เข้าสู่ระบบสองวันผ่านพ้นไป ในจวนราชครู่ลู่ตงเหิงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง หลังจากพายุพ้นผ่านสร้างความเสียหายให้กับจวนไม่น้อย เขาลาราชการงานการสอนองค์ชายทั้งหลายในวังมาซ่อมแซมบ้านให้เรียบร้อย พรุ่งนี้จึงจะเข้าไปทำหน้าที่เช่นเดิม รวมทั้งร่วมหารือในท้องพระโรงเรื่องเกี่ยวกับอุทกภัยในปีนี้
แต่ตอนบ่ายต้องออกไปธุระด้านนอกในสำนักศึกษาหลวง เรื่องส่งตำราเรียนรูปแบบใหม่ที่ฝ่าบาท สวีเจี้ยนหง มีรับสั่งให้จัดทำขึ้นโดยรวมคำสอนของปรัชญาขงจื้อและเล่าจื้อเข้าด้วยกันเป็นวิชาปรัชญาในรัชศกฉางตี้นี้ และเพิ่มเนื้อหาในตำราพิชัยสงครามของกุนซือในอดีตแต่ละราชวงศ์ที่เคยกระจัดกระจาย ให้รวมอยู่เป็นตำราเดียวกันเสีย เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ของเหล่าขุนนางรุ่นใหม่
“ท่านพี่เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ ข้าจะทำมื้อเย็นไว้รอท่าน” อดีตอนุเผยที่ได้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของจวนกล่าวอย่างอ่อนหวานเอาอกเอาใจ ทั้งขยิบตาให้หลานสาววัย 18 หนาวกล่าวคำพูดหวานหูด้วยเช่นกัน
“เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ ท่านน้าเขยข้าจะช่วยท่านน้าหญิงทำของที่ท่านน้าเขยชอบไว้รอ” เผยจูเอ่อกล่าวด้วยวาจาปานน้ำผึ้งป่าเดือนห้าเช่นเดียวกัน
ตอนนี้นางแทบจะแทนที่บุตรสาวของท่านน้าเขยไปแล้ว เหลือเพียงท่านน้าเขยออกหนังสือรับนางเป็นบุตรบุญธรรม โอกาสที่นางจะเจริญก้าวหน้าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
“ขอบใจเจ้าสองคนมาก ข้าจะรีบไปรีบกลับ” ราชครูวัยกลางคนยิ้มมองหลานสาวกับภรรยาตัวเองอย่างชื่นอกชื่นใจ แค่นี้เขาก็มีแรงไปทำงานแล้ว
เผยหลินหลินรู้จุดอ่อนข้อนี้ของสามีดี นางถึงเป็นอนุคนโปรดเสมอมา และเมื่อหมดวาสนาของฮูหยินใหญ่นางจึงได้ขึ้นตำแหน่งแทนที่อย่างรวดเร็ว นางเพียงใช้มารยาและอำนาจมืดของท่านพ่อนิดหน่อย ก็สามารถเขี่ย
ซูหว่านเถียน ให้พ้นทางของนางอย่างง่ายดายเมื่อรถม้าของนายท่านลู่ออกไปจากหน้าประตูจวน ก็ถึงเวลาที่เผยจูเอ่ออยากไปจัดการนางคุณหนูตกอับท้ายจวนแล้ว
“ท่านน้าเจ้าคะ ข้าขอไปเรือนท้ายจวนสักครู่นะเจ้าคะ” เผยจูเอ่อขออนุญาตท่านน้าเพื่อจะไปดูสภาพเรือนโกโรโกโสของเซวียนเฉ่า ป่านนี้คงจมกองซากปรักหักพังของเรือนท้ายจวนไปแล้วกระมัง
“อย่าให้มันมากนัก น้าเขยเจ้ากำลังมีเรื่องราชการงานมาก” เผยหลิงหลิงไม่คิดห้ามปรามหลานสาว ทั้งยังสนับสนุนให้จัดการนางลูกเลี้ยงอวดดีที่ไม่ยอมก้มหัวให้นาง เสียให้สิ้นซากก็ดีเหมือนกัน
ตั้งแต่แม่ของนางถูกเขี่ยพ้นทาง นางก็หาวิธีจัดการ ทั้งทรมานนางคุณหนูใหญ่มาตลอดสิบปี แต่ว่ามันก็อายุยืนเสียเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าเทพองค์ใดคุ้มครองมันนัก จะได้เลิกเซ่นไหว้
“เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ให้เรื่องนี้กวนใจถึงน้าเขยเด็ดขาด” นอกจากนางไม่ให้เรื่องกวนใจถึงน้าเขยแล้ว นางยังสั่งสอนนางลูกนอกคอกคนนี้แทนน้าเขยของตนเองอีกด้วย
ทุกวันเผยจูเอ่อเอาอกเอาใจหน้าเขยอย่างมาก ไปคารวะทุกเช้า ไปยืนส่งไปทำราชการทุกวันคู่กับท่านน้าหญิง แล้วก็ช่วยท่าน้าหญิงจัดการพวกอนุที่เหิมเกริม จนตอนนี้นางมีน้ำหนักในใจน้าเขยเป็นอย่างมาก หากนางจะหาเรื่องลูกสาวนอกคอกของน้าเขย น้าเขยมักจะหลับตาข้างหนึ่งเสมอ นั่นทำให้นางได้ใจ
ร่างสตรีที่วัยมากกว่าลู่เซวียนเฉ่าสองปีเดินเข้าไปเรือนหลัง ผ่านประตูที่ปิดกั้นไม่ให้มันออกไปเรือนหน้าเพื่อ เสนอหน้าให้น้าเขยสงสาร โดยเรื่องนี้ท่านน้าหญิงจัดการอย่างดี นับว่ามันอยู่ในจวนเหมือนเหลือแต่ชื่อ
เสียงเหยียบย่ำน้ำเฉอะแฉะที่ท่วมเป็นแอ่ง ๆ จนเผยจูเอ่อต้องเดินอย่างระมัดระวังกลัวจะลื่นล้มไปเสียก่อน จนเมื่อมาถึงเห็นสภาพของผู้หญิงที่อยู่ในชุดเก่า ๆ ซักแล้วซักอีกจนผ้าแทบจะเปื่อยหมดแล้วก็เผยยิ้มเยาะออกมา
เผยจูเอ่อเดินไปยังด้านหลังของเซวียนเฉ่า ดวงหน้ายกยิ้มอย่างสะใจ นึกภาพตอนนางหน้าคว่ำลงไปในบ่อน้ำแล้วรีบยกเท้าขึ้นหมายจะถีบมันตกน้ำ แต่ว่า...
หวืด!!...แผละ!!!
เผยจูเอ่อลื่นหงายหลังล้มไปเพราะน้ำที่เจิ่งนองกับพื้นที่มีตะไคร้น้ำทำให้นางเสียหลัก
กรี๊ด...อ๊าย!!!
เสียงราวหมูออกลูกหวีดร้องด้านหลัง ทำให้ลู่เซวียนเฉ่าหันมอง แล้วนางก็พบว่าหลานของแม่เลี้ยงของนางมาหกล้มอันใดอยู่ด้านหลัง แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า...
“เจ้าง่วงทำไมไม่ไปนอนที่เรือนดี ๆ เล่า มานอนบนพื้นให้เปรอะเปื้อนโคลนทำอันใดเล่า หรือว่าเจ้าอยากเล่นโคลนเหมือนต้าเหมิงเล่า” ต้าเหมิงคือกระบือที่สำหรับเทียมเกวียนขนของในจวน แล้วก็มีคนดูแลมันอย่างดี แต่นิสัยของกระบือต้าเหมิงนั้น ทุกคนในจวนทราบดีว่ามันชอบนอนในโคลนตม เหมือนกับเผยจูเอ่อในขณะนี้
เหล่าบ่าวไพร่ที่มาด้วยกัน ต่างเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะแทบแย่ เมื่อคุณหนูใหญ่เปรียบเปรยคุณหนูเผยเสียเห็นภาพว่าเป็นเช่นไร
“กล้าดีอย่างไรมาล้อเลียนข้า” เสียงของเผยจูเอ่อแผดแหลม จนเหล่าบ่าวไพร่และเซวียนเฉ่าต้องเอามือปิดหู เพราะกลัวว่าแก้วหูจะแตกเสียก่อน
“ข้าหาได้ล้อเลียน แต่พูดไปตามที่เห็น ขนาดบ่าวไพร่เจ้ายังหัวเราะขบขัน แล้วจะให้ข้าทนอยู่ได้อย่างไร”
เซวียนเฉ่าพูดไปก็หัวเราะไปจนนางรู้สึกจุกไปทั่วท้อง ไม่คิดว่าวันนี้จะมีนางเอกงิ้วมาแสดงเป็นกระบือนอนในโคลนให้นางดูได้เหมือนยิ่งนัก“ข้าต้องขอบใจเจ้า หลายวันมานี้ข้าเหงา มีเจ้ามา
กรีดร้องเช่นนี้ นับว่าข้าหายเหงาทีเดียว”ลู่เซวียนเฉ่ารู้ว่า เผยจู่เอ่อต้องการมาหานางที่เรือนหลังเพื่ออะไร แต่ว่านางจะยอมให้ถูกรังแกง่าย ๆ ได้อย่างไรนางไม่ใช่ท่านแม่ผู้แสนใจดีที่ยอมให้อนุขี่อยู่บนหัว นางก็คือนาง สิบปีที่ผ่านมาหากนางเป็นพลับนิ่มจะรอดชีวิตมาได้อย่างไร หากยังไม่รับรู้ว่าท่านแม่ของนางไปอยู่ที่ใด มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านแม่กันแน่ นางจะไม่ยอมโดนรังแกและรักษาชีวิตเอาไว้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม
และคนที่น่าสงสัยที่สุดไม่พ้นอนุเผย เพราะนางเป็นคนเดียวที่ได้ประโยชน์หากท่านแม่ของตนหายตัวไป
“กรี๊ด...พวกเจ้าคันหลังกันใช่หรือไม่ เหตุใดยังหัวเราะอยู่ได้ ไม่รีบยกข้าขึ้นอีก ข้าจะสั่งโบยเจ้า” เสียงกรีดร้องของเผยจูเอ่อ ทำให้เหล่าบ่าวไพร่ที่ตามมากลัวจนตัวสั่น แล้วเข้าไปพยุงร่างที่เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนขึ้นยืน
แต่เมื่อเผยจูเอ่อตั้งตัวได้ นางกลับปรี่เข้ามาหา
ลู่เซวียนเฉ่า ต้องการจะสั่งสอนนางให้รู้ที่ต่ำที่สูง“เจ้า...หัวเราะเยาะข้า เช่นนั้นก็กินเลือดต่างข้าวแล้วกัน” เซวียนเฉ่าที่ระแวดระวังตัวอยู่แล้ว นางยกมือขึ้นจับข้อมือของเผยจูเอ่อ แล้วหยิบเศษกระเบื้องขึ้นมาจดจ่อไปที่ใบหน้าที่คิดว่างดงามของเผยจูเอ่อ
“เจ้าคิดว่าข้าจะให้เจ้ารังแกข้าง่าย ๆ งั้นหรือ...เหอะ! ฝันไปเถอะ ตอนนี้เจ้าอายุ 18 หนาวแล้ว ยังไม่ได้ออกเรือน เห็นทีว่าข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้ใบหน้าเจ้ามีความงดงามขึ้นอีกหน่อยดีหรือไม่” เศษกระเบื้องเย็นชื้นด้วยน้ำฝนค่อย ๆ กดลงบนใบหน้าของเผยจู่เออ จนนางกรีดร้อง
“เจ้า...อย่านะ”
“อย่างั้นเหรอ...หรือว่าเจ้ามาหาข้า ไม่ใช่ต้องการให้ข้าสงเคราะห์แล้วมาหาข้าทำอันใด...!!” เสียงเหี้ยมของ
ลู่เซวียนเฉ่าน่าหวาดกลัว จนเหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวจะถูกคุณหนูใหญ่ทำร้ายเอา“ไม่...อย่า...อย่าทำอะไรข้า หากเจ้าทำล่ะก็”
“ถ้าข้าทำแล้วจะทำไม...ข้าก็อยู่ของข้าดี ๆ ไม่เคยไประรานเจ้าน้าหลาน เหตุใดต้องบีบบังคับข้านัก คิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้าเรอะ อย่าคิดว่าเรื่องเลว ๆ ที่ทำไว้จะไม่มีคนล่วงรู้” ลู่เซวียนเฉ่าข่มขู่กลับไปบ้าง นางใช้มือรั้งแขนของเผยจูเอ่อจนแขนไพล่หลัง แล้วจับรวบไว้ในมือเดียว
นางทำงานหนักมาหลายปี กำลังวังชาย่อมมีมาก เรี่ยวแรงของเผยจูเอ่อนั้นเทียบนางไม่ได้อยู่แล้ว
“ปล่อย...ปล่อยข้า...ข้ายอมแล้ว” เผยจูเอ่อไม่คิดว่าจะต้องมาเสียท่าให้คุณหนูตกอับอย่างลู่เซวียนเฉ่า นางประมาทเกินไปจนเป็นรอง ไม่รู้ว่าวันนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงลุกขึ้นมาต่อต้าน ปกติไม่สู้ก็นึกว่าจะสามารถรังแกนางได้เสมอ
“แล้วเจ้าจะมาระรานข้าอีกหรือไม่เล่า ครั้งหน้าข้าจะเตรียมของต้อนรับให้ยิ่งใหญ่กว่านี้สักหน่อย”
“มะ...ไม่...ข้า...ไม่มาแล้ว” เผยจูเอ่อต้องยอมนางไปก่อน หากวันนี้นางเสียโฉม จะมีบุรุษใดแต่งสตรีมีรอยแผลเป็นให้เป็นอัปมงคลตระกูลได้อีก
“ฝากบอกท่านน้าเจ้าด้วย ข้ามิใช่พลับนิ่ม หากคิดจัดการข้า ก็ลองดูว่าเวลาหมามันจนตรอกมันจะกัดไม่เลือกแบบใด” ลู่เซวียนเฉ่าผลักร่างสกปรกด้วยโคลนไปให้ไกล
เผยจูเอ่อเจ็บใจที่จัดการมันไม่ได้ ยังถูกมันข่มขู่ ไว้ให้นางหาทางจัดการมันภายหลังก็แล้วกัน วันนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ!!
“อ๊าย...ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องยามรุ่งสางจากเรือนของฮูหยินน้อยและนายน้อยอวี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขว้างปาข้าวของดังโครมคราม เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับสองสามีภรรยา ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องผิดใจอันใดกัน เมื่อวานยังรักใคร่หวานฉ่ำ“เฉ่าเอ้อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ”“ท่านพี่ทำข้าเช่นนี้แล้วข้าจะออกไปพบผู้ใดได้อีกเจ้าเจ้า” นางอยากจะตีสามีนัก นางมาไร้อาภรณ์ปิดกั้นมีเพียงผ้าห่มคลุมกายกับอ้อมกอดของสามีก็ยังพอทน แต่เมื่อเดินลงจากเตียงผ่านคันฉ่องทำให้เห็นรอยแดงเถือกที่ท่านพี่ของนางสร้างไว้แทบจะทุกสัดส่วนบนตัว ทั้งลำคอใบหน้าที่ลับหรือไม่ลับก็มีแต่รอยแดง“ยุงกัดเจ้าอย่างไร พี่เปล่านะ” เขาพูดโกหกเอานิ้วไขว้ที่ด้านหลัง แม้จะยอมจำนนด้วยหลักฐานก็ตาม“ยุงน่าจะตัวใหญ่สินะเจ้าคะ ถึงได้กัดไปทั้งตัวแบบนี้ เช่นนั้นข้าจะขอตียุงให้ตายหน่อยได้หรือไม่” ลู่เซวียนเฉ่าวิ่งไล่จับสามีมาตีไปมา แล้วกลับถูกสามีอุ้มขึ้นแล้วไปอาบน้ำแทน ฉกริมฝีปากของภรรยาสุดที่รักแทรกเรียวลิ้นเข้าลึกลากวนจนเป็นเกลียวแล้วดูดดึงความหวานในโพรงปากของหญิงสาวไว้จนเนิ่นนานจากเสียงทะเลากันโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่กลับกลายเป็นเสียงครางหวานกระเ
ตกกลางคืนลู่เซวียนเฉ่ากำลังนั่งปักผ้าแก้เหงาอยู่ลำพังได้ยินเสียงอึกกระทึกด้านหน้าเรือนจึงให้จางถิงถิงบ่าวอีกคนออกไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนายน้อยนางจึงหุบปากแล้วเชิญนายหญิงออกมาชมเองจะดีกว่า “นายหญิงเจ้าคะ...หน้าเรือนเจ้าคะ” จางถิงถิงวิ่งตื่นตูมไปเรียกเจ้านายของตนเองด้านใน ทำให้ลู่เซวียนเฉ่าต้องลุกขึ้นมาดูด้วยตัวเองว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ยามนี้ฟ้ามืดค่ำแล้ว มีอันใดให้วุ่นวายอีกงั้นหรือ แต่เมื่อก้าวเท้ามาถึงด้านหน้าเรือนที่ นางกลับตกตะลึงเมื่อมีดอกเซวียนเฉ่าประดับอยู่ที่ด้านหน้าเรือนเต็มไปหมด แล้วโอบรอบด้วยดอกจวี๋ฮวาสีเหลืองนวลอีกชั้นด้านนอก ทำให้นางตื่นตานัก เท่านั้นไม่พอยังมีเทียนดวงเล็ก จุดแซมทำให้ความสว่างจากแสงเทียนช่วยทำให้ความสวยงามตรงหน้ามากขึ้นไปอีก อวี้เหวินจิ้งเดินมาจูงนางไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้กลมตรงกลางท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เพิ่งจัด แล้วเขาก็ยกมือให้สัญญาณ หิ่งห้อยนับหมื่นตัวก็บินออกมาระยิบระยับโอบรอบตัวเขาและนางเอาไว้ “ชอบหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้าหวานมองมันด้วยรอยยิ้ม “ชอบ...ชอบมากเจ้าค่ะท่านพ
ตะวันลับเหลี่ยมเมฆาท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงตะวันสีทองที่กำลังลับฟ้าลงไป ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดทนสู้เพื่อมีชีวิตต่อนอนร้องไห้ทั้งน้ำตา ลู่เซวียนเฉ่าอยู่กับความหวังที่จะพบมารดาสักครั้ง แต่เมื่อพบเพียงกระดูกที่ไร้วิญญาณของมารดา มันก็ยากจะทำใจยอมรับ ‘ท่านแม่’ นางคิดถึงใบหน้าที่แสนงดงาม ดวงตาที่สว่างสุกใสราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความใจดีของท่านแม่อยู่ในความทรงจำของนางตั้งแต่ท่านแม่จากไป คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นเสียจนสาวใช้ไม่กล้าจะปลุกให้ลืมตา จึงไปเรียนนายน้อยที่นั่งใบหน้าเครียดขรึมอยู่ด้านนอกเข้ามาดูนายหญิงน้อยในห้องสักหน่อย “นายน้อยเจ้าคะ ฮูหยินน้อยฟื้นขึ้นก็เอาแต่หลับตาร้องไห้อย่างเดียวเจ้าค่ะ บ่าวเกรงว่าจะเป็นลมไปอีก” เย่ซีซีกล่าวอย่างหนักใจ ชีวิตนายหญิงน้อยช่างแสนน่าสงสารนัก อวี้เหวินจิ้งได้ฟังดังนั้นก็เข้าไปในห้องทันที เขานั่งลงข้างเตียงนอนของนาง ดึงมือเล็กเอามากุมไว้ โน้มใบหน้าคมคายลงมาจูบที่มือของภรรยาตัวน้อยต้องการปลอบโยนนาง “อย่าร้องอีกเลยนะภรรยาคนดีของข้า ต่อไปเจ้าจะไม่โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ลำพังอีกต่อไป
“ไท่จื่อ!!” อวี้เหวินจิ้งไม่คิดว่ากระทั่งสหายก็มาด้วย เกินที่เขาคาดไปมาก ทุกคนในจวนคุกเข่าประสานมือไม่กล้าขัดคำสั่งฟ้า “ใต้เท้าลู่ กระทำการละเลยไม่ดูแลบุตรสาวปล่อยให้ยากลำบาก ไม่พอยังหูเบาเชื่อฟังคำอนุชั่วช้า ลงโทษให้ปลดจากตำแหน่งราชครู คืนสู่คนธรรมดาสามัญไม่อาจรับราชการได้อีกเผยหลิงหลิง ประพฤติชั่วช้า ฆ่าผู้บริสุทธิ์มีโทษตายสถานเดียวให้นำตัวไปรอตัดหัวพร้อมกับผู้สมรู้ร่วมคิดเผยไฉหง เปิดโรงเตี้ยงผิงเซียงบังหน้า เบื้องหลังค้าประเวณีผิดกฎหมาย จับเหล่าคุณหนูและเด็กยังไม่ถึงวัยปักปิ่นมาบำเรอกาม ให้สั่งยึดทรัพย์เอาตัวไปขังคุกรอการตัดสิน จบราชโองการ”ลู่ตงเหิงได้ยินดังนั้นถึงกับเป็นลมสลบลงไปทันที เขาไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาตกต่ำเพราะสตรีที่เคยเป็นอนุชั่วช้า มักใหญ่ใฝ่สูงทำให้ชีวิตของต้องตกต่ำ“เพราะเจ้าคนเดียว เจ้าทำให้ข้าต้องตกต่ำ” ลู่ตงเหิงชี้หน้าไปทางทางเผยหลิงหลิง แต่กลับได้ยินเสียงยิ้มเยาะกลับมา“ถุย! ท่านพูดมาได้ว่าเพราะข้า หากไม่ใช่เพราะท่านมักมากในกาม หูเบาเชื่อคำยุยงของข้าแล้ว ท่านจะตกต่ำเช่นนี้รึ...โทษฟ้าโทษดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง”เผยหลิงหลิงทิ้งท้ายให้ก่อนจะจากกั
ลู่เซวียนเฉ่าถูกรั้งตัวไว้จนเริ่มสาย กว่าเขาที่งอนนางเมื่อคืนจะปล่อยให้นางมาร่วมชมการสอบสวนของแม่เลี้ยงได้ เมื่อมาถึงเสียงร่ำไห้ของเผยหลิงหลิงทำให้นางปวดแก้วหูไปหมด “คารวะท่านพ่อ ข้าได้ยินเสียงเอะอะแต่เช้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าเอ่ยถามทันที ทั้งมองสตรีที่เคยหยิงผยอง ทำร้ายนางสารพัดยามนี้ไม่เหลือคราบฮูหยินแสนเย่อยิ่งคนนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงสตรีไร้ค่านั่งจมกองน้ำตา โดยที่ท่านพ่อก็ไม่เหลียวแล “นางคบชู้” ลู่ตงเหิงพูดแล้วก็สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองสตรีที่เคยเมตตารักใคร่ ยกให้ฐานะจากอนุขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่ เขานั้นคิดผิดนัก “คบชู้!!!” ลู่เซวียนเฉ่ายกมือทาบอกราวกับตกใจกับเรื่องที่เพิ่งได้ยินได้ฟัง แต่มุมปากของนางกดลึกลอบยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่มีใครทันได้สังเกต ส่วนสามีนางก็นั่งฟังเท่านั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา “เจ้า...เพราะเจ้า...เจ้าใส่ร้ายข้า” เมื่อโทษลู่ตงเหิงไม่ได้ เผยหลิงหลิงก็ชี้หน้าด่ากราดลูกเลี้ยงของนาง หากไม่ใช่สามีก็ต้องเป็นนาง เพราะศัตรูของนางมีเพียงคนเดียว “ท่านแม่เลี้ยง พูดจาสิ่งใดไว้หน้าสามีข้าด้วยนะเจ้าคะ ท่านทำตัวขอ
กรี๊ด....!!! เสียงกรีดร้องของเผยหลิงหลิงดังขึ้น ทำเอาบ่าวไพร่ในเรือนวิ่งกันจ้าละหวั่น อวี้เหวินจิ้งที่เมื่อคืนเขาเอาแต่นอนหันหลังเมื่อนางเข้ามานอน จากที่คิดว่าจะไม่กอดนางเลยทั้งคืน จนตอนนี้ตัวเองดึงภรรยาของตนมากอดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาติดการตื่นสายจากนางเพราะตัวเองชอบนอนกอดลู่เซวียนเฉ่า รู้สึกว่านอนด้วยแล้วจะหลับฝันดีเป็นพิเศษ แม้ว่าจะไม่มองหน้ากัน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟังดึงนางมากอดโดยไม่สนว่าอะไรเป็นอะไร ความวุ่นวายในเรือนของเผยหลิงหลิง ทำให้บ่าวไพร่วิ่งวุ่นจนปลุกเขาให้ตื่นก่อน เพราะรู้สึกตัวเร็วกว่า จนเมื่อนางขยับเขากลับกดศีรษะเล็กให้นอนอยู่ก่อน ไม่อยากให้ลุกไปวุ่นวายให้เหนื่อยมาก รอให้เหตุการณ์สงบเสียก่อนค่อยไปรอชมงิ้วฉากสำคัญ “ข้าจะตื่นแล้ว” หญิงสาวกล่าวขึ้น เมื่อคืนจำได้ว่านอนด้านนอก เพราะเขาชิงนอนก่อน ‘แต่พอตื่นขึ้นกลับเป็นตัวเองที่นอนด้านในได้อย่างไรไม่รู้ ไม่ใช่ว่านางละเมอข้ามร่างของเขามาหรอกนะ’ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไร้ความเป็นกุลสตรีแล้ว “รออีกสักครู่เถอะ” ชายหนุ่มบอกกับภรรยาที่ดิ้นหนีเขาท่าเดียว ไม่รู้ทำไมเวลาเขากอดนางชอบผลัก







