LOGINเมืองลั่วหยาง
ณ บ้านสกุลจาง พระเนตรดำใหญ่ทอดพระเนตรป้ายชื่อสกุลจางซึ่งติดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังงามของคหบดีผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งเมืองลั่วหยาง พระพักตร์คมดุทอดพระเนตรประตูบานใหญ่ปิดสนิทอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของบ่าวไพร่ที่อยู่ภายใน แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มในวัยสามสิบต้นๆ ยืนอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์นับสิบชีวิต “อะ... เอ่อ... พวกท่านต้องการพบผู้ใดอย่างนั้นเหรอขอรับ” บ่าวผู้ชายเอ่ยถามไถ่ออกไป ครั้นเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้ายืนอออยู่ตรงหน้าประตู แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูเพียงพิศแรกก็ล่วงรู้ทันทีว่าอยู่ในฐานะชนชั้นสูง โดยเฉพาะบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดสีน้ำเงินเป็นมันเลื่อม กำลังยืนเอามือไพล่หลังพร้อมมองมาที่บ่าวคนดังกล่าว ฮ่องเต้หนุ่มซึ่งอยู่ในคราบของชายสามัญชนมีรับสั่งกลับไป “ข้ามาพบฮูหยินจางมารดาของจางลี่เซียน” รับสั่งถึงมารดาผู้ให้กำเนิดนางในดวงใจ “อ่อ... พวกท่านมาช้าไปเสียแล้ว นายหญิงเพิ่งจะถึงแก่กรรมไปเมื่อสิบวันก่อนนี่เอง” คำกลพระราชวังต้าหมิงกง ภายในวังหลวงขณะนี้กำลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วทั้งพระราช วัง ทันทีที่ขบวนเสด็จของถังเสวียนจงฮ่องเต้เสด็จกลับจากการตรวจเยี่ยมราษฎร และสิ่งที่ไม่คาดฝันซึ่งเป็นต้นเหตุเสียงเล่าลือไปทั่วนั้นก็คือการปรากฏตัวของจางกุ้ยเฟย พระมเหสีคนงามซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้วเมื่อสามเดือนก่อน ทว่าพระนางกลับมามีชีวิตอีกครั้งและตามเสด็จองค์จักรพรรดิกลับเข้ามาในวังหลวงครั้งนี้ด้วย เสียงเล่าลือต่างโจษขานถึงจางกุ้ยเฟยคนงามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนล่วงรู้ไปทุกตำหนัก เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในวังหลวงแห่งนี้ ทั้งขุนนางและข้าราชบริพารน้อยใหญ่ต่างกล่าวขานเรื่องตายแล้วฟื้นของพระมเหสีคนงามนี้อย่างยิ่งยวด ด้วยเกรงว่าจะเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่แปลงร่างเป็นหญิงสาวที่แสนงดงาม ซึ่งจางกุ้ยเฟยก็ช่างเป็นสตรีที่งดงามอย่างยิ่งยวด แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางคือมนุษย์ แต่ถ้างดงามดั่งเช่นปีศาจจำแลงแปลงกายดูจะน่าเชื่อถือมากกว่า และข่าวการตายแล้วฟื้นของกุ้ยเฟยคนงาม จนเล่าลือว่าพระนางคือนางปีศาจจำแลงแปลงกายมา ทำให้เหล่าขุนนางต่างพากันรวมตัวเพื
ณ จวนผู้ว่าเมืองอี้โจว ร่างระหงกำลังยืนเหม่อมองไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านสกุลเฉิน ทิวเขาตรงหน้ากำลังมีสายหมอกหนาลงปกคลุม ภายในใจเฝ้าครุ่นคิดและเป็นห่วงสามีของนางอยู่ตลอดเวลาโดยมีลี่อิงคอยดูแลอยู่ภายในห้อง ส่วนบ่าวรับใช้จากบ้านสกุลเฉินยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง และในวันพรุ่งนี้ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้ก็จะเคลื่อนตัวออกจากเมืองอี้โจวโดยรถม้าพร้อมเกี้ยวพระที่นั่งเพื่อเดินทางกลับวังหลวง “ป่านนี้ท่านพี่จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ จะลงจากเขาฟงไหลและเดินทางกลับมาถึงบ้านสกุลเฉินหรือยังนะ จดหมายของข้าที่เขียนทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้วางอยู่บนโต๊ะ ท่านพี่กลับมาถึงคงจะได้อ่านแล้วเป็นแน่” ลี่เซียนรำพึงกับตัวเองโดยไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องพักของนางอยู่ในขณะนี้ พระเนตรดำใหญ่หันกลับไปทอดพระเนตรลี่อิงเขม็งพร้อมยกพระหัตถ์โบกไปมาเพื่อไล่นางให้ออกไปจากห้องพักดังกล่าว ด้วยพระองค์อยากอยู่เพียงลำพังสองต่อสองกับลี่เซียนเท่านั้น ทั้งลี่อิงและบ่าวไพร่จากสกุลเฉินต่างหวาดกลัวองค์ฮ่องเต้เป็นยิ่งนัก รีบจ้ำอ้าวออกจากห้องตามพระบั
พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองเจิดจ้าสาดไปทั่วทั้งแผ่นดิน เหนือทิวเขาไม่ไกลจากบ้านสกุลเฉินมากนัก ปรากฏอาชาตัวใหญ่สีดำทะมึนวิ่งมาเต็มฝีเท้าพร้อมร่างสูงใหญ่ของบุรุษกำลังบังคับม้าตัวดังกล่าวจนวิ่งมาถึงหน้าบ้านสกุลเฉินก่อนจะอ้อมไปทางด้านข้าง และวิ่งเตลิดไปจนเลยทุ่งดอกเสาเย่าก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีลำต้นขนาดสิบคนโอบ ม้าตัวเขื่องหมุนวนไปมาโดยรอบตามจังหวะของคนที่บังคับอยู่บนหลังม้า และบุรุษคนดังกล่าวก็มิใช่ใครอื่นแต่เป็นถังเสวียนจงฮ่องเต้นั่นเอง ที่เสด็จควบม้ากลับมาที่บ้านสกุลเฉินเพียงลำพังไร้สิ้นองครักษ์ติดตามแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าคัมภีร์อมตะแท้จริงแล้วมีลักษณะเป็นเช่นไร และทรงตัดสินพระทัยกลับมาเพื่อจัดการจ้าวเทียนอี้นั่นเอง แม้ว่าจะทรงรับปากลี่เซียนละเว้นชีวิตตามคำร้องขอของนางไปแล้วก็ตาม แต่หากแม้นปล่อยให้อดีตแม่ทัพคู่พระทัยมีชีวิตอยู่ต่อไป ตัวพระองค์เองนั่นแหละที่จะไม่เป็นสุข ฮ่องเต้หนุ่มทอดพระเนตรต้นไม้ดังกล่าวตั้งแต่โคนต้นจนไปถึงสุดปลายยอด ต้องยอมรับว่าต้นสนพันปีนี้ช่างใหญ่โตยิ่งนัก ยามเมื่อได้ทอด พระเนตรในระยะใกล้ชิดเต็
“จนถึงขนาดนี้แล้วยังจะปกปิดข้าอยู่อีกเหรอจ้าวเทียนอี้ จะบอกให้รู้นะว่าสวรรค์เบื้องบนได้ทำให้ข้าได้รู้ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าจนหมด รู้อะไรไหม... ทำไมข้าจึงล่วงรู้ว่าลี่เซียนยังไม่ตายและมาที่นี่ถูก! นั่นก็เพราะว่าเบื้องบนต้องการให้ข้าล่วงรู้การกระทำชั่วๆ ของเจ้ายังไงล่ะ จึงทำให้ข้าฝันเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่... รวมไปถึงเห็นเจ้าเก็บคัมภีร์อมตะเอาไว้ในต้นสนพันปีนั่นอีกด้วย!” รับสั่งพร้อมชี้พระดรรชนีไปยังต้นสนยักษ์ที่มองเห็นจากจุดที่กำลังประทับ “ทรงมาที่นี่ได้เพราะความฝันอย่างนั้นเหรอ! เบื้องบนกำหนดผู้ครอบครองคัมภีร์อมตะคนใหม่แล้วหรือนี่ จึงทำให้ฝ่าบาททรงฝันเห็นข้าเก็บคัมภีร์เอาไว้ที่ใด... นี่คือฝันที่มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าและต้องการบอกให้รู้ว่าใครคือผู้ครอบครองคัมภีร์อมตะคนต่อไปแทนที่คนเก่าที่ตายลง” เทียนอี้รำพึงอยู่ภายในใจ ดวงตาสีนิลหันกลับไปมองต้นสนพันปีที่ยืนต้นสูงเด่นท่ามกลางหุบเขามองเห็นได้แต่ไกลจากบ้านสกุลเฉิน “สิ่งที่ข้าพูดออกมาทั้งหมดจริงหรือไม่จ้าวเทียนอี้ จงตอบข้ามา!” รับสั่งถามกลับไปทันทีเมื่อทอดพระเนตรขุนพลหนุ่มนั่งนิ่งงัน “เป็น
ท่ามกลางความงุนงงและสงสัยของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเพียงองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ทรงยินดีอย่างยิ่งยวดเมื่อพบนางอันเป็นที่รักของพระองค์ ทรงกอดรัดร่างงามแนบแน่นแทบจะกลืนหายเข้าไปภายในพระวรกายก็ว่าได้ “ปะ... ปล่อย... ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ... อย่าทรงกอดรัดเช่นนี้” ลี่เซียนบอกกับพระองค์พร้อมใช้สองแขนกลมกลึงดั่งลำเทียนพยายามดันพระวรกายออกไปจากโฉมงาม “จะผลักไสข้าทำไมในเมื่อข้าเป็นพระสวามีของเจ้านะ” รับสั่งย้ำเตือนโฉมงาม หากแต่ลี่เซียนก็ยังคงพยายามดันร่างงามของนางให้หลุดพ้นจากการกกกอดของพระองค์อยู่ร่ำไป “หม่อมฉันหาใช่พระสนมนางในของฝ่าบาทอีกต่อไปแล้วนะเพคะ สถานภาพพร้อมยศศักดิ์ทุกอย่างที่ทรงประทานให้กับหม่อมฉันหมดสิ้นไปพร้อมกับลมหายใจที่สูญสิ้นไปแล้ว หม่อมฉันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับชีวิตใหม่ที่หวนกลับคืนมา อีกทั้งตอนนี้ก็ได้แต่งเข้าสกุลจ้าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คำกล่าวของโฉมงามทำให้เสวียนจงฮ่องเต้ชะงักงันขึ้นมาทันใด “อะไรนะ! เจ้าแต่งเข้าสกุลจ้าวอย่างนั้นเหรอ นี่หมายความว่าเจ้ากับเทียนอี้เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันแล้วสิ”
ยามจื่อ อาชาหลากสีมากมายกำลังวิ่งฝ่าความมืดมิดในยามรัตติกาล มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกนอกเมืองอี้โจว จุดประสงค์เพื่อไปบ้านสกุลเฉิน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านอดีตเจ้าเมืองอี้โจวมาก่อนในสมัยจักรพรรดิถังเกาจง และหนึ่งในอาชาที่กำลังวิ่งนำหน้ามุ่งตรงไปบ้านสกุลเฉินคือ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันซึ่งเสด็จเพื่อพิสูจน์ความฝันที่ทรงทอดพระเนตรโฉมงามในหัวใจยังมีชีวิตอยู่และที่สำคัญนางพำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ เพียงไม่นานอาชามากมายวิ่งมาถึงบ้านหลังใหญ่ท่ามกลางหุบเขาตั้งสูงตระหง่านอยู่ทางเบื้องหลังและมีสายน้ำพาดผ่านไหลเอื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา โคมไฟซึ่งจุดเพื่อทำให้นอกบ้านได้รับแสงสว่างมิให้มืดมิดแลดูน่ากลัวในยามวิกาลบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่า ภายในบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ม้าตัวใหญ่มหึมาสีดำสนิทขลิบสีน้ำตาลตรงแผงขนคอของมัน ก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ป้ายสกุลเฉินติดอยู่ตรง หน้าประตูอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมราวกับว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด “นี่น่ะเหรอบ้านสกุลเฉิน ช่างตรงกับที่ข้าฝันยิ่งนัก ช่างแม่นยำอะไรเช่นนี้” รับสั่งพึมพำออกมาเบาๆ เมื่







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)