Share

บทที่ 1.4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-18 06:35:41

“อีกสองวันขอรับท่านฮายาบุสะ”

“ดี ส่งข่าวไปยังโนบุโยชิและโยโกยามะเพื่อเรียกตัวไรเดนทุกคนกลับหมู่บ้าน ทิ้งไว้แค่สายสืบเพื่อคอยจับตาดูมิยาโมโต้เท่านั้น”

“ขอรับ”

“ทาเครุ”

“ขอรับท่านฮายาบุสะ”

“ไปสืบดูว่านักสำรวจที่จะร่วมเดินทางไปครั้งนี้มีทั้งหมดกี่คน”

“ขอรับ”

ฮายาบุสะ อากิ ยืนจ้องมองไปยังท้องถนนด้วยใบหน้านิ่งเฉย เขาใคร่ครวญบางอย่างอยู่ในใจเงียบๆ ซึ่งในระหว่างนั้นคนของเขาที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ไม่กล้าขยับตัว หรือเอ่ยถามอะไรออกมา

พวกเขาได้แต่ยืนอย่างนอบน้อมเพื่อรอฟังคำสั่ง กระทั่งผู้เป็นนายขยับตัวจึงกล้าขยับตาม

“กลับหมู่บ้าน”

หลังจากก้าวนำออกไปเขาก็เอ่ยออกมาเพียงประโยคสั้นๆ ซึ่งคนของเขาก็รับคำโดยดีพร้อมกับรีบเดินตามผู้เป็นนายออกไป

ไม่นานในร้านก็เงียบงันลงไปทิ้งเอาไว้เพียงความว่างเปล่าของตู้โชว์ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีฝักดาบยาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไรเดน

และจะมีเพียงไรเดนเท่านั้นที่รู้และเข้าใจความหมายของการประดับฝักดาบเอาไว้หน้าร้าน

“เมื่อครู่คุณพูดว่าอะไรนะคะ”

น้ำเสียงของรสสุคนธ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทำให้มิยาโมโต้ ทาเคชิอมยิ้ม เมื่อในที่สุดเขาก็สามารถดึงความสนใจของเธอเอาไว้ได้ ตั้งแต่ตอนหัวค่ำที่เขาไปรับรสสุคนธ์ออกมาทานอาหารเย็นหลังจากการประชุมจบลง

หญิงสาวแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากมากับเขา แต่เธอจำใจต้องออกมาเพราะขวัญชีวาคะยั้นคะยอ แต่กระนั้นการที่เธอมีท่าทีเฉยชาเวลาที่เขาชวนสนทนา กลับทำลายความมั่นใจในตัวเองของเขา มากกว่าท่าทีเหมือนโดนบังคับแต่แรก

“เรื่องอะไรหรือครับ”

“ก็เมื่อครู่คุณพูดถึงกลุ่มโจรที่มีหัวหน้าดวงตาสีเขียวชื่ออะไรนะคะ ไรเดนใช่ไหม”

“อ๋อ ใช่ครับ แต่ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกไรเดนจะมีอยู่จริง เพราะนี่มันสมัยไหนแล้ว ไม่ว่าจะซามูไร นินจา หรือไรเดน ต่างก็เป็นแค่นิยายก่อนนอนสำหรับผมเท่านั้นแหละครับ” มิยาโมโต้ยักไหล่ราวกับไม่แยแส

“แล้วพวกเขาเป็นใครหรือคะ”

“ไรเดนน่ะเหรอครับ อืม...เรื่องนี้คงต้องพูดกันยาวหน่อยครับ เพราะตั้งแต่เด็กผมก็ได้ยินเรื่องของพวกเขาแล้ว พวกเขาเหมือนกลุ่มคนเถื่อน กลุ่มโจรที่ลักพาตัวเด็กๆไปฝึกการต่อสู้แล้วก็นักฆ่า พวกเขารับจ้างฆ่าคนเพื่อความอยู่รอด คนพวกนี้ขอแค่มีเงินจ้าง พวกเขาก็ฆ่าได้ทั้งนั้นละครับ”

“แล้วกฎหมายใช้ไม่ได้กับไรเดนหรือคะ”

“โอย พวกเขาไม่รู้กฎหมายหรอกครับ แต่ถึงรู้พวกเขาก็คงไม่สนเพราะอย่างว่าแหละครับคนป่าพวกนั้นไม่รู้ว่าอ่านออกเขียนได้หรือเปล่า อย่าว่าแต่กฎหมายเลย ไม่รู้ว่าเคยก้าวออกมาจากป่าบ้างหรือเปล่า คงไม่รู้ว่าบ้านเมืองไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว”

“แต่คุณบอกเองว่าขอเพียงมีเงินจ้าง พวกเขาก็ฆ่าได้ทั้งนั้น แล้วแบบนี้พวกเขาไม่เคยถูกจับบ้างหรือคะ”

“เท่าที่ทราบยังไม่เคยนะครับ สงสัยเพราะโชคช่วย ได้ยินมาว่าพวกนี้เล่นคุณไสยมนต์ดำด้วย น่าจะใช้วิธีนี้หลบหนี”

“แล้วคุณคิดว่าพวกเขามีตัวตนจริงๆ ไหมคะ”

“น่าจะมีนะครับ แต่ก็คงจะเป็นสักร้อยๆ ปีก่อนโน้น เพราะอย่างที่บอกละครับว่าพวกซามูไร นินจาหรือไรเดนน่ะคงสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ถึงจะมีก็คงเป็นรุ่นคุณตาที่ไม่มีแม้แต่แรงจะฆ่าไก่แล้วละครับ”

มิยาโมโต้เอ่ยกลั้วหัวเราะ โดยไม่ทันได้สังเกตดวงตาครุ่นคิดของรสสุคนธ์แม้แต่น้อย

“ไรเดน ...กลุ่มโจรที่มีหัวหน้าตาสีเขียว บังเอิญกระมัง” หญิงสาวขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง

หลังจากกลับโรงแรมที่พักรสสุคนธ์ก็ยังคงครุ่นคิดกับสิ่งที่ได้ยินมา เรื่องราวของไรเดนติดอยู่ในใจของเธออย่างน่าประหลาด ความจริงแล้วหญิงสาวพยายามคิดเสียว่าเป็นเพราะดวงตาสีเขียวของชายหนุ่มผู้นั้น จึงทำให้ตัวเองพลอยคิดมากจนจับมารวมกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.2 จบ

    ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 6.1 หวนคืนบ้าน

    หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.7

    “รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.6

    วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.5

    นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 5.4

    ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 3.5

    รสสุคนธ์ขมวดคิ้วก่อนจะสบตากับเขา ตอนนี้เธอมองเห็นใบหน้าของเขาแล้ว จึงมั่นใจว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไปนี้เธอก็สามารถเข้าใจได้ทันทีเธอเป็นชาวต่างชาติที่แม้จะสามารถพูด และเข้าใจภาษาของคนที่นี่ แต่บางครั้งการพูดโดยที่เธอสามารถมองดูคู่สนทนา ก็ช่วยให้เธอเข้าใจได้มากยิ่งกว่า แต่ประกายบางอย่างในดวงตาของเข

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.10

    “แบ่งคนของเราให้คุ้มครองนักสำรวจที่นี่ เดินทางไปอีกครู่ใหญ่จะถึงชายป่า ที่นั่นจะมีลานกว้างขวางเพียงพอที่จะใช้เป็นที่พัก ให้ทุกคนหยุดพักที่นั่นและกางกระโจมรออย่าได้เข้าไปในป่าหากเรายังไม่กลับมา ส่วนนายกับคนของนายไปกับฉัน ฉันจะล่วงหน้าไปดูก่อนว่าประตูนั้นอยู่จุดไหน หากล่าช้าเราจะหามันไม่พบ ไป!”เขาตว

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.9

    ไม่รู้เหตุใดรสสุคนธ์จึงตอบไปแบบนั้น เธอกวาดสายตามองไปยังคนของโอโตกะแล้วให้รู้สึกหวาดหวั่นชอบกล ไม่รู้ว่าเธอกำลังห่วงคนพวกนี้ว่าจะเอาชีวิตไปทิ้ง หรือห่วงว่าคนเหล่านี้จะทำอันตรายไรเดนเหล่านั้นกันแน่“ขวัญ เธอว่าในกล่องพวกนั้นคืออะไร” รสสุคนธ์เหลือบมองสัมภาระของโอโตกะพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อนรัก“ยังต้องถ

  • จ้าวดวงใจไรเดน   บทที่ 1.8

    “คุณโอโตกะคะ” รสสุคนธ์เดินเข้าไปหาผู้นำการเดินทางด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เนื่องจากเธอมีเวลาเก็บสัมภาระสำหรับการเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ“ครับมีสชนานุสรณ์”“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ”“ไม่มีอะไรนี่ครับ ผมแจ้งไปแล้วว่าหากล่าช้าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย หิมะกำลังจะตก หากเรายังไม่ออกเดินทางหิมะจะปิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status