เข้าสู่ระบบตอนที่ 2
นี่แค่สั่งสอน
ฮูหยินใหญ่เดินมาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่สาวใช้เริ่มยุแยงหญิงสาว แต่ไม่ได้เดินเข้าไป จนกระทั่งเห็นว่าสาวใช้คนนั้นถูกลงโทษ เลยรีบปรากฎตัว
“ฮูหยินใหญ่ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ ฮึก!!” หลัวอี้รีบคลานไปหาคนที่เข้ามาใหม่อย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการพี่พึ่ง
“ที่แม่รอง เออ ท่านแม่เอ่ยเมื่อครู่นี้ ท่านกำลังเข้าใจข้าผิดไปมาก บ่าวผู้นี้พูดจายุยงข้าใหญ่ทำเรื่องผิดกฎ หากข้าไม่สั่งสอนนาง วันหน้าอาจนำความเสื่อมเสียมาสู่ตระกูลจ้าว ไม่พอยังเสียไปถึงท่านแม่ที่เป็นคนมอบสาวใช้ผู้นี้ให้ข้า ข้ายอมให้เกิดเช่นนั้นไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ”
นางตีหน้าเศร้ายกเรื่องชื่อเสียงขึ้นมาพูด ซึ่งบิดาของนางให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตระกูลมาก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น! เอะอะโวยวายจนเสียงดังเข้าไปถึงข้างใน” ท่านโหวเดินออกมาพร้อมบุตรสาวคนรอง
ฮูหยินใหญ่เห็นเช่นนั้นเลยรีบเข้าไปยืนข้างสามีพร้อมยิ้มกว้างให้อย่างเอาใจ
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่เพียงสั่งสอนบ่าวที่พูดไม่คิดเท่านั้น นังบ่าวไม่รู้ความผู้นี้ปกติอยู่กับข้าก็ไม่เคยมีปัญหา สงสัยคิดอยากประจบเอาใจคุณหนูใหญ่มากไปหน่อย เลยทำตัวไร้กาลเทสะ แต่คุณหนูใหญ่ก็ได้ลงโทษไปแล้ว จริงหรือไม่เจ้าคะคุณหนูใหญ่ ”
ฮูหยินใหญ่แก้ต่างให้สาวใช้ พร้อมกับจ้องมองนางอย่างกดดัน หวังให้นางพูดเออออตามไป
“เจ้าค่ะ หลัวอี้คงหวังดี อยากให้ทุกคนในจวนรู้ว่าข้าเป็นใคร เลยสอนให้ข้าวางอำนาจกับบ่าวในจวน ข้าเข้าใจแต่เพียงไม่ชินนัก เพราะท่านย่าสอนมาว่าแม้พวกเขาจะเป็นบ่าวไพร่ ก็เป็นบ่าวไพร่ที่ภัคดีต่อตระกูลจ้าว ควรวางตัวให้เหมาะสม เมื่อได้ยินหลัวอี้สอนเช่นนั้น ข้าจึงเห็นว่าไม่ควรนัก และหากคนนอกเห็นอาจคิดว่าคนในจวนโหวมักรังแกบ่าวไพร่เช่นนี้เป็นประจำ ข้าเลยสั่งลงโทษให้ตบปากนางยี่สิบครั้งเจ้าค่ะ”
นางพูดเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวสิ่งที่ตัวเองทำสักนิด เพราะมั่นใจว่าเรื่องนี้ตัวเองเป็นฝ่ายทำถูกต้องแล้ว
ท่านโหวเห็นบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างถูกใจเบา ๆ ก่อนจะหันไปสั่งพ่อบ้าน
“โบยยี่สิบไม้ แล้วขายนางออกไปเสีย บ่าวเช่นนี้ไม่ควรอยู่รับใช้ข้างกายบุตรสาวข้า!”
คำพูดของท่านโหวทำเอาฮูหยินใหญ่ตกใจ เพราะที่ผ่านมาสามีไม่เคยยุ่งเรื่องเรือนหลังเลย นางจะขายบ่าวหรือซื้อบ่าวเข้าจวนท่านโหวล้วนให้ตนจัดการเองทั้งสิ้น
มาวันนี้เพื่อบุตรสาวที่เพิ่งกลับมา กลับเอ่ยปากสั่งขายสาวใช้ผู้นั้นด้วยตัวเอง เห็นทีตนต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้ว
“ท่านพ่ออย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยเจ้าค่ะ แม้หลัวอี้จะทำไม่ถูกนัก แต่นี่ก็เป็นครั้งแรก ข้าเองก็รู้สึกถูกชะตากับนาง อย่างไรให้ลงโทษโบยยี่สิบไม้ก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
นางขอร้องบิดา ไม่ใช่พราะสงสาร แต่หากหลัวอี้ออกไป ฮูหยินใหญ่ก็จะส่งคนอื่นมาแทนอยู่ดี ไม่สู้นางรั้งตัวหลัวอี้ที่คุ้นเคยไว้ข้างตัว ดีกว่าสาวใช้คนใหม่ที่ไม่เคยรู้นิสัย
“จริงเจ้าค่ะท่านพี่ อย่างไรวันนี้ก็เป็นวันที่คุณหนูใหญ่กลับจวน ข้าคิดว่าไม่ควรให้เกิดเรื่องไม่เป็นมงคลขึ้นในจวนนะเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่รีบเสริม
“ได้ เช่นนั้นเราไปที่ห้องอาหารเถอะ วันนี้บุตรสาวข้าอีกคนกลับมาทั้งที ต้องดื่มฉลองเสียหน่อย!” ท่านโหวเปลี่ยนท่าทีเป็นผ่อนคลายลง ก่อนจะเดินไปที่ห้องอาหาร
หลังทานข้าวเสร็จนางอยู่คุยกับบิดาครู่หนึ่ง ส่วนมากก็เป็นการถามสารทุกข์สุขดิบ ก่อนที่นางจะกลับเรือนไปพักผ่อน เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีคนมาหานาง
หลังทานข้าวเสร็จฮูหยินใหญ่เรียกตัวบุตรสาวไปพบ จ้าวเยว่ฉินจึงไปหามารดาที่เดินแยกออกไปก่อนแล้วที่เรือน
“ท่านแม่เรียกลูกมามีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“เจ้ามานั่งข้างแม่ รัชทายาทให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้จะมาหาพี่สาวเจ้าที่เรือน แต่บุรุษและสตรีไม่ควรอยู่กันตามลำพัง เจ้าต้องอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวเจ้า ห้ามห่างจากนางเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงพี่สาวเจ้าอาจเสื่อมเสียได้”
ฮูหยินใหญ่บอกบุตรสาวพร้อมกับยื่นกล่องเครื่องประดับให้ เมื่อเปิดดูด้านในเป็นปิ่นไข่มุกลวดลายประณีต
“นี่ไม่ใช่สินเดิมอดีตฮูหยินหรือเจ้าคะ หากพี่หญิงรู้นางจะโกรธหรือไม่” หญิงสาวแย้ง พร้อมดันกล่องกลับให้มารดา
“แม่บอกพ่อเจ้าแล้วว่าขอยืมมาใช้ก่อน ฉินเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้ารักรัชทายาท แต่เขามีสัญญาทางใจกับพี่สาวเจ้าอยู่ เรื่องนี้เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่หากเจ้าทำให้หัวใจรัชทายาท....”
“ท่านแม่อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยเจ้าค่ะ! ข้าเข้าใจดีทุกอย่าง แต่ข้าไม่สามารถทำลายความรักของพี่หญิงได้จริง ๆ ท่านแม่อย่าพูดให้ข้าแย่งรัชทายาทมาจากพี่หญิงอีกเลยนะเจ้าคะ”
จ้าวเยว่ฉินเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง นางรู้ดีทุกอย่าง แต่เพราะรักปักใจรัชทายาทตั้งแต่แรกเห็นเมื่อสามปีก่อน นางเลยขอใช้โอกาสช่วงที่พี่หญิงยังไม่กลับเมืองหลวงอยู่ในโลกความฝันของตัวเองก่อน
นางรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัว แต่ในเมื่อพี่หญิงกลับมาแล้ว นางก็จะถอยห่างจากรัชทายาท เพื่อให้ทั้งสองได้ครองรักกันตามที่หวัง
“ฉินเอ๋อร์ แม่ช่วยเจ้าได้นะ เจ้าทนได้หรือที่จะมองชายที่เจ้ารักเดินเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงอื่นน่ะ” ฮูหยินใหญ่พยายามเกลี้ยกล่อมบุตรสาวเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้
“ข้าทนได้เจ้าค่ะ แล้วสตรีอื่นที่ท่านแม่ว่าก็เป็นพี่สาวข้า แม้เราทั้งสองจะไม่ได้เกิดจากมารดาเดียวกัน แต่ท่านพ่อก็สอนให้เรารักใคร่กันตลอด พี่หญิงลำบากอยู่ข้างนอกมานาน อีกอย่างรัชทายาทกับพี่หญิงก็พบเจอกันมาก่อน ความรักของพวกเขาคงแนบแน่นมาก รัชทายาทถึงได้เอ่ยปากขอพี่หญิงต่อท่านพ่อด้วยตัวเองเช่นนั้น”
ยิ่งพูดใบหน้างามก็ยิ่งเศร้าหมอง ก่อนจะขอตัวกลับเรือน โดยมีสายตาของมารดามองตามหลัง ฮูหยินใหญ่เห็นท่าทีของบุตรสาวก็ตัดสินใจได้ทันที
เช้าวันต่อมา
รัชทายาทมาที่จวนตระกูลจ้าวแต่เช้า เพื่อมารอพบสตรีที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อสามปีก่อน
“คารวะรัชทายาทเพคะ” ฮูหยินใหญ่ออกมาต้อนรับพร้อมบุตรสาว
“จ้าวฮูหยินกับคุณหนูรองจ้าวนี่เอง ขออภัยที่มารบกวรแต่เช้า ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่กลับมาเมืองหลวงเมื่อวาน เปิ่นไท่จื่อเลยคิดว่าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นในเมืองหลวงตามที่เคยสัญญาไว้น่ะ”
ไป๋เฉิงเว่ย รัชทายาทแห่งแคว้นฝูเหยียน บุรุษรูปงามที่สตรีใดเห็นเป็นต้องหลงไหลและแอบโยนผ้าเช็ดหน้าให้ยามเดินผ่านเสมอ
ยิ่งท่าทีองอาจกับกลิ่นอายบัณฑิตหนุ่มนั่นแล้ว แม้แต่ยายแก่ยังต้องตกหลุมพลางความหล่อของเขา
“เช่นนั้นก็ให้เยว่ฉินไปด้วยเถอะเพคะ จะได้ไม่เป็นที่ครหาของผู้อื่น” ฮูหยินใหญ่เอ่ยพลางหันไปยิ้มให้บุตรสาวข้างกาย
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนคุณหนูรองแล้ว” ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างคุ้นเคย เพราะรัชทายาทก็มักพาหญิงสาวออกไปเที่ยวเล่นบ่อยครั้ง
“เจ้าไปตามคุณหนูใหญ่ที ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ออกมา ข้าก็ให้คนไปแจ้งไว้แล้วนะ” ฮูหยินใหญ่แสร้งทำเป็นบ่น ทั้งที่ความจริงตนไม่เคยส่งสาวใช้คนใดไปบอกหญิงสาวเลย
“ขออภัยที่ข้ามาช้าเจ้าค่ะ คารวะรัชทายาทเพคะ” พอสิ้นเสียงฮูหยินใหญ่ นางก็เดินออกจากมุมทางเดินมาพอดี
ฮูหยินใหญ่ที่คิดแกล้งลูกเลี้ยงถึงกับหันไปมองสาวใช้ของตัวเอง ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม
“มาพอดีเลย รัชทายาทมารอรับเจ้าไปเที่ยวชมเมืองหลวง อย่างไรวันนี้ก็อย่าพากันกลับค่ำนักนะเพคะ เดี๋ยวท่านโหวจะเป็นห่วงเอา”
ฮูหยินใหญ่เอ่ยราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แม้จะแปลกใจที่หญิงสาวมาทัน ราวกับรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วว่ารัชทายาทจะมา แต่ก็ปล่อยผ่านเพราะแผนที่ตนวางไว้วันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้
“จ้าวฮูหยินอย่างห่วง เปิ่นไท่จื่อจะดูแลคุณหนูทั้งสองอย่างดี”
รัชทายาทพาสองพี่น้องไปขึ้นรถม้า ก่อนจะตรงไปที่โรงเตี๊ยมที่เขาได้จองไว้
“เจ้าเอาเงินนี่ไปจ้างวานชาวบ้านตามเส้นทางที่รัชทายาทพาจ้าวซิ่วเหรินไป.....” ฮูหยินใหญ่หันไปสั่งการสาวใช้ของตัวเอง
ตอนที่ 30บทส่งท้าย“ท่านพี่!!” นางตีอกเขาไปหลายที แต่เขากลับยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วจัดท่าทางเพื่อกินนางได้ถนัดขึ้นกว่ารถม้าจะกลับมาที่ตำหนักชินอ๋องก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม แต่แปลกนักที่ตอนลงจากรถม้า ชินอ๋องเป็นคนอุ้มพระชายาลงมาทุกคนเลยคิดว่าพระชายาอาจเพลียจากงานเลี้ยงตำหนักรัชทายาท เลยหลับไประหว่างทางแต่ความจริงมีเพียงนางและคนรับใช้ใกล้ชิดเท่านั้น ที่รู้ว่านางถูกชินอ๋องรังแกบ่อยเพียงใด แม้แต่ระเบียงทางเดินยามค่ำคืนก็เคยมาแล้วไม่ต้องพูดถึงที่อื่น ๆ ในตำหนัก เขารังแกนางทุกที่ราวกับกำลังเก็บแต้มให้ครบทุกสถานที่ และอนาคตมันก็เริ่มลามไปถึงนอกตำหนักหกเดือนหลังแต่งงานกับชินอ๋องนางก็ตั้งท้อง และให้กำเนิดบุตรชายในเวลาต่อมาในราชสำนักก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รัชทายาทถูกเปลี่ยนตัวใหม่ เพราะไป๋เฉิงเว่ยถูกเปิดโปงว่ามีจิตวิปลาส ชอบรังแกสตรีจนมีคนขนศพออกจากตำหนักรัชทายาททุกเจ็ดวันขุนนางจึงประท้วงให้ปลดเขา และเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต และเลือกคนที่เหมาะสมแต่งตั้งเป็นรัชทายาทคนใหม่ในเวลาต่อมา“เจ้าไปร่วมงานเลี้ยงกับมารดาวันนี้ รู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง” เสียงชินอ๋องคุยกับบุตรชายวัยห้าหนา
ตอนที่ 29ผัวเมียการละคร“แค่ก!! เออ แต่เดิมไทเฮาเลือกนางไว้เป็นชายาเอกของเจ้า เพียงแต่เจ้าแต่งชายาเอกแล้ว คุณหนูฮ่านบอกว่านางยอมเป็นชายารองก็ได้ เจ้าก็รับนางเข้าตำหนักเถอะ นางยอมไม่แต่งงานกับชายอื่นเพื่อเจ้า ทนรอเจ้ามาตั้งสามปีเลยนะ”ฮ่องเต้เอ่ยแกมขอร้องน้องชาย ที่ตอนนี้สีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว หากเขาไม่ใช่โอรสสวรรค์ คงถูกน้องชายผู้นี้จับไปสับเป็นหมื่น ๆ ชิ้นแล้ว“แล้วเกี่ยวอะไรกับกระหม่อมเล่าพะย่ะค่ะ คุณหนูฮ่าน เปิ่นหวางเคยบอกให้เจ้ารอหรือ หากจำไม่ผิดเปิ่นหวางกับเจ้าไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แล้วเจ้าเอาความมั่นใจใดมาคิด ว่าจะได้แต่งเป็นชายาเอกเปิ่นหวาง”ฮ่านอิงอี้เหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นตบจนหน้าชา ตอนนี้หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวจนเกินคำว่าอายไปแล้ว“ชินอ๋องพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก...” เสนาบดีฮ่านทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ชินอ๋องพูดแทรกขึ้นมาก่อน“สิ่งใดที่เปิ่นหวางทำไม่ถูก ควรเป็นคนของเสนาบดีหรือไม่ที่ทำไม่ถูก ไหน ๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว คุณหนูฮ่าน ท่านทำเรื่องอะไรลับหลังบิดาไว้ บิดาเจ้ารู้หรือยัง”ชินอ๋องจ้องไปยังหญิงสาว พอสบตากับสายตานั้น หญิงสาวก็เสียวสันหลังวาบทันที“ชินอ๋องพูดเรื่องใดเพคะ หม่อมฉั
ตอนที่ 28วาสนาไม่ถึงเมื่อส่งตัวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ ท่านโหวกับคุณชายจ้าวก็ขอตัวกลับจวนทันที เพราะพวกเขายังมีเรื่องที่ต้องสะสางเมื่อถึงจวนพ่อบ้านก็ไปเชิญฮูหยินเอกของจวนมา ตอนนี้สภาพของฮูหยินใหญ่ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะหญิงสาวเหมือนคนสติหลุดไปแล้ว“ท่านโหว ข้าเห็นอดีตฮูหยินมาหาข้าอีกแล้ว นางมารอรับข้าไปอยู่ด้วย ท่านช่วยบอกนางทีว่าข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าผิดไปแล้ว!!”จากสตรีงดงามเป็นฮูหยินเอกท่านโหวที่ทุกคนนับหน้าถือตา บัดนี้กลายเป็นสตรีสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว“ฟางหลิ่งซิน สิ่งที่เจ้าทำนั้นแม้ไม่มีหลักฐานเอาผิดทางกฎหมาย แต่ตอนนี้กรรมก็ได้ตามทันเจ้าแล้ว จากนี้เจ้าก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อารามนอกเมืองเถอะ ข้าจะไม่ให้เจ้าลำบากแน่นอน และจากนี้ข้าขอประกาศต่อทุกคน ว่าจวนโหวไม่มีฮูหยินเอกฟางหลิ่งซินอีกต่อไป!”ท่านโหวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด โดยไม่มีคำทัดทานจากบุตรชายเช่นที่ผ่านมา ฟางหลิ่งซินที่อยู่ ๆ ก็ถูกปลดจากตำแหน่งฮูหยินเอกถึงกับนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง“ท่านปลดข้าหรือ ท่านปลดข้าที่ดูแลจวนโหวให้ท่านมาเป็นสิบปี ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร! ข้าเป็นมารดาของพระชายารัชทายาทนะ ทำเช่นนี้แล้วจ้าวเยว่ฉินจะอยู่ต่ออย่างไร ข้
ตอนที่ 27ตามกรรมจัดสรรคำพูดของฮูหยินใหญ่ของจวน ทำเอาทุกคนตรงนั้นตกตะลึง เพราะนี่ถือเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าหญิงสาวได้เล่นไม่ซื่อกับยาบำรุงครรภ์ของอดีตฮูหยินจริงเพี๊ยะ!!!!“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นสตรีขี้อิจฉาเพียงนี้ ขังนางไว้ในจวน หากไม่มีคำสั่งห้ามปล่อยตัวนางออกมา จบงานมงคลข้าจะกลับมาจัดการด้วยตัวเอง!!”ท่านโหวทนไม่ไหวถึงกับลงไม้ลงมือกับภรรยา ที่ยามนั้นตัวเองเคยแอบปันใจให้“......” จ้าวเจินห่าวมองหน้าหญิงที่ตนรักมาตลอด ด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนหันหลังออกจากตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก“ความสัมพันธ์ของเจ้ากับนางไม่สามารถเป็นไปได้ตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าควรตัดใจตั้งแต่เกิดเรื่องปีนั้น เมื่อน้องสาวเจ้าแต่งงานแล้ว พ่อจะหาสตรีที่ดีให้เจ้าสักคน”ท่านโหวเอ่ยกับบุตรชายที่กำลังเดินออกไป ราวกับคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต“หากท่านพ่อเห็นสมควร ลูกก็พร้อมทำตามคำสั่งขอรับ” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเดินออกไปอย่างคนไร้วิญญาณ“ท่านพ่อกลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวล้มป่วยขึ้นมาอีกคนคงไม่มีคนส่งลูกขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแน่” นางพูดให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง“เห้อ!! ขอบใจเจ้านะ ที่ไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้ เ
ตอนที่ 26เรื่องผิดพลาดในอดีตคืนนั้นชินอ๋องมาหานางอีกครั้ง และพานางไปหลอกผีแม่เลี้ยงเช่นเดิม เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นเรือนนั้นทำเอานางรู้สึกดีอย่างมากแล้วทุกวันก็เป็นเช่นนี้ ติดต่อกันนานถึงเจ็ดวัน สภาพยามเช้าของฮูหยินใหญ่ตอนนี้แทบจะดูไม่ได้แล้ว เพราะเหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกวัน“ฮูหยิน เจ้าได้นอนบ้างหรือไม่ สภาพเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เลยนะ”ท่านโหวเอ่ยถามฮูหยินของตนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง จ้าวเจินห่าวที่กลับจวนมาในรอบห้าวันเห็นแม่เลี้ยงก็ยังมีสีหน้าตกใจ“ท่านไม่สบายหรือ! เหตุใดหน้าตาโทรมเพียงนี้ เรียกหมอมาตรวจอาการดีหรือไม่!”“พี่ใหญ่ก็พูดเสียใหญ่โต ฮูหยินใหญ่บอกว่าตอนกลางคืนนางนอนไม่ค่อยหลับเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” นางปรามพี่ชายไว้“แต่ดูหน้านางสิ ข้าว่าเรียกหมอมาดีกว่านะ”“เมื่อวานก็เรียกมาแล้ว เจ้ากลับมาจวนก็ไปจัดการตัวเองเสีย”ท่านโหวพูดเสียงแข็งใส่บุตรชายคนโต ชายหนุ่มเลยชะงัก ก่อนจะจำใจเดินกลับเรือนไปนางสังเกตมองอยู่ตลอดเลยเห็นว่าบิดาดูไม่ค่อยพอใจนัก ยามที่พี่ชายดูเป็นห่วงฮูหยินใหญ่“ท่านพ่ออย่าดุพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ เขาคงเป็นห่วงฮูหยินใหญ่เหมือนข้าและทุกคนนั่นแหละ”ท่านโหวหันมามองบุตรสาวนิ่ง แ
ตอนที่ 25สาวใช้ที่ไม่เคยกลับใจเช้าวันต่อมา นางมาทานข้าวเช้ากับทุกคนที่เรือนใหญ่ ก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่มีหน้าตาที่ไม่ค่อยสดใส่นัก ขอบตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด“เมื่อคืนที่เรือนฮูหยินใหญ่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ เสียงดังจนได้ยินมาถึงเรือนข้าเลย” นางเอ่ยถามขณะที่รอบิดามาร่วมโต๊ะ“นั่นสิ ข้าเองก็ได้ยิน” จ้าวเจินห่าวเอ่ยขึ้นอีกคนฮูหยินใหญ่มีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะเป็นบ่าวคนสนิทที่ตอบแทนผู้เป็นนาย“เมื่อคืนฮูหยินใหญ่ฝันร้าย เพราะบ่าวลืมจุดกำยานผ่อนคลาย พอเข้าไปก็ตรงกับตอนที่ฮูหยินตื่นพอดี ฮูหยินเลยตกใจแล้วโวยวายตามที่ทุกคนได้ยินนั่นแหละเจ้าคะ”“เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าก็คิดว่าท่านถูกผีหลอกเสียอีก”“คุณหนูใหญ่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” ฮูหยินใหญ่หันมองนางด้วยสายตาไม่พอใจ“ก็ข้าได้ยินบ่าวพูดกัน ว่าท่านถูกผีหลอกจนสติหลุดเอาแต่โวยวายอยู่ในเรือน แถมเมื่อคืนนี้ยังจุดตะเกียงจนสว่างไสวทั้งคืน ข้าเลยคิดว่าที่พวกบ่าวพูดกันเป็นเรื่องจริงเสียอีก”นางพูดด้วยใบหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ฮูหยินใหญ่กลับหน้าซีด จนผู้เป็นพี่ชายของนางเอ่ยขึ้น“ฮูหยินใหญ่คงได้ฟังอะไรมาแล้วเก็บไปฝันนั่นแหละ ช่วงนี้ในเมืองหลวงเห







