LOGINร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ
หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ
“รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ
วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน
นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว
ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ
ฮายาบุสะจึงหรี่ตาจ้องรสสุคนธ์อย่างคาดโทษ ก่อนจะอนุญาตให้หญิงวัยกลางคนเข้ามาในห้อง ทั้งที่คนทั้งสองยังคงอยู่ในท่าที่อาจจะมีคนเข้าใจผิดเอาได้ เนื่องจากตอนนี้รสสุคนธ์แทบจะถูกยกขึ้นไปนั่งเกยอยู่บนตักแกร่ง“เข้ามาสิมาริ มาพามีสชนานุสรณ์ไปที่ห้องก่อน อีกสักพักจะให้คนมาตามไปที่หอประชุมของหมู่บ้าน” ฮายาบุส
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ถือว่าใหญ่มาก ห้องนี้นอกจากฟูกนอนแล้วด้านหลังของเธอยังมีตู้สองใบตั้งอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าหรือเอาไว้ใช้เก็บของ แต่นอกเหนือจากนั้นห้องนี้ก็ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเสียงประตูถูกเลื่อนเปิดทำให้รสสุคนธ์สะดุ้ง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดกิโมโนเรียบๆ สีน้ำเงินซีดๆ เดินเข้ามา
“แบ่งคนของเราให้คุ้มครองนักสำรวจที่นี่ เดินทางไปอีกครู่ใหญ่จะถึงชายป่า ที่นั่นจะมีลานกว้างขวางเพียงพอที่จะใช้เป็นที่พัก ให้ทุกคนหยุดพักที่นั่นและกางกระโจมรออย่าได้เข้าไปในป่าหากเรายังไม่กลับมา ส่วนนายกับคนของนายไปกับฉัน ฉันจะล่วงหน้าไปดูก่อนว่าประตูนั้นอยู่จุดไหน หากล่าช้าเราจะหามันไม่พบ ไป!”เขาตว
ไม่รู้เหตุใดรสสุคนธ์จึงตอบไปแบบนั้น เธอกวาดสายตามองไปยังคนของโอโตกะแล้วให้รู้สึกหวาดหวั่นชอบกล ไม่รู้ว่าเธอกำลังห่วงคนพวกนี้ว่าจะเอาชีวิตไปทิ้ง หรือห่วงว่าคนเหล่านี้จะทำอันตรายไรเดนเหล่านั้นกันแน่“ขวัญ เธอว่าในกล่องพวกนั้นคืออะไร” รสสุคนธ์เหลือบมองสัมภาระของโอโตกะพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อนรัก“ยังต้องถ







