวัน

         ตอนมารดาของนางยังคงอยู่ มีความเมตตาให้กับอนุท่านพ่อทุกคน ไม่เว้นกระทั่งเผยหลิงหลิง แต่เหตุใดเมื่อนางขึ้นแทนที่ท่านแม่ของนาง กลับทำร้ายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

         ทุกวันนี้อาหารที่นางมีประทังชีวิตเป็นผักที่นางปลูกเอง เรือนหลังมีบ่อน้ำแยกต่างหากเป็นสระที่ผันน้ำเข้ามาในจวนเมื่อครั้งอดีต นางจึงไม่ลำบากเรื่องน้ำใช้ ส่วนน้ำดื่มน้ำนางต้องคอยรองเอาน้ำฝนไว้ให้เต็มโอ่ง ที่เรียงรายอยู่รอบเรือนเก่าซอมซ่อแห่งนี้ เรือนที่มันขัดกับตำแหน่งคุณหนูใหญ่จวนราชครูสิ้นดี

         วัยปักปิ่นก็ไม่เคยจัดพิธี นางเพียงได้รับปิ่นเงินที่เป็นของมารดามาเท่านั้น แล้วเป็นสาวใช้ที่นำมาให้ ข้าวของของมารดาล้วนถูกอนุเผยจัดเก็บไว้หมด ทั้งยังอ้างว่าจะคืนให้เมื่อนางออกเรือน แต่ทว่าตอนนางใช้ชีวิตอยู่ในจวนกลับไม่มีข้าวและอาหารให้ หากนางเป็นสตรีอ่อนแอราวกับพลับนิ่มลูกหนึ่ง นางจะอยู่ได้ถึงออกเรือนหรือไม่

         ‘ความคิดต่ำช้านัก!’

         บางทีก็คิดว่าอนุเผยกับท่านพ่อของนาง เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก อีกคนไร้คุณธรรม หูเบา ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ อีกคนชั่วช้า เลวทรามไร้เมตตาต่อบ่าวไพร่ในเรือนกระทั่งนางที่เป็นลูกเลี้ยง

         ท่านแม่ไม่น่าแต่งกับบุรุษเช่นท่านพ่อของนางเลย

ที่เจ็บใจคือท่านพ่อของนางไม่เคยไยดีนางแม้เพียงนิด นางมีเงินที่เก็บซ่อนไว้ก่อนที่อนุเผยจะมายึดไป อาศัยช่องสุนัขออกไปซื้อของเพราะว่าออกไปทางประตูใหญ่ไม่ได้

         เสื้อผ้าล้วนแล้วแต่ปะชุนจนเป็นรอยทั่วทั้งชุด เสื้อผ้านางก็ใส่ของท่านแม่ เพราะไม่มีเงินจะซื้อชุดใหม่ ดีที่อนุเผยยังใจดีทิ้งเสื้อผ้าของแม่นางให้ดูต่างหน้า นางจึงเอามาตัดมาดัดแปลงให้เข้ากับเรือนร่างของนาง

         หลายปีที่ผ่านมานางยังชีพด้วยการปักผ้าเช็ดหน้า เพราะผ้าของท่านแม่ยังมีหลายพับ กับเครื่องเย็บปักที่ท่านแม่ทิ้งไว้ นางจึงอยู่มาได้ โชคดีที่ยามท่านแม่สอนให้เย็บปัก นางตั้งใจเรียนอย่างดี จึงนำผ้าเช็ดหน้าที่ปักไปขายที่ร้านเครื่องประดับของสตรี

         ชีวิตที่ขาดอาหาร นางจึงผมแห้ง หากนำผ้าไปขายจะแวะซื้อปลามาตุ๋นกินสักตัว แต่วันนี้เห็นทีว่านางต้องซักผ้าใหม่ทั้งหมดแล้ว เรือนเก่า ๆ แห่งนี้มันไม่กันฝนกันหนาวให้นาง แต่นางก็ไม่มีปัญหาซ่อมแซมมัน

         บางครั้งคิดอยากไปจากจวนนี้เสีย แต่ว่านางจะไปที่ใดได้ ในเมื่ออยู่ในนี้ต่างอันใดจากตายไปแล้วเล่า นางเพียรสะสมเงินทองมาหลายปี เพื่อวันหนึ่งจะได้ออกไปมีชีวิตที่ดี

         แต่ผ้าที่นางซื้อมาตัดทำผ้าเช็ดหน้า กลับถูกเผยจูเอ่อฉีกทิ้งตอนมาหาเรื่องนางวันก่อน แต่ท่านพ่อกลับลงโทษนาง ที่ไปทำร้ายเผยจูเอ่อ สตรีที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับท่านพ่อเลยสักนิด เป็นเพียงหลานของสตรีชั่วช้าที่เป็นแม่เลี้ยงของนาง

         นางเจ็บใจและมองใบหน้าท่านพ่อด้วยสายตาว่างเปล่าที่ถึงกับเอาหวายมาลงหลังนางด้วยตัวเอง

         ‘หรือที่จริงแล้วนางจะไม่ใช่ลูกของท่านพ่อเล่า’ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้นางก็รู้สึกไม่ยอมรับ นางเชื่อมั่นว่าท่านแม่ต้องโดนใส่ร้าย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร นางอธิษฐานของให้ท่านแม่ปลอดภัยทุกค่ำคืน

         หลังจากพายุฝนผ่านพ้นไป นางก็ถึงเวลาเก็บซักล้างทำความสะอาดเรือนนอนของตนเอง เพราะไม่มีเวลามาเศร้าโศกเสียใจเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เพียงมีชีวิตเท่านั้นถึงจะมีทางออก

         นางไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ไร้ค่าท้ายจวนที่ไม่มีใครต้องการ แต่นางไม่เคยด้อยค่าตัวเอง สักวันนางจะทำให้คนในจวนนี้รับรู้ว่านางมีค่าเพียงใด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 36 บทส่งท้ายมีความสุขสักที

    “อ๊าย...ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องยามรุ่งสางจากเรือนของฮูหยินน้อยและนายน้อยอวี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขว้างปาข้าวของดังโครมคราม เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับสองสามีภรรยา ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องผิดใจอันใดกัน เมื่อวานยังรักใคร่หวานฉ่ำ“เฉ่าเอ้อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ”“ท่านพี่ทำข้าเช่นนี้แล้วข้าจะออกไปพบผู้ใดได้อีกเจ้าเจ้า” นางอยากจะตีสามีนัก นางมาไร้อาภรณ์ปิดกั้นมีเพียงผ้าห่มคลุมกายกับอ้อมกอดของสามีก็ยังพอทน แต่เมื่อเดินลงจากเตียงผ่านคันฉ่องทำให้เห็นรอยแดงเถือกที่ท่านพี่ของนางสร้างไว้แทบจะทุกสัดส่วนบนตัว ทั้งลำคอใบหน้าที่ลับหรือไม่ลับก็มีแต่รอยแดง“ยุงกัดเจ้าอย่างไร พี่เปล่านะ” เขาพูดโกหกเอานิ้วไขว้ที่ด้านหลัง แม้จะยอมจำนนด้วยหลักฐานก็ตาม“ยุงน่าจะตัวใหญ่สินะเจ้าคะ ถึงได้กัดไปทั้งตัวแบบนี้ เช่นนั้นข้าจะขอตียุงให้ตายหน่อยได้หรือไม่” ลู่เซวียนเฉ่าวิ่งไล่จับสามีมาตีไปมา แล้วกลับถูกสามีอุ้มขึ้นแล้วไปอาบน้ำแทน ฉกริมฝีปากของภรรยาสุดที่รักแทรกเรียวลิ้นเข้าลึกลากวนจนเป็นเกลียวแล้วดูดดึงความหวานในโพรงปากของหญิงสาวไว้จนเนิ่นนานจากเสียงทะเลากันโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่กลับกลายเป็นเสียงครางหวานกระเ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 35 งดอุ่นเตียงเพราะไว้ทุกข์

    ตกกลางคืนลู่เซวียนเฉ่ากำลังนั่งปักผ้าแก้เหงาอยู่ลำพังได้ยินเสียงอึกกระทึกด้านหน้าเรือนจึงให้จางถิงถิงบ่าวอีกคนออกไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนายน้อยนางจึงหุบปากแล้วเชิญนายหญิงออกมาชมเองจะดีกว่า “นายหญิงเจ้าคะ...หน้าเรือนเจ้าคะ” จางถิงถิงวิ่งตื่นตูมไปเรียกเจ้านายของตนเองด้านใน ทำให้ลู่เซวียนเฉ่าต้องลุกขึ้นมาดูด้วยตัวเองว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ยามนี้ฟ้ามืดค่ำแล้ว มีอันใดให้วุ่นวายอีกงั้นหรือ แต่เมื่อก้าวเท้ามาถึงด้านหน้าเรือนที่ นางกลับตกตะลึงเมื่อมีดอกเซวียนเฉ่าประดับอยู่ที่ด้านหน้าเรือนเต็มไปหมด แล้วโอบรอบด้วยดอกจวี๋ฮวาสีเหลืองนวลอีกชั้นด้านนอก ทำให้นางตื่นตานัก เท่านั้นไม่พอยังมีเทียนดวงเล็ก จุดแซมทำให้ความสว่างจากแสงเทียนช่วยทำให้ความสวยงามตรงหน้ามากขึ้นไปอีก อวี้เหวินจิ้งเดินมาจูงนางไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้กลมตรงกลางท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เพิ่งจัด แล้วเขาก็ยกมือให้สัญญาณ หิ่งห้อยนับหมื่นตัวก็บินออกมาระยิบระยับโอบรอบตัวเขาและนางเอาไว้ “ชอบหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้าหวานมองมันด้วยรอยยิ้ม “ชอบ...ชอบมากเจ้าค่ะท่านพ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 34 ฝังศพท่านแม่

    ตะวันลับเหลี่ยมเมฆาท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงตะวันสีทองที่กำลังลับฟ้าลงไป ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดทนสู้เพื่อมีชีวิตต่อนอนร้องไห้ทั้งน้ำตา ลู่เซวียนเฉ่าอยู่กับความหวังที่จะพบมารดาสักครั้ง แต่เมื่อพบเพียงกระดูกที่ไร้วิญญาณของมารดา มันก็ยากจะทำใจยอมรับ ‘ท่านแม่’ นางคิดถึงใบหน้าที่แสนงดงาม ดวงตาที่สว่างสุกใสราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความใจดีของท่านแม่อยู่ในความทรงจำของนางตั้งแต่ท่านแม่จากไป คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นเสียจนสาวใช้ไม่กล้าจะปลุกให้ลืมตา จึงไปเรียนนายน้อยที่นั่งใบหน้าเครียดขรึมอยู่ด้านนอกเข้ามาดูนายหญิงน้อยในห้องสักหน่อย “นายน้อยเจ้าคะ ฮูหยินน้อยฟื้นขึ้นก็เอาแต่หลับตาร้องไห้อย่างเดียวเจ้าค่ะ บ่าวเกรงว่าจะเป็นลมไปอีก” เย่ซีซีกล่าวอย่างหนักใจ ชีวิตนายหญิงน้อยช่างแสนน่าสงสารนัก อวี้เหวินจิ้งได้ฟังดังนั้นก็เข้าไปในห้องทันที เขานั่งลงข้างเตียงนอนของนาง ดึงมือเล็กเอามากุมไว้ โน้มใบหน้าคมคายลงมาจูบที่มือของภรรยาตัวน้อยต้องการปลอบโยนนาง “อย่าร้องอีกเลยนะภรรยาคนดีของข้า ต่อไปเจ้าจะไม่โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ลำพังอีกต่อไป

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 33 หมดสิ้นทุกอย่าง

    “ไท่จื่อ!!” อวี้เหวินจิ้งไม่คิดว่ากระทั่งสหายก็มาด้วย เกินที่เขาคาดไปมาก ทุกคนในจวนคุกเข่าประสานมือไม่กล้าขัดคำสั่งฟ้า “ใต้เท้าลู่ กระทำการละเลยไม่ดูแลบุตรสาวปล่อยให้ยากลำบาก ไม่พอยังหูเบาเชื่อฟังคำอนุชั่วช้า ลงโทษให้ปลดจากตำแหน่งราชครู คืนสู่คนธรรมดาสามัญไม่อาจรับราชการได้อีกเผยหลิงหลิง ประพฤติชั่วช้า ฆ่าผู้บริสุทธิ์มีโทษตายสถานเดียวให้นำตัวไปรอตัดหัวพร้อมกับผู้สมรู้ร่วมคิดเผยไฉหง เปิดโรงเตี้ยงผิงเซียงบังหน้า เบื้องหลังค้าประเวณีผิดกฎหมาย จับเหล่าคุณหนูและเด็กยังไม่ถึงวัยปักปิ่นมาบำเรอกาม ให้สั่งยึดทรัพย์เอาตัวไปขังคุกรอการตัดสิน จบราชโองการ”ลู่ตงเหิงได้ยินดังนั้นถึงกับเป็นลมสลบลงไปทันที เขาไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาตกต่ำเพราะสตรีที่เคยเป็นอนุชั่วช้า มักใหญ่ใฝ่สูงทำให้ชีวิตของต้องตกต่ำ“เพราะเจ้าคนเดียว เจ้าทำให้ข้าต้องตกต่ำ” ลู่ตงเหิงชี้หน้าไปทางทางเผยหลิงหลิง แต่กลับได้ยินเสียงยิ้มเยาะกลับมา“ถุย! ท่านพูดมาได้ว่าเพราะข้า หากไม่ใช่เพราะท่านมักมากในกาม หูเบาเชื่อคำยุยงของข้าแล้ว ท่านจะตกต่ำเช่นนี้รึ...โทษฟ้าโทษดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง”เผยหลิงหลิงทิ้งท้ายให้ก่อนจะจากกั

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 32 เลวบริสุทธิ์

    ลู่เซวียนเฉ่าถูกรั้งตัวไว้จนเริ่มสาย กว่าเขาที่งอนนางเมื่อคืนจะปล่อยให้นางมาร่วมชมการสอบสวนของแม่เลี้ยงได้ เมื่อมาถึงเสียงร่ำไห้ของเผยหลิงหลิงทำให้นางปวดแก้วหูไปหมด “คารวะท่านพ่อ ข้าได้ยินเสียงเอะอะแต่เช้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าเอ่ยถามทันที ทั้งมองสตรีที่เคยหยิงผยอง ทำร้ายนางสารพัดยามนี้ไม่เหลือคราบฮูหยินแสนเย่อยิ่งคนนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงสตรีไร้ค่านั่งจมกองน้ำตา โดยที่ท่านพ่อก็ไม่เหลียวแล “นางคบชู้” ลู่ตงเหิงพูดแล้วก็สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองสตรีที่เคยเมตตารักใคร่ ยกให้ฐานะจากอนุขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่ เขานั้นคิดผิดนัก “คบชู้!!!” ลู่เซวียนเฉ่ายกมือทาบอกราวกับตกใจกับเรื่องที่เพิ่งได้ยินได้ฟัง แต่มุมปากของนางกดลึกลอบยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่มีใครทันได้สังเกต ส่วนสามีนางก็นั่งฟังเท่านั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา “เจ้า...เพราะเจ้า...เจ้าใส่ร้ายข้า” เมื่อโทษลู่ตงเหิงไม่ได้ เผยหลิงหลิงก็ชี้หน้าด่ากราดลูกเลี้ยงของนาง หากไม่ใช่สามีก็ต้องเป็นนาง เพราะศัตรูของนางมีเพียงคนเดียว “ท่านแม่เลี้ยง พูดจาสิ่งใดไว้หน้าสามีข้าด้วยนะเจ้าคะ ท่านทำตัวขอ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 31 เมื่อโดนใส่ร้ายบ้าง

    กรี๊ด....!!! เสียงกรีดร้องของเผยหลิงหลิงดังขึ้น ทำเอาบ่าวไพร่ในเรือนวิ่งกันจ้าละหวั่น อวี้เหวินจิ้งที่เมื่อคืนเขาเอาแต่นอนหันหลังเมื่อนางเข้ามานอน จากที่คิดว่าจะไม่กอดนางเลยทั้งคืน จนตอนนี้ตัวเองดึงภรรยาของตนมากอดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาติดการตื่นสายจากนางเพราะตัวเองชอบนอนกอดลู่เซวียนเฉ่า รู้สึกว่านอนด้วยแล้วจะหลับฝันดีเป็นพิเศษ แม้ว่าจะไม่มองหน้ากัน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟังดึงนางมากอดโดยไม่สนว่าอะไรเป็นอะไร ความวุ่นวายในเรือนของเผยหลิงหลิง ทำให้บ่าวไพร่วิ่งวุ่นจนปลุกเขาให้ตื่นก่อน เพราะรู้สึกตัวเร็วกว่า จนเมื่อนางขยับเขากลับกดศีรษะเล็กให้นอนอยู่ก่อน ไม่อยากให้ลุกไปวุ่นวายให้เหนื่อยมาก รอให้เหตุการณ์สงบเสียก่อนค่อยไปรอชมงิ้วฉากสำคัญ “ข้าจะตื่นแล้ว” หญิงสาวกล่าวขึ้น เมื่อคืนจำได้ว่านอนด้านนอก เพราะเขาชิงนอนก่อน ‘แต่พอตื่นขึ้นกลับเป็นตัวเองที่นอนด้านในได้อย่างไรไม่รู้ ไม่ใช่ว่านางละเมอข้ามร่างของเขามาหรอกนะ’ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไร้ความเป็นกุลสตรีแล้ว “รออีกสักครู่เถอะ” ชายหนุ่มบอกกับภรรยาที่ดิ้นหนีเขาท่าเดียว ไม่รู้ทำไมเวลาเขากอดนางชอบผลัก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status