LOGINฮัวอวี้หลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นตามคำบอกของหลานสาว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ดินแดนกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอ่อน และลมที่พัดมาแผ่วเบา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง
“ที่นี่… ที่ไหนกัน เซียงเอ๋อร์?” ฮัวอวี้หลินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาของหญิงชราเต็มไปด้วยคำถาม
“ที่นี่คือมิติของฉันค่ะย่า” หรูอวี้เซียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มันเป็นสถานที่ที่ฉันเพิ่งค้นพบว่าตัวเองมี… และเราสามารถใช้มันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง”
ฮัวอวี้หลินขมวดคิ้ว “อนาคตที่กำลังจะมาถึง? ลูกหมายถึงอะไร?”
หรูอวี้เซียงสูดลมหายใจลึกก่อนจะเริ่มเล่าทุกอย่าง “ย่าคะ… ฉันไม่ได้บอกย่ามาก่อน แต่ฉันรู้ว่าอีกไม่นานจะเกิด มหันตภัยขึ้นบนโลกนี้ มีโรคร้ายระบาด มีซอมบี้ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
“อะไรนะ?” ฮัวอวี้หลินอุทาน สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
“ลูกแน่ใจหรือว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น?”
“แน่ใจค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในอดีต… ฉันเคยเห็นมันมาแล้ว ฉันรู้ว่าสิ่งที่พูดอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ทั้งหมดนี้คือความจริง”
ฮัวอวี้หลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “งั้นลูกพาย่ามาที่นี่เพราะอะไร?”
หรูอวี้เซียงยิ้มเล็กน้อย “เพราะฉันอยากให้ย่าเห็นว่าที่นี่จะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเรา ฉันตั้งใจจะใช้มิตินี้เพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และสะสมทรัพยากรสำหรับอนาคต… และฉันอยากให้ย่ารู้ว่าไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องย่า”
ฮัวอวี้หลินมองหลานสาวด้วยแววตาอ่อนโยน แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล
“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม? สิ่งที่ลูกเล่า… มันน่ากลัวมากนะ”
“ฉันคิดดีแล้วค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบ “ฉันไม่อยากให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก… และฉันเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ เพราะฉันมีย่า พี่ไห่ตง และคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเรา”
ฮัวอวี้หลินพยักหน้าเบา ๆ
“งั้นย่าจะเชื่อในตัวหลาน ย่าจะช่วยทำทุกอย่างที่ทำได้”
ขณะที่สองย่าหลานกำลังพูดคุยกัน เสียงของไหหม่าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“เธอทั้งสองควรเริ่มลงมือแล้วนะ พวกเรามีงานอีกเยอะ!”
ฮัวอวี้หลินหันไปมองม้าน้ำโปร่งแสงด้วยความประหลาดใจ
“ตัวเล็กนี่… พูดได้ด้วยเหรอ?”
ไหหม่าลอยวนไปมาพร้อมเปล่งแสง “แน่นอนว่าพูดได้ ฉันไม่ใช่ตัวเล็กธรรมดาหรอกนะคุณย่า ฉันคือระบบผู้ช่วยของ เซียงเซียง”
ฮัวอวี้หลินหัวเราะเบา ๆ “งั้นฉันฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าตัวเล็กด้วยนะ”
“ได้เลยคุณย่า แต่ต้องเรียกฉันว่าไหหม่าสิ” ม้าน้ำโปร่งแสงตอบอย่างภูมิใจ
เสียงหัวเราะของสองย่าหลานดังไปทั่วมิติ บรรยากาศที่อบอุ่นนี้ทำให้หรูอวี้เซียงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เธอรู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกต่อไป
ในระหว่างที่หรูอวี้เซียงชี้ชวนให้ย่าของตนดูสิ่งต่าง ๆ ในมิติ พลันเสียงของไหหม่าก็ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นในความคิดของเธอ
“เซียงเซียง ถึงเวลาที่เธอต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ไม่แน่ว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้อาจจะนำพาความเปลี่ยนแปลงบางอย่างมาให้!”
“ความเปลี่ยนแปลงมันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ” หรูอวี้เซียงรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“อย่ามัวแต่ถามสิ เมื่อเธอลงมือทำก็จะรู้คำตอบเอง” ไหหม่าตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหยิ่ง
“ก็ได้ ๆ ฉันยอมให้นายเลยจริง ๆ” หรูอวี้เซียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับรู้สึกยอมแพ้ให้กับท่าทางของม้าน้ำตัวจิ๋ว
ในขณะเดียวกันเจ้าเฮยก็ยังคงวิ่งไล่ตามไหหม่าที่กำลังหยอกเย้ามันไม่หยุด
หรูอวี้เซียงมองภาพสัตว์ต่างชนิดทั้งสองเล่นกันก่อนจะบ่ายหน้ามาทางหญิงชราที่ดูจะสนใจพืชผักตรงหน้า
“ย่าคะ เราจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตกันค่ะ”
ฮัวอวี้หลินพยักหน้าอย่างสนใจ “ได้เลยลูก ย่าจะช่วยเองว่าแต่เราจะทำกันสองคนไหวหรือลูก”
หรูอวี้เซียงส่งยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเปิดหน้าต่างระบบโปร่งแสงซึ่งฮัวอวี้หลินรู้สึกสนใจกับสิ่งที่หลานสาวกระทำเป็นอย่างมาก ทว่าเธอก็ยังไม่เอ่ยปากถามจึงได้เลือกเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
มือของหรูอวี้เซียงจิ้มไปตรงปุ่ม เก็บเกี่ยวทั้งหมด แล้วกดลงไป เสียงระบบดังขึ้นทันที
[ระบบ]: การเก็บเกี่ยวสำเร็จ พืชทั้งหมดถูกจัดเก็บในโรงเรือน
[ระบบ]: พลังงานมิติเพิ่มขึ้น 50%
[ระบบ]: เลเวลมิติอัปเกรดเป็น 3 ฟังก์ชันการปลูกพืชอัตโนมัติปลดล็อกแล้ว
ดินในแปลงผักเริ่มขยับเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นช่วยกันเก็บเกี่ยวพืชผล ทุกอย่างถูกจัดเก็บลงในโรงเรือนอย่างรวดเร็ว ฮัวอวี้หลินมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง
“นี่มัน... วิเศษมากเลยลูก” เธอพูดพลางหันไปมองหลานสาว
ไหหม่าลอยวนไปมาพร้อมกับแสงระยิบระยับ “เซียงเซียงมิติของเธอเพิ่งอัปเลเวล และตอนนี้เธอสามารถปลูกพืชแบบอัตโนมัติได้แล้ว”
“จริงเหรอ! แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาปลูกเองแล้วสินะ” หรูอวี้เซียงพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ใช่แล้ว และไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้มิติของเธอมีโรงเรือนที่สามารถเก็บเกี่ยวและจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เธอสามารถตั้งเวลาได้ว่าต้องการปลูกพืชอะไรในแต่ละช่วงเวลา”
ฮัวอวี้หลินมองหลานสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “หลานรัก ย่ารู้สึกว่าที่นี่จะเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้มากในอนาคตหากว่าเกิดสิ่งที่หลานพูดเป็นความจริง”
“ค่ะย่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หนูจะใช้มิตินี้เพื่อสร้างแหล่งอาหารและความมั่นคงให้กับเราทุกคน”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในกันและกัน ขณะที่ไหหม่าลอยวนไปมาอย่างตื่นเต้น เสียงหัวเราะและบรรยากาศอันอบอุ่นของสองย่าหลานทำให้มิตินี้ดูสดใสและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น โดยมีเจ้าเฮยส่งเสียงเห่าอย่างดีใจทั้งที่มันไม่รู้ว่าเจ้านายทั้งสองอารมณ์ดีเพราะเรื่องอะไรก็ตาม
“ย่าคะ พวกเราอยู่ในนี้นานมากแล้ว ฉันคิดว่าเราควรออกไปดีไหมคะ”
“ได้สิลูก ป่านนี้ข้างนอกไม่มืดไปแล้วเหรอ” หรูอวี้เซียงไม่ได้ตอบคำถามของย่าเนื่องจากเธออยากให้หญิงชราได้เห็นด้วยตาของตัวเอง
เสียงนกร้องและลมพัดแผ่วเบาต้อนรับพวกเขากลับสู่โลกภายนอก เมื่อฮัวอวี้หลินลืมตาขึ้นเธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในบ้านหลังเดิม ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงอ่อน ๆ ราวกับว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“นี่มัน… เราออกไปนานแล้วทำไมเวลาข้างนอกถึงยังเหมือนเดิม?” ฮัวอวี้หลินพูดด้วยความแปลกใจขณะมองไปยังนาฬิกาเรือนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ
หรูอวี้เซียงยิ้มเล็กน้อย “ย่าคะ ในมิติเวลาจะเดินช้ากว่าเวลาปกติ หรือบางครั้งอาจหยุดนิ่งก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับระดับของมิติ”
ฮัวอวี้หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แสดงว่าเราสามารถใช้เวลาที่นั่นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาข้างนอกเลยใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะย่า” หรูอวี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “นี่แหละค่ะคือข้อได้เปรียบของมิติ เราสามารถทำอะไรได้มากมายในนั้นโดยที่ไม่กระทบกับชีวิตด้านนอกเลย”
ฮัวอวี้หลินยังคงมองนาฬิกาอย่างไม่เชื่อสายตา เธอคิดย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่อยู่ในมิติ ทั้งการเดินสำรวจและการเก็บเกี่ยวพืชผลใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่อออกมากลับพบว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
“หลานรัก สิ่งที่เธอมีนี่ช่างวิเศษจริง ๆ” ฮัวอวี้หลินพูดพร้อมกับยิ้มออกมา
“ย่าคะ เราจะใช้มันเพื่อช่วยครอบครัวและทุกคนในหมู่บ้านให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้ค่ะ” หรูอวี้เซียงพูดด้วยแววตาแน่วแน่
เจ้าเฮยที่หมอบอยู่ใกล้ ๆ ก็ส่งเสียงเห่าเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ จึงทำให้ฮัวอวี้หลินส่งเสียงหัวเราะให้กับมัน
“ขนาดเจ้าเฮยยังสนับสนุนหลานเลย”
ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง บรรยากาศในบ้านยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องเตรียมเผชิญหน้าในอนาคตจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตอนนี้หัวใจของทั้งสองเต็มไปด้วยความหวัง
“ไปเถอะลูก ย่าจะช่วยหลานเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้” ฮัวอวี้หลินพูดก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้าไปในครัว
หรูอวี้เซียงยิ้มตามก่อนจะเดินไปช่วยย่าของเธอ ภายในใจคิดถึงแผนการในวันข้างหน้า ทั้งการสร้างแหล่งอาหาร การสร้างฟาร์ม และการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ทุกก้าวเดินของพวกเขาต่อจากนี้คือก้าวที่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในมิติและในโลกแห่งความจริง
ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ
โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร
รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ
โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ
รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตงพูดขึ้นกับคนในบ้านพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาทางหน้าประตูชั้นนอกเมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับกลุ่มคนตรงหน้า โม่ไห่ตงมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัยแฝงความกังวล เพราะหนึ่งในผู้มาเยือนมีผู้พันหลี่เจี่ยอยู่ด้วย ร่วมกับหลี่ไห่และหลิวจิน ดังนั้นเขาจึงผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามานั่งในเรือนรับรองกลางบ้าน“อาหลี่ หลิวจิน ผู้พันหลี่ ทุกคนเข้ามานั่งก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้พากันมาแต่เช้า?”ผู้พันหลี่สบตาโม่ไห่ตง ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่คือคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการจูเก่อหลาง ทางหน่วย ของเราอยากเชิญนายกับหลิวจินให้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ”หลิวจินที่ถูกตามตัวมาด้วยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“หน่วย
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มลอดผ่านหมอกหนาที่ลอยคลุมเกาะ หมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างเงียบงัน ศาลากลางหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ประชุมสำคัญสำหรับการเจรจาครั้งนี้หรูอวี้เซียงเดินเข้ามาพร้อมกับโม่ไห่ตงและหลี่ไห่ ขณะที่ผู้พันหลี่เจี่ยกับผู้กองหวังลี่รออยู่ในศาลากลาง บรรยากาศภายในห้องประชุมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย โม่ไห่ตงนั่งกอดอกข้างหรูอวี้เซียงดวงตาจับจ้องไปยังผู้พันหลี่เจี่ยอย่างไม่วางใจแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม“เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราขอเสนอใช้พื้นที่บางส่วนของเกาะเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว” ผู้พันหลี่เจี่ยเริ่มเปิดการเจรจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเรายินดีให้ความช่วยเหลือในการเสริมกำลังป้องกันรอบเกาะเพื่อรับมือกับภัยจากภายนอก”หลี่ไห่เหลือบมองหรูอวี้เซียงเป็นเชิงขอความคิดเห็น หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน“เรายินดีให้ความร่วมมือค่ะ แต่เรามีเงื่อนไขว่าการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านต้องยังคงเป็นของพวกเรา และห้ามเจ้าหน้าที่ของคุณก้าวก่ายหรือแทรกแ







