Se connecterเสียงสัญญาณเตือนจากข้อความในมือถือดังขึ้นติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งข้อความเหล่านั้นล้วนแต่เป็นเนื้อหาทำนองเดียวกัน “ระวัง! อันตรายจากซอมบี้” “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมฉันจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย แล้วคุณย่าล่ะ” หญิงสาวผู้อยู่ในโบกี้รถไฟที่หยุดวิ่งจากสถานการณ์ภายนอกกำลังนั่งแอบอย่างหวาดกลัว เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือของตนเอาไว้แน่นโดยที่เจ้าตัวพยายามกดตัวเลขที่จำได้ขึ้นใจ ทว่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่มีคนรับสาย เช่นเดียวกับเจ้าของมือถือปุ่มกดรุ่นเก่าที่ตอนนี้หล่อนกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ในหลุมหลบภัยโดยที่มือของเจ้าตัวก็พยายามควานหาโทรศัพท์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งไปแล้วด้วยใจอันร้อนรุ่ม “เซียงเซียงของย่าจะเป็นยังไงบ้าง ขอให้หลานปลอดภัยทีเถอะ” ต่างคนต่างห่วงนี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างย่ากับหลานสาวที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับวันสิ้นโลก
Voir plusเสียงแผดร้องจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในหอพักเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ หรูอวี้เซียงสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันอันน่าสะพรึงเธอพยายามควานหามือถือที่วางอยู่ไม่ไกลด้วยความเคยชิน สายตาของเธอปะทะเข้ากับเพดานที่มีผ้ามุ้งปิดอยู่
“ไม่จริงหรอกมั้ง...” เธอพึมพำพลางหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ เมื่อเธอมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้ไม่ใช่ความฝัน
เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือเก่าที่จอมีรอยร้าวเล็กน้อย เมื่อปลดล็อกหน้าจอเธอเห็นสายที่ไม่ได้รับจากเพื่อนร่วมงานกลุ่มหนึ่ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอตัดสินใจกดรับ
“เซียงเซียง! กว่าจะรับสายฉันถือโทรศัพท์จนมือแทบหงิก เธอจะมาหรือเปล่า? ถ้าจะมาก็นั่งรถไฟตามหลังมา พวกเราขึ้นมากันหมดแล้ว!” เสียงปลายสายบ่นกระหน่ำโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูด
หรูอวี้เซียงยิ้มเยาะกับตัวเอง เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันคงไม่ไปแล้ว ฝากบอกจางเหลียนฮวาด้วยว่าขอบคุณสำหรับความหวังดีอันจอมปลอมของเธอ”
หรูอวี้เซียงกดตัดสายก่อนที่ปลายนิ้วจะกดบล็อกหมายเลขทั้งหมดของคนกลุ่มนั้น ความสงบกลับมาสู่ห้องอีกครั้ง ขณะที่หรูอวี้เซียงนั่งนิ่งรอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเธอใช้ฉันเหมือนทาสอีกแล้ว”
ภายในบ้านไม้เก่าแก่ในหมู่บ้านหยางเหวิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฮัวอวี้หลินรีบรับสาย เมื่อได้ยินเสียงหลานสาวที่คุ้นเคย หญิงชราก็ใจชื้นขึ้นทันที
“เซียงเอ๋อร์! ย่าไม่ได้ยินเสียงหลานนานมากแล้ว ย่าคิดถึงจนแทบจะไปหาหลานที่เมืองหลวงแล้วรู้หรือเปล่า”
“ย่าคะ... เป็นย่าจริง ๆ ใช่ไหม” หรูอวี้เซียงพูดพลางกลั้นน้ำตา ความคิดถึงที่ถูกกักเก็บมานานหลั่งไหลออกมาท่วมท้น
“เป็นอะไรไปลูก ทำไมถึงร้องไห้แบบนี้” น้ำเสียงของย่าฉายแววห่วงใย
“หนูคิดถึงย่าค่ะ หนูจะกลับบ้าน... กลับไปหาย่าวันนี้เลย” หรูอวี้เซียงตอบด้วยความหนักแน่น
ฮัวอวี้หลินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา ในขณะเดียวกันขอบตาของเธอพลันร้อนขึ้น
“จริงเหรอ! หลานพูดจริงนะ ไม่ใช่หลอกย่าใช่ไหม”
“จริงสิคะ ย่าคะหนูอยากกลับไปทำสวนกับย่า หนูอยากเริ่มต้นใหม่”
เสียงของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ฮัวอวี้หลินสัมผัสได้ หญิงชราหยุดนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้งด้วยความดีใจจนปิดไม่มิด
“เด็กโง่เอ๊ย... จะกลับมาจริง ๆ ใช่ไหม ย่าก็คิดถึงหลานทุกวันเหมือนกัน แต่ถ้าหลานเหนื่อยนักจะพักแค่ช่วงสั้น ๆ ก่อนก็ได้นะ บ้านเรายังมีที่นอนมีที่ให้หลานพักเสมอ” ฮัวอวี้หลินคิดว่าหลานสาวคงมีปัญหาจึงอยากกลับมาจึงเอ่ยออกมาเช่นนี้
“ไม่ค่ะย่า ครั้งนี้หนูจะกลับไปอยู่บ้านกับย่าจริง ๆ หนูจะไม่ไปไหนอีกแล้ว หนูจะอยู่กับย่าตลอดไป” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาหยดลงมาที่ร่องแก้ม หรูอวี้เซียงใช้หลังมือเช็ดมันออกอย่างลวก ๆ
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่ฮัวอวี้หลินจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“กลับมาบ้านเรานะหลาน ย่าจะรอ...ย่า จะทำอาหารโปรดของหลานเอาไว้ให้ แล้วเราจะกินด้วยกัน ย่าจะไม่ถามว่าหลานเจออะไรมาบ้าง ขอแค่หลานกลับมาก็พอ”
“ค่ะย่า หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย รถไฟเที่ยวเย็นน่าจะทันถึงบ้านตอนเช้า”
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ถ้าไม่มีเงินค่ารถบอกย่า ย่าจะฝากใครสักคนไปส่งให้” ฮัวอวี้หลินกล่าวอวยพรจากหัวใจด้วยความรู้สึกยินดี
หรูอวี้เซียงหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “ไม่ต้องหรอกค่ะย่า หนูยังมีเงินเก็บอยู่บ้าง เดี๋ยวเจอกันนะคะ”
เสียงหัวเราะของหญิงชราที่เต็มไปด้วยความสุขดังแว่วมาตามสาย “จ้ะ ย่าจะรอนะ”
หลังจากวางสาย หรูอวี้เซียงมองโทรศัพท์ในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
“ครั้งนี้ ฉันจะไม่ให้ย่าผิดหวังอีกแล้ว...” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มเก็บของจำเป็นที่มีอยู่ในหอพักเพียงน้อยนิด นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุดก็หนังสือเล่มโปรด และกล่องไม้เล็ก ๆ ที่แม่เคยให้มา
เมื่อเก็บของเสร็จเธอมองไปรอบ ๆ ห้องที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ห้องเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝันของเธอแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความทรงจำที่เธอไม่อยากจดจำอีก
“ลาก่อน...” เธอเอ่ยเบา ๆ ราวกับบอกลาชีวิตเดิม ก่อนจะปิดประตูห้องและออกเดินทางเพื่อกลับบ้าน
ภายในตู้รถไฟขบวนสายชนบท หรูอวี้เซียงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ทิวทัศน์สีเขียวของทุ่งนาและภูเขาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็วตามการเคลื่อนที่ของรถไฟ
หญิงสาวพิงศีรษะกับบานกระจกหน้าต่าง สายตาจับจ้องออกไปไกล ในมือของเธอถือสร้อยคอที่แม่มอบให้ก่อนเสียชีวิต สร้อยที่มีจี้อัญมณีสีเขียวแปลกตาซึ่งเธอมักพกติดตัวไว้เสมอ
“ครั้งนี้...” เธอพึมพำเบา ๆ สายตาจับจ้องไปยังจี้ในมือ “ฉันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อปกป้องย่าและสร้างอนาคตที่ฉันเลือกเอง ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรฉันจะไม่ย่อท้อ...แม่คะ คุณช่วยเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะคะ”
ในขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ทันใดนั้นอัญมณีในจี้พลันเปล่งประกายแสงสีเขียวเรืองรองที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น หรูอวี้เซียงสะดุ้งเฮือก
มือของเธอเกือบปล่อยจี้หลุดลงพื้น แต่แสงนั้นกลับค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเหนืออัญมณีกลายเป็นรูปร่างของม้าน้ำตัวเล็กโปร่งแสงลอยอยู่กลางอากาศ
“ยินดีที่ได้พบคุณผู้ถูกเลือก” เสียงของม้าน้ำโปร่งแสงดังขึ้นในหัวของเธอ
หรูอวี้เซียงเบิกตากว้าง เธอมองรอบตัวเพื่อดูว่ามีใครในรถไฟเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าผู้โดยสารคนอื่นจะไม่รู้เรื่องราวอะไร
“ใคร... ใครพูด?” เธอกระซิบถามเสียงเบา
ม้าน้ำโปร่งแสงลอยวนรอบสร้อยคอก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ผมคือระบบช่วยชีวิตในวันสิ้นโลก เป็นทั้งผู้พิทักษ์และผู้แนะแนวของคุณ คุณสามารถเรียกผมว่าไหหม่า
“ไหหม่า?” เธอพึมพำชื่อที่แปลว่าม้าน้ำ พลางมองรูปร่างของมันอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ใช่ ผมถูกฝังอยู่ในอัญมณีของสร้อยคอที่แม่ของคุณมอบให้ สร้อยนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดาแต่มันคือกุญแจสู่มิติพิเศษที่เป็นของคุณ
“มิติพิเศษ?” คิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน “หมายความว่าไง?”
ม้าน้ำโปร่งแสงโค้งหัวเล็ก ๆ คล้ายพยักหน้า มิติพิเศษคือพื้นที่ส่วนตัวที่คุณสามารถใช้เพื่อเก็บสะสมทรัพยากร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และพัฒนาสิ่งที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก มันถูกสร้างขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะ และตอนนี้ได้พร้อมสำหรับการเปิดใช้งานแล้ว
“แม่ของฉันเคยรู้เรื่องนี้ไหม?” หรูอวี้เซียงถามเสียงเบา
แม่ของคุณไม่รู้ถึงรายละเอียดทั้งหมด แต่เธอได้รับสร้อยนี้มาเพื่อปกป้องคุณ เธอรู้ว่ามันสำคัญต่ออนาคตของคุณและเลือกที่จะมอบมันให้ในเวลาที่เหมาะสม
หรูอวี้เซียงกำสร้อยในมือแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตา “แม่... ขอบคุณนะคะ”
ผู้ถูกเลือกคุณพร้อมหรือยังที่จะสำรวจมิติของคุณ? ไหหม่าถามเสียงนุ่ม
หรูอวี้เซียงสูดหายใจลึก เธอเช็ดน้ำตาออกแล้วพยักหน้า “พร้อมแล้ว พาฉันไปเลย”
ทันใดนั้นแสงจากจี้ในสร้อยก็ส่องสว่างจ้า หรูอวี้เซียงรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่สถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ และเมื่อเธอได้เข้ามาสู่สถานที่แห่งนี้
หญิงสาวก็พบกับพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าใส แสงแดดอ่อน ๆ และลมพัดเบา ๆ รอบตัวเธอมีทุ่งหญ้าและแปลงดินเปล่าที่เหมือนรอให้ใครสักคนมาสร้างสิ่งต่าง ๆ
ที่นี่คือมิติพิเศษของคุณ คุณสามารถใช้มันเพื่อสร้างทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับอนาคต ไหหม่าลอยวนรอบตัวเธอพร้อมกับอธิบายออกมาอย่างเนิบช้า
หรูอวี้เซียงยืนมองไปรอบ ๆ ด้วยความตกตะลึง ในใจของเธอเริ่มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ถ้ามีสิ่งนี้ ฉันจะปกป้องย่าและคนในหมู่บ้านได้แน่...” เธอพูดกับตัวเองก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความสุขและความมุ่งมั่น
ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ
โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร
รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ
โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ





