Share

บทที่ 1.9

last update publish date: 2026-03-20 07:47:57

ไม่รู้เหตุใดรสสุคนธ์จึงตอบไปแบบนั้น เธอกวาดสายตามองไปยังคนของโอโตกะแล้วให้รู้สึกหวาดหวั่นชอบกล ไม่รู้ว่าเธอกำลังห่วงคนพวกนี้ว่าจะเอาชีวิตไปทิ้ง หรือห่วงว่าคนเหล่านี้จะทำอันตรายไรเดนเหล่านั้นกันแน่

“ขวัญ เธอว่าในกล่องพวกนั้นคืออะไร” รสสุคนธ์เหลือบมองสัมภาระของโอโตกะพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อนรัก

“ยังต้องถามอีกหรือ ฉันว่าต้องเป็นอาวุธอย่างไม่ต้องสงสัย แต่...ต้องขนไปเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ใช่ว่าไรเดนพวกนั้นมีวิถีคล้ายๆ ซามูไรหรือนินจาอะไรเทือกนั้นหรอกหรือ ได้ยินมาว่าพวกเขามีดาบยาวและธนูเป็นอาวุธนี่ แล้วทำไมต้องขนไปมากมายขนาดนั้น”

ขวัญชีวากระซิบออกมาเสียงสั่นนิดๆ เหมือนเธอจะเหลือบเห็นว่ามีแม้กระทั่งดินระเบิด หากสายตาของเธอไม่มีปัญหา

“ฉันจะร่วมเดินทางไปกับพวกเขา ส่วนเธอก็รอไปพร้อมกับศาสตราจารย์”

“แต่...”

“มีเพื่อนนักสำรวจทั้งผู้ชายผู้หญิงอีกตั้งสิบกว่าคนไปด้วย ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะระวังตัว”

รสสุคนธ์สรุปก่อนจะแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของตัวเองขึ้น พร้อมกับเดินเข้าไปสมทบกับนักสำรวจคนอื่นๆ

การกระทำนั้นของหญิงสาว ทำให้โอโตกะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากเขามั่นใจว่าหลังจากหญิงสาวศึกษาเรื่องของไรเดนมาบ้าง อีกฝ่ายก็น่าจะรู้สึกหวาดกลัว จนไม่กล้าเข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้

แต่รสสุคนธ์ ชนานุสรณ์ นักสำรวจชาวต่างชาติผู้นี้ กลับทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย

“การเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาราวๆ หกวัน หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เราจะใช้ม้าเป็นพาหนะ อาจต้องเดินเท้าเป็นบางครั้ง ดังนั้นคนที่คิดว่าทนความลำบากไม่ได้ก็ขอให้ถอนตัวไปเสีย เราจะไม่ทนกับคนที่เป็นตัวถ่วง จะไม่มีการหยุดพัก จนกว่าจะถึงที่พักที่เราตกลงกันเอาไว้”

เสียงจริงจังของโอโตกะดังขึ้นก่อนการเดินทาง เขากวาดสายตาไปทั่ว เพื่อให้ทุกคนรับรู้ว่าสิ่งที่เขาเอ่ยนั้นเขาทำจริง คนที่เป็นตัวถ่วงจะถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังทันที

ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกเพราะในที่ประชุมก็เห็นชอบแล้วว่าคนที่จะเดินทางไปครั้งนี้ จะต้องพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ และทุกคนจะต้องเชื่อฟังในสิ่งที่หัวหน้าผู้คุ้มกันอย่างโอโตกะบอกทุกประการ

การเดินทางวันแรกยังคงเป็นไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากสภาพของป่าที่ยังคงไม่รกทึบมากนัก ที่ราบซึ่งม้าสามารถเดินไปอย่างสบาย ทำให้คณะสำรวจเดินทางไปได้ไกลกว่าที่โอโตกะตั้งเป้าหมายเอาไว้

ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้นใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของเขา ก็ไม่ได้ดูผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย

รสสุคนธ์สังเกตเห็นว่ายิ่งเป็นวันที่สองของการเดินทาง ซึ่งคณะสำรวจกำลังเดินทางข้ามเขาลูกแรกที่ค่อนข้างสูงชัน โอโตกะก็ยิ่งดูจะกำชับคนของตนให้ดูแลความเรียบร้อยอย่างเคร่งครัด

เขาไม่ยอมให้คนของตัวเองคนใดบกพร่องต่อหน้าที่เลยแม้แต่น้อย ยิ่งเป็นเรื่องของการเฝ้ายามระวังภัยในตอนกลางคืน เขาก็ยิ่งทำให้รอบคอบรัดกุมจนน่าชื่นชม

กระทั่งล่วงผ่านเข้าวันที่สาม การเดินทางก็เริ่มล่าช้าลงเนื่องจากหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา โอโตกะมีท่าทีเคร่งเครียดขึ้น เนื่องจากเขายังไปไม่ถึงหุบเขาที่ตนตั้งเป้าหมายเอาไว้ เพราะเส้นทางที่เป็นหุบเขาสลับซับซ้อน อีกทั้งหิมะที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้นเส้นทางที่เคยมองเห็น กลับถูกหิมะปกคลุม จนแทบมองไม่เห็นถนนเส้นเล็กที่เคยทอดไปตามสันเขา

“ไม่ได้การแน่ๆ ขืนเป็นแบบนี้เราไม่มีทางที่จะรู้ว่าประตูทางเข้าหมู่บ้านอยู่ตรงไหน” โอโตกะครุ่นคิด

“หัวหน้าเราไปไม่ถึงไหนแน่ถ้ายังเดินทางช้าแบบนี้”

คนสนิทของเขาขี่ม้าเข้ามาหาเพื่อปรึกษา โอโตกะเองก็เห็นด้วย เขาหันไปมองเหล่านักสำรวจที่ไม่ชำนาญการเดินทางท่ามกลางหิมะ ก่อนจะมองไปยังคนของตนและทีมงานที่ทำหน้าที่ขนสัมภาระที่จำเป็น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.6

    รสสุคนธ์เลิกคิ้วมองชายหนุ่มหล่อเหลาทว่าเย็นชาตรงหน้านิ่ง เธอเดาไม่ถูกว่าเขามีอารมณ์เช่นไรในตอนนี้ และเขาต้องการอะไรจากเธอ จึงจับเธอมาแล้วปฏิบัติกับเธอประหนึ่งแขกผู้มาเยือนฮายาบุสะเองก็จ้องมองหญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขายังไม่แน่ใจในสถานะของหญิงสาว แต่ก็สงสัยเหลือเกินว่าเธออาจเป็นสตรีที่คำทำนายบอกไว้ว่าสักวันหนึ่งจะมาสตรีที่พยัคฆ์ขาวเลือกเอาไว้ให้เขาสตรีที่จะมาเป็นนายหญิงของฮายาบุสะคำทำนายนี้เขาได้ยินมาจากพ่อและแม่ของเขา ซึ่งอยู่ในพิธีทำนายชะตาในขณะที่เขาอายุได้เพียงสิบขวบ“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณคามิยะ เขามาที่นี่หรือ แล้วคนอื่นล่ะ เพื่อนๆ นักสำรวจของฉัน คุณโอโกตะกับคนของเขา”รสสุคนธ์เอ่ยถามอย่างร้อนใจ เพราะดูจากสภาพกระโจมที่ถูกโจมตีเมื่อคืนที่คนของโอโกตะซึ่งมีอาวุธครบมือ ยังไม่อาจเอาชนะไรเดนเหล่านี้ได้ อีกทั้งตัวเธอที่ถูกจับมาเช่นนี้ ก็เป็นการย้ำชัดถึงผลการปะทะว่าใครคือผู้กำชัยชนะ“เป็นห่วงพวกเขาหรือ”น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเยาะหยันของฮายาบุสะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่โง่ที่จะแสดงออกมา เพราะสถานการณ์เป็นเชลยของตัวเองในยามนี้ท่าทีของเธอทำให้ฮายาบุสะ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.5

    ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ถือว่าใหญ่มาก ห้องนี้นอกจากฟูกนอนแล้วด้านหลังของเธอยังมีตู้สองใบตั้งอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าหรือเอาไว้ใช้เก็บของ แต่นอกเหนือจากนั้นห้องนี้ก็ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเสียงประตูถูกเลื่อนเปิดทำให้รสสุคนธ์สะดุ้ง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดกิโมโนเรียบๆ สีน้ำเงินซีดๆ เดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงตรงฟูกอีกด้านใบหน้าเรียบเฉยก้มนิ่งราวกับไม่กล้าเงยขึ้นมามองหญิงสาว ซึ่งนั่นทำให้รสสุคนธ์ประหลาดใจเล็กน้อย“หลังจากท่านอาบน้ำแต่งตัวแล้ว นายท่านให้มาเชิญเจ้าค่ะ”“นายท่านหรือคะ”“ท่านฮายาบุสะเจ้าค่ะ”“อ้อ” รสสุคนธ์นั่งนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดเธอแปลกใจเล็กน้อยกับความสุขุมของตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเธอเองหากทีท่าทีหวาดกลัวคงจะโวยวายเสียงดัง หรือไม่ก็คงพยายามหาทางหนี แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นของเธอกลับเข้ามาแทนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจนแทบไม่เหลือเธออยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่เธอเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ทั้งความฝันประหลาดๆ นั้น ทั้งพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่ และฮายาบุสะผู้มีดวงตาสีเดียวกันกับพยัคฆ์ขาวหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นชุดกิโมโนสีแดงเข้มแบบเรียบง่าย โดยมีซึชิวาระให้ความช่วยเหลือรสสุคน

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.4

    “ฮายาบุสะ”รสสุคนธ์กระซิบกับตัวเองเสียงเบา แต่กระนั้นคนที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ก็ยังได้ยิน ดวงตาคมดุสีเขียวหรี่ลงและเพิ่มความกระด้างแรงรัดรอบเอวที่เพิ่มขึ้นทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่กระนั้นคนตัวใหญ่กว่าก็ไม่แยแส เขาสบตากับหญิงสาวนิ่ง ในขณะที่สั่งการด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังโกรธจัด“เอาตัวไปให้มาริที่หมู่บ้าน เฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีไปได้!”“คนที่หลงไปเล่าขอรับนายท่าน”“ต้อนออกไปจากป่าให้หมด”“นายท่าน แล้วโอโตกะ”“ฉันจะจัดการเอง ไปได้แล้ว” เสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกเดินไป โดยไม่หันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่ถูกชายชุดดำอีกคนพาเดินแยกออกไปอีกทางตอนนั้นเองรสสุคนธ์รู้สึกว่าตัวเองทานทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เรื่องราวที่เธอเพิ่งจะเผชิญช่างหนักหนาเหลือเกิน สติรับรู้และเรี่ยวแรงของเธอมลายหายไป หลงเหลือเพียงความดำมืดที่คืบคลานเข้าหา“นายท่าน!!” ฮาโระอุทานเพราะหญิงสาวที่เขากำลังจะใช้เชือกมัดมือหมดสติลงฮายาบุสะที่ตั้งท่าจะผละไปหันหลังกลับมาทันที เขาอุ้มร่างอรชรขึ้น ก่อนหันไปสั่งการให้คนของตนนำม้าของเขามาอย่างเร่งด่วนอ้อมแขนแข็งแรงส่งตัวหญิงสาวให้ฮาโระอีกครั้ง ในตอนที่อีกฝ่ายขึ้นม้าเรียบร้อยแล

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.3

    คลองสายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นอุ้งเท้าสีขาว ซึ่งกำลังจมหายลงไปในพื้นหิมะ แม้จะไม่อยากมองแต่เมื่อลืมตาขึ้นและค่อยๆ ไล่สายตาไปตามขาหน้าของเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ในที่สุดรสสุคนธ์ก็สบเข้ากับสายตาสีเขียวคมกล้าของพยัคฆ์ขาว ซึ่งในยามนี้มันกำลังยืนค้ำอยู่เหนือร่างของเธอที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแตะออกมาจากวงการต่อสู้ แต่กระนั้นเธอก็เจ็บระบมจากแรงกระแทกเสียงสูดดมฟุดฟิดของพยัคฆ์ขาวดังสลับกันไป ในตอนที่เจ้าตัวใหญ่เดินวนไปรอบร่างเล็กหญิงสาวตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว แม้ว่าจะมองไม่เห็นแววมุ่งร้ายในดวงตาสีเขียวคู่นั้นแล้วก็ตามเจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่สีขาวลายสลับเทา ดูเหมือนกำลังประหลาดใจ มากกว่าการสำรวจเหยื่ออันโอชะ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจวางใจได้เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังเดินใกล้เข้ามา รสสุคนธ์ละสายตาไปจากพยัคฆ์ขาว ทว่าเธอกลับสานสบสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียวอีกคู่ของชายหนุ่มชุดดำแทนเขายืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว จากจุดที่เธอนอนแผ่อยู่บนพื้นใกล้กับอุ้งเท้าอันใหญ่โตของเจ้าตัวใหญ่ ชายหนุ่มผู้นั้นชะงักเมื่อมองเห็นเช่นนั้นเขาไม่ไ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.2

    ร่างเล็กค่อยๆ กระเสือกกระสนไปข้างหน้า พร้อมกับหอบหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง เพราะความเหน็ดเหนื่อย แต่เท้าทั้งสองข้างก็ยังพยายามออกเดินไปช้าๆ กระทั่งหูทั้งสองข้างได้ยินเสียงลมหายใจหนักๆ ยาวๆ ทว่าหนักแน่นดังฝ่าความเงียบอยู่ด้านหลังไม่รู้ว่าทำไมรสสุคนธ์จึงไม่กล้าหันหลังกลับไป อาจเพราะเธอรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง หรือเพราะเธอได้กลิ่นสาบสางโชยออกมาจากเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังก็สุดรู้หญิงสาวพยายามปรับลมหายใจให้ช้าลง กระทั่งร่างอรชรค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ แต่ดูเหมือนเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังไม่ได้หยุดอยู่กับที่ดังที่เธอคิด เพราะทันทีที่หญิงสาวหมุนตัวไปได้เพียงนิด เงาของเสือโคร่งตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในคลองสายตา มันเดินอ้อมเข้ามาเผชิญหน้ากับเธอ ราวกับกำลังหยั่งเชิงเหยื่ออันโอชะภาพตรงหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาด เนื่องจากเธอเคยฝันแบบนี้ซ้ำๆ เพียงแต่ในความฝันนั้นจะต่างกันเล็กน้อยเสือตัวที่อยู่ตรงหน้าคือเสือโคร่งลายพาดกลอนที่ดูหิวโซ ไม่ใช่เสือขาวตัวใหญ่ที่ดูสง่างาม และดวงตาของเจ้าเสือโคร่งก็เป็นสีอำพันแวววาว ไม่ใช่สีเขียวล้ำลึกราวกับห้วงแห่งมหรรณพ‘ฉันกำลังจะตาย’รสสุคนธ์บอกตัวเองแบบนั้น แต่เท้าทั้งสองข

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 2.1 พยัคฆ์ขาว

    เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวของผู้ที่พลังชีวิตกำลังจะถูกพรากไป ทำให้รสสุคนธ์ยืนตัวแข็งอย่างตื่นตระหนก“ไรเดน พวกไรเดน!!” เสียงแตกตื่นเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น พร้อมกับเสียงปืนและเสียงระเบิดของผู้คุ้มกัน ตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องแล้ว‘ไรเดน’ นามเรียกขานของกลุ่มคนที่ทำให้เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าที่เป็นกลุ่มคนที่กำลังยืนละล้าละลังเหมือนรสสุคนธ์มีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันตา หลายคนรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยไม่ห่วงข้าวของมีค่าของตน เนื่องจากนามของไรเดนนั้น ไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินถึงความโหดเหี้ยมพวกเขาเป็นนักล่าค่าหัว เป็นนักฆ่า และกลุ่มคนที่โหดเหี้ยมไร้ปรานี ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไร และซ่อนตัวอยู่ที่ไหน พวกเขาเหมือนเงามืดยามค่ำคืน เหมือนมัจจุราชที่มากับความมืด และกลิ่นอายแห่งความตายการปรากฏตัวของไรเดน คือการปรากฏตัวของพญามัจจุราชแห่งความตาย ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจหนีเงื้อมมือของไรเดนไปได้ รสสุคนธ์มองไปรอบๆ จนกระทั่งต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นข้างๆ หู หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงคล้ายของมีคมตวัดกับบางสิ่ง พร้อมๆ กับเสียงของหนักตกลงบนพื้น สิ่งนั้นกำลังกลิ้งมายังปลายเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status