Share

สวยที่ 6 เลือกคน

ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอาย

ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคือง

ซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้นซาก)

“ซีซี” น้ำเสียงอ่อนโยนของคนเป็นปู่ขัดความคิดของหญิงสาวทำให้เธอละความสนใจจากชายคนนั้นซึ่งมีสถานะเป็นเพียงญาติสายรอง

“ค่ะ”

“หลานจำเสี่ยวชุนได้ไหม” จบคำของชายชรา ซูหร่วนซีจึงได้พิจารณาชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนผิวขาวดวงตาของเขาทอแววอ่อนโยนคล้ายคนในความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว

“พี่ชุน” เจ้าตัวส่งยิ้มเอ่ยทักออกมาอย่างสนิทสนม

“ครับ พี่นึกว่าน้องจะจำพี่ไม่ได้เสียแล้ว” ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“ฉันก็เกือบจำพี่ไม่ได้จริงนั่นแหละค่ะ ได้ข่าวล่าสุดก็ตอนที่พี่ไปเรียนต่อเมืองนอก ว่าแต่พี่กลับมานานหรือยังคะ คุณปู่ก็จริง ๆ เลย ไม่เห็นบอกหนูบ้างว่าพี่ชายกลับมาแล้ว” หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยกระเง้ากระงอดไปทางชายสูงวัยที่มองเธอสลับกับชายหนุ่มผู้เป็นลูกของทนายประจำตระกูลด้วยสายตาแห่งความสุข

“ไม่ใช่ว่าปู่บอกไปแล้วหรอกหรือ” คนเป็นปู่แก้ต่างให้ตัวเอง

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเพราะฉันเองที่จำไม่ได้ ว่าแต่พี่ชุนกลับมาครั้งนี้ได้พาพี่สะใภ้มาให้ฉันด้วยหรือเปล่า” ใบหน้าของซูหร่วนซียังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“พี่กำลังจะแต่งในเดือนหน้านี่แล้วครับ” คำตอบของเขาทำให้ซูหร่วนซีห่อปากตาโต

“ฉันยังไม่ทันเห็นพี่สะใภ้เลย ทำไมพี่ไม่พาไปที่บ้านบ้างล่ะคะ” คนทั้งสามเดินไปพลางสนทนากันไปทำให้คนในตึกมองพวกเขาอย่างสนใจใคร่รู้

 “พี่สาวรั่วนั่นคุณหนูใหญ่ซูเหรอคะ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย หล่อนสวยมากเลยนะ ว่าแต่ทำไมถึงดูสนิทสนมกับนายน้อยฝานจัง” หญิงสาวแผนกต้อนรับกระซิบกับเพื่อนสาวรุ่นพี่พร้อมตั้งข้อสังเกต

“ใช่แล้วละ และการที่คุณหนูกับนายน้อยฝานจะสนิทกันนั้นก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก ทั้งนี้เป็นเพราะครอบครัวของคุณฝานกับท่านประธานสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ดังนั้นการที่ลูกหลานของสองครอบครัวสนิทกันจึงนับว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอ” ผู้หญิงอีกคนที่ทำงานมานานตอบ

“เอ๋! ถ้าอย่างนี้จะเรียกได้ว่าคุณหนูใหญ่กับนายน้อยฝานเป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่[1]ได้ไหมคะ” หล่อนพูดไปพลางหัวเราะคิกคัก

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่คู่ในชีวิตจริงฉันว่าทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันดีนะคะ” เสียงการสนทนาของประชาสัมพันธ์สาวทั้งสองหาได้เข้าหูของคนทั้งสามแต่อย่างใด

ภายในลิฟท์ส่วนตัวเฉพาะผู้นำ “ซีซี อยากเลือกเลขาด้วยตัวเองหรือครับ” ฝานชุนเฟิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“ค่ะ ฉันอยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง อย่างแรกก็เริ่มจากการเลือกคนนี่แหละ” เมื่อหญิงสาวยืนยันเช่นนี้ชายต่างวัยทั้งคู่ก็ไม่คิดค้านอันใดดังนั้นพวกเขาจึงพาหญิงสาวมายังห้องทำงานส่วนกลางแทนที่จะไปฝ่ายบุคคลโดยตรง

“แก ช่วยตั้งใจทำงานหน่อยไม่ได้เหรอ วัน ๆ จะเอาแต่นั่งหลับอย่างเดียวไม่ได้นะอาเย่” เสียงพูดอย่างเอือมระอาดังขึ้นจากแผนกไอที

“หัวหน้า ผมทำงานที่รับผิดชอบเสร็จแล้วนะครับ และเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า ที่สำคัญหัวหน้าก็ไม่ให้ผมหยุด หัวหน้าไม่รู้หรอกว่าผมได้นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องฝ่ารถติดเพื่อมาทำงานอีก แล้วอย่างนี้จะให้ผมงีบสักหน่อยไม่ได้หรือครับ” ชายหนุ่มผมเผ้าฟูฟ่องเอ่ยร้องขอความเป็นธรรมให้ตนเองพลางอ้าปากหาวทำให้คนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าแสดงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

“แก ช่วยรักษาหน้าตาแผนกของเราหน่อยไม่ได้เหรอ หากว่าแกทำงานไม่ดีฉันคงเฉดหัวแกออกไปนานแล้ว” น้ำเสียงของชายร่างท้วมบ่งบอกถึงความหงุดหงิด

โดยไม่รู้ว่าได้มีคนกำลังยืนฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่อย่างสนใจ และพอซูหร่วนซีเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังควานหาแว่นตามาสวมเธอก็รู้สึกประหลาดใจระคนสงสัย

(ชายคนนี้ไม่ใช่สวี่เย่หานหรอกหรือ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่บริษัทของฉันล่ะ จำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้จากนี้อีกสามปีจะต้องเสียชีวิตจากโรงแรมประเทศเอ็มถล่ม และเขาไม่ใช่เป็นหนึ่งในสามเสือแห่งหลงเทียนกรุ๊ปหรอกหรือ)

หากถามว่าทำไมเธอถึงจำเรื่องของชายหนุ่มคนนั้นได้ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะวันนั้นเฉินมู่เจ๋อก็เดินทางไปประเทศเอ็มกับชู้ของเขา เมื่อมีข่าวโรงแรมดังของประเทศเอ็มถล่มเธอจึงวิ่งหาข่าวของเขาให้พล่านราวกับมดในกระทะร้อน   ซึ่งในตอนนั้นเธอทั้งติดตามข่าวและสอบถามคนไปทั่วราวคนบ้าจึงสามารถพอจดจำได้บ้างถึงรายชื่อของคนเสียชีวิตและสูญหาย

“พี่ชุนคะ ฉันอยากให้คนนั้นมาทำงานด้วย” นิ้วเรียวสวยของซูหร่วนซีระบุไปทางชายหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิงโดยตรง

“น้องแน่ใจนะ แม้ว่าสวี่เย่หานจะเก่งมาก ทว่าเขามักจะทำงานตามอำเภอใจ บางทีหากไม่ถูกใจใครหมอนี่ก็ไม่ทำเสีย     ดื้อ ๆ เพียงแต่ข้อเสียของเขามักมีน้อยกว่าข้อดีดังนั้นทางฝ่ายบุคคลจึงได้ทำเพียงตักเตือนเพียงเล็กน้อย”

“คนอย่างนี้หลานอยากได้จริงหรือ”

“ค่ะ” เมื่อคนเป็นหลานยืนยันเช่นนี้ซูจินกวงก็ไม่พูดอะไรอีก

“เสี่ยวชุนรบกวนเธอไปจัดการด้วยนะ”

“ครับ”

“ปู่คิดว่าหลานหาผู้ช่วยอีกสักคนเถอะ” คนเป็นปู่ไม่อยากให้หลานสาวมีคนสนิทเป็นชายหนุ่มเพราะอาจจะทำให้เกิดข้อครหา ดังนั้นจึงได้ถามออกมาซึ่งซูหร่วนซีเองก็เข้าใจเจตนานี้เป็นอย่างดีเช่นกัน

“ฉันเองก็คิดเหมือนคุณปู่ค่ะ” หล่อนตอบรับอย่างเชื่อฟังดังนั้นพวกเขาจึงได้เดินไปยังแผนกอื่น ๆ เป็นลำดับถัดไป

“ทำไมหลานไม่เลือกคนจบเลขานุการโดยตรงเลยล่ะ” ชายชราถามเมื่อหลานสาวหยุดยืนที่ฝ่ายวางแผนของบริษัท

“ปู่ก็รู้ว่าหนูชอบคิดไม่เหมือนใครนี่คะ อย่างพี่ชายชุนเองก็ไม่ได้จบเลขานุการเหมือนกันเขายังมาทำหน้าที่เลขาให้ปู่เลยดังนั้นปู่ไม่คิดว่าหนูเหมือนปู่หรอกหรือในเรื่องนี้” เมื่อถูกหลานสาวอ้อนเช่นนี้มีหรือซูจินกวงจะไม่คล้อยตาม

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหลาน ว่าแต่หลานต้องการใครล่ะ”

“เธอคนนั้นค่ะ” นิ้วของซูหร่วนซีชี้ไปทางหญิงสาวผู้มีดวงตากลมโต

ผมยาวของหล่อนถูกมัดไว้หลวม ๆ การแต่งกายค่อนข้างเรียบง่ายทว่าใบหน้านั้นกลับชวนมองอยู่ในบางที ถึงกระนั้นก็ยังไม่สะดุดตา

“มีเหตุผลหรือเปล่า” คำถามของชายชราทำให้ได้รับรอยยิ้มบางเบาฉายชัดบนใบหน้าหลานสาวคนสวยเพียงเท่านั้น เมื่อหญิงสาวได้คนที่ตัวเองต้องการเธอก็เข้าลิฟท์ไปยังห้องทำงานของตนซึ่งอยู่ชั้นบนสุดชั้นเดียวกับคนเป็นปู่

ทันทีเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกเธอก็เดินแยกไปทางขวา ทว่าซูหร่วนซีไม่คาดคิดว่าการมาเริ่มงานวันแรกจะเจอเข้ากับปัญหา เมื่อหน้าห้องของเธอมีเลขาสาวของญาติผู้พี่ซูเหวินบุตรชายของซูยวี่ผู้น่ารังเกียจ

“คุณหนูซู” แม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะยืนกล่าวทักทายเธอ แต่ด้วยท่าทางปากยิ้มตาไม่ยิ้มของหล่อนทำให้ซูหร่วนซีรู้สึกขัดตาขึ้นมาครามครัน

“ไม่มีใครบอกเจ้านายเธอเหรอว่าฉันจะมาทำงานวันนี้ แล้วนี่คือห้องตำแหน่งของรองประธาน เจ้านายของเธอกล้ามานั่งได้ยังไง” พอหญิงสาวกล่าวจบเธอก็ก้าวเท้าเดินตรงไปใช้มือผลักประตูห้องบานใหญ่ทันที

การกระทำของหญิงสาวผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรมทำให้เลขาสาวหน้าห้องใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือด คนภายในห้องที่กำลังนัวเนียกันอยู่อย่างน่าไม่อายถึงกับผงะด้วยความตกใจ

“ที่นี่ห้องทำงานไม่ใช่โรงแรม” ซูหร่วนซีตวาดเสียงดัง

“เธอเข้ามาได้ยังไง” ชายหนุ่มในห้องเค้นเสียงถามพลางติดกระดุมเสื้อด้วยความรีบร้อน

“ที่นี่คือห้องทำงานของฉัน ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้” หญิงสาวนั่งเก้าอี้ไขว่ห้างอย่างถือตัว

“เหอะ! คนอย่างเธอที่วัน ๆ เอาแต่ไลล่าจับผู้ชายรู้จักทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากริมฝีปากของญาติสายรองทำให้ซูหร่วนซีพยายามข่มกลั้นโทสะอย่างหนัก

“คุณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนี่คะ ถึงขนาดเปลี่ยนห้องทำงานเป็นโรงแรมได้ ไม่รู้ว่าหากคุณปู่รู้เรื่องนี้จะว่ายังไงบ้าง” ซูหร่วนซีพูดไปพลางเล่นนิ้วของตนไปมาอย่างไม่ใส่ใจท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า

“เธอขู่ฉันเหรอ ไม่แน่ว่าบางทีปู่ของเธออาจจะลุกจากเตียงไม่ได้ใครจะรู้” คำพูดของชายคนนี้ได้ดังเข้าหูซูจินกวงที่กำลังเดินมาหาหลานสาวพอดิบพอดี

“นี่คือลูกชายของนายที่บอกว่าตลอดมาทุ่มเทให้กับบริษัทอย่างนั้นหรือซูยวี่” คำพูดของบุคคลที่สามทางด้านหลังทำให้ซูเหวินหันกลับไปมอง เข่าของเขาอ่อนนุ่มผิดกับท่าทางแข็งกระด้างเมื่อครู่ราวพลิกฝ่ามือ

“ไอ้ลูกเวร เมื่อคืนพ่อบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้แกยกห้องนี้ให้กับน้องสาว แล้วแกมาทำอะไรที่นี่อีกทั้งยังพูดจาไร้สาระอีก” ชายวัยกลางคนร่างท้วมปรี่เข้ามาหาคนเป็นลูกพร้อมกับลงมือทุบตีเขาอย่างไม่ไว้หน้า

“พ่อ ๆ เมื่อคืนผมเมาใครจะไปรู้เรื่องกันล่ะ อย่าตีผมเลย ผมเจ็บ”

เสียงปรบมือดังขึ้นจากหญิงสาวหนึ่งเดียวภายในนี้ “เลิกแสดงละครเถอะค่ะ แล้วอีกอย่างห้องนี้เป็นห้องทำงานของฉันอยู่ก่อนแล้ว และก็จำไม่ได้ว่าเคยอนุญาตให้ใครเข้ามานั่ง” คำพูดของซูหร่วนซีทำให้สองพ่อลูกหยุดการกระทำของตน

“หลานของฉันพูดถูกนะ ฉันเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเคยอนุญาตให้นายกับลูกขึ้นมาถึงชั้นนี้” คำพูดของซูหร่วนซียังไม่มีน้ำหนักเท่าคำพูดของซูจินกวงจึงทำให้สองพ่อลูกหลั่งเหงื่อเย็น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 75 ต่อหน้าต่อตา

    เจ็ดวันถัดมาบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดตัวภาพยนตร์ที่หลายคนในวงการต่างปรามาสว่าไม่มีทางที่จะดังขึ้นมาได้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและแสงแฟลชจากกล้องที่วูบวาบทั่วบริเวณพรมแดง หน้าทางเข้างาน เป็นแบคดรอปขนาดใหญ่ประดับด้วยโลโก้ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวตัวพรมแดงถูกปูยาวจากทางเข้าจนถึงห้องโถงหลัก เหล่านักข่าวยืนเรียงรายตลอดเส้นทางพร้อมกล้องและไมโครโฟนที่รอสัมภาษณ์ดารานำ“ที่รัก! ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่างานของเราจะโดดเด่นได้มากขนาดนี้ แต่ว่าจะไม่มีใครพูดว่าพวกเราโอเวอร์เกินไปหรอกใช่ไหม” โม่เข่อซิงกระซิบกระซาบเสียงเบา“ความคิดของคนอื่นนะช่างเขาเถอะ ฉันว่าแบบนี้แหละถึงจะเรียกสายตาคนได้เยอะ เธอเชื่อฉัน” ซูหร่วนซีผู้อยู่ในชุดเดรสสีมุกเปลือยไหล่แสดงให้เห็นถึงไหปลาร้าสวยเผยรอยยิ้มในขณะตอบเพื่อนสาวด้วยเสียงเบาหญิงสาวทั้งสองคนผู้มีความงามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเหยียดแผ่นหลังเดินตรงเข้าไปภายในงานด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางความสนใจจากผู้คนรอบข้าง“นั่นคุณหนูใหญ่ซูกับคุณหนูโม่” หนึ่งในนักข่า

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 74 ล้วนเป็นทั้งเพื่อนและครอบครัว

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องพักของผู้ป่วยที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีตงเหยาคอยป้อนผลไม้ให้อย่างเอาใจ“ลูกพี่” หยูเชาแทบจะวิ่งเข้าไปโอบกอดเขา “อย่า!” สวีเย่หานรีบห้ามด้วยความตกใจ“ลูกพี่ ทำไมทำกับผมแบบนี้ล่ะ คุณไม่รู้หรอกว่าผมเป็นห่วงคุณมากขนาดไหน” ชายหนุ่มร่างผอมแสร้งบีบน้ำตา“เลิกเสแสร้งได้แล้ว นายบอกฉันมาหน่อยสิว่าพวกนายให้ตาแก่คนนั้นยอมไปช่วยฉันได้ยังไง” สวีเย่หานถามขึ้นอย่างกังขา ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าได้แกะเชือกที่ข้อมือสำเร็จแล้วและกำลังจะก้มลงแก้เชือกที่ข้อเท้าแต่ทว่าหูพลันได้ยินเสียงดังเอะอะจากด้านนอกขึ้นเสียก่อนพร้อมกับมีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในคราแรกเขานึกว่าคนพวกนี้ต้องการมาทำร้ายแต่ที่ไหนได้พวกเขากลับไม่พูดพร่ำทำเพลงและช่วยเขาออกมาจากห้องใต้ดินแห่งนั้นโดยบอกว่าทำตามคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่าเมื่อพ้นจากความมืดออกมาเจอแสงสว่างสติของตนก็เลือนราง แต่เสียงสุดท้ายดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงของทุกคนที่อยู่ ณ ตรงนี้รวมถึงเจ้านายและพี่น้อง“เรื่องนี้เป็นเพราะเจ้านายของเรา” ฉาจีนั่งล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 73 เจ้านาย! คุณโคตรเทพ

    “ปากดีนักนะ ถึงแม่นายจะมาก่อนแล้วยังไง แต่เป็นฉันที่เกิดก่อน อีกอย่างแม่ฉันก็มีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง” คำพูดถากถางของเขาทำให้สวีเย่หานเถียงไม่ออกเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะผู้ชายเลวคนนั้น คนที่ทำให้แม่กับน้องสาวของเขาต้องตาย สวีเย่หานขบกรามของตนจนเป็นสันนูน“สวีเย่หานฉันว่าแกรีบบอกมาดีกว่า ว่าสิ่งที่บริษัทของแกกำลังทำคืออะไร หากฉันเห็นว่ามันมีประโยชน์และทำเงินได้ฉันจะปล่อยแกไป” คนพูดตบแก้มของเขาเบา ๆ“ถุย! สักวันพวกแกต้องล่มจม” สวีเย่หานไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือทว่าเขายังกลับสาปแช่งออกมาด้วยฝ่ามือของจงเทียนอวี่กำลังจะตวัดลงบนหน้าของเขาอีกครั้ง แต่แล้ว“เจ้านายครับ บริษัทเกิดเรื่อง” ใบหน้าแตกตื่นของลูกน้องที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาทำให้เขาลดมือลงอย่างหงุดหงิด“มีอะไร”“นายว่าอะไรนะ พวกนายมันไม่ได้เรื่อง” เขาตวาดเสียงดังหลังจากฟังสิ่งที่ลูกน้องกระซิบข้างหูร่างสูงโปร่งของคนผู้นี้รีบเดินนำหน้าลูกน้องของตนไปอย่างเร่งรีบสวีเย่หานผู้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้ผู้ชายคนนั้นวางมือจากตนก็มุ่งมั่นในการแก้เชือกที่มือต่อไป

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 76 เธอบ้าไปแล้วเหรอ!!

    “ขึ้นมา!” เฉินมู่เจ๋อที่เห็นเหตุการณ์รีบเปิดประตูรถให้จ้าวหลงหยาง“ขอบคุณ” ในระหว่างที่เขาอยู่ในรถเจ้าตัวก็ไม่ลืมดูในโทรศัพท์มือถือเพื่อหาตำแหน่งของหญิงสาว“นายกำลังทำอะไร แล้วรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นในขณะให้คนขับรถเร่งความเร็วเพื่อจะตามรถคันข้างหน้าอย่างกระชั้นชิดแต่ใครจะคิดว่าพวกมันกลับโชคดีเมื่อจู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งโผล่พรวดออกมาทำให้คนขับต้องเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน“บ้าเอ้ย!” มือของเฉินมู่เจ๋อตบลงบนที่พักแขนอย่างแรงก่อนที่คนขับของเขาจะหักพวงมาลัยหลบรถคันนี้โดยที่จ้าวหลง หยางได้ส่งสัญญาณให้คนของตนควบคุมคนขับรถคันที่สร้างปัญหาเอาไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท“ทางแยก พวกเราควรไปทางไหน” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นด้วยสีหน้ากังวล แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกชอบหน้าชายหนุ่มที่เป็นศัตรูหัวใจมากเพียงใดแต่ทว่าในตอนนี้ความปลอดภัยของซูหร่วนซีย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง“เลี้ยวขวา” จ้าวหลงหยางตอบออกมาอย่างมั่นใจ“ทำไม” เฉินมู่เจ๋อรู้สึกกังขา“สร้อยที่ผมให้ซีซีมีจีพีเอส” คำตอบของเขาทำให้คนขับไม่รอช้าดังนั้นเขาจึงรีบหักพวงมาลัยไปตามทิศทางที่จ้าวหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 71 ระลึกถึง

    “ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปพร้อมกับมอบช่อดอกลิลลี่สีหวานให้เธอ“อะไรคะ” ซูหร่วนซีรับมาถามด้วยใบหน้าค่อนข้างประหลาดใจ“ดอกไม้ของวันนี้ครับ แล้วก็” จ้าวหลงหยางพูดแค่นั้น ก่อนที่เขาจะเปิดกล่องเครื่องประดับที่เตรียมไว้ออกดวงตาของซูหร่วนซีมองสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปกระต่ายตัวน้อยสีขาวที่เท้าหน้าของมันมีนกกระดาษตัวเล็กอยู่ในมืออย่างถูกใจ“พี่สวมให้นะ” “ค่ะ” สร้อยคอเส้นเล็กส่องกระทบกับแสงจันทร์ทำให้เกิดประกายเงางามนิ้วมือเรียวของหญิงสาวจับเจ้าตัวกระต่ายน้อยที่มีดวงตาสีทับทิมขึ้นมาดูอย่างหลงใหล“ขอบคุณค่ะ” ท่าทางและน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนค่ำคืนนั้นทั้งสองคนต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องที่เขาทั้งคู่ต่างประสบพบเจอมาในระหว่างที่ต้องอยู่ห่างกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบมีเพียงสายลมและเสียงดนตรีพื้นเมืองแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะเช้าวันต่อมา ผู้ร่วมทริประหว่างปู่กับหลานสาวก็มีชายหนุ่มพ่วงเข้ามาด้วย“เธอเพิ่งมาถึงเมื่อคืนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่นอนพักสักหน่อยล่ะ”“ผมสบายดีครับ ว่าแต่คุณปู่ทำไมตื่นแต่เ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 70 เธอมักทำในสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เสมอ

    “อรุณสวัสดิ์ค่ะปู่” ซูหร่วนซีกล่าวทักชายชราหลังเดินออกมาจากห้องนอนและพบว่าปู่ของตนกำลังนั่งเก้าอี้โยกหันใบหน้าออกไปทางระเบียงเรือนไม้หลังนี้“อืม หลานหิวหรือยัง” ใบหน้าของเขาผินกลับมามองหลานสาวที่บัดนี้ได้มายืนอยู่ด้านข้าง“นิดหน่อยค่ะ ปู่ล่ะคะ” เธอนั่งคุกเข่าลงพลางวางมือทั้งสองลงบนแขนเก้าอี้ของเขา“เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีไหม”“ดีสิคะ” คนเป็นหลานยิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือเข้าไปช่วยประคองชายชรายามรุ่งอรุณ ณ ริมทะเลสาบซีหูในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดแรกอ่อนละมุนไล้ผ่านผิวน้ำที่นิ่งสงบจนเกิดประกายระยิบระยับราวผ้าไหมทองคำทิวต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสดเป็นเหลืองทองและแดงส้ม บรรยากาศเย็นสบายพร้อมเสียงนกร้องที่ก้องสะท้อนอย่างแผ่วเบาซูหร่วนซีผู้แต่งกายด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีครีมนำมือเข้าไปคล้องแขนของคนเป็นปู่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินข้ามสะพานหินโค้งซึ่งทอดตัวข้ามลำน้ำที่ใสกระจ่างราวกระจกสายลมพัดเอื่อย นำพากลิ่นหอมของใบไม้แห้งและดอกหอมหมื่นลี้ที่ปลูกประดับรอบสวนริมทะเลสาบเข้าสู่จมูก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status