Share

ตอนที่ 1 หวังฟางเซียน 1.1

last update Tanggal publikasi: 2025-11-06 14:53:22

กรุงปักกิ่ง

 หอพักมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

 “ข้าจะตามหาเจ้าลี่เซียน!!!” เสียงแผ่วเบาล่องลอยมาตามสายลม

 แต่เหตุใดเล่าราวกับว่าเสียงนั้นกระซิบอยู่ชิดริมหูของหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังนิทราอย่างสนิทด้วยเพราะเธอเดินทางมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน หญิงสาวเชื้อสายจีนเดิมมีถิ่นพำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นามว่าหวังฟางเซียน เดินทางมาศึกษาต่อในสำนักวิชาโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์วิทยาในระดับชั้นปริญญาตรี

 เธอเดินทางเข้าแผ่นดินจีนเป็นครั้งแรกในชีวิต หญิงสาวเกิดที่ประเทศจีนแต่ไปเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดตามพ่อและแม่ของเธอ ซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์ด้วยกันทั้งคู่ พ่อและแม่ของเธอพบรักกันในขณะที่เดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก จนตัดสินใจแต่งงานและให้กำเนิดบุตรสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นในสายตระกูลหวัง ก่อนจะโยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งบุตรสาวเพียงคนเดียวสามารถสอบชิงทุนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐในดินแดนมังกรแห่งนี้ได้ แทนที่จะเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา

 แม้ทั้งสองจะไม่เห็นด้วยเท่าใดนักแต่ก็มิอาจขัดใจบุตรสาวเพียงคนเดียวของทั้งสองได้ ด้วยฟางเซียนคอยพูดอยู่เสมอว่าเธอจะกลับมาอยู่ที่ประเทศจีนให้ได้ด้วยตัวของเธอเอง เพราะบ้านที่แท้จริงของหญิงสาวคือแผ่นดินจีนหาใช่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด ด้วยวัยเพียงสิบเก้าปี ซึ่งหญิงสาวก็สามารถสอบชิงทุนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทของมหาวิทยาลัยปักกิ่งรวดเดียวเป็นผลสำเร็จโดยไม่ต้องง้อพ่อและแม่ของเธอแม้แต่น้อย

 มิหนำซ้ำยังสามารถพูดภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาราชการของจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว รวมไปถึงจีนกวางตุ้ง จีนแต้จิ๋วหรือแม้กระทั่งจีนไหหลำ เธอก็สามารถเรียนรู้และใช้ภาษเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่วจนคนเป็นพ่อและแม่ยังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะทั้งสองสามารถพูดภาษาจีนกลางได้เท่านั้นไม่นับรวมภาษาอังกฤษที่ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตประจำวันในสหรัฐอเมริกา

 และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินทางไกลจากบ้านที่สหรัฐ อเมริกาเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตในฐานะประชาชนจีน ซึ่งเธอก็มีบัตรประชาชนเช่นเดียวกับชาวจีนทั่วไปเช่นกัน และกิจกรรมมากมายสำหรับนักศึกษาใหม่ในระดับปริญญาตรีทำให้เธอเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวดทำให้เธอเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาล เสียงเพรียกหาดังเช่นเสียงกระซิบแผ่วล่องลอยกระทบเข้ากับโสตประสาทของเธอ และเจ้าหล่อนกำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความฝัน

 ใบหน้าสวยดั่งพระจันทร์เริ่มส่ายไปมาราวกับว่ากำลังฝันร้ายก็ว่าได้ เหงื่อมากมายเริ่มผุดพรายอยู่เต็มใบหน้าพร้อมเสียงร้องตะโกนก้องออกมาจนสุดเสียง

 “เทียนอี้!!!” ร่างระหงลุกพรวดพราดจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่งามสอดส่ายสายตาไปมาอย่างตื่นตระหนกราวกับว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นคือความจริง

 “โอ๊ย! คนจะหลับจะนอนตะโกนอะไรกลางดึกฟางเซียน!” รูมเมตของหญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความรำคาญ

 “ขะ… ขอโทษ... ฉันขอโทษนะ พอดีฝันร้ายไปหน่อย” หญิงสาวตอบกลับแม่เพื่อนร่วมห้องเสียงอ่อยๆ

 “นี่แม่คุณ แทนที่จะฝันดีดันฝันร้ายทำไมยะ พรุ่งนี้เราจะได้พบอาจารย์ที่เป็นขวัญใจของบรรดานักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ควรจะฝันหวานถึงอาจารย์ผู้หล่อเหลาประดุจองค์เง็กเซียนฮ่องเต้จึงจะถูก

 ฟางเซียนได้แต่ส่ายหน้าไปมาติดๆ กันเมื่อได้ยินเพื่อนร่วมห้องละเมอใฝ่ฝันอาจารย์หนุ่มหล่อที่ต่างพากันกล่าวถึงไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยนับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามาในเขตแดนมหาวิทยาลัยแห่งนี้

 “อาจารย์ก็คน พวกเราก็คนหน้าตาก็เหมือนกัน แตกต่างกันตรงไหน ผู้ชายที่หล่อกว่าอาจารย์มีเยอะแยะถมเทไป อะไรจะพากันละเมอเพ้อพกถึงขนาดนี้” หญิงสาวมีความเห็นแย้งแตกต่างกับเพื่อนร่วมห้อง ทำให้แม่เพื่อนสาวที่กำลังนอนหันหลังให้บนเตียงตรงกันข้ามเด้งกายขึ้นจากที่นอนทันที

 “มีแต่เธอนี่แหละมั้งที่มีความเห็นต่างกว่าคนอื่น แสดงเธอยังไม่เคยเห็นคณบดีของพวกเราใช่ไหมล่ะ”

 แทนการตอบนับหญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กัน

 “ฉันจะเคยเห็นได้ยังไงก็ในเมื่อเพิ่งจะเข้าแผ่นดินจีนเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะเลือกที่จะเรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์ถึงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ยังไงเล่า”

 แม่เพื่อนสาวตัวดีพยักหน้าขึ้นลงเมื่ออีกฝ่ายบอกออกมาเช่นนั้น

 “อันที่จริงก็ไม่มีใครเคยเห็นคณบดีของพวกเราหรอกนะ ฉันก็ได้ยินเขาพูดต่อๆ กันมาอีกทีเหมือนกัน... แหะๆ” แม่เพื่อนสาวเอ่ยสารภาพเสียงอ่อยๆ

 “โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็นึกว่าเคยเห็นแล้วเสียอีก” ฟางเซียนพูดพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

 “แต่จะว่าไปอาจารย์ก็ทำตัวลึกลับชอบกล เห็นใครๆ เขาพูดกันว่าอาจารย์จะไปจะมารวดเร็วมากเหมือนล่องหนได้เลย และไม่ใช่ว่าสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งนะ เขาว่ากันว่าอาจารย์มาจากฉางอาน มีผลงานการขุดค้นมากมายเกี่ยวกับเมืองฉานอานและเมืองลั่วหยาง จึงถูกเชิญให้มาเป็นคณบดีสาขาประวัติศาสตร์จีนที่ปักกิ่งนี่ไง และอาจารย์ยังสามารถอ่าน เขียน ภาษาโบราณตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินจีนที่จารึกบนกระดองเต่ามากมาย จนถึงยุคที่สามารถผลิตกระดาษขึ้นมาใช้ อาจารย์อ่านได้หมดเลยนะเธอ”

 “อือหือ... จริงเหรอนั่น... ใช่คนแน่นะจื่อเหยา” จู่ๆ ฟางเซียนก็พูดโพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับว่าอาจารย์หนุ่มที่กำลังกล่าวขานอยู่นั้นไม่ใช่คน

 “เฮ้ย! ยายบ้า! ก็คนน่ะสิ หรือเธอว่าอาจารย์ไม่ใช่คนหรือยังไง” จื่อเหยาต่อว่าเพื่อนร่วมห้องเป็นการใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้น

 “เอ้า... ก็เล่นบอกว่าอ่านภาษาโบราณได้ตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินจีน ฉันก็คิดว่าคงเป็นเหล่าเซียนองค์ใดองค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ก็เท่านั้นเอง ถ้าอาจารย์ไม่ใช่คนก็คงเป็นบุ้นเชียงตี่กุน [1]เทพแห่งปัญญา ฉันก็เลยคิดแบบนั้น” หญิงสาวพูดพลางยักไหล่ขึ้นลงทั้งสองข้างพร้อมๆ กันก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 “แต่จะว่าไปฉันก็ว่าแปลกอาจารย์มีผลงานการขุดค้นทางด้านประวัติ-ศาสตร์ แต่มาเป็นคณบดีสาขาประวัติศาสตร์ได้ตั้งแต่ยังหนุ่มเลยเหรอ ปกติระดับคณบดีน่าจะอายุห้าสิบปีขึ้นไปแล้วกระมัง หรือเธอว่ายังไงจื่อเหยา” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เธอผิดสังเกต

 “ไอ้เรื่องอายุฉันก็ไม่รู้ ได้ยินเขาพูดกันต่อๆ มาว่าอาจารย์คงจะราวสามสิบหรือสามสิบต้นๆ เท่านั้นเองนะ สูงใหญ่ บึกบึนโคตรแมนเป็นบ้าเลย บางทีอาจารย์คงจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีใบหน้าก็เลยอ่อนเยาว์กระมัง แบบนี้สิน่ากินเป็นบ้าเลย แก่แล้วก็ยังเซ็กซี่คริคริคริ” เจ้าหล่อนพูดพลางหัวเราะคิกคักเป็นการใหญ่ก่อนจะล้มตัวลงนอน พร้อมเอ่ยสำทับขึ้น

 “รีบนอนเถอะฟางเซียน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปฟังคณบดีรูปหล่อกล่าวต้อนรับพวกเราดีกว่าเธอ” จื่อเหยากล่าวพร้อมกระพือผ้าห่อของเจ้าหล่อนพร้อมคลุมกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมิดชิด

 “ตามสบายเถอะ... เสียเวลาอ่านหนังสือเปล่าๆ ไปฟังก็แค่นั้น สู้ไปหาอะไรอ่านในห้องสมุดดีกว่า ในนั้นมีตำราประวัติศาสตร์และหนังสือหายากเก็บรักษาไว้เหมือนในพิพิธภัณฑ์ไม่มีผิดเพี้ยน เอาเวลาที่มีค่าทำประโยชน์โดยการอ่านหนังสือดีที่สุด” หญิงสาวรำพึงเบาๆ กับตัวเอง พร้อมเอนกายลงบนที่นอนหนานุ่มตามเดิม พลางปิดสวิตช์ไฟหัวเตียงจนภายในห้องมืดสนิท ท่าม กลางดวงตาหวานคู่สวยยังคงมองเพดานห้องท่ามกลางความมืดนั้น

 “ใครกันนะจ้าวเทียนอี้ แล้วลี่เซียนล่ะเป็นใคร ทำไมฉันถึงได้ฝันเห็นอะไรแปลกๆ แบบนี้นับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงด้วยนะ ฝันเหมือนกันทุกวันเลยสินะ ราวกับว่าตัวเราเหมือนหลุดไปดูหนังจีนสมัยโบราณอย่างไรอย่างนั้นเลย แล้วมันเกี่ยวกับฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถังอีกด้วย... ถังเสวียนจง... จ้าวเทียนอี้...ลี่เซียน” หญิงสาวรำพึงชื่อของบุคคลที่เธอฝันเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา ก่อนจะผล็อยหลับไปโดยมิรู้ตัว

 ท่ามกลางความมืดมิดแห่งรัตติกาล ความเงียบงันแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลุ่มควันขาวค่อยๆ ล่องลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดสนิทอย่างช้าๆ ก่อนจะรวมตัวคล้ายร่างของบุรุษจนกระทั่งกลายเป็นร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะระดับขุนพลชั้นสูงในสมัยโบราณ ยืนมองฟางเซียนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในขณะนี้

 “ในที่สุดเจ้าก็กลับมาลี่เซียน... ข้าตามหาเจ้าพบแล้ว” ร่างสูงใหญ่ของนักรบโบราณกล่าวพร้อมคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างยิ่งยวด ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ

 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง[2]

 ห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีหนังสือ 9.0195 ล้านเล่มรวมถึงวารสารและหนังสือพิมพ์จีนและต่างประเทศ ห้องสมุดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลครบวงจรที่ทันสมัยมากมายอีกด้วยเป็นแหล่งรวมวิชาความรู้และสรรพวิชาทุกอย่างอยู่ในหอสมุดห้องนี้

 ร่างงามระหงในระดับความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ขี่จักรยานส่วนตัวผ่านประตูทางเข้าออกหลังจากแลกบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอขี่จักรยานผ่านเข้าไปในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางมากมายยิ่งนัก ท่ามกลางอากาศของต้นเดือนเมษายน อุณหภูมิในตอนเช้าต่ำกว่าสิบองศาและพอเข้าช่วงบ่ายจะสูงขึ้นมาเป็นสิบห้าองศา ต้นไม้ต่างๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยยังไม่มีใบ เพราะอากาศยังเย็นอยู่นั่นเอง ก่อนจะขี่ผ่านเจดีย์ปั่วหญ่าอันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

 เธอขับขี่จักรยานจนกระทั่งมาถึงจุดหมายนั่นก็คือหอสมุด ก่อนจะนำรถจักรยานเข้าไปจอดเก็บไว้ในสถานที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างงามค่อยๆ ก้าวเดินผ่านประตูใหญ่ของห้องสมุดที่ขึ้นชื่อได้ว่าใหญ่ที่สุดในเอเซีย ก่อนจะแหงนคอมองตั้งบ่าเมื่อเธอเห็นสิ่งที่อยู่ภายในอาคารโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่ภายในอาคารที่กำลังมองตรงมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน ด้วยเพราะฟางเซียนนอกจากเธอจะมีสติปัญญาเป็นเลิศแล้ว ความงามของเธอประดุจดั่งดอกโบตั๋นแรกแย้มฉันใดก็ฉันนั้น ใบหน้าหวานสวยดั่งดวงจันทรา คิ้วโก่งดั่งพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอิ่ม ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดนุ่มละมุนมือและรูปร่างที่แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดแต่มิอาจปิดส่วนเว้าส่วนโค้งที่ทุกคนเห็นแล้วไม่มีที่ใครจะไม่มอง

 “วะ... ว้าว... ช่างใหญ่โตอะไรเช่นนี้ นี่น่ะเหรอห้องสมุดซึ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีหนังสือรอให้เราอ่านหลายล้านเล่มเลยทีเดียว” หญิงสาวพูดพลางทำท่าทางคันไม่คันมือใคร่อยากอ่านหนังสือใจแทบขาด ตามปกตินิสัยของคนชอบอ่านและชอบเขียนนั่นเอง เธอเดินตรงดิ่งไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อกดหารายละเอียดหนังสือที่เธอต้องการค้นหาอย่างรวดเร็ว

 “ประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ถังอยู่ไหนน้า” หญิงสาวกวาดสายตาอยู่บนหน้าจอคอมก่อนจะหยุดลงเมื่อหน้าจอดังกล่าวบอกกับเธอว่า สิ่งที่ต้องการนั้นอยู่ที่ใด

 “ชั้นสามประวัติศาสตร์จีนโบราณ โอ้โห! อย่าบอกนะว่าทั้งชั้นเพราะลำพังชั้นเดียวก็กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้ว” หญิงสาวยืนพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปขึ้นลิฟต์ในตัวอาคารเพื่อขึ้นไปบนชั้นที่เธอต้องการ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 130 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.3 (อวสาน)

    ห้าปีผ่านไปเมืองกว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสามแห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจาก นั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประวัติศาสตร์จารึกยาวนานกว่าสองพันแปดร้อยปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กว่างโจวแม้จะเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน แต่กว่างโจวยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในรูปสถานที่สำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีนอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 128 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.1

    บ้านสกุลเฉินบริเวณทุ่งดอกเสาเย่า ดอกเสาเย่า ดอกไม้งามที่แลดูคล้ายดอกโบตั๋น สัญลักษณ์แห่งการลาจากและเป็นดอกไม้แห่งความรัก กลิ่นหอมโรยรื่นตลบอบอวลไปทั่วท้องทุ่ง พร้อมกับร่างเลือนรางของชายหญิงค่อยๆ ปรากฏท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่ในขณะนี้ ร่างอรชรอยู่ในอ้อมกอดของเทียนอี้ตลอดเวลา ใบหน้าสวยขาวซีดไร้สิ้นสีเลือดเจือจางกำลังก้าวสู่วาระสุดท้ายของชีวิตโดยมีดวงตาสีนิลเฝ้ามองฮูหยินแสนสวยด้วยความโศกเศร้าที่ล่วงรู้ว่ามิสามารถยื้อชีวิตให้นางคงอยู่ได้อีกต่อไป และมิอาจใช้อำนาจจากคัมภีร์อมตะเพื่อทำให้นางมีชีวิตกลับคืนมาได้อีก ด้วยเพราะการจะชุบชีวิตให้คนตายฟื้นกลับมาได้นั้นจะต้องยังไม่ถึงวันหมดอายุขัยที่แท้จริง ด้วยเหตุเพราะลี่เซียนได้หมดอายุขัยจริงในวันนี้แล้วนั่นเอง ซึ่งวันนี้คือวันที่นางถูกฝังทั้งเป็นพร้อมกับเทียนอี้ก่อนจะกลับมาแก้ไขอดีต ชาติ นางตายเพราะหมดอายุขัยแต่จ้าวเทียนอี้กว่าจะหมดอายุขัยจริงคือเก้าสิบหกปี ดังนั้นการจบชีวิตในครั้งก่อนจึงทำให้เทียนอี้สิ้นชีพลงทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยของตนเอ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 129 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.2

    ภายในห้องนอน ร่างระหงของฟางเซียนหลับใหลเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานกว่าหนึ่งปีแล้ว สองสามีภรรยาหวังจื่อหยางและหวังเจิ้นลี่ ต่างโยกย้ายหน้าที่การงานกลับคืนสู่แผ่นดินจีนและตั้งถิ่นฐานตามลักษณะงานของทั้งสอง ซึ่งสองสามีภรรยาต่างมีอาชีพเป็นแพทย์ด้วยกันทั้งคู่ จื่อหยางเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ส่วนเจิ้นลี่เป็นสูตินารีแพทย์ ทั้งสองเลือกซื้อบ้านในเซินเจิ้น เพราะย้ายกลับมาทำงานในเมืองนั้น เซินเจิ้นตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง และเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุด อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้คือสิ่งทออิเล็กทรอนิกส์, ของเล่นและเครื่องใช้ ไฟฟ้า แต่ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเหล่านี้อิงอยู่กับการลงทุนจากฮ่องกงเป็นสำคัญ ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังปรึกษาหารือในเรื่องของการทำงานอยู่ห้องฝั่งตรงกันข้ามกับห้องที่หญิงสาวกำลังนอนหลับใหลอยู่ในขณะนั้น เปลือกตาที่ปิดสนิทมาอย่างยาวนานบัดนี้กลอกกลิ้งไปมา ขนตายาวงามงอนเริ่มกระพริบขึ้นลงและเริ่มเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยจ้องเพดานเบื้องบนอยู่เป็นนาน ก่อนจะค่อยๆ เหลือบสายตา

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 126 คนอมตะ 1.3

    ร่างใหญ่เดินดุ่มๆ เข้าไปภายในพระตำหนักจินหลงอย่างไม่กลัวเกรงมุ่งตรงไปที่เป้าหมายที่ตนตั้งใจจะเอาชีวิตให้ได้ในวันนี้ ภายในมือโยนถุงผ้าเข้าไปในเปลวเพลิงจนเกิดเป็นกลุ่มควันขาวปกคลุมไปทั่วจนคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นภายในพระตำหนักได้ พร้อมดึงผ้าปิดจมูกของตนทันที “ไฟไหม้! ไฟไหม้มาถึงนี่แล้ว! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า... รีบนำกุ้ยเฟยกับพระโอรสออกไปจากที่นี่! ช่วยด้วย!” เสียงของหมอหลวงต่างเปล่งเสียงร้องออกมาจากด้านในเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ด้านนอก ถุงผ้าถูกโยนเข้ามาภายในห้องตกลงบนเปลวไฟจนเกิดเป็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นมาทันที จนทำให้ทุกชีวิตที่อยู่ภายในต่างพากันสำลักควันดัง กล่าว “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงของเหล่าหมอหลวงต่างร้องขอความช่วยเหลือ แต่ในขณะนั้นคนที่อยู่ด้านนอกก็มิอาจมองเห็นคนข้างในได้แต่อย่างใด เสียงขอความช่วยเหลือค่อยๆ เงียบลงด้วยเพราะทุกคนหมดสติไปหมดแล้ว ในขณะที่กุ้ยเฟยคนงามกลับเพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มควันหนาที่ปกคลุมไปทั่วห้อง “แค่ก! แค่ก! แค่ก!” เสียงไอติดต่อกันเพราะสำลักควันมากมาย ลี่เซียนพย

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 127 คนอมตะ 1.4

    ในขณะเดียวกัน เสวียนจงฮ่องเต้รีบเสด็จวิ่งกลับมาที่พระตำหนักจินหลง ทันทีที่ทหารรักษาการณ์ไปกราบทูลว่าพระตำหนักเกิดไฟไหม้ขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ฮ่องเต้หนุ่มทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างทันที รีบเสด็จกลับมาด้วยความเป็นห่วงกุ้ยเฟยคนงามของพระองค์อย่างยิ่งยวด และต้องหยุดชะงักโดยพลันเมื่อเสด็จมาถึงหน้าประตูพระตำหนักด้านนอก สายพระเนตรก็กระทบเข้ากับร่างของชายที่พระองค์ไม่คิดว่าจะได้เห็นว่ามีชีวิตกลับคืนขึ้นมาอีก มิหนำซ้ำกุ้ยเฟยของพระองค์ก็อยู่ในอ้อมกอดของอดีตขุนพลหนุ่มอยู่ในขณะนี้ “จ้าวเทียนอี้! นี่เจ้า! เจ้าใช้คัมภีร์อมตะชุบชีวิตให้ตัวเองกลับมามีชีวิตอีกหรือนี่” รับสั่งตื่นตระหนกแทบไม่อยากเชื่อสายพระเนตรแม้แต่น้อย เพราะพระองค์มั่นพระทัยว่าได้ทอดพระเนตรอดีตขุนพลตายไปต่อหน้าพระพักตร์ เพียงครู่อาการตื่นตระหนกในการกลับมามีชีวิตอีกครั้งของจ้าวเทียนอี้ ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงแค้นเคืองขึ้นมาทันทีเมื่อทอดพระเนตรคนที่ต้องการให้ตายแต่กลับไม่ยอมตาย ซ้ำร้ายยังกลับมาพร้อมมีโฉมงามอยู่ในอ้อมกอด “ปล่อยกุ้ยเฟยของข้าเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 125 คนอมตะ 1.2

    พระราชวังต้าหมิงกงห้องเตรียมพระประสูติกาล “พระโอรส!” หมอหลวงชูทารกเพศชายตัวใหญ่ไม่แพ้คนแรกให้องค์กุ้ยเฟยได้ทอดพระเนตร ท่ามกลางสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติที่ได้ให้กำเนิดสายเลือดตระกูลจ้าวได้ถึงสองคน “ลูกแม่! ลูกรักของแม่!” ลี่เซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเป็นยิ่งนัก ด้วยเพราะเสียโลหิตจากการคลอดฝาแฝดถึงสองคนจนทำให้อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าสวยซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างยิ่งยวด ก่อนจะสิ้นสติไปทันใด ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเหล่าหมอหลวงที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา “พระนางสลบไปแล้ว เร็วเข้าตรวจชีพจร” หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยสั่งการหมอหญิงทันใด ก่อนจะได้ยินหมอหญิงตอบกลับมา “ชีพจรของพระนางเต้นอ่อนมากเลยเจ้าค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ทรงประสูติพระโอรสติดๆ กันถึงสองพระองค์ เสียพระโลหิตมากมายยิ่งนัก อีกทั้งพระโอรสฝาแฝดก็ทรงแข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่งยวด ทำให้พระนางมีพระอาการตกเลือดเป็นแน่ เร็วเข้ารีบนำสมุนไพรสำหรับขั

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 108 ล่า!!! 1.13

    ท่ามกลางความงุนงงและสงสัยของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเพียงองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ทรงยินดีอย่างยิ่งยวดเมื่อพบนางอันเป็นที่รักของพระองค์ ทรงกอดรัดร่างงามแนบแน่นแทบจะกลืนหายเข้าไปภายในพระวรกายก็ว่าได้ “ปะ... ปล่อย... ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ... อย่าทรงกอดรัดเช่นนี้” ลี่เซียนบอกกับ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 106 ล่า!!! 1.11

    โฉมงามกล่าวพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อนางได้ใคร่ครวญและตัดสินใจเลือกที่จะอยู่รอเสวียนจงฮ่องเต้ ดีกว่าจะต้องหลบหนีแล้วถูกตามล่าจนพลิกแผ่นดินก็ว่าได้ “ขืนกลับไปวังหลวงเกิดต้องถูกจำคุกอยู่แต่ในคุกหลวง หรือมีพระบัญชาจองจำคุณหนูให้อยู่แต่ภายในตำหนักเย็นไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 101 ล่า!!! 1.6

    รับสั่งขององค์ฮ่องเต้ทำให้หยุนซีหวนนึกถึงวันที่นางแอบได้ยิน ลี่อิงพูดคุยเรื่องการเดินทางกับแม่ทัพหนุ่มชื่อก้องว่าจะเดินทางไปที่ใด เพียงแต่ได้ยินไม่ค่อยชัดเจนเนื่องจากจุดที่นางแอบฟังอยู่ในขณะนั้นค่อนข้างไกลพอสมควร “กราบทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องจะกราบทูลเพิ่มเติมเพคะ” เสวีย

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 86 ใจสลาย 1.8

    ภาพเหตุการณ์ในวันแรกที่กุ้ยเฟยคนงามได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนพร้อมกับน้ำพระเนตรร่วงหล่นด้วยความโศกเศร้า เสวียนจงฮ่องเต้ประทับยืนนิ่งทอดสายพระเนตรจับอยู่ที่กุ้ยเฟยของพระองค์อยู่เช่นนั้น มิมีทีท่าว่าจะขยับพระวรกายไปจากสถานที่ตั้งพระศพของพระมเหสีคนงามนี้ไปแม้แต่น้อย จวบจนกระทั่งเสียงของเห

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-30
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status