แชร์

8

ผู้เขียน: Clear Clouds
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-09-03 20:30:20

จิงซิงอี้เห็นว่าป้าซ่งมีรูปร่างท้วม ยิ่งทำให้เข่าเสื่อมและเสียรูปมากกว่าปกติ เขาจึงอธิบายอาการให้หญิงสูงวัยฟังว่า

“โรคที่ป้าเป็น คือ ข้อเข่าเสื่อมนะครับ เกิดขึ้นได้จากอายุที่มากขึ้นทำให้เสื่อม แล้วก็น้ำหนักที่มากกว่าปกติ บางคนก็เกิดจากการทำงานหนัก ยกของหนักมานาน”

ป้าซ่งรีบตอบว่า “ใช่เลยจ้ะ ป้าทำไร่ทำสวนมาตั้งแต่สาวๆ บางทีก็ต้องแบกปุ๋ย แบกผักผลไม้ไปขาย ช่วงนี้ป้าปวดเข่ามาก มันตึงไปหมด พอนั่งๆนอนๆ น้ำหนักก็เลยขึ้นอย่างที่หมอเห็นนี่ละจ้ะ”

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยนั้น ลุงซ่งฮ่าวเทียน ก็ถือขวดใส่นมแพะ 3 ขวดเดินเข้าบ้านมาถามว่า

“เท่านี้พอมั้ยหมอจิง”

เมื่อเห็นป้าซ่ง เขาจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่า

“อายี่ ออกมาทำไม จะเอาอะไรเหรอ”

ป้าซ่งรีบตอบว่า

“ไม่มีอะไร ฉันเห็นว่าหมอจิงมา เลยเดินออกมาทัก”

จิงซิงอี้สังเกตเห็นว่า ป้าซ่งไม่อยากพูดถึงอาการของตนต่อหน้าสามี เขาจึงหันไปพูดกับซ่งฮ่าวเทียนว่า

“เท่านี้ก็พอครับ พรุ่งนี้สัก 5 โมงเย็นจะแวะมาซื้ออีกนะครับ ขอบคุณครับลุงซ่ง”

จากนั้นเขาก็จ่ายเงินให้ไป 50 หยวน ก่อนที่จะเดินออกไป เขาพูดกับป้าซ่งว่า

“โรคนี้ใช้เวลารักษานานก็จริง แต่ถ้ารักษา อาการจะดีขึ้นจนเดินได้เกือบเหมือนปกติ”

ระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้าน เขาสงสัยว่าเหตุใดป้าซ่งจึงไม่อยากพูดเรื่องการรักษาต่อหน้าสามี  เขารู้ดีว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อถือการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน และสองสามีภรรยาคู่นี้อาจเคยมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาเอานมแช่ตู้เย็นเอาไว้ จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์สั่งซื้ออาหารสำหรับสุนัข จากร้านขายอาหารสัตว์ในหมู่บ้านใกล้ๆ ซึ่งจะมาส่งให้ในตอนเย็น

จากนั้นเขาก็เตรียมทำอาหารให้สุนัขจิ้งจอก โดยจะทำเก็บเอาไว้ให้พวกมันกินได้ 2-3 วัน เขาเตรียมไข่ไก่ เนื้อไก่และหมู และเดินไปสวนหลังบ้านเพื่อเก็บผักบางอย่าง แอปเปิ้ลและสาลี่จากสวนหลังบ้าน เพื่อให้ทั้งคนและสุนัขจิ้งจอก เพราะพวกมันก็ต้องกินผักผลไม้เช่นเดียวกับคนด้วย

ในระหว่างที่เขาเตรียมอาหารสุนัขจิ้งจอก ก็มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเขา เมื่อเปิดอ่าน   ก็พบว่ามาจากเย่เฉิน เพื่อนสนิทที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแพทย์เดียวกัน เขาส่งข้อความมาชวนจิงซิงอี้ไปเป็นแพทย์อาสา เพื่อตรวจคนไข้ฟรีตามชุมชนกับอาจารย์ที่เคยสอนพวกเขาในมหาวิทยาลัย

ชายหนุ่มคิดสักพักก่อนจะพิมพ์ตอบตกลง เขาเองก็อยากจะพบอาจารย์ที่เขาเคารพนับถือ และยังได้ไปฝึกประสบการณ์ในการรักษาโรคด้วย

คลินิกของเขาเพิ่งเปิดมาไม่กี่วัน ยังไม่มีคนป่วยมารักษามากนัก ทำให้เขาคิดถึงการโปรโมทร้าน และการทำธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องไปด้วย 

เมื่อเตรียมอาหารให้สุนัขจิ้งจอกเสร็จ     เขาก็เริ่มวางแผนการโปรโมทคลินิก ด้วยการอาสาตรวจโรคฟรีในวันเสาร์ช่วงเย็น ที่หมู่บ้านข้างๆ และแจกถุงหอมสมุนไพรที่มีชื่อคลินิกและเบอร์ติดต่อเอาไว้ เขาเชื่อว่า การแจกของฟรีจะทำให้คนอยากเข้ามาตรวจโรคด้วย 

แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดคิด เมื่อได้ยินเสียงเจ้าตัวเล็กเห่าเรียก เขาจึงรีบเดินออกไปดู และเห็นแม่สุนัขจิ้งจอกที่ย้ายมานอนบนผ้าห่มที่พื้นมุมห้อง พยายามจะลุกขึ้นมา โดยมีเจ้าตัวเล็กเดินวนเวียนส่งเสียงเห่า และคอยเลียหน้าเลียตาแม่ของมันอยู่ 

จิงซิงอี้ค่อยๆ เดินเข้าไปเพื่อไม่ให้มันตกใจ มันมองมาที่จิงซิงอี้อย่างระแวดระวัง เขาถามมันว่า   “ฟื้นแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง”

        เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรเข้าไปใกล้และสัมผัสตัวมัน เขาจึงเดินกลับไปที่ห้องครัว เทน้ำใส่ถ้วย และตักไก่ต้มใส่ผักและยกถ้วยกลับมา แม่สุนัขจิ้งจอกขยับจมูกเมื่อได้กลิ่นอาหาร จิงซิงอี้วางถ้วยน้ำและอาหารไว้ด้านหน้า และถอยออกมานั่งมองห่างๆ

        แม่จิ้งจอกขยับตัวเข้าไปใกล้ถ้วยอาหาร มันมองเขาเหมือนชั่งใจ ชายหนุ่มยิ้มให้มัน และพูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “กินซะ จะได้มีแรง”

        เหมือนจะเข้าใจ แม่สุนัขจิ้งจอกก้มหน้าก้มตากินอาหารในถ้วยจนหมด และหันไปเลียกินน้ำในถ้วยต่อ ในขณะที่เจ้าตัวเล็กเดินไปเดินมา และนอนลงข้างแม่เพื่อที่จะดูดนม จิงซิงอี้บอกมันว่า

        “เจ้าหนู แม่ยังบาดเจ็บอยู่ จะเอานมที่ไหนมาให้  กินนมแพะไปก่อนนะ”

        จากนั้น เขาก็เดินกลับไปอุ่นนมแพะและยกถ้วยนมมา เขาเรียกจนเจ้าตัวเล็กยอมเดินมาใกล้ มันดมถ้วยนมและเลียกินอย่างหิวโหย

ในระหว่างนั้น จิงซิงอี้เช็คอายุของเจ้าตัวเล็กจากอินเทอร์เน็ต และพบว่ามันน่าจะมีอายุประมาณ 1-2 เดือน กินได้ทั้งนมและอาหารสุนัขแบบอ่อน เขาจึงสั่งอาหารลูกสุนัขเพิ่มเติมจากร้านที่สั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้

เขาปล่อยพวกมันเอาไว้ในห้อง โดยเปิดประตูเอาไว้เล็กน้อย เพื่อให้พวกมันเดินเข้าออกได้ และไปหาจิงเซียวที่ห้องยาสมุนไพร

เขาบอกชายชราว่า แม่สุนัขจิ้งจอกฟื้นแล้วและกำลังกินอาหาร พรุ่งนี้เขาจะตรวจเช็คแผลของมันอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้น จิงซิงอี้ก็ช่วยจิงเซียวเตรียมยาสมุนไพรหรือการเผาจี้อสมุนไพรจีน

ทุกวันนี้จิงเซียวไม่ค่อยได้รักษาคนไข้แล้ว เพราะเขาเริ่มเดินทางไม่สะดวก ประกอบกับอายุที่มากขึ้น ทำให้เขาอยากทำในสิ่งที่ชอบมากกว่า ช่วงหลังมานี้ เขาจึงใช้เวลากับการเก็บรวบรวมสมุนไพรจากหลากหลายแหล่งเพื่อนำมาเป็นยา ทั้งใช้กับคนไข้และขาย

สำหรับจิงซิงอี้ ช่วงที่ใกล้จะเรียนจบ เขาแทบจะไม่มีเวลาว่างทำสมุนไพรเอง จึงพักการขายไประยะหนึ่ง แต่ในตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะทำธุรกิจสมุนไพรของตนเอง โดยมีจิงเซียวคอยให้คำแนะนำ 

โดยปกติแล้วจิงเซียวและจิงซิงอี้จะสั่งซื้อยามาจากเจ้าประจำ พวกเขาจะการทำยาสมุนไพรเอง เฉพาะที่เก็บมาจากป่าและบนภูเขา โดยเฉพาะสมุนไพรหายากที่ไม่มีวางขายทั่วไป

ตอนนี้ จิงซิงอี้กำลังจะทำถุงหอมสมุนไพรเพื่อแจก มีส่วนผสมหลักคล้ายกับของคนอื่น แต่เขาเพิ่มสมุนไพรพิเศษที่จัดเตรียมเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงบางอย่างของสมุนไพร

สูตรเหล่านี้ ได้มาจากสูตรยาสมุนไพรของจิงเซียวที่มีความพิเศษ ซึ่งมีเพียงจิงซิงอี้คนเดียวที่ได้รับการถ่ายทอด ถึงแม้หมอจีนหลายคนจะอ้อนวอนขอให้จิงเซียวช่วยสอนมานานนับสิบปี แต่ชายชราก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

จิงซิงอี้หั่นสมุนไพรหลักๆตามสูตรถุงหอมปกติ เตรียมใส่กระด้งนำไปตากแดด เขาเพิ่มขิง ตะไคร้ พริกไทยและผิวส้มกับมะนาวลงไปด้วย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยหรือยูจีนอล เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงจากเย็นไปสู่ร้อนชื้น ทำให้คนส่วนใหญ่เป็นหวัดคัดจมูก และปวดหัว

สำหรับถุงหอมที่ใส่นั้น เขาเลือกผ้ามีลวดลายปักแบบจีน และติดชื่อคลินิกและวิธีติดต่อเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เขายังคิดจะใช้ถุงผ้าแบบอื่นๆ และถุงกระดาษสีน้ำตาลอ่อนด้วย ซึ่งแบบหลังเป็นสมุนไพรสำหรับวางในบ้านและในรถ เพื่อช่วยขับไล่แมลงและกำจัดกลิ่นอับ

หลังจากตากสมุนไพรเสร็จแล้ว เขาใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลสมุนไพร และตำรับยาต่างๆ  เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

ตลอดช่วงบ่ายคล้อยจนถึงตอนเย็น สองตาหลานใช้เวลาด้วยกันไปกับการจัดเตรียมสมุนไพร ทั้งการนำไปรักษาคนไข้ และเตรียมทำถุงหอมสมุนไพร ทั้งสูตรเก่าและสูตรใหม่ 

จิงซิงอี้ขอให้จิงเซียวช่วยหาข้อมูลบริษัทที่ปลูกสมุนไพร เพราะเขาต้องการจะปลูกสมุนไพรบางส่วนเอง จิงเซียวเห็นด้วย เพราะตอนนี้ชายหนุ่มเรียนจบแล้ว สามารถทุ่มเทเวลาในการรักษาคนและทำธุรกิจได้เต็มที่

สำหรับสถานที่ปลูกนั้น เขาตั้งใจจะไปปรึกษาคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อดูว่าเขาจะสามารถใช้พื้นที่หลังบ้านที่เป็นรอยต่อกับภูเขา และพื้นที่บนภูเขาบางส่วนได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไรบ้าง

จิงเซียวให้เสรีภาพกับจิงซิงอี้ในการทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งแตกต่างจากลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ถูกอบรมสั่งสอนและควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ลูกศิษย์สองคนแรกของเขา คือ ลั่วเยี่ยนและซุนเฉิงต่างก็เข้าใจดี   เพราะจิงซิงอี้มีอายุห่างจากพวกเขามาก ทำให้พวกเขาเอ็นดูชายหนุ่มเหมือนกับลูกหลานของตนเอง

นอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังนิสัยดี อ่อนน้อม และฉลาดเฉลียวเกินวัย พวกเขาเรียนวิชาจากจิงเซียว และออกเดินทางไปด้วยกันหลายครั้ง ตั้งแต่จิงซิงอี้ยังเป็นเด็ก จึงมีความสนิทสนมกันมาก การที่จิงเซียวรักและเอ็นดูชายหนุ่มมาก จึงไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจสำหรับศิษย์พี่คนอื่นๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   145

    หลงจิงหวงรีบวิ่งกลับมา และพยายามอุ้มจิงซีซวนขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาเป็นขุนนางที่ถนัดใช้สติปัญญา การต้องออกแรงอุ้มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับเขา จิงซิงอี้รีบพูดด้วยความกังวลว่า “ใต้เท้า! ถ้าไม่ไหวก็อย่าเสี่ยงเลย ข้ากลัวพวกท่านจะล้มลงทั้งคู่!” แต่หลงจิงหวงไม่ฟัง เขากัดฟันอุ้มจิงซีซวนที่มีสีหน้าเจ็บปวดและเดินไปจนถึงรถม้าของเขาจนได้ จากนั้นทุกคนก็รีบขึ้นรถและไปที่โรงพยาบาลทันที ตลอดทาง หลงจิงหวงคอยประคองหญิงสาวเอาไว้ ในขณะที่จิงซิงอี้ซึ่งไม่ได้เอาเข็มมาด้วย ใช้การกดจุดด้วยมือเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดให้ เมื่อมาถึงหน้าโรงพยาบาล จิงซิงอี้รีบลงจากรถม้าและสั่งให้เจ้าหน้าที่หน้าโรงพยาบาลเอาเตียงผ้ามา พวกเขายกเธอลงนอนบนเตียงผ้าที่เย็บติดกับไม้ขนาดใหญ่สองข้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ยกหัวและท้ายและรีบพาไปที่ห้องผ่าตัด เขาสั่งให้ทุกคนรอข้างนอก ส่วนตัวเขากับผู้ช่วยซึ่งตอนนี้เป็นน้องสาวของจางอิ้ง คือ จางเยว่ และหมออีกหนึ่งคนวิ่

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   144

    จิงซิงอี้ฝังเข็มคุณชายน้อยเพื่อลดไข้ และอาการเจ็บปวดจากเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ คอ และสันหลัง หลังจาก 20 นาทีผ่านไป อาการร้องไห้งอแงของคุณชายก็ลดน้อยลง เขาสั่งให้ผู้ช่วยต้มยาสมุนไพรที่มีขิง ชะเอมเทศผัดกับน้ำผึ้ง มาป้อนให้คุณชายน้อย และให้นอนพักรอดูอาการในห้องจากนั้นเขาก็หันมาบอกฮูหยินรองว่า “อีกครึ่งชั่วโมงข้าจะกลับมาดูอาการอีกครั้ง”แล้วก็หยิบนาฬิกาทรายขนาดเล็กมาตั้งเพื่อจับเวลา และเดินออกไปนอกห้องทันที ลั่วปิงต้องรีบอธิบายว่าครึ่งชั่วโมง คืออะไร และชี้ให้ดูที่นาฬิกาทรายสาวใช้หันไปถามลั่วปิงว่า “ที่นี่ไม่มีน้ำชาหรืออาหารมาให้เลยหรือ”ลั่วปิงหัวเราะแห้งๆ เขาตอบว่า “ที่นี่ไม่อนุญาตให้ดื่มและกินอาหารในห้องตรวจรักษา ถ้าอยากจะกินอะไร ก็เชิญไปที่ห้องโถง ที่นั่นมีน้ำชาให้ดื่มฟรี และถ้าอยากจะกินอาหารพิเศษ ก็มีโรงอาหารอยู่ข้างโรงพยาบาล ทุกท่านสามารถซื้อและนั่งกินที่นั่นได้”ฮูหยินรองอึ้งไปเมื่อได้ยินแบบนี้ ลั่วปิงรีบพูดว่า “ทุกคนที่มาที่นี่ ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็ต้องทำแบบเดียวกันขอรับ พวกเรามีคนไ

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   143

    จิงซิงอี้รู้สึกเป็นห่วงจิงเซียวและจิงซีเซียวมาก ช่วงบ่ายเขาจึงส่งเจี่ยหยวนที่ตอนนี้อายุ 18 ปีแล้ว ไปขอนัดพบกงซุนเช่อ เมื่อเลิกงานในตอนเย็น จิงซิงอี้จึงเดินทางไปพบกงซุนเช่อที่บ้านพัก ซึ่งไม่ไกลจากจวนไคเฟิงมากนัก เมื่อไปถึง เขาพบทั้งกงซุนเช่อและจั่นเจานั่งกินเหล้าและกับแกล้มอยู่ด้วยกัน จิงซิงอี้ทำความเคารพทั้งสอง พร้อมกับนำอาหารที่เขาแวะซื้อระหว่างทาง ส่งให้พ่อบ้านนำไปใส่จานและยกมาให้ เมื่อพูดคุยทักทายสารทุกข์สุขดิบแล้ว จิงซิงอี้จึงถามกงซุนเช่อโดยตรงว่า “ใต้เท้าขอรับ ข้าได้ยินข่าวว่าใต้เท้าจิงเซียวกำลังมีปัญหากับขุนนางชั้นสูงบางคนอยู่หรือ” ผู้ช่วยทั้งสองคนของเปาเจิงหัวเราะออกมา เขารู้ว่าจิงซิงอี้นับถือจิงเซียวมาก และพวกเขาช่วยเหลือสนับสนุนกันมานาน กงซุนเช่อจึงตอบว่า “ใช่ แต่มันก็มีเบื้องหลังมากกว่านั้น” จั่นเจาซึ่งป้อนปลาย่างให้กับแมวที่คลอเคลียอยู่โต๊ะก็พูดว่า &ld

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   142

    เช้าวันรุ่งขึ้น สองพี่น้องเดินออกจากบ้านไปด้วยกัน โดยมีน้องชายคนเล็กวัย 15 ปี วิ่งตามมาด้วย เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เขาพบจิงซิงอี้อยู่ในห้องของเขาที่ชั้นสอง ที่มีหน้าต่างสามารถมองเห็นด้านหน้าของโรงพยาบาลได้ เขากำลังอ่านข้อมูลคนไข้อยู่ จางอิ้งเคาะประตูห้องที่เปิดเอาไว้ เมื่อจิงซิงอี้เห็นเขากับน้องอีกสองคน ก็ยิ้มและพูดว่า “หมอจาง เชิญเข้ามาได้” “อาจารย์ว่างมั้ยขอรับ ข้าพาน้องสาวกับน้องชายมาพบขอรับ” “ได้สิ มาเลยๆ” เขาเชิญให้ทุกคนนั่งลงจากนั้นจางอิ้งก็แนะนำน้องของตัวเอง และพูดว่า พวกเขาต้องการอะไร จิงซิงอี้พิจารณาทั้งสองคน เช่นเดียวกับที่พวกเขาก็มองจิงซิงอี้ด้วยความชื่นชมเช่นกัน หมอหนุ่มคนนี้อายุไล่เลี่ยกับจางจิ้ง น้องชายคนเล็กของพวกเขา แต่กลับมีความสามารถสูงมาก เมื่อพูดคุยกับทั้งสองคนว่าทำอะไรได้บ้าง จิงซิงอี้จึงพูดว่า “สำหรับน้องชายของท่าน คือ จางจิ้ง ข้าจะให้เขาไปทำงานกับ

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   141

    ในที่สุด จิงซิงอี้ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากฮ่องเต้ และยังมีเหล่าแฟนคลับของเขา เช่น เจิ้นจ้วนหวัง และพระธิดา ซึ่งเป็นพระชายาขององค์ชายคนโตของฮ่องเต้ ข้าราชการที่เขาเคยไปรักษาโรคให้ เพื่อนๆ ของเขา และชาวบ้านร้านตลาดที่ช่วยกันบริจาคเงินตอนนี้เขามีเงินมากพอ จนสามารถซื้อที่สร้างโรงพยาบาลใหม่ได้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนแพทย์พอดี ที่นี่เคยเป็นที่นาและสวนของขุนนางคนหนึ่ง จิงซิงอี้ต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อ เพราะพวกเขารู้ว่า ต่อไปบริเวณนี้จะเจริญขึ้น และยังเห็นคนไข้และนักเรียนที่มาหาจิงซิงอี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงต้องเจรจาต่อรองกันอยู่นาน แต่จิงซิงอี้รู้ว่า โรงพยาบาลจะสร้างรายได้ให้ในภายหลัง เขาจึงกัดฟันซื้อ เพื่อลงมือสร้างโรงพยาบาลตามแบบที่เขาคิด ถึงเขาจะได้เงินบริจาคมา แต่ค่าใช้จ่ายที่รออยู่นั้นก็มหาศาล เพราะเขาออกแบบและสร้างอุปกรณ์ที่ทันสมัย เท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อเป็นรากฐานให้กับหมอรุ่นหลัง เขาหวังเอาไว้ว่า สักวันหนึ่ง จะมีหมอและนักประดิษฐ์ที่สามารถสร้างเครื่องมือที่ดีกว่าในยุคนี้ได้&nbs

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   140

    เมื่อเดินทางกลับมาถึงไคเฟิงแล้ว หลายคนและแม้แต่นักเรียนของต่างเร่งรัดและสนับสนุนให้จิงซิงอี้สร้างโรงพยาบาล โดยเฉพาะท่านเปาเจิงและราชสำนักที่เห็นความสำเร็จของเขา และนักเรียนแพทย์ฉางซาน ที่กลายมาเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดได้ พวกเขาอยากจะสร้างแพทย์แบบนี้ออกมาจำนวนมาก เพื่อให้กระจายออกไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศตอนนี้ จิงซิงอี้จึงได้รับเงินบริจาคจากผู้ที่มีใจกุศลหลายคน และแม้แต่ชาวบ้านทั่วไปที่ได้ยินข่าว พวกเขาก็อยากเข้าถึงโรงพยาบาลแบบนี้บ้าง ลั่วเป่ยซึ่งเปิดร้านขายสมุนไพรเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีอีกครั้ง ที่ช่วยกระจายข่าวและระดมเงินบริจาค เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปที่ได้ยินข่าว ต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุย เช่น ที่ร้านขายโจ๊กและบะหมี่ในเมืองข้างทางร้านหนึ่ง“พวกเจ้าได้ยินเรื่องหมอจิงจะสร้างโรงหมอใหม่รึยัง” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งนั่งกินโจ๊กยามเช้า เอ่ยปากสนทนากับเพื่อนร่วมอาชีพ ที่มานั่งกินด้วยกัน“ได้ยินอยู่ ข้างบ้านข้าเอามาเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าอยากจะสนับสนุนหมอจิง ก็เลยจะไปบริจาคเงินช่วย”ชายคนแรกทำหน้าไม่เห็นด้วย “จะไปบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status