Share

76

Author: Clear Clouds
last update Last Updated: 2025-11-11 21:04:01

จิงซิงอี้และคนอื่นๆ ยังคงใช้ชีวิตต่อไปตามปกติ โดยเฉพาะจิงซิงอี้ที่สนใจแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น เขายังมุ่งมั่นทำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งกักเก็บน้ำของเขาต่อไป ตอนนี้ บ่อน้ำเริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว สามารถขุดไปได้แล้ว 4 บ่อ ในขณะที่เขาใช้ดินที่เหลือจากการขุดมาทำแปลงปลูกต้นไม้และสมุนไพรต่อ

        เขาสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับผลิตดินปลูกต้นไม้ เขาใช้ซากพืชผลไม้และใบไม้จากทั้งในหมู่บ้านและบนภูเขามาทำดินปลูก และยังซื้อมูลสัตว์จากชาวบ้านมาทำปุ๋ยหมักด้วย นอกจากนี้ เขาผลิตสมุนไพรกำจัดแมลงออกจำหน่าย สำหรับขายให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการปลูกพืชแบบออร์แกนนิกส์ ซึ่งจิงซิงอี้อยากให้หมู่บ้านนี้เน้นทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษให้ได้มากที่สุด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อน และยังขายผลผลิตได้ราคาดีด้วย

        เมื่อมาถึงจุดนี้ จิงซิงอี้ต้องรับสมัครคนเพิ่ม เพื่อมาช่วยเขาขายปุ๋ยและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ ผลิตภัณฑ์ของเขามีชื่อเสียงขึ้น เมื่อมีเกษตรกรคนหนึ่งทดลองใช้กำจัดหนอนและแมลงในแปลงผัก เขาถ่ายคลิปวิดีโอตั้งแต่เริ่มใช้

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   145

    หลงจิงหวงรีบวิ่งกลับมา และพยายามอุ้มจิงซีซวนขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาเป็นขุนนางที่ถนัดใช้สติปัญญา การต้องออกแรงอุ้มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับเขา จิงซิงอี้รีบพูดด้วยความกังวลว่า “ใต้เท้า! ถ้าไม่ไหวก็อย่าเสี่ยงเลย ข้ากลัวพวกท่านจะล้มลงทั้งคู่!” แต่หลงจิงหวงไม่ฟัง เขากัดฟันอุ้มจิงซีซวนที่มีสีหน้าเจ็บปวดและเดินไปจนถึงรถม้าของเขาจนได้ จากนั้นทุกคนก็รีบขึ้นรถและไปที่โรงพยาบาลทันที ตลอดทาง หลงจิงหวงคอยประคองหญิงสาวเอาไว้ ในขณะที่จิงซิงอี้ซึ่งไม่ได้เอาเข็มมาด้วย ใช้การกดจุดด้วยมือเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดให้ เมื่อมาถึงหน้าโรงพยาบาล จิงซิงอี้รีบลงจากรถม้าและสั่งให้เจ้าหน้าที่หน้าโรงพยาบาลเอาเตียงผ้ามา พวกเขายกเธอลงนอนบนเตียงผ้าที่เย็บติดกับไม้ขนาดใหญ่สองข้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ยกหัวและท้ายและรีบพาไปที่ห้องผ่าตัด เขาสั่งให้ทุกคนรอข้างนอก ส่วนตัวเขากับผู้ช่วยซึ่งตอนนี้เป็นน้องสาวของจางอิ้ง คือ จางเยว่ และหมออีกหนึ่งคนวิ่

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   144

    จิงซิงอี้ฝังเข็มคุณชายน้อยเพื่อลดไข้ และอาการเจ็บปวดจากเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ คอ และสันหลัง หลังจาก 20 นาทีผ่านไป อาการร้องไห้งอแงของคุณชายก็ลดน้อยลง เขาสั่งให้ผู้ช่วยต้มยาสมุนไพรที่มีขิง ชะเอมเทศผัดกับน้ำผึ้ง มาป้อนให้คุณชายน้อย และให้นอนพักรอดูอาการในห้องจากนั้นเขาก็หันมาบอกฮูหยินรองว่า “อีกครึ่งชั่วโมงข้าจะกลับมาดูอาการอีกครั้ง”แล้วก็หยิบนาฬิกาทรายขนาดเล็กมาตั้งเพื่อจับเวลา และเดินออกไปนอกห้องทันที ลั่วปิงต้องรีบอธิบายว่าครึ่งชั่วโมง คืออะไร และชี้ให้ดูที่นาฬิกาทรายสาวใช้หันไปถามลั่วปิงว่า “ที่นี่ไม่มีน้ำชาหรืออาหารมาให้เลยหรือ”ลั่วปิงหัวเราะแห้งๆ เขาตอบว่า “ที่นี่ไม่อนุญาตให้ดื่มและกินอาหารในห้องตรวจรักษา ถ้าอยากจะกินอะไร ก็เชิญไปที่ห้องโถง ที่นั่นมีน้ำชาให้ดื่มฟรี และถ้าอยากจะกินอาหารพิเศษ ก็มีโรงอาหารอยู่ข้างโรงพยาบาล ทุกท่านสามารถซื้อและนั่งกินที่นั่นได้”ฮูหยินรองอึ้งไปเมื่อได้ยินแบบนี้ ลั่วปิงรีบพูดว่า “ทุกคนที่มาที่นี่ ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็ต้องทำแบบเดียวกันขอรับ พวกเรามีคนไ

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   143

    จิงซิงอี้รู้สึกเป็นห่วงจิงเซียวและจิงซีเซียวมาก ช่วงบ่ายเขาจึงส่งเจี่ยหยวนที่ตอนนี้อายุ 18 ปีแล้ว ไปขอนัดพบกงซุนเช่อ เมื่อเลิกงานในตอนเย็น จิงซิงอี้จึงเดินทางไปพบกงซุนเช่อที่บ้านพัก ซึ่งไม่ไกลจากจวนไคเฟิงมากนัก เมื่อไปถึง เขาพบทั้งกงซุนเช่อและจั่นเจานั่งกินเหล้าและกับแกล้มอยู่ด้วยกัน จิงซิงอี้ทำความเคารพทั้งสอง พร้อมกับนำอาหารที่เขาแวะซื้อระหว่างทาง ส่งให้พ่อบ้านนำไปใส่จานและยกมาให้ เมื่อพูดคุยทักทายสารทุกข์สุขดิบแล้ว จิงซิงอี้จึงถามกงซุนเช่อโดยตรงว่า “ใต้เท้าขอรับ ข้าได้ยินข่าวว่าใต้เท้าจิงเซียวกำลังมีปัญหากับขุนนางชั้นสูงบางคนอยู่หรือ” ผู้ช่วยทั้งสองคนของเปาเจิงหัวเราะออกมา เขารู้ว่าจิงซิงอี้นับถือจิงเซียวมาก และพวกเขาช่วยเหลือสนับสนุนกันมานาน กงซุนเช่อจึงตอบว่า “ใช่ แต่มันก็มีเบื้องหลังมากกว่านั้น” จั่นเจาซึ่งป้อนปลาย่างให้กับแมวที่คลอเคลียอยู่โต๊ะก็พูดว่า &ld

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   142

    เช้าวันรุ่งขึ้น สองพี่น้องเดินออกจากบ้านไปด้วยกัน โดยมีน้องชายคนเล็กวัย 15 ปี วิ่งตามมาด้วย เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เขาพบจิงซิงอี้อยู่ในห้องของเขาที่ชั้นสอง ที่มีหน้าต่างสามารถมองเห็นด้านหน้าของโรงพยาบาลได้ เขากำลังอ่านข้อมูลคนไข้อยู่ จางอิ้งเคาะประตูห้องที่เปิดเอาไว้ เมื่อจิงซิงอี้เห็นเขากับน้องอีกสองคน ก็ยิ้มและพูดว่า “หมอจาง เชิญเข้ามาได้” “อาจารย์ว่างมั้ยขอรับ ข้าพาน้องสาวกับน้องชายมาพบขอรับ” “ได้สิ มาเลยๆ” เขาเชิญให้ทุกคนนั่งลงจากนั้นจางอิ้งก็แนะนำน้องของตัวเอง และพูดว่า พวกเขาต้องการอะไร จิงซิงอี้พิจารณาทั้งสองคน เช่นเดียวกับที่พวกเขาก็มองจิงซิงอี้ด้วยความชื่นชมเช่นกัน หมอหนุ่มคนนี้อายุไล่เลี่ยกับจางจิ้ง น้องชายคนเล็กของพวกเขา แต่กลับมีความสามารถสูงมาก เมื่อพูดคุยกับทั้งสองคนว่าทำอะไรได้บ้าง จิงซิงอี้จึงพูดว่า “สำหรับน้องชายของท่าน คือ จางจิ้ง ข้าจะให้เขาไปทำงานกับ

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   141

    ในที่สุด จิงซิงอี้ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากฮ่องเต้ และยังมีเหล่าแฟนคลับของเขา เช่น เจิ้นจ้วนหวัง และพระธิดา ซึ่งเป็นพระชายาขององค์ชายคนโตของฮ่องเต้ ข้าราชการที่เขาเคยไปรักษาโรคให้ เพื่อนๆ ของเขา และชาวบ้านร้านตลาดที่ช่วยกันบริจาคเงินตอนนี้เขามีเงินมากพอ จนสามารถซื้อที่สร้างโรงพยาบาลใหม่ได้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนแพทย์พอดี ที่นี่เคยเป็นที่นาและสวนของขุนนางคนหนึ่ง จิงซิงอี้ต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อ เพราะพวกเขารู้ว่า ต่อไปบริเวณนี้จะเจริญขึ้น และยังเห็นคนไข้และนักเรียนที่มาหาจิงซิงอี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงต้องเจรจาต่อรองกันอยู่นาน แต่จิงซิงอี้รู้ว่า โรงพยาบาลจะสร้างรายได้ให้ในภายหลัง เขาจึงกัดฟันซื้อ เพื่อลงมือสร้างโรงพยาบาลตามแบบที่เขาคิด ถึงเขาจะได้เงินบริจาคมา แต่ค่าใช้จ่ายที่รออยู่นั้นก็มหาศาล เพราะเขาออกแบบและสร้างอุปกรณ์ที่ทันสมัย เท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อเป็นรากฐานให้กับหมอรุ่นหลัง เขาหวังเอาไว้ว่า สักวันหนึ่ง จะมีหมอและนักประดิษฐ์ที่สามารถสร้างเครื่องมือที่ดีกว่าในยุคนี้ได้&nbs

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   140

    เมื่อเดินทางกลับมาถึงไคเฟิงแล้ว หลายคนและแม้แต่นักเรียนของต่างเร่งรัดและสนับสนุนให้จิงซิงอี้สร้างโรงพยาบาล โดยเฉพาะท่านเปาเจิงและราชสำนักที่เห็นความสำเร็จของเขา และนักเรียนแพทย์ฉางซาน ที่กลายมาเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดได้ พวกเขาอยากจะสร้างแพทย์แบบนี้ออกมาจำนวนมาก เพื่อให้กระจายออกไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศตอนนี้ จิงซิงอี้จึงได้รับเงินบริจาคจากผู้ที่มีใจกุศลหลายคน และแม้แต่ชาวบ้านทั่วไปที่ได้ยินข่าว พวกเขาก็อยากเข้าถึงโรงพยาบาลแบบนี้บ้าง ลั่วเป่ยซึ่งเปิดร้านขายสมุนไพรเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีอีกครั้ง ที่ช่วยกระจายข่าวและระดมเงินบริจาค เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปที่ได้ยินข่าว ต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุย เช่น ที่ร้านขายโจ๊กและบะหมี่ในเมืองข้างทางร้านหนึ่ง“พวกเจ้าได้ยินเรื่องหมอจิงจะสร้างโรงหมอใหม่รึยัง” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งนั่งกินโจ๊กยามเช้า เอ่ยปากสนทนากับเพื่อนร่วมอาชีพ ที่มานั่งกินด้วยกัน“ได้ยินอยู่ ข้างบ้านข้าเอามาเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าอยากจะสนับสนุนหมอจิง ก็เลยจะไปบริจาคเงินช่วย”ชายคนแรกทำหน้าไม่เห็นด้วย “จะไปบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status