หน้าหลัก / อื่น ๆ / จิ๊ดริดที่รัก / 6. เริ่มต้นชีวิตใหม่

แชร์

6. เริ่มต้นชีวิตใหม่

ผู้เขียน: ฉันรัก
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-18 11:19:08

วันนี้บานชื่นและโชติรู้สึกเหมือนโดนฟ้าถล่มใส่หัวกันตั้งแต่เช้าเมื่อเห็นกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่แปะอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว ซึ่งแผ่นกระดาษดังกล่าวเป็นหมายศาลที่แจ้งให้ทั้งคู่ย้ายออกจากที่ดินแห่งนี้โดยทันที

“ทำไมเป็นแบบนี้วะชื่น อยู่มาหลายปีดีดักก็ไม่เห็นโผล่มา แต่พอโผล่มาก็ดันมาไล่เราออกดื้อ ๆ”

บานชื่นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ต้องเป็นเพราะนังแก่นั่นแน่ ๆ มันต้องเป็นคนไปบอกเจ้าของให้ไล่เราออกไป เลวจริง ๆ”

“นังแก่บ้า! นังสายบ้า! แกออกมาเดี๋ยวนี้นะ นังสาระแน แกไปบอกเจ้าของที่มาไล่พวกกูใช่ไหม” บานชื่นเดินดุ่มไปหน้าประตูรั้วของบ้านสายพร้อมกับเขย่าประตูและตะโกนเรียกเสียงลั่น

“ออกมาเดี๋ยวนี้! ออกมาพูดกับฉันให้รู้เรื่อง”

แต่คนที่เดินส่ายอาดมาพร้อมกับปังตอทั้งสองมือกลับเป็นวรรณารีแทน “ไม่มีความเกรงใจในสมองกันเลยหรือ โหวกเหวกโวยวายรบกวนชาวบ้านเค้าแบบนี้”

“ฉันไม่ต้องการพูดกับแก เรียกนังสายบ้าออกมา”

“ห้ามเรียกป้าสายแบบนั้น ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ” วรรณารีตาเขียวปั้ด

“เพราะแกใช่ไหม นังสายมันถึงวางแผนเล่นงานฉันกับผัวแบบนี้ คงคิดแก้แค้นแทนแกแน่ ๆ แกนี่ร้ายกาจไม่เบานะ นอกจากคิดจะแอ้มผัวฉันแล้วยังจะปั่นหัวอีแก่บ้านั่นมาเล่นงานฉันอีก”

“ไม่ต้องเสียเวลายืนเถียงกับคนแบบนั้น เข้าบ้านมาดูลูกเถอะ ร้องหาแม่นานแล้ว” เสียงแหบของสายเรียกมาจากในบ้าน

“อีแก่ ออกมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้”

“จะคุยกับฉันทำไมให้เหนื่อย เก็บเสียงและแรงของหล่อนเอาไว้คุยกับคนที่มีหน้าที่โดยตรงดีกว่า วรรณ...กลับเข้าบ้าน” สายสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดปิดท้าย

“แกหมายความว่ายังไง” บานชื่นถามกลับ

ไม่ทันขาดคำ ด้านหลังบานชื่นก็มีชายวัยกลางคนสวมสูทสีเทาเข้มเดินทำหน้าขรึมเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามนาย โชติซึ่งเหลียวไปเห็นพอดีถึงกับมีสีหน้าซีดเผือด

“ช...ชื่น นังชื่น” แล้วรีบสะกิดแขนบานชื่นอย่างไม่รอช้า

“อะไรวะ” บานชื่นเหลียวไปตวาดสามีอย่างอารมณ์ไม่ดี แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างไปแบบนั้นเมื่อเห็นบุคคลทั้งสี่ที่เพิ่งมาใหม่

กว่าที่คู่สามีภรรยาจะตกลงกับบุคคลที่แนะนำตัวเองว่าเป็นทนายของเจ้าของที่ดินแห่งนี้เสร็จก็ล่วงเข้าช่วงเย็นของวัน ทั้งคู่ต้องทำการย้ายออกภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับจากนี้โดยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

ระหว่างการย้ายออก ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าอยู่ตลอดเวลาจนคู่สามีภรรยาไม่สามารถกระดิกตัวไปหาเรื่องใครได้อีก บานชื่นและโชติจึงได้แต่จำใจเก็บข้าวของใส่รถเข็นมือเป็นระวิง กระนั้นบานชื่นก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองบ้านสายด้วยแววตาอาฆาตก่อนเข็นรถเข็นออกจากที่ดินแห่งนี้ไป

-----

“เอานี่ไปจัดการด้วยตัวเอง” เมื่อจัดการขับไล่บานชื่นออกจากที่ดินได้แล้ว สายได้ยื่นใบโฉนดที่ดินให้วรรณารีในอีกสามวันให้หลัง

วรรณารีมีสีหน้างุนงงอยู่ไม่น้อยแต่ก็รับใบโฉนดที่ดินมาไว้ในมือแต่โดยดี แต่เมื่อได้อ่านรายละเอียดที่ระบุในโฉนด หญิงสาวถึงกับทำตาโต “ป้าคะ ทำไมโฉนดเป็นชื่อวรรณ”

“ฉันโอนให้เพื่อที่เธอจะได้นำที่ดินไปจำนองได้ เธอจะได้มีเงินไปทำร้าน”

“ไม่เอาค่ะป้า วรรณเกรงใจ แค่ป้าออกทุนทำบ้านใหม่ทั้งหมดเอง วรรณก็เกรงใจจนไม่รู้จะเกรงใจยังไงแล้ว วรรณจะทำเหมือนเดิม สร้างเพิงเล็ก ๆ ไว้เก็บของที่หามาได้ก็พอ รอมีรายได้สักระยะก็ค่อยขยับขยายให้มันใหญ่ขึ้น”

ตั้งแต่ได้คุยเรื่องย้ายบ้านกับสายในวันนั้น ทำให้วรรณารีได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวในชีวิตของสายมาตั้งแต่ต้น ไม่เท่านั้น เธอยังรับรู้อีกว่าที่ดินที่บานชื่นใช้อาศัยอยู่ แท้จริงแล้วเป็นของสาย และสายไม่ใช่หญิงบ้าหาเช้ากินค่ำอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ เธอเป็นคนมีฐานะดีมากคนหนึ่งเพียงแค่ไม่แสดงตัวให้ใครรับรู้ เผลอ ๆ อาจมีฐานะดีพอ ๆ กับยี่สุ่นเสียด้วยซ้ำ

สายนิ่วหน้า “เกรงใจอะไรกัน ตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าป้าจะยกที่ดินหรือสร้างบ้านให้หลานมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย อีกอย่าง ถ้าคิดแต่จะทำกิจการเล็ก ๆ แบบนี้ต่อไป แล้วเมื่อไหร่ชีวิตจะก้าวหน้า เธอไม่อยากให้ลูกสาวภูมิใจหรือว่ามีแม่เก่ง สามารถเปิดร้านใหญ่โตได้”

วรรณารีเหลือบตามองสายอย่างลังเลก่อนตัดสินใจถาม “ที่ดินเป็นชื่อวรรณแบบนี้ ป้าไม่กลัวว่าวรรณจะคดโกงแล้วคิดไม่ดีกับป้าหรือคะ”

สายมองแบบกึ่งขันกึ่งฉิว “นี่เธอเห็นฉันที่อายุเกือบหกสิบยังเป็นเด็กอมมืออยู่หรือ ถึงคิดว่าฉันมองคนไม่ออก”

วรรณารียิ้มเจื่อนก่อนพูดต่อ “แต่เรื่องร้าน วรรณยังไม่มั่นใจ วรรณกลัวว่ากิจการร้านจะออกมาไม่ดี”

“อย่าตีตนไปก่อนไข้ ฉันเชื่อในตัววรรณารีคนที่ใจกล้าเดินไปคุ้ยหาของในถังขยะตั้งแต่วันแรกที่เริ่มจับงานขายของเก่า ขนาดฉันยังเชื่อมั่นในตัวเธอ แล้วทำไมเธอถึงไม่เชื่อมั่นในตัวเองล่ะ”

วรรณารีหลุบตามองพื้น “วรรณอายที่จะเอาของของป้ามาแบบนี้”

“คิดอะไรไม่เข้าเรื่อง” สายเอ็ดเสียงดัง “เธอมายื้อมาแย่งของฉันไปหรือก็เปล่า ฉันให้ด้วยความเต็มใจ”

สายถอนหายใจเฮือกเมื่อยังเห็นท่าทีไม่ยินยอมพร้อมใจของหญิงสาว

“ที่ป้าตัดสินใจโอนที่ดินผืนนี้ให้ก็เพื่อความสะดวกของพวกเราทั้งคู่ วรรณจะได้สะดวกตรงที่มีเงินในมือเพียงพอต่อการจะคิดจะทำอะไร ป้าก็สะดวกตรงที่ไม่ต้องเหนื่อยจัดการเรื่องจุกจิกในบ้านอีก ป้าอายุเยอะแล้ว ถ้าวรรณจะสงเคราะห์ก็แค่ปล่อยให้ป้านั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในบ้านแบบสบาย ๆ กับจิ๊ดริดโดยไม่ต้องเปลืองสมองกังวลกับภาระจุกจิกต่าง ๆ ดีกว่า”

“แต่ถ้าเธอยังรู้สึกกระดากใจก็เอาแบบนี้สิ พอร้านเปิดสักระยะค่อยแบ่งรายได้ให้ป้าเป็นรายเดือนก็ได้”

วรรณารีรีบพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นเรามาแบ่งกันคนละครึ่งนะคะ”

“ฉันจะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะ” สายตวาดแหว “เอาแค่ห้าหรือสิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ แล้วอย่าคิดเล่นตุกติกให้ฉันมากกว่านี้เชียวนะ ฉันเก่งเรื่องบัญชีตัวเลขพอตัว”

“ไปดีกว่าจิ๊ดริด ไปนอนเล่นกันที่ห้องยาย ฟังแม่เราพูดไร้สาระแบบนี้ปวดหัวใช่ไหม” สายไม่สนใจต่อความยาวกับวรรณารีอีก เธออุ้มที่รักที่นอนลืมตาแป๋วฟังยายและแม่พูดกันอยู่ด้านข้างเงียบ ๆ ขึ้นมาและเดินลิ่วไปยังห้องนอนของตัวเองโดยมีวรรณารีส่งยิ้มเจื่อนตามหลังไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิ๊ดริดที่รัก   99. บทอวสาน

    “ลุงพงศ์ ป้าลี ยายยี่สุ่น สวัสดีค่า” ที่รักทักทายเสียงดังตั้งแต่ยังไม่เข้าประตูรั้วพร้อมกับเสียงปั่นของจักรยานขึ้นสนิมคันโปรดดังเอี๊ยดอ๊าด“เข้ามาสิลูก มากินข้าวด้วยกัน” วนาลีร้องทักออกมา“จิ๊ดริดไม่กิน แต่จิ๊ดริดจะมาตักข้าวให้ทุกคน” ที่รักผู้ซึ่งรู้เวลากินข้าวของบ้านนี้ดีเหมือนบ้านของตัวเองเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอายสมาชิกในบ้านทั้งสามคนต่างเหลียวมองกันอย่างข้องใจเมื่อเห็นท่าทีขมีขมันของที่รักยามตักข้าวใส่จานให้พวกเขาอยู่“เสียดายจังที่ช้างไม่อยู่ ไม่งั้นคงดีใจแน่ที่จิ๊ดริดตักข้าวให้แบบนี้” วนาลีโปรยยาหอม“จิ๊ดริดรู้ พี่ช้างไปทำงานที่มหา’ลัย พี่ผึ้งไปดูหนังกับพี่หนึ่ง”เมื่อตักข้าวเสร็จเธอก็เดินไปวางจานข้าวที่ตรงหน้าทั้งสามคนอย่างนิ่มนวล“กินข้าวให้อร่อยนะคะ จิ๊ดริดกลับแล้ว”“ไม่กินด้วยกันหรือลูก มีซี่โครงหมูย่างที่จิ๊ดริดชอบด้วยนะ” ยี่สุ่นรั้งเอาไว้ที่รักตาแลมองซี่โครงย่างสีน้ำตาลฉ่ำที่อยู่ด้านหน้าแล้วกลืนน้ำลายดังเอื้อก แต่น่าแปลกที่คราวนี้เด็กสาวใจแข็งกว่าที่คิด“ไม่กินค่ะ จิ๊ดริดตั้งใจมา

  • จิ๊ดริดที่รัก   98. ความรักของจิ๊ดริด

    “จิ๊ดริดมาได้ยังไง แล้วเป็นอะไร ใครทำให้เจ็บ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเดือดร้อนที่รักชี้ไปที่เมธาวินอย่างไม่ลังเล คชาภัทรใช้สายตาพิฆาตมองไปยังตัวต้นเหตุในทันที ทำเอาคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก“นายรังแกอะไรจิ๊ดริด”“ยัยพลังช้างเนี่ยนะใครจะไปรังแกได้” เมธาวินเอ่ยอย่างร้อนตัวที่รักปล่อยโฮออกมาเสียงดัง “เมฆว่าจิ๊ดริดตัวเหมือนช้าง”“เฮ้ย!” เมธาวินสะดุ้งสุดตัวกับข้อกล่าวหานี้ วันนั้นนอกจากได้รับสายตาคาดโทษไปจนตลอดชีวิตจากคชาภัทรแล้ว ยังได้รอยหยิกกลับบ้านไปด้วย จะจากใครที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่เนเน่ที่หยิกเขาจนลายพร้อยเนื่องจากไปแกล้งเพื่อนรักของเธอนั่นเองหลังจากกลับถึงบ้าน ที่รักยังคงอารมณ์ค้างนั่งหน้าบูดอยู่ตรงสวนหลังบ้าน พื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวของเธอและพี่ ๆ ตั้งแต่เมื่อยังเด็ก โดยมีคชาภัทรนั่งยิ้ม ๆ มองอยู่ในมือของที่รักยังคงถือสายวัดไว้ เธอไล่วัดขนาดหลายส่วนในร่างกายทั้งแขนขาและเอว สีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อเห็นตัวเลขที่วัดได้“จิ๊ดริดอ้วน” ใบหน้าเธอหงิกจนไม่อาจหงิกเพิ่มได้อีกคชาภัทรลอบยิ้

  • จิ๊ดริดที่รัก   97. จิ๊ดริดเป็นสาวแล้ว

    “ลูกเป็นคนจิตใจดีมาก ขอบคุณนะวรรณ คุณเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ” พีรายุเอ่ยกับเธอหลังกลับมาจากส่งนิดาแล้ววรรณารีหันมายิ้มให้สามี “จิ๊ดริดแกเป็นเด็กจิตใจดีตั้งแต่เกิดค่ะ ถ้าไม่ได้แก ชีวิตฉันอาจไม่รอดมาจนถึงตอนนี้ก็ได้”พีรายุรู้สึกผิดในใจ เขาเอื้อมมือไปสวมกอดเธอ “ผมขอโทษนะวรรณ เพราะผมคนเดียวทำให้คุณลำบากมาตั้งหลายปี”“พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณเป็นแบบนั้นเพราะฤทธิ์ยา ฉันโกรธคุณไม่ลงหรอก” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“แต่คราวก่อนคุณไม่คิดแบบนี้นะ คุณยังว่าผมไม่ได้รักคุณจริงอยู่เลย บอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจให้โอกาสผม”วรรณารีใช้มือลูบใบหน้าคมของเขาจนทั่วพร้อมเผยยิ้มหวาน “เพราะคุณเอาชนะยามหาโลกาได้ด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องพึ่งพลังวิเศษของจิ๊ดริด ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าคุณรักและมั่นคงต่อฉันจริง”ชายหนุ่มสวมกอดภรรยาเอาไว้แน่น “ผมก็ขอบคุณคุณเหมือนกันที่เข้าใจและเปิดโอกาสให้ผม ผมรักคุณนะครับ”“แล้วหนูล่ะ ไม่รักหนูเหรอ” ที่รักที่เดินมาหาทั้งคู่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ทวงถามหน้ามุ่ยคนเป็นพ่อและแม่หัวเราะร่วน

  • จิ๊ดริดที่รัก   96. ไปหาพ่อที่ทำงาน

    เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในวันต่อมา พีรายุได้มุ่งหน้าเข้าบริษัทในทันทีเพื่อสะสางปัญหาที่จินดาราสร้างไว้ทั้งเรื่องที่ร่วมมือกับเสี่ยทรงยศและจัดการพนักงานที่เป็นคนของจินดาราเพราะปัญหาสะสมมาหลายปี ทำให้พีรายุแทบจะกินนอนอยู่ที่บริษัทไม่กลับมาให้สองแม่ลูกเห็นหน้านานนับสัปดาห์ ทำเอาทั้งวรรณารีและที่รักต่างชะเง้อหาแววตาหมองไปตาม ๆ กัน“จิ๊ดริดคิดถึงพ่อ” เช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ที่รักกำลังละเลียดกินข้าวผัดอยู่ได้เอ่ยขึ้นเสียงอ่อยวรรณารีมองลูกอย่างเห็นใจ ในใจเธอนั้นยอมรับเช่นกันว่ารู้สึกไม่ต่างจากลูกนัก นี่ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่พีรายุไม่ได้มาหาเธอและลูก มันยิ่งทำให้ความอึดอัดและความกังวลภายในใจมีมากขึ้นสายมองสองแม่ลูกที่นั่งซึมกะทืออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “คิดถึงก็ไปหาสิ บริษัทนั้นก็อยู่ไม่ไกลนี่”ที่รักตาเป็นประกายขึ้นมา “จิ๊ดริดไปหาพ่อได้ไหมแม่จ๋า” เธอถามวรรณารีอย่างตื่นเต้น“ได้สิ เตรียมของกินไปให้พ่อด้วยดีไหม พ่อคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาหลายวันแล้ว” หากเป็นเมื่อก่อนวรรณารีไม

  • จิ๊ดริดที่รัก   95. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 2

    วรรณารีรีบเดินเข้ามาหาลูก “คุณพ่อหายแล้ว พ่อจำทุกคนได้แล้ว” เธอบอกลูกอย่างดีใจ“เอ๋?” ที่รักอุทานออกมาและมองตรงไปยังพีรายุอย่างงุนงงพีรายุส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกและกางแขนกว้างขึ้น “จิ๊ดริดมาให้พ่อกอดหน่อยสิลูก พ่อคิดถึงลูกจัง”“เอ๊ะ?” ที่รักยังงุนงงอยู่ เธอมองแก้วฉี่ในมืออย่างสับสน “แล้วฉี่”“พ่อไม่ต้องใช้ฉี่แล้ว” วรรณารีเอ่ยยืนยันกับเธอ “จิ๊ดริดไปเก็บกระเป๋าก่อนลูก แม่จะไปบอกตำรวจข้างนอก เราจะได้พาคุณพ่อไปโรงพยาบาลด้วยกัน” วรรณารีบอกลูกก่อนเดินออกไปนอกห้องด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน“อ๋า?” ที่รักยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ฉี่ของตัวเองอย่างผิดหวัง เธอดีใจนะที่พ่อหายเป็นปกติ แต่ทำไมไม่เป็นปกติด้วยฉี่ของเธอล่ะ อารมณ์ของเธอตอนนี้ทั้งผิดหวังและดีใจผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกพ่ายแพ้ยังไงก็ไม่รู้“โอว๋?” เธอชูแก้วใส่น้ำสีอำพันของตัวเองขึ้นสูงดูราวกับเทพีเสรีภาพก็ไม่ปาน แต่เป็นเทพีเสรีภาพที่ค่อนข้างอ้วนและทำใบหน้ายับย่นมากเป็นพิเศษ-----“เป็นยังไงบ้าง”

  • จิ๊ดริดที่รัก   94. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 1

    “ซี้ด...” จินดาราลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกถึงความโคลงเคลงของพื้นที่นอนอยู่ ร่างกายเธอในตอนนี้สัมผัสถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง“โอ๊ย” โดยเฉพาะช่วงลำคอของเธอที่ดูคล้ายจะหลุดออกมาเป็นท่อน ๆ เสียให้ได้“อย่าขยับ กระดูกคอคุณร้าว ขยับอีกนิดมีสิทธิ์ตายได้” เสียงแหบห้าวดังอยู่ข้างลำตัว เมื่อแลตามองก็พบว่าเป็นชายแปลกหน้าวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่สำคัญผู้ชายคนนี้อยู่ในชุดตำรวจแบบเต็มยศสีหน้าของจินดาราเผยถึงความตระหนกแบบสุดขีด เธอถอนสายตาจากตำรวจผู้นั้นแล้วกลอกตามองไปรอบตัวก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเปลพยาบาล มีกู้ภัยสองคนช่วยกันยกหัวท้าย ทั้งคู่กำลังช่วยกันพาเธอไปยังรถพยาบาลที่จอดรออยู่หน้าบ้านประกายตาของจินดาราเปลี่ยนเป็นเหี้ยมขึ้นมาเมื่อเห็นวรรณารีเดินอยู่ไม่ห่างจากนายตำรวจที่พูดเตือนเธอเมื่อครู่“นังวรรณ แกทำอะไรกับฉัน แกเรียกตำรวจมาใช่ไหม” จินดาราถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหมดแรงวรรณารีเผยยิ้มหยัน “ในเมื่อมีเหตุฆ่ากันตายในบ้าน แจ้งตำรวจก็ถูกแล้ว”“แกอย่าใส่ความ ถ้ามีจริงฉันต้องรู้เรื่องสิ แกแกล้งหาเรื่องฉันใช่ไหม”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status