แชร์

บทที่ 1.10

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-20 07:48:01

“แบ่งคนของเราให้คุ้มครองนักสำรวจที่นี่ เดินทางไปอีกครู่ใหญ่จะถึงชายป่า ที่นั่นจะมีลานกว้างขวางเพียงพอที่จะใช้เป็นที่พัก ให้ทุกคนหยุดพักที่นั่นและกางกระโจมรออย่าได้เข้าไปในป่าหากเรายังไม่กลับมา ส่วนนายกับคนของนายไปกับฉัน ฉันจะล่วงหน้าไปดูก่อนว่าประตูนั้นอยู่จุดไหน หากล่าช้าเราจะหามันไม่พบ ไป!”

เขาตวาดทีหนึ่งพร้อมกับกระทุ้งสีข้างม้าของตน เจ้าม้าพ่วงพีสีดำของเขากระโจนออกไปทันทีที่ถูกกระตุ้น ด้านหลังยังมีคนของโอโตกะอีกหลายคน ควบม้าตามไปติดๆ

“นั่นพวกเขาจะไปไหน” แมรี่หนึ่งในนักสำรวจ มองเห็นโอโตกะและคนของเขาควบม้าออกไป จึงอดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้

รสสุคนธ์เองก็สงสัยเช่นกัน เธอมองเห็นตั้งแต่โอโตกะกับคนของเขากำลังปรึกษากันบนหลังม้าด้วยความเคร่งเครียด จนกระทั่งควบม้าออกไป โดยทิ้งคนของเขาให้เข้ามาโอบล้อมนักสำรวจเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเร่งการเดินทางให้เร็วขึ้นอีกนิด

“เราจะเดินทางต่อไปอีกครู่หนึ่ง มิสเตอร์โอโตกะให้คนของเขาแจ้งว่าเขาจะล่วงหน้าไปดูต้นทาง ด้านหน้าจะเป็นชายป่าดงดิบที่รกทึบ ตรงนั้นจะมีลานกว้างเราจะพักแรมที่นั่นก่อนเข้าป่าพรุ่งนี้เช้า”

คริสโตเฟอร์คนจากคณะสำรวจเดินเข้ามาแจ้งกับทีมนักสำรวจด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“คริสคะเกิดอะไรขึ้นกันแน่” รสสุคนธ์กระซิบถามเพื่อนร่วมทีมเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“ดูเหมือนหิมะจะตกหนักมาก เราเดินทางได้ช้า ทางเข้าหมู่บ้านที่จะพาเราไปยังวัดโบราณถูกหิมะทับถม ได้ยินมาว่าสัญลักษณ์ตามเส้นทางที่คุณโอโตกะเคยทำขึ้นหายไป” คริสโตเฟอร์กระซิบตอบกลับมา

รสสุคนธ์เลิกคิ้วหัวใจเต้นแรงขึ้น “เขา...ฉันหมายถึงมิสเตอร์โอโตกะเคยเข้าไปที่นั่นหรือคะ”

“ก็คงเป็นอย่างนั้น ได้ยินมาว่าเขากับพ่อและน้องชายเคยเข้ามา แต่มีเขารอดกลับมาเพียงคนเดียว ไรเดนพวกนั้นฆ่าทีมงานของเขาจนไม่มีเหลือ ไม่รู้ว่าเขาทำยังไงถึงรอดกลับมาได้” คริสโตเฟอร์ทำหน้าหวาดๆ

“คุณได้ยินมาจากไหนคะ” รสสุคนธ์เอ่ยถามด้วยท่าทีตื่นเต้นจนคนเล่าอดไม่ได้

“ผมจ่ายไปมากโขเหมือนกัน แต่ก็รับปากว่าจะไม่บอกใคร นี่ผมเห็นว่าคุณสนใจเรื่องของคนโหดร้ายป่าเถื่อนพวกนั้นนะถึงเล่าให้ฟัง ข่าวลือพวกนั้นไม่ได้พูดเกินเลยไปจริงๆ คนที่เคยเข้าไปในนั้นถูกฆ่าตายจนเกลี้ยง ทั้งยังโดนทรมานสารพัด บางคนถูกตัดหัวแล้วเสียบเอาไว้ที่ประตูทางเข้า พ่อกับน้องชายของก็เป็นหนึ่งในนั้น คนของเขาบอกว่ามีรูปถ่ายด้วยนะ แต่คนที่เข้าไปถ่ายรูปมาน่ะกลายเป็นคนพิการไปแล้วละ ไม่ตายก็เหมือนตาย”

“พิการ”

“ใช่ โดนตัดขาทั้งสองข้างเลย แต่ก็ยังดีกว่าถูกฆ่าตายล่ะนะ”

“ใครกันพวกไรเดนหรือ”

“จะใครซะอีกละ พวกคนเถื่อนพวกนั้นยังบอกด้วยนะว่าอย่าได้กลับเข้าไปอีก นี่...พูดก็พูดเถอะนะไม่รู้ว่ามิสเตอร์โอโตกะกลับเข้ามาครั้งนี้ เขาตั้งใจมาสำรวจหรือว่าตั้งใจกลับมาแก้แค้นกันแน่ เห็นกล่องพวกนั้นไหม นั่นน่ะอาวุธสงครามทั้งนั้นเลยนะ”

คริสโตเฟอร์มีท่าทีแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด รสสุคนธ์เองก็ขมวดคิ้วด้วยความกังวล

เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนอึกทึกด้านนอก ทำให้รสสุคนธ์สะดุ้งเฮือก เธอกับแมรี่หันมาสบตากัน ก่อนจะวิ่งออกมาจากกระโจม และทันทีที่ได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองคนก็ต้องตระหนกจนหัวใจแทบหยุดเต้น

กระโจมหลายหลังที่อยู่ห่างออกไปนั้นล้มระเนระนาด หลายหลังถูกไฟไหม้จนแทบไม่เหลือ กลุ่มนักสำรวจหลายคนแตกตื่นวิ่งสวนกันไปด้วยใบหน้าคลุ้มคลั่ง ตามเนื้อตัวของพวกเขาบางคนมีแผลฉกรรจ์ และร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

รสสุคนธ์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตระหนก เมื่อมองไปยังอีกฟากของคณะสำรวจ เธอเห็นเงาสีดำที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าจู่โจมกลุ่มผู้คุ้มกันคณะสำรวจ เงาของกลุ่มคนชุดดำเหล่านั้นเผยให้เห็นเพียงดวงตา

เสียงตะโกนที่ดังก้อง สอดคล้องกับเสียงกลองที่แว่วมาตามสายลม กลิ่นเลือดที่ถูกละเลงไปทั่วทั้งลานส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว จนเธอเกิดอาการคลื่นเหียน

“ไรเดน...”

หญิงสาวกระซิบกับตัวเองเสียงแผ่ว จำได้ว่าเพิ่งจะก้าวเข้าไปในกระโจมไม่กี่นาทีเท่านั้น ไหนเลยจะคิดว่าภายในเวลาสั้นๆ ลานกว้างของนักสำรวจที่กำลังครึกครื้น จะกลับกลายเป็นลานแห่งความตาย

ไม่ว่าจะมองไปทางไหน สิ่งที่มองเห็นก็เต็มไปด้วยศพคนตาย ซึ่งตอนนี้นอนกองเรียงรายกันอยู่บนพื้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.2 จบ

    ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.1 หวนคืนบ้าน

    หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.7

    “รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.6

    วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.5

    นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.4

    ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 3.7

    “ผมเองก็ไม่ได้รักคุณ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะแต่งงานกับคุณ ไม่ว่าคุณจะพูดอย่างไรการแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น คุณอยู่ที่นี่ในหมู่บ้านของไรเดน คุณเคยได้ยินมาแล้วว่าคนที่เข้ามาถึงที่นี่ไม่มีใครได้กลับออกไป ซึ่งนั่นก็หมายความตามนั้นคุณจะต้องอยู่ที่นี่ และแน่นอนคุณต้องแต่งงานกับผม”“มีเหตุผลหน่อยสิคุณ”“ผมถือว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.3

    ชายวัยกลางคนดังกล่าวหรี่ตาลงมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะหันหลังไปมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังรสสุคนธ์มองตามกระทั่งสบตาเข้ากับดวงตาคมดุสีเขียวคู่หนึ่ง หญิงสาวสะท้านวาบ ความตื่นตระหนกแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งดวงตาคู่นี้ช่างละม้ายกับดวงตาของพยัคฆ์ขาวในความฝันของเธ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.2

    แม้ว่าเธอจะแสดงออกชัดถึงจุดยืนของตัวเอง แต่ดูเหมือนมิยาโมโต้จะแสร้งทำเป็นมองข้าม เขาไม่รีรอที่จะแนะนำให้เธอไปเดินดูที่ตลาดของเก่าขึ้นชื่อของเมือง S โดยเสนอให้คนสนิทของเขาเป็นคนนำทาง และอำนวยความสะดวก เนื่องจากตัวเขายังมีงานของตระกูลให้ต้องไปจัดการภาพสะท้อนในกระจกเงาของหญิงสาวในชุดกางเกงยีนทะมัดทะแ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.1 บุรุษผู้มีดวงตาสีเขียว

    ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน รอบกายไม่ว่ามองไปทางใดล้วนเวิ้งว้างว่างเปล่า เงาของพยัคฆ์ขาวกำลังเยื้องย่างเข้าใกล้ ทำให้ร่างอรชรที่ได้แต่นั่งนิ่งสั่นสะท้านดวงตาสีเขียวคมกล้า แฝงประกายความโหดเหี้ยมจดจ้องตรงมาประหนึ่งกำลังมองเหยื่ออันโอชะ อุ้งเท้าอันมโหฬาร และกรงเล็บอันคมกริบ เยื้องย่างเข้าใกล้ด้วยความเยื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status