LOGINแม้ว่าเธอจะแสดงออกชัดถึงจุดยืนของตัวเอง แต่ดูเหมือนมิยาโมโต้จะแสร้งทำเป็นมองข้าม เขาไม่รีรอที่จะแนะนำให้เธอไปเดินดูที่ตลาดของเก่าขึ้นชื่อของเมือง S โดยเสนอให้คนสนิทของเขาเป็นคนนำทาง และอำนวยความสะดวก เนื่องจากตัวเขายังมีงานของตระกูลให้ต้องไปจัดการ
ภาพสะท้อนในกระจกเงาของหญิงสาวในชุดกางเกงยีนทะมัดทะแมงสีเข้ม กับเสื้อเชิ้ตเนื้อหนาสีขาวพอดีตัว สวมทับเอาไว้ด้วยโค้ทตัวยาวเลยเข่า
ผมยาวสลวยที่เคยปล่อยสยายปิดแผ่นหลังอ้อนแอ้น ถูกรวบมัดเป็นหางม้าเรียบร้อย รสสุคนธ์พยักหน้าอย่างพอใจกับตัวเองหลังจากที่สำรวจแล้วว่าไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสม
หญิงสาวพยายามแต่งกายมิดชิด และพยายามไม่แต่งตัวหวือหวานัก เนื่องจากการเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปเดินท่อมๆ กลางตลาด ก็เป็นเรื่องที่ดึงดูดสายตาของชาวเมือง S มากพอแล้ว จะให้เธอสวมกระโปรงสั้นจู๋ตามแฟชั่น ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นอย่างเพื่อนร่วมคณะสำรวจคนอื่นๆ ชอบทำกันนั้น บอกตามตรงว่าเธอคงต้องปฏิเสธ เพราะเธอไม่เคยชอบเลยจริงๆ หากจะให้เธอกลายเป็นจุดเด่นให้คนอื่นต่างจ้องมอง
หลังจากคนสนิทของมิยาโมโต้ขับรถมาส่ง รสสุคนธ์ก็นัดเวลาให้เขามารับ โดยไม่รบกวนให้เขาเดินเป็นเพื่อน เนื่องจากความเกรงใจ เพราะเธอติดจะชอบเดินดูของคนเดียวมากกว่า ดังนั้นในยามนี้เธอจึงเดินทอดน่องได้อย่างสบายอกสบายใจ
ร้านรวงมากมายที่เรียงรายตรงหน้า ทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นเพราะความฝันปลิวหายไปจนสิ้น
เครื่องปั้นดินเผารูปร่างแปลกตา และข้าวของมากมายทั้งที่เป็นของเลียนแบบราคาไม่สูงมาก และของโบราณต่างๆ ราคาสูงลิบ ดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยสำหรับผู้มาเยือนอย่างรสสุคนธ์
หลังจากเดินดูข้าวของอยู่นาน ในระหว่างที่กำลังคิดจะหันหลังกลับนั้น หญิงสาวกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า บางอย่างที่ดึงดูดสายตาของเธอเอาไว้ในทันที
ร่างอรชรในชุดรัดกุมเดินเข้าไปยังร้านนั้นอย่างเหม่อลอย ดวงตาจับจ้องฝักดาบสีดำยาวที่วางอยู่ในตู้โชว์ด้วยความสนใจ ลวดลายประณีตสีทองที่ทำจากบุษราคัม ทำให้ฝักดาบเล่มนั้นดูทรงคุณค่ากว่าจะเป็นเพียงฝักดาบธรรมดาที่มีอยู่ดาษดื่น
รสสุคนธ์เดินไปหยุดอยู่หน้าชั้นวางภายในร้าน โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าภายในร้านนั้นยังมีคนกลุ่มหนึ่งยืนสนทนากับเจ้าของร้าน และของที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่นั้น คือของชิ้นเดียวกันกับชิ้นที่รสสุคนธ์หมายตาอยู่นั่นเอง
“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าชิ้นนี้ขายหรือเปล่าคะ”
รสสุคนธ์หันไปเอ่ยถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังเดินผ่านร่างของตนไป เสียงของเธอดึงดูดให้กลุ่มคนที่ยืนอยู่ภายในร้านหันมามอง ทว่าหญิงสาวหาได้รู้ตัวแต่อย่างใด เพราะกำลังพยายามพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้าไปหา
“คนต่างชาติหรือ”
“เอ่อ...ใช่ค่ะ”
“มากับคณะสำรวจของตระกูลมิยาโมโต้หรือเปล่า”
“ก็...เอ่อ ใช่ค่ะ” รสสุคนธ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ไม่ขาย ชิ้นไหนก็ไม่ขายทั้งนั้น!” หญิงวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
น้ำเสียงหรือก็แสดงออกชัดถึงความไม่ชอบใจ ทำให้รสสุคนธ์ออกจะตกใจไม่น้อย เนื่องจากตั้งแต่เดินดูของในตลาดมาทุกร้าน ทุกร้านก็ต้อนรับขับสู้และพูดคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง
จะมีเพียงก็แต่ที่นี่เท่านั้น ซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้อนรับเธอ แต่ด้วยเหตุผลที่เธอเองก็คาดไม่ถึง
“คุณป้าคะคือ...”
“ร้านนี้ไม่ต้อนรับคนของมิยาโมโต้ออกไปให้พ้น”
ได้ยินดังนั้นรสสุคนธ์ก็ขมวดคิ้วทันที แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางสุขุมก็เดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“มีอะไรกันหรือ”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของมิยาโมโต้ พวกนักสำรวจที่จะเข้าไปในป่า ไล่ไปซะ”
หญิงวัยกลางคนผู้นั้นยังมีท่าทีฮึดฮัด แต่ก็ยังดีที่ไม่ถึงกับบอกให้จับรสสุคนธ์โยนออกมา
“มิยาโมโต้หรือ”
ชายคนดังกล่าวทวนคำก่อนจะมองมายังรสสุคนธ์
“มาทำอะไรที่ร้านนี้ล่ะ ร้านนี้ไม่น่าจะมีของที่มิยาโมโต้ต้องการนะแม่หนู”
ได้ยินดังนั้นรสสุคนธ์ก็แทบจะถอนใจออกมา ดูเหมือนเธอจะไม่เป็นที่ต้องรับของร้านนี้เอาเสียเลย แต่จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเธอหมายตาฝักดาบในร้านนี้เสียแล้ว
“หนูอยากขอดูฝักดาบอันนั้นหน่อยได้ไหมคะ คือ...ไม่ทราบว่าคุณลุงขายหรือเปล่าคะ”
แม้จะรู้ดีถึงท่าทีที่ไม่เป็นที่ต้อนรับ แต่รสสุคนธ์ก็ยังเสี่ยงที่จะถามออกไป
รสสุคนธ์เลิกคิ้วมองชายหนุ่มหล่อเหลาทว่าเย็นชาตรงหน้านิ่ง เธอเดาไม่ถูกว่าเขามีอารมณ์เช่นไรในตอนนี้ และเขาต้องการอะไรจากเธอ จึงจับเธอมาแล้วปฏิบัติกับเธอประหนึ่งแขกผู้มาเยือนฮายาบุสะเองก็จ้องมองหญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขายังไม่แน่ใจในสถานะของหญิงสาว แต่ก็สงสัยเหลือเกินว่าเธออาจเป็นสตรีที่คำทำนายบอกไว้ว่าสักวันหนึ่งจะมาสตรีที่พยัคฆ์ขาวเลือกเอาไว้ให้เขาสตรีที่จะมาเป็นนายหญิงของฮายาบุสะคำทำนายนี้เขาได้ยินมาจากพ่อและแม่ของเขา ซึ่งอยู่ในพิธีทำนายชะตาในขณะที่เขาอายุได้เพียงสิบขวบ“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณคามิยะ เขามาที่นี่หรือ แล้วคนอื่นล่ะ เพื่อนๆ นักสำรวจของฉัน คุณโอโกตะกับคนของเขา”รสสุคนธ์เอ่ยถามอย่างร้อนใจ เพราะดูจากสภาพกระโจมที่ถูกโจมตีเมื่อคืนที่คนของโอโกตะซึ่งมีอาวุธครบมือ ยังไม่อาจเอาชนะไรเดนเหล่านี้ได้ อีกทั้งตัวเธอที่ถูกจับมาเช่นนี้ ก็เป็นการย้ำชัดถึงผลการปะทะว่าใครคือผู้กำชัยชนะ“เป็นห่วงพวกเขาหรือ”น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเยาะหยันของฮายาบุสะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่โง่ที่จะแสดงออกมา เพราะสถานการณ์เป็นเชลยของตัวเองในยามนี้ท่าทีของเธอทำให้ฮายาบุสะ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ถือว่าใหญ่มาก ห้องนี้นอกจากฟูกนอนแล้วด้านหลังของเธอยังมีตู้สองใบตั้งอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าหรือเอาไว้ใช้เก็บของ แต่นอกเหนือจากนั้นห้องนี้ก็ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเสียงประตูถูกเลื่อนเปิดทำให้รสสุคนธ์สะดุ้ง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดกิโมโนเรียบๆ สีน้ำเงินซีดๆ เดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงตรงฟูกอีกด้านใบหน้าเรียบเฉยก้มนิ่งราวกับไม่กล้าเงยขึ้นมามองหญิงสาว ซึ่งนั่นทำให้รสสุคนธ์ประหลาดใจเล็กน้อย“หลังจากท่านอาบน้ำแต่งตัวแล้ว นายท่านให้มาเชิญเจ้าค่ะ”“นายท่านหรือคะ”“ท่านฮายาบุสะเจ้าค่ะ”“อ้อ” รสสุคนธ์นั่งนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดเธอแปลกใจเล็กน้อยกับความสุขุมของตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเธอเองหากทีท่าทีหวาดกลัวคงจะโวยวายเสียงดัง หรือไม่ก็คงพยายามหาทางหนี แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นของเธอกลับเข้ามาแทนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจนแทบไม่เหลือเธออยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่เธอเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ทั้งความฝันประหลาดๆ นั้น ทั้งพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่ และฮายาบุสะผู้มีดวงตาสีเดียวกันกับพยัคฆ์ขาวหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นชุดกิโมโนสีแดงเข้มแบบเรียบง่าย โดยมีซึชิวาระให้ความช่วยเหลือรสสุคน
“ฮายาบุสะ”รสสุคนธ์กระซิบกับตัวเองเสียงเบา แต่กระนั้นคนที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ก็ยังได้ยิน ดวงตาคมดุสีเขียวหรี่ลงและเพิ่มความกระด้างแรงรัดรอบเอวที่เพิ่มขึ้นทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่กระนั้นคนตัวใหญ่กว่าก็ไม่แยแส เขาสบตากับหญิงสาวนิ่ง ในขณะที่สั่งการด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังโกรธจัด“เอาตัวไปให้มาริที่หมู่บ้าน เฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีไปได้!”“คนที่หลงไปเล่าขอรับนายท่าน”“ต้อนออกไปจากป่าให้หมด”“นายท่าน แล้วโอโตกะ”“ฉันจะจัดการเอง ไปได้แล้ว” เสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกเดินไป โดยไม่หันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่ถูกชายชุดดำอีกคนพาเดินแยกออกไปอีกทางตอนนั้นเองรสสุคนธ์รู้สึกว่าตัวเองทานทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เรื่องราวที่เธอเพิ่งจะเผชิญช่างหนักหนาเหลือเกิน สติรับรู้และเรี่ยวแรงของเธอมลายหายไป หลงเหลือเพียงความดำมืดที่คืบคลานเข้าหา“นายท่าน!!” ฮาโระอุทานเพราะหญิงสาวที่เขากำลังจะใช้เชือกมัดมือหมดสติลงฮายาบุสะที่ตั้งท่าจะผละไปหันหลังกลับมาทันที เขาอุ้มร่างอรชรขึ้น ก่อนหันไปสั่งการให้คนของตนนำม้าของเขามาอย่างเร่งด่วนอ้อมแขนแข็งแรงส่งตัวหญิงสาวให้ฮาโระอีกครั้ง ในตอนที่อีกฝ่ายขึ้นม้าเรียบร้อยแล
คลองสายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นอุ้งเท้าสีขาว ซึ่งกำลังจมหายลงไปในพื้นหิมะ แม้จะไม่อยากมองแต่เมื่อลืมตาขึ้นและค่อยๆ ไล่สายตาไปตามขาหน้าของเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ในที่สุดรสสุคนธ์ก็สบเข้ากับสายตาสีเขียวคมกล้าของพยัคฆ์ขาว ซึ่งในยามนี้มันกำลังยืนค้ำอยู่เหนือร่างของเธอที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแตะออกมาจากวงการต่อสู้ แต่กระนั้นเธอก็เจ็บระบมจากแรงกระแทกเสียงสูดดมฟุดฟิดของพยัคฆ์ขาวดังสลับกันไป ในตอนที่เจ้าตัวใหญ่เดินวนไปรอบร่างเล็กหญิงสาวตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว แม้ว่าจะมองไม่เห็นแววมุ่งร้ายในดวงตาสีเขียวคู่นั้นแล้วก็ตามเจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่สีขาวลายสลับเทา ดูเหมือนกำลังประหลาดใจ มากกว่าการสำรวจเหยื่ออันโอชะ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจวางใจได้เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังเดินใกล้เข้ามา รสสุคนธ์ละสายตาไปจากพยัคฆ์ขาว ทว่าเธอกลับสานสบสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียวอีกคู่ของชายหนุ่มชุดดำแทนเขายืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว จากจุดที่เธอนอนแผ่อยู่บนพื้นใกล้กับอุ้งเท้าอันใหญ่โตของเจ้าตัวใหญ่ ชายหนุ่มผู้นั้นชะงักเมื่อมองเห็นเช่นนั้นเขาไม่ไ
ร่างเล็กค่อยๆ กระเสือกกระสนไปข้างหน้า พร้อมกับหอบหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง เพราะความเหน็ดเหนื่อย แต่เท้าทั้งสองข้างก็ยังพยายามออกเดินไปช้าๆ กระทั่งหูทั้งสองข้างได้ยินเสียงลมหายใจหนักๆ ยาวๆ ทว่าหนักแน่นดังฝ่าความเงียบอยู่ด้านหลังไม่รู้ว่าทำไมรสสุคนธ์จึงไม่กล้าหันหลังกลับไป อาจเพราะเธอรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง หรือเพราะเธอได้กลิ่นสาบสางโชยออกมาจากเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังก็สุดรู้หญิงสาวพยายามปรับลมหายใจให้ช้าลง กระทั่งร่างอรชรค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ แต่ดูเหมือนเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังไม่ได้หยุดอยู่กับที่ดังที่เธอคิด เพราะทันทีที่หญิงสาวหมุนตัวไปได้เพียงนิด เงาของเสือโคร่งตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในคลองสายตา มันเดินอ้อมเข้ามาเผชิญหน้ากับเธอ ราวกับกำลังหยั่งเชิงเหยื่ออันโอชะภาพตรงหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาด เนื่องจากเธอเคยฝันแบบนี้ซ้ำๆ เพียงแต่ในความฝันนั้นจะต่างกันเล็กน้อยเสือตัวที่อยู่ตรงหน้าคือเสือโคร่งลายพาดกลอนที่ดูหิวโซ ไม่ใช่เสือขาวตัวใหญ่ที่ดูสง่างาม และดวงตาของเจ้าเสือโคร่งก็เป็นสีอำพันแวววาว ไม่ใช่สีเขียวล้ำลึกราวกับห้วงแห่งมหรรณพ‘ฉันกำลังจะตาย’รสสุคนธ์บอกตัวเองแบบนั้น แต่เท้าทั้งสองข
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวของผู้ที่พลังชีวิตกำลังจะถูกพรากไป ทำให้รสสุคนธ์ยืนตัวแข็งอย่างตื่นตระหนก“ไรเดน พวกไรเดน!!” เสียงแตกตื่นเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น พร้อมกับเสียงปืนและเสียงระเบิดของผู้คุ้มกัน ตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องแล้ว‘ไรเดน’ นามเรียกขานของกลุ่มคนที่ทำให้เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าที่เป็นกลุ่มคนที่กำลังยืนละล้าละลังเหมือนรสสุคนธ์มีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันตา หลายคนรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยไม่ห่วงข้าวของมีค่าของตน เนื่องจากนามของไรเดนนั้น ไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินถึงความโหดเหี้ยมพวกเขาเป็นนักล่าค่าหัว เป็นนักฆ่า และกลุ่มคนที่โหดเหี้ยมไร้ปรานี ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไร และซ่อนตัวอยู่ที่ไหน พวกเขาเหมือนเงามืดยามค่ำคืน เหมือนมัจจุราชที่มากับความมืด และกลิ่นอายแห่งความตายการปรากฏตัวของไรเดน คือการปรากฏตัวของพญามัจจุราชแห่งความตาย ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจหนีเงื้อมมือของไรเดนไปได้ รสสุคนธ์มองไปรอบๆ จนกระทั่งต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นข้างๆ หู หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงคล้ายของมีคมตวัดกับบางสิ่ง พร้อมๆ กับเสียงของหนักตกลงบนพื้น สิ่งนั้นกำลังกลิ้งมายังปลายเ




![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


