Share

บทที่ 1.5

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-18 06:35:45

ไรเดน กลุ่มนักฆ่าที่รับจ้างฆ่าคนเหล่านั้นน่ะหรือจะมีอยู่จริง นี่มันปีไหนแล้ว เช่นกันกับซามูไรและนินจา พวกเขาก็คงค่อยๆ หายไปตามกาลเวลาดังเช่นมิยาโมโต้พูดนั่นแหละ

คิดได้ดังนั้นรสสุคนธ์ก็ได้แต่ปัดความคิดที่ยังคงว้าวุ่นของตัวเองออกไป พร้อมกับคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ ทว่ารุ่งเช้าในขณะที่กำลังเดินเลือกของใช้จำเป็นสำหรับการออกเดินทางภาคสนาม

หญิงสาวกลับพบกับเรื่องน่าประหลาด ร้านขายของเก่าหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านที่ไม่น่าจะมี กลับมีหนังสือเก่าเล่มหนึ่งวางในตู้ หน้าปกของมันเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเป็นภาษาอังกฤษว่า RAIDEN:ไรเดน

รสสุคนธ์ซื้อหนังสือเล่มนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ท่ามกลางความประหลาดใจของเจ้าของร้าน ซึ่งมองหญิงสาวด้วยท่าทีพิกลทั้งยังสาธยายเกี่ยวกับความโหดเหี้ยมของพวกไรเดนให้เธอฟังอย่างออกรส

“พูดภาษาของเราได้ชัดเจนดีจัง”

“หนูเคยเรียนภาษาที่นี่ก่อนจะกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา ค่ะ คุณบอกว่ารู้จักชื่อของไรเดนดี พวกเขา...”

“พวกนี้เป็นพวกที่เติบโตมาแบบผิดมนุษย์ พวกเขาบังคับให้เด็กที่จับไปกินเนื้อคนที่ตัวเองฆ่าเป็นอาหาร ฝึกให้เด็กกลายเป็นนักฆ่า ไหนจะปล้นฆ่า ข่มขืน ไหนจะทรมานผู้คน ไม่มีใครที่เข้าไปในเขตของไรเดนแล้วหลุดรอดกลับมาสักคนค่ะ”

“เอ๋ เขตของไรเดนหรือคะ” รสสุคนธ์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“ใช่ค่ะ” เอ่ยจบก็มองซ้ายขวาประหนึ่งกลัวว่าจะมีคนมาได้ยิน

“พูดก็พูดนะคะนี่ป้าเห็นว่าคุณเป็นคนต่างชาติ อาจจะไม่รู้ ก็เขตป่าของมิยาโมโต้ที่นักสำรวจกำลังจะเข้าไปนั่นอย่างไรล่ะคะ ที่นั่นไม่มีใครไม่รู้ว่าเป็นอาณาเขตของพวกไรเดน ถึงหลายสิบปีมานี้จะไม่มีข่าวว่าพวกไรเดนออกมาเข่นฆ่าใคร แต่พวกที่กล้าล่วงล้ำเข้าไปในเขตนั้น ไม่เคยมีใครได้กลับมาเลยสักคนค่ะ บางคนบอกว่าพวกนั้นถูกฆ่าตายอย่าทารุณ บางคนบอกว่าก่อนตายพวกนั้นถูกถลกหนังศีรษะ แล้วศพก็ถูกแขวนอยู่ที่ทางเข้า บางคนบอกว่าพวกนั้นถูกจับไปเป็นทาสในหมู่บ้านไรเดน...”

และสารพัดข่าวลือที่เจ้าของร้านสาธยายออกมา ซึ่งรสสุคนธ์ได้แต่นึกขัน

“แล้วบางคนที่ว่าเขารู้ได้อย่างไรคะ ก็คุณเพิ่งบอกว่าคนที่เข้าไปไม่มีใครได้กลับออกมา แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าไรเดนเหล่านั้นทำอะไรกับคนที่กล้าล่วงล้ำเข้าไป”

“เอ่อ....ป้าก็ฟังต่อจากคนอื่นมาอีกที” คุณป้าเจ้าของร้านยิ้มแห้งๆ

“ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ขายหนังสือให้” รสสุคนธ์เอ่ยลาแล้วออกมาจากร้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในร้านนั้นมีชายคนหนึ่งกำลังแสร้งทำเป็นเลือกหนังสืออยู่ แต่หลังจากที่เธอเดินออกมาเขาก็รีบตามไปโดยที่ไม่ได้ซื้อหนังสืออะไรสักเล่ม

“อาณาเขตของไรเดนอย่างนั้นหรือ” รสสุคนธ์หวนนึกถึงสิ่งที่มิยาโมโต้เล่าให้ฟัง กับสิ่งที่คุณป้าเจ้าของร้านหนังสือสาธยาย และคำบอกเล่าของชาวเมือง S บางส่วน ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความขัดแย้งที่เห็นได้ชัด

มิยาโมโต้ ทาเคชิ ไม่เชื่อถึงการมีตัวตนของไรเดน แต่คุณป้าเจ้าของร้านหนังสือบอกอย่างมั่นใจว่าพวกเขามีตัวตน และที่สำคัญจากที่เธอได้ลองเอ่ยถึงไรเดนจากชาวเมือง แม้พวกเขามีท่าทีหวาดกลัว และพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความโหดร้ายของคนกลุ่มนั้น

ทว่าสิ่งที่น่าแปลกอย่างหนึ่งที่เธอสัมผัสได้คือ ชาวบ้านเหล่านั้นแม้จะหวาดกลัวในความโหดร้ายป่าเถื่อน แต่พวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไรเดนไม่ทำร้ายใครก่อน จะมีก็แต่คนที่พยายามล่วงล้ำเข้าไปในเขตแดนของไรเดนเท่านั้นที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณ

“นั่นอะไรน่ะยายรส”

ขวัญชีวาเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นเพื่อนรักก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งไม่ขยับ ตั้งแต่กลับเข้ามาถึงห้องพักในโรงแรม

“หนังสือเก่า ได้มาตอนไปเดินซื้อของ”

“อะไรกันแทนที่จะเตรียมตัวไปผจญภัยในป่ากลับมานั่งอ่านหนังสืออะไรกัน ไรเดน เธอรู้จักด้วยเหรอ”

น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจนั้น ทำเอารสสุคนธ์เงยหน้าพรวดขึ้นมองเพื่อนรัก

“เธอเองก็รู้จักหรือ”

“ได้ยินมานิดหน่อย คุณตาของริวเล่าให้ฟังเมื่อหลายวันก่อน ท่านไม่ค่อยเห็นด้วยที่เราจะเข้าไปในป่านั่น ที่จริงฉันว่าท่านโกรธมากเลยล่ะ หาว่าตระกูลมิยาโม้โต้ผิดสัญญาอะไรสักอย่าง ไหนจะพูดว่าท่านผู้นำมิยาโมโต้เสียสติไปแล้วที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น” ขวัญชีวาทำหน้าตาหวาดๆ

“แล้วยังไงอีก คุณตาของคุณคามิยะยังบอกอะไรอีกบ้าง”

“ดูเหมือนเธอจะสนใจมากเลยนะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.2 จบ

    ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.1 หวนคืนบ้าน

    หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.7

    “รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.6

    วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.5

    นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.4

    ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 3.7

    “ผมเองก็ไม่ได้รักคุณ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะแต่งงานกับคุณ ไม่ว่าคุณจะพูดอย่างไรการแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น คุณอยู่ที่นี่ในหมู่บ้านของไรเดน คุณเคยได้ยินมาแล้วว่าคนที่เข้ามาถึงที่นี่ไม่มีใครได้กลับออกไป ซึ่งนั่นก็หมายความตามนั้นคุณจะต้องอยู่ที่นี่ และแน่นอนคุณต้องแต่งงานกับผม”“มีเหตุผลหน่อยสิคุณ”“ผมถือว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 3.5

    รสสุคนธ์ขมวดคิ้วก่อนจะสบตากับเขา ตอนนี้เธอมองเห็นใบหน้าของเขาแล้ว จึงมั่นใจว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไปนี้เธอก็สามารถเข้าใจได้ทันทีเธอเป็นชาวต่างชาติที่แม้จะสามารถพูด และเข้าใจภาษาของคนที่นี่ แต่บางครั้งการพูดโดยที่เธอสามารถมองดูคู่สนทนา ก็ช่วยให้เธอเข้าใจได้มากยิ่งกว่า แต่ประกายบางอย่างในดวงตาของเข

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.10

    “แบ่งคนของเราให้คุ้มครองนักสำรวจที่นี่ เดินทางไปอีกครู่ใหญ่จะถึงชายป่า ที่นั่นจะมีลานกว้างขวางเพียงพอที่จะใช้เป็นที่พัก ให้ทุกคนหยุดพักที่นั่นและกางกระโจมรออย่าได้เข้าไปในป่าหากเรายังไม่กลับมา ส่วนนายกับคนของนายไปกับฉัน ฉันจะล่วงหน้าไปดูก่อนว่าประตูนั้นอยู่จุดไหน หากล่าช้าเราจะหามันไม่พบ ไป!”เขาตว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.9

    ไม่รู้เหตุใดรสสุคนธ์จึงตอบไปแบบนั้น เธอกวาดสายตามองไปยังคนของโอโตกะแล้วให้รู้สึกหวาดหวั่นชอบกล ไม่รู้ว่าเธอกำลังห่วงคนพวกนี้ว่าจะเอาชีวิตไปทิ้ง หรือห่วงว่าคนเหล่านี้จะทำอันตรายไรเดนเหล่านั้นกันแน่“ขวัญ เธอว่าในกล่องพวกนั้นคืออะไร” รสสุคนธ์เหลือบมองสัมภาระของโอโตกะพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อนรัก“ยังต้องถ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status