LOGIN“อีกสองวันขอรับท่านฮายาบุสะ”
“ดี ส่งข่าวไปยังโนบุโยชิและโยโกยามะเพื่อเรียกตัวไรเดนทุกคนกลับหมู่บ้าน ทิ้งไว้แค่สายสืบเพื่อคอยจับตาดูมิยาโมโต้เท่านั้น”
“ขอรับ”
“ทาเครุ”
“ขอรับท่านฮายาบุสะ”
“ไปสืบดูว่านักสำรวจที่จะร่วมเดินทางไปครั้งนี้มีทั้งหมดกี่คน”
“ขอรับ”
ฮายาบุสะ อากิ ยืนจ้องมองไปยังท้องถนนด้วยใบหน้านิ่งเฉย เขาใคร่ครวญบางอย่างอยู่ในใจเงียบๆ ซึ่งในระหว่างนั้นคนของเขาที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ไม่กล้าขยับตัว หรือเอ่ยถามอะไรออกมา
พวกเขาได้แต่ยืนอย่างนอบน้อมเพื่อรอฟังคำสั่ง กระทั่งผู้เป็นนายขยับตัวจึงกล้าขยับตาม
“กลับหมู่บ้าน”
หลังจากก้าวนำออกไปเขาก็เอ่ยออกมาเพียงประโยคสั้นๆ ซึ่งคนของเขาก็รับคำโดยดีพร้อมกับรีบเดินตามผู้เป็นนายออกไป
ไม่นานในร้านก็เงียบงันลงไปทิ้งเอาไว้เพียงความว่างเปล่าของตู้โชว์ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีฝักดาบยาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไรเดน
และจะมีเพียงไรเดนเท่านั้นที่รู้และเข้าใจความหมายของการประดับฝักดาบเอาไว้หน้าร้าน
“เมื่อครู่คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
น้ำเสียงของรสสุคนธ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทำให้มิยาโมโต้ ทาเคชิอมยิ้ม เมื่อในที่สุดเขาก็สามารถดึงความสนใจของเธอเอาไว้ได้ ตั้งแต่ตอนหัวค่ำที่เขาไปรับรสสุคนธ์ออกมาทานอาหารเย็นหลังจากการประชุมจบลง
หญิงสาวแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากมากับเขา แต่เธอจำใจต้องออกมาเพราะขวัญชีวาคะยั้นคะยอ แต่กระนั้นการที่เธอมีท่าทีเฉยชาเวลาที่เขาชวนสนทนา กลับทำลายความมั่นใจในตัวเองของเขา มากกว่าท่าทีเหมือนโดนบังคับแต่แรก
“เรื่องอะไรหรือครับ”
“ก็เมื่อครู่คุณพูดถึงกลุ่มโจรที่มีหัวหน้าดวงตาสีเขียวชื่ออะไรนะคะ ไรเดนใช่ไหม”
“อ๋อ ใช่ครับ แต่ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกไรเดนจะมีอยู่จริง เพราะนี่มันสมัยไหนแล้ว ไม่ว่าจะซามูไร นินจา หรือไรเดน ต่างก็เป็นแค่นิยายก่อนนอนสำหรับผมเท่านั้นแหละครับ” มิยาโมโต้ยักไหล่ราวกับไม่แยแส
“แล้วพวกเขาเป็นใครหรือคะ”
“ไรเดนน่ะเหรอครับ อืม...เรื่องนี้คงต้องพูดกันยาวหน่อยครับ เพราะตั้งแต่เด็กผมก็ได้ยินเรื่องของพวกเขาแล้ว พวกเขาเหมือนกลุ่มคนเถื่อน กลุ่มโจรที่ลักพาตัวเด็กๆไปฝึกการต่อสู้แล้วก็นักฆ่า พวกเขารับจ้างฆ่าคนเพื่อความอยู่รอด คนพวกนี้ขอแค่มีเงินจ้าง พวกเขาก็ฆ่าได้ทั้งนั้นละครับ”
“แล้วกฎหมายใช้ไม่ได้กับไรเดนหรือคะ”
“โอย พวกเขาไม่รู้กฎหมายหรอกครับ แต่ถึงรู้พวกเขาก็คงไม่สนเพราะอย่างว่าแหละครับคนป่าพวกนั้นไม่รู้ว่าอ่านออกเขียนได้หรือเปล่า อย่าว่าแต่กฎหมายเลย ไม่รู้ว่าเคยก้าวออกมาจากป่าบ้างหรือเปล่า คงไม่รู้ว่าบ้านเมืองไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว”
“แต่คุณบอกเองว่าขอเพียงมีเงินจ้าง พวกเขาก็ฆ่าได้ทั้งนั้น แล้วแบบนี้พวกเขาไม่เคยถูกจับบ้างหรือคะ”
“เท่าที่ทราบยังไม่เคยนะครับ สงสัยเพราะโชคช่วย ได้ยินมาว่าพวกนี้เล่นคุณไสยมนต์ดำด้วย น่าจะใช้วิธีนี้หลบหนี”
“แล้วคุณคิดว่าพวกเขามีตัวตนจริงๆ ไหมคะ”
“น่าจะมีนะครับ แต่ก็คงจะเป็นสักร้อยๆ ปีก่อนโน้น เพราะอย่างที่บอกละครับว่าพวกซามูไร นินจาหรือไรเดนน่ะคงสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ถึงจะมีก็คงเป็นรุ่นคุณตาที่ไม่มีแม้แต่แรงจะฆ่าไก่แล้วละครับ”
มิยาโมโต้เอ่ยกลั้วหัวเราะ โดยไม่ทันได้สังเกตดวงตาครุ่นคิดของรสสุคนธ์แม้แต่น้อย
“ไรเดน ...กลุ่มโจรที่มีหัวหน้าตาสีเขียว บังเอิญกระมัง” หญิงสาวขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง
หลังจากกลับโรงแรมที่พักรสสุคนธ์ก็ยังคงครุ่นคิดกับสิ่งที่ได้ยินมา เรื่องราวของไรเดนติดอยู่ในใจของเธออย่างน่าประหลาด ความจริงแล้วหญิงสาวพยายามคิดเสียว่าเป็นเพราะดวงตาสีเขียวของชายหนุ่มผู้นั้น จึงทำให้ตัวเองพลอยคิดมากจนจับมารวมกัน
รสสุคนธ์เลิกคิ้วมองชายหนุ่มหล่อเหลาทว่าเย็นชาตรงหน้านิ่ง เธอเดาไม่ถูกว่าเขามีอารมณ์เช่นไรในตอนนี้ และเขาต้องการอะไรจากเธอ จึงจับเธอมาแล้วปฏิบัติกับเธอประหนึ่งแขกผู้มาเยือนฮายาบุสะเองก็จ้องมองหญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขายังไม่แน่ใจในสถานะของหญิงสาว แต่ก็สงสัยเหลือเกินว่าเธออาจเป็นสตรีที่คำทำนายบอกไว้ว่าสักวันหนึ่งจะมาสตรีที่พยัคฆ์ขาวเลือกเอาไว้ให้เขาสตรีที่จะมาเป็นนายหญิงของฮายาบุสะคำทำนายนี้เขาได้ยินมาจากพ่อและแม่ของเขา ซึ่งอยู่ในพิธีทำนายชะตาในขณะที่เขาอายุได้เพียงสิบขวบ“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณคามิยะ เขามาที่นี่หรือ แล้วคนอื่นล่ะ เพื่อนๆ นักสำรวจของฉัน คุณโอโกตะกับคนของเขา”รสสุคนธ์เอ่ยถามอย่างร้อนใจ เพราะดูจากสภาพกระโจมที่ถูกโจมตีเมื่อคืนที่คนของโอโกตะซึ่งมีอาวุธครบมือ ยังไม่อาจเอาชนะไรเดนเหล่านี้ได้ อีกทั้งตัวเธอที่ถูกจับมาเช่นนี้ ก็เป็นการย้ำชัดถึงผลการปะทะว่าใครคือผู้กำชัยชนะ“เป็นห่วงพวกเขาหรือ”น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเยาะหยันของฮายาบุสะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่โง่ที่จะแสดงออกมา เพราะสถานการณ์เป็นเชลยของตัวเองในยามนี้ท่าทีของเธอทำให้ฮายาบุสะ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ถือว่าใหญ่มาก ห้องนี้นอกจากฟูกนอนแล้วด้านหลังของเธอยังมีตู้สองใบตั้งอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าหรือเอาไว้ใช้เก็บของ แต่นอกเหนือจากนั้นห้องนี้ก็ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเสียงประตูถูกเลื่อนเปิดทำให้รสสุคนธ์สะดุ้ง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดกิโมโนเรียบๆ สีน้ำเงินซีดๆ เดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงตรงฟูกอีกด้านใบหน้าเรียบเฉยก้มนิ่งราวกับไม่กล้าเงยขึ้นมามองหญิงสาว ซึ่งนั่นทำให้รสสุคนธ์ประหลาดใจเล็กน้อย“หลังจากท่านอาบน้ำแต่งตัวแล้ว นายท่านให้มาเชิญเจ้าค่ะ”“นายท่านหรือคะ”“ท่านฮายาบุสะเจ้าค่ะ”“อ้อ” รสสุคนธ์นั่งนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดเธอแปลกใจเล็กน้อยกับความสุขุมของตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเธอเองหากทีท่าทีหวาดกลัวคงจะโวยวายเสียงดัง หรือไม่ก็คงพยายามหาทางหนี แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นของเธอกลับเข้ามาแทนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจนแทบไม่เหลือเธออยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่เธอเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ทั้งความฝันประหลาดๆ นั้น ทั้งพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่ และฮายาบุสะผู้มีดวงตาสีเดียวกันกับพยัคฆ์ขาวหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นชุดกิโมโนสีแดงเข้มแบบเรียบง่าย โดยมีซึชิวาระให้ความช่วยเหลือรสสุคน
“ฮายาบุสะ”รสสุคนธ์กระซิบกับตัวเองเสียงเบา แต่กระนั้นคนที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ก็ยังได้ยิน ดวงตาคมดุสีเขียวหรี่ลงและเพิ่มความกระด้างแรงรัดรอบเอวที่เพิ่มขึ้นทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่กระนั้นคนตัวใหญ่กว่าก็ไม่แยแส เขาสบตากับหญิงสาวนิ่ง ในขณะที่สั่งการด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังโกรธจัด“เอาตัวไปให้มาริที่หมู่บ้าน เฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีไปได้!”“คนที่หลงไปเล่าขอรับนายท่าน”“ต้อนออกไปจากป่าให้หมด”“นายท่าน แล้วโอโตกะ”“ฉันจะจัดการเอง ไปได้แล้ว” เสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกเดินไป โดยไม่หันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่ถูกชายชุดดำอีกคนพาเดินแยกออกไปอีกทางตอนนั้นเองรสสุคนธ์รู้สึกว่าตัวเองทานทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เรื่องราวที่เธอเพิ่งจะเผชิญช่างหนักหนาเหลือเกิน สติรับรู้และเรี่ยวแรงของเธอมลายหายไป หลงเหลือเพียงความดำมืดที่คืบคลานเข้าหา“นายท่าน!!” ฮาโระอุทานเพราะหญิงสาวที่เขากำลังจะใช้เชือกมัดมือหมดสติลงฮายาบุสะที่ตั้งท่าจะผละไปหันหลังกลับมาทันที เขาอุ้มร่างอรชรขึ้น ก่อนหันไปสั่งการให้คนของตนนำม้าของเขามาอย่างเร่งด่วนอ้อมแขนแข็งแรงส่งตัวหญิงสาวให้ฮาโระอีกครั้ง ในตอนที่อีกฝ่ายขึ้นม้าเรียบร้อยแล
คลองสายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นอุ้งเท้าสีขาว ซึ่งกำลังจมหายลงไปในพื้นหิมะ แม้จะไม่อยากมองแต่เมื่อลืมตาขึ้นและค่อยๆ ไล่สายตาไปตามขาหน้าของเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ในที่สุดรสสุคนธ์ก็สบเข้ากับสายตาสีเขียวคมกล้าของพยัคฆ์ขาว ซึ่งในยามนี้มันกำลังยืนค้ำอยู่เหนือร่างของเธอที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแตะออกมาจากวงการต่อสู้ แต่กระนั้นเธอก็เจ็บระบมจากแรงกระแทกเสียงสูดดมฟุดฟิดของพยัคฆ์ขาวดังสลับกันไป ในตอนที่เจ้าตัวใหญ่เดินวนไปรอบร่างเล็กหญิงสาวตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว แม้ว่าจะมองไม่เห็นแววมุ่งร้ายในดวงตาสีเขียวคู่นั้นแล้วก็ตามเจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่สีขาวลายสลับเทา ดูเหมือนกำลังประหลาดใจ มากกว่าการสำรวจเหยื่ออันโอชะ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจวางใจได้เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังเดินใกล้เข้ามา รสสุคนธ์ละสายตาไปจากพยัคฆ์ขาว ทว่าเธอกลับสานสบสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียวอีกคู่ของชายหนุ่มชุดดำแทนเขายืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว จากจุดที่เธอนอนแผ่อยู่บนพื้นใกล้กับอุ้งเท้าอันใหญ่โตของเจ้าตัวใหญ่ ชายหนุ่มผู้นั้นชะงักเมื่อมองเห็นเช่นนั้นเขาไม่ไ
ร่างเล็กค่อยๆ กระเสือกกระสนไปข้างหน้า พร้อมกับหอบหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง เพราะความเหน็ดเหนื่อย แต่เท้าทั้งสองข้างก็ยังพยายามออกเดินไปช้าๆ กระทั่งหูทั้งสองข้างได้ยินเสียงลมหายใจหนักๆ ยาวๆ ทว่าหนักแน่นดังฝ่าความเงียบอยู่ด้านหลังไม่รู้ว่าทำไมรสสุคนธ์จึงไม่กล้าหันหลังกลับไป อาจเพราะเธอรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง หรือเพราะเธอได้กลิ่นสาบสางโชยออกมาจากเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังก็สุดรู้หญิงสาวพยายามปรับลมหายใจให้ช้าลง กระทั่งร่างอรชรค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ แต่ดูเหมือนเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหลังไม่ได้หยุดอยู่กับที่ดังที่เธอคิด เพราะทันทีที่หญิงสาวหมุนตัวไปได้เพียงนิด เงาของเสือโคร่งตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในคลองสายตา มันเดินอ้อมเข้ามาเผชิญหน้ากับเธอ ราวกับกำลังหยั่งเชิงเหยื่ออันโอชะภาพตรงหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาด เนื่องจากเธอเคยฝันแบบนี้ซ้ำๆ เพียงแต่ในความฝันนั้นจะต่างกันเล็กน้อยเสือตัวที่อยู่ตรงหน้าคือเสือโคร่งลายพาดกลอนที่ดูหิวโซ ไม่ใช่เสือขาวตัวใหญ่ที่ดูสง่างาม และดวงตาของเจ้าเสือโคร่งก็เป็นสีอำพันแวววาว ไม่ใช่สีเขียวล้ำลึกราวกับห้วงแห่งมหรรณพ‘ฉันกำลังจะตาย’รสสุคนธ์บอกตัวเองแบบนั้น แต่เท้าทั้งสองข
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวของผู้ที่พลังชีวิตกำลังจะถูกพรากไป ทำให้รสสุคนธ์ยืนตัวแข็งอย่างตื่นตระหนก“ไรเดน พวกไรเดน!!” เสียงแตกตื่นเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น พร้อมกับเสียงปืนและเสียงระเบิดของผู้คุ้มกัน ตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องแล้ว‘ไรเดน’ นามเรียกขานของกลุ่มคนที่ทำให้เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าที่เป็นกลุ่มคนที่กำลังยืนละล้าละลังเหมือนรสสุคนธ์มีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันตา หลายคนรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยไม่ห่วงข้าวของมีค่าของตน เนื่องจากนามของไรเดนนั้น ไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินถึงความโหดเหี้ยมพวกเขาเป็นนักล่าค่าหัว เป็นนักฆ่า และกลุ่มคนที่โหดเหี้ยมไร้ปรานี ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไร และซ่อนตัวอยู่ที่ไหน พวกเขาเหมือนเงามืดยามค่ำคืน เหมือนมัจจุราชที่มากับความมืด และกลิ่นอายแห่งความตายการปรากฏตัวของไรเดน คือการปรากฏตัวของพญามัจจุราชแห่งความตาย ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจหนีเงื้อมมือของไรเดนไปได้ รสสุคนธ์มองไปรอบๆ จนกระทั่งต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นข้างๆ หู หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงคล้ายของมีคมตวัดกับบางสิ่ง พร้อมๆ กับเสียงของหนักตกลงบนพื้น สิ่งนั้นกำลังกลิ้งมายังปลายเ







