Share

บทที่ 1.3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-18 06:35:37

ชายวัยกลางคนดังกล่าวหรี่ตาลงมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะหันหลังไปมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

รสสุคนธ์มองตามกระทั่งสบตาเข้ากับดวงตาคมดุสีเขียวคู่หนึ่ง หญิงสาวสะท้านวาบ ความตื่นตระหนกแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

ดวงตาคู่นี้ช่างละม้ายกับดวงตาของพยัคฆ์ขาวในความฝันของเธอเหลือเกิน  ดวงตาคมดุสีเขียวแวววับ แฝงเอาไว้ด้วยพลังอำนาจ

ประกายดุดันที่จดจ้องมาทำให้หญิงสาวรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ราวกับตัวเธอเองกำลังถูกเขาคุกคาม ทั้งที่เขายืนห่างออกไปหลายก้าว

“ทำไมถึงสนใจ นั่นก็เป็นเพียงแค่ฝักดาบธรรมดา” บุรุษผู้มีดวงตาสีเขียวก้าวเข้ามาพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น เขายังคงสบตากับรสสุคนธ์นิ่ง ทั้งยังเลิกคิ้วเล็กน้อย ในตอนที่ก้าวเข้าไปหาเธอ แล้วพบว่าเธอก้าวถอยหลังไปจนติดกับชั้นวางสินค้าในร้าน

รสสุคนธ์พยายามสะกดกลั้นอาการหวาดกลัวของตน โดยเฉพาะตอนที่ชายหนุ่มผู้นั้นเดินใกล้เข้ามา

ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยรัศมีบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ในความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวร่างเล็กอรชรที่สูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร

เขาน่าจะสูงราวหนึ่งร้อยเก้าสิบ ขาดเกินไปไม่มากกว่านั้น เพราะตอนที่ยืนใกล้กันเช่นนี้ รสสุคนธ์ต้องเงยหน้ามองเขาจนคอตั้งบ่า

ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นดูเรียบนิ่งดุจสายน้ำลึก จมูกโด่งเป็นสันตรง คิ้วเข้มเรียวยาว กับดวงตาสีเขียวคมดุ และบุคลิกที่ดูราวกับเป็นผู้ที่มีอำนาจในตัว ทำให้เขาคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขาม

ดวงตาของหญิงสาวสั่นระริกราวกับกำลังหวาดกลัวเขา กระนั้นเธอก็ไม่อาจหยุดตัวเองไม่ให้มองสำรวจ และไม่ยอมหลบตาเขา รู้ตัวอีกทีรสสุคนธ์ลมหายใจแทบสะดุด เมื่อเขาเดินใกล้เข้ามาอีกก้าว

ไม่รู้ทำไมรสสุคนธ์จึงรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนเมือง S ทั่วไป แม้มองดูเผินๆแล้ว พวกเขาจะแต่งกายด้วยชุดสูทเรียบๆ ตามหลักสากลที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศ

กระนั้นหญิงสาวกลับกำลังจินตนาการถึงชายหนุ่มที่กำลังสวมชุดฮากามะแบบดั้งเดิม ในมือของพวกเขายืนถือดาบ และฝักดาบซึ่งก็คืออันเดียวกันกับอันที่ตั้งโชว์อยู่ตอนนี้

“เธอเป็นคนของคณะสำรวจขอรับ”

ชายวัยกลางคนผู้นั้นบอกเขาเสียงเรียบ ขัดจังหวะคนทั้งสองที่เอาแต่จ้องมองกันเงียบๆ และนั่นก็ช่วยดึงสติของหญิงสาวกลับมา ซึ่งเธอเองก็รู้สึกขอบคุณชายผู้นั้นยิ่งนัก

“คนของตระกูลมิยาโมโต้หรือ”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเป็นเชิงถาม ทั้งยังจ้องมองมายังรสสุคนธ์นิ่ง ดวงตาคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกหลากหลาย ทั้งแปลกใจระคนหวาดหวั่น และฉงนสนเท่ห์ยิ่งนัก

เหตุใดพวกเขาจึงมีท่าทีต่อต้านการสำรวจที่จะนำมาสู่การพัฒนาเมือง S เช่นนี้ รสสุคนธ์ได้แต่สงสัยในใจ

“ขะ...ขอตัวนะคะ”

ไม่รู้ทำไมเธอจึงรู้สึกหายใจไม่ออก ในยามที่ดวงตาสีเขียวคู่นั้นจดจ้องมา ราวกับกดดันให้หญิงสาวตอบคำถามของเขา

เธอไม่รู้ตัวว่าเดินออกมานอกร้านได้อย่างไร และไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจ กระทั่งออกมานอกร้านและรู้สึกอึดอัดจนต้องสูดลมหายใจเข้าแรงๆ จึงรู้ตัวว่าเธอหวาดกลัวบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน

เมื่อนึกขึ้นได้เช่นนั้นเธอก็รีบหันหลังกลับไป กว่าจะตระหนักได้ว่าไม่ควรทำแบบนั้น ก็สานสบดวงตาสีเขียวคมกล้าที่จดจ้องมาอยู่ก่อนแล้ว

“มีสชนานุสรณ์ผมมารับก่อนเวลาครับ ไม่ทราบว่าคุณ...” คนของมิยาโมโต้ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทีหวาดผวาของหญิงสาว

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

“ปละ..เปล่า ไม่มีอะไร”

รสสุคนธ์ที่สะดุ้งรีบละสายตาจากร้าน ก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดรออยู่ทันที ในใจก็บังคับตัวเองเอาไว้ไม่ให้หันกลับไปที่ร้านแห่งนั้นอีก

กระนั้นความรู้สึกบางอย่างกลับกำลังบอกเธอว่า เจ้าของดวงตาคมกล้าคู่นั้น ยังคงจับจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา

ดวงตาของเขาจ้องมองเธอประหนึ่งดวงตาสีเขียวของพยัคฆ์ขาว ซึ่งจับจ้องเหยื่อในกรงเล็บที่เพิ่งจะปล่อยเป็นอิสระ เพื่อรอเวลา...

หลังจากรถของมิยาโมโต้แล่นจากไปไม่นาน ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเขียวก็หันกลับมามองฝักดาบที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในตู้โชว์

มือใหญ่เอื้อมออกไปยกฝักดาบขึ้น ก่อนจะส่งไปให้คนสนิทที่ยืนนิ่งรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

“คณะสำรวจจะออกเดินทางเมื่อไหร่”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.2 จบ

    ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.1 หวนคืนบ้าน

    หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.7

    “รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.6

    วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.5

    นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.4

    ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.10

    “แบ่งคนของเราให้คุ้มครองนักสำรวจที่นี่ เดินทางไปอีกครู่ใหญ่จะถึงชายป่า ที่นั่นจะมีลานกว้างขวางเพียงพอที่จะใช้เป็นที่พัก ให้ทุกคนหยุดพักที่นั่นและกางกระโจมรออย่าได้เข้าไปในป่าหากเรายังไม่กลับมา ส่วนนายกับคนของนายไปกับฉัน ฉันจะล่วงหน้าไปดูก่อนว่าประตูนั้นอยู่จุดไหน หากล่าช้าเราจะหามันไม่พบ ไป!”เขาตว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.9

    ไม่รู้เหตุใดรสสุคนธ์จึงตอบไปแบบนั้น เธอกวาดสายตามองไปยังคนของโอโตกะแล้วให้รู้สึกหวาดหวั่นชอบกล ไม่รู้ว่าเธอกำลังห่วงคนพวกนี้ว่าจะเอาชีวิตไปทิ้ง หรือห่วงว่าคนเหล่านี้จะทำอันตรายไรเดนเหล่านั้นกันแน่“ขวัญ เธอว่าในกล่องพวกนั้นคืออะไร” รสสุคนธ์เหลือบมองสัมภาระของโอโตกะพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อนรัก“ยังต้องถ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.8

    “คุณโอโตกะคะ” รสสุคนธ์เดินเข้าไปหาผู้นำการเดินทางด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เนื่องจากเธอมีเวลาเก็บสัมภาระสำหรับการเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ“ครับมีสชนานุสรณ์”“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ”“ไม่มีอะไรนี่ครับ ผมแจ้งไปแล้วว่าหากล่าช้าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย หิมะกำลังจะตก หากเรายังไม่ออกเดินทางหิมะจะปิด

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.7

    “ฮายาบุสะหรือคะ”กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดไปแล้วก็ไม่อาจหยุดยั้งตัวเองเอาไว้ได้ แต่กระนั้นเขาก็กลับมามีท่าทีสงบเช่นเดิม ดวงตาที่บ่งบอกถึงการผ่านร้อนผ่านหนาวมามากฉายแววครุ่นคิด“หนูมั่นใจหรือว่ามองเห็นจริงๆ ว่าดวงตาของเขาเป็นสีเขียว เขาอายุประมาณเท่าไรล่ะ”“ก็...น่าจะราวๆ สามสิบต้นๆ ค่ะ ตัวสูงใหญ่ ผิวขาว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status