LOGINจวนตระกูลหวาง
&nbs
ณ แดนปีศาจ แม้ว่าสภาพอากาศที่แดนปีศาจจะเลวร้าย แต่คนที่อยู่ในนี้กลับปรับตัวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หน้ากากเอย ผ้าปิดหน้าเอย ล้วนมีพลังในการต้านปราณขุ่น วันแรกในการมาที่แดนปีศาจ ทุกคนต่างเข้าพักในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง คนของเถียนฉีทำงานรวดเร็วยิ่ง ทุกคนต่างมีที่พักตั้งแต่เข้ามา หากจะบอกว่าทุกคนในแดนปีศาจเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจก็ไม่ถูกนัก ถึงอย่างไรก็มีมนุษย์อยู่ถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนคนที่เป็นครึ่งปีศาจนั้นก็พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งยังเผยร่างจริงได้อย่างอิสระ เปิดหูเปิดตายิ่ง! จ้าวเยว่ฮวาราวกับมองอาหารอันโอชะ นางยกมือขึ้นสัมผัสปราณขุ่นและรู้สึกว่ามันหายลับเข้าไปในมือนาง ทันใดนั้นพลังในร่างก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 
เรื่องตระกูลใหญ่ในดินแดนไร้พันธนาการถูกจัดการแล้ว หนึ่งในนั้นมีตระกูลหวางและตระกูลเหลียงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าถอนรากถอนโคนจนถึงที่สุดก็ว่าได้ เรื่องนี้ทำให้ศาสตร์ต้องห้ามที่เข้ามาถูกกำจัดออกไปในครั้งเดียว ส่วนคนอื่นที่คิดว่าจะเข้าร่วมก็ต้องถอยออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะคงไม่มีใครต้องการลงเอยเหมือนตระกูลใหญ่เหล่านั้น หน่วยรักษาความสงบทำงานอย่างรวดเร็วและหมดจรด สมคำล้ำลือถึงความร้ายกาจ! ณ หน้าหน่วยรักษาความสงบ บัดนี้ที่หน้าหน่วยรักษาความสงบมีคนผู้หนึ่งยืนเอามือไขว้หลังด้วยท่วงท่าสงบ ใบหน้าของเขาเป็นที่รู้จักดีสำหรับคนของหน่วยรักษาความสงบ เพราะพวกเขาพึ่งจะเจอกันไม่เมื
คนทั้งหลายมาเร็วไปเร็วเสมอ หลังจากที่คนทั้งหลายไปแล้ว หวางหนิงเหมยก็ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น นางสงบนิ่งเป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อจ้าวเยว่ฮวามองดูสองแม่ลูกคู่นี้แล้วก็แอบคิดขึ้นมาในใจไม่ได้ ทั้งสองคนสมกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆ สงบนิ่ง เงียบขรึมเช่นกันไม่มีผิด หวางจวินหลงรับรู้ความคิดของจ้าวเยว่ฮวา เขาหันมาลูบจมูกน่ารักหนึ่งทีอย่างเอ็นดู เขายอมรับว่าตะลึงไม่น้อยที่ผู้อาวุโสที่คอยสอนเขามาตั้งแต่เด็กจะเป็นคนของหวางหนิงเหมยและหลงเซี่ย แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวทุกอย่างก็คล้ายจะมีคำตอบขึ้นมา ยังโชคดีเรื่องราวเหล่านั้นเปิดเผยออกมา เขายังมีจ้าวเยว่ฮวาเคียงข้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้ว่าจะว่าหาคนเคียงข้างที่รู้ใจเช่นนี้มาจากที่ใด&nbs
พลุรูปร่างแปลกตาปรากฏเพียงครู่เดียวก็สลายไป ปลายนิ้วของหวางหนิงเหมยมีแผลขนาดเล็ก เลือดไหลลงมาตามนิ้วมือของนางจนหยดลงพื้นบ้าน นางเช็ดมือเบาๆ แล้วถอนหายใจ ในเมื่อบุตรชายของนางยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นคนเป็นแม่ก็ต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อกำจัดอันตรายที่จะทำร้ายบุตรชายของนางให้หมดไป คนที่ลานบ้านต่างเงยหน้ามองบนฟ้า จากนั้นก็หันมองมาที่หวางหนิงเหมยอย่างไม่เข้าใจ จ้าวเยว่ฮวาจับแขนแกร่ง “นี่คือพลุโลหิต” หวางจวินหลงหลุบตาลง “นางต้องการจะทำอะไรกันแน่?” “อีกไม่นานพวกเราก็จะรู้เอง” จ้าวเยว่ฮวาจับใบหน้าหล่อเหลา “แต่ข้ารู้อย่างหนึ่ง นางไม่มีวันทำร้ายท่านแน่ นางไม่มีเจตนาร้
อาหารในโต๊ะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ความเร็วนี้นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก กลิ่นอาหารยังหอมหวนจนหวางหนิงเหมยทนไม่ไหว นางคีบอาหารกินท่ามกลางสายตาคาดหวังของจ้าวเยว่ฮวา หญิงสาวตรงหน้าคงเป็นภรรยาของบุตรชายนาง? นี่คือสิ่งที่หวางหนิงเหมยครุ่นคิดขณะกำลังกินอาหาร แต่เมื่ออาหารเข้าปากนางก็พบกับโลกใบใหม่ อร่อยเกินไปแล้วหรือไม่? หวางหนิงเหมยคีบกินอีกคำ นางเคี้ยวเร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่าเห็นว่าทุกคนเอาแต่กินอาหาร พวกเขาต่างเฝ้ามองหวางหนิงเหมยเงียบๆ ครั้นเห็นว่านางกินอาหารได้แล้วทั้งยังอร่อยมาก พวกเขาต่างพากันคีบอาหารให้นางไปพลางแนะนำตัวไปพลาง “ข้าชื่อจ้าวเทียน เป็นบิดาของฮวาเ
“นี่! ตระกูลใหญ่พวกนั้นช่างเลวสิ้นดี กล้าร่วมมือกับคนนอกทำร้ายคนในดินแดนเดียวกันได้อย่างไร!” “ข้าว่าจะไปดักรอที่หน้าหน่วยรักษาความสงบ เอามูลไก่พวกนี้ไปปาสักหน่อย!” “วิธีนี้มาจากที่ใด?” “นอกดินแดน คนพวกนั้นเวลาเห็นคนชั่วถูกจับล้วนต้องปาไข่เน่า ผักเน่า ของเน่าและมูลของสัตว์ต่างๆ ข้าเห็นแล้วว่าเข้าท่าดี เลยว่าจะไปลองสักหน่อย” “ความคิดดี พวกมันเหมาะกับของสกปรกเช่นนี้แหละ!” “ข้าจะไปหาซื้อของเน่า!” “เจ้ารอก่อน ข้าจะไปซื้อมูลสัตว์!” ของเน่าและมูลสัตว์ราคาสูงขึ้นมาอย่างน่าตกใจ!&nb







