แชร์

ตอนที่ 9 สองครอบครัว หนึ่งอนาคต

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-08 19:30:52

เธอหลุบตามองต่ำ ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะตอบในใจพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างนั้นเหรอ… ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ ไหหม่าว่าแต่นายมีอะไรจะเตือนฉันอีกไหม?

ไม่มีอะไรนอกจากคำแนะนำ ไหหม่าตอบเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นมิตร

อย่าปล่อยโอกาสครั้งนี้หลุดลอยไป คุณมีทั้งครอบครัวของคุณและโม่ไห่ตงคอยสนับสนุน สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือวางแผนและเริ่มลงมือเพื่อสร้างอนาคตที่คุณต้องการ

หรูอวี้เซียงถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่ดวงตาของเธอเหลือบไปทางโม่ไห่ตงที่กำลังพูดถึงแผนการปลูกพืชและสะสมทรัพยากรกับเธอ

“พี่ไห่ตง” เธอเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ “พวกเราออกไปข้างนอกกันดีไหมคะ”

โม่ไห่ตงมองหน้าหรูอวี้เซียงด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ออกไปข้างนอก? ทำไมล่ะเซียงเซียง?”

หรูอวี้เซียงทำเพียงยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ก็อากาศดีออกค่ะ ฉันอยากเดินเล่น พี่เองก็จะได้พักผ่อนด้วย”

โม่ไห่ตงเดินตามหรูอวี้เซียงออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ พร้อมมองเธอที่ดูราวกับตั้งใจจะเดินไปที่ไหนสักแห่ง

“พี่ไห่ตง” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นขณะเดินนำ “เราไปเดินเล่นแถวสวนกันเถอะค่ะ ฉันจะพาพี่ชมสวน”

หรูอวี้เซียงพยายามเดินให้ไกลจากบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจของเธอมีแต่ความกังวลว่า หากครอบครัวของโม่ไห่ตงหรือย่าของเธอเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังพวกเขาอาจจะคิดเลยเถิดไปไกลกว่าเดิม

“เซียงเซียง” โม่ไห่ตงเรียกเธอเสียงเบาเมื่อเห็นว่าเธอดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เธอดูเหมือนไม่สบายใจ มีอะไรหรือเปล่า?”

หรูอวี้เซียงหยุดเดินเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มให้เขา “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าถ้าฉันอยู่ในบ้านกับพี่นานเกินไปคนอื่นจะคิดมาก ฉันก็เลยชวนพี่ออกมาข้างนอก”

คำพูดของเธอทำให้โม่ไห่ตงหลุดหัวเราะออกมา “นี่เธอกลัวพวกเขาจะเข้าใจผิดเหรอ?”

หรูอวี้เซียงเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “ก็ใช่นะสิคะ ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรเลย ถ้าพวกเขาคิดไปไกลฉันจะอธิบายยังไงดีล่ะ”

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้น “เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พี่ไม่ได้รีบร้อน และพี่ก็พร้อมจะรอจนกว่าเธอจะมั่นใจ”

“พี่พูดแบบนั้นได้ก็เพราะพี่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ของฉัน” หรูอวี้เซียงพูดพลางถอนหายใจ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิงเหมือนฉัน พี่คงเข้าใจว่ามันลำบากใจแค่ไหน”

โม่ไห่ตงหัวเราะเบา ๆ “ก็จริงของเธอ เอาอย่างนี้พี่จะอยู่ข้าง ๆ เธอโดยไม่เร่งรัดอะไรทั้งนั้น”

หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ความจริงใจของโม่ไห่ตงทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

“ขอบคุณนะคะพี่ไห่ตง”

ทั้งสองคนเดินไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกัน ด้านในบ้านครอบครัวของโม่ไห่ตงกำลังนั่งพูดคุยอย่างจริงจังกับฮัวอวี้หลินเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งสองคน

ในขณะที่หรูอวี้เซียงกับโม่ไห่ตงเดินทอดน่องไปตามทางเดินริมสวน เสียงนกที่ร้องประสานกันในยามเช้าทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสงบขึ้น

หรูอวี้เซียงแอบมองโม่ไห่ตงที่เดินอยู่ข้าง ๆ เขาดูผ่อนคลายแต่เธอรู้ว่าภายในใจของเขายังมีความกังวลบางอย่าง

“พี่ไห่ตง” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเบา

“หืม?” โม่ไห่ตงหันมามองเธอด้วยดวงตาอันเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย

“พี่รู้ไหมว่า ในชาติก่อนฉันเคยคิดว่าชีวิตของฉันไม่มีทางไปต่อได้แล้ว แต่การที่ได้เจอพี่ทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ใบหน้าของโม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มออกมา “พี่เองก็เหมือนกัน เซียงเซียง การได้เจอเธอในวันนั้นทำให้พี่รู้สึกว่าชีวิตของพี่มีความหมายขึ้นมาก”

หรูอวี้เซียงยิ้มตอบแต่ในใจของเธอมีคำถามที่ยังไม่ได้พูดออกมา เธอไม่อยากให้บรรยากาศในตอนนี้ถูกทำลายด้วยความกังวล

“ว่าแต่พี่มีแผนอะไรต่อจากนี้คะ?” เธอเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

โม่ไห่ตงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดตามที่ใจคิด “พี่คิดว่าจะเริ่มทำเกษตรจากที่ดินที่พี่ซื้อจากย่าของเธอ และใช้ทรัพยากรที่เราสร้างขึ้นมาเป็นทุนสำหรับปลดล็อกฟังก์ชันในเกมของพี่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เริ่มจากเอาวัสดุที่สามารถทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีของซอมบี้ออกมาสร้างบ้านรวมถึงล้อมรั้ว”

หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงอย่างเห็นพ้อง “ฟังดูเป็นแผนที่ดีนะคะ เพราะถ้าพี่สามารถสร้างบ้านที่ทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีได้ มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเราทุกคน”

“ใช่ พี่ตั้งใจแบบนั้น” โม่ไห่ตงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ไม่ใช่แค่บ้าน พี่จะสร้างระบบป้องกันที่ดีที่สุด รอบ ๆ บ้านจะมีรั้วที่สามารถป้องกันไม่ให้ซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาได้ พร้อมทั้งติดตั้งอาวุธเสริมเพื่อป้องกันอีกชั้นแต่สิ่งนี้พี่คิดว่าคงจะต้องรอให้ถึงวันนั้นก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครให้เราทำ”

สีหน้าของหรูอวี้เซียงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเนื่องจากคงไม่มีใครเชื่อหากบอกว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงในอีกไม่นาน ทว่าเธอกลับไม่ได้พูดออกมาเพราะคิดว่าชายหนุ่มเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

หล่อนจึงได้เปลี่ยนเรื่อง “เหมือนพี่กำลังพูดถึงฐานทัพในเกมเลยใช่ไหมคะ” หรูอวี้เซียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะแต่ในน้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความประทับใจ

“มันคือสิ่งเดียวกัน” โม่ไห่ตงไม่ปฏิเสธ “เกมที่พี่พัฒนามันไม่ใช่แค่เกม แต่มันเป็นคู่มือเอาตัวรอดในโลกที่เราเคยเจอ… โลกที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”

หรูอวี้เซียงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ฉันจะช่วยพี่ในทุกวิถีทางค่ะ ฉันเองก็มีมิติที่สามารถช่วยสะสมทรัพยากรได้ เราจะร่วมมือกันเพื่อสร้างที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนและครอบครัว เราสองคนจะร่วมกันปกป้องพวกเขาค่ะ”

โม่ไห่ตงมองหรูอวี้เซียงด้วยแววตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความชื่นชม

“ขอบคุณนะ เซียงเซียง… พี่ดีใจที่เธอคิดแบบนี้ เราสองคนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า ทั้งสำหรับเราและครอบครัว”

แม้ว่าหรูอวี้เซียงจะยิ้มออกมาแต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอ…

ภาพของคนในหมู่บ้านที่เธอรักต้องล้มตายไปทีละคนจากหน้าจอก่อนที่เธอจะตายเนื่องจากมีบางคนหนีไม่ทันแม้ว่าที่นี่จะถูกใช้เป็นฐานทัพหลักก็ตาม

ความทรมานที่เธอเผชิญ ความเจ็บปวดที่ต้องเห็นโม่ไห่ตงเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือเธอ ทั้งหมดนั้นหล่อหลอมให้เธอตัดสินใจแน่วแน่ในชาตินี้

“พี่ไห่ตง…” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นเสียงเบา “พี่รู้ใช่ไหมว่าในชาติก่อนพี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหวัง แต่มันก็เจ็บปวดมากเหมือนกันที่ต้องเห็นพี่เสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยฉัน”

โม่ไห่ตงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “พี่รู้ว่าเธอเจ็บปวด แต่พี่ไม่เสียใจที่ได้ทำในสิ่งนั้น ถึงจะสายเกินไปสำหรับเราสองคนในตอนนั้น แต่ชาตินี้พี่ตั้งใจจะไม่ปล่อยให้มันจบแบบเดิมอีก”

คำพูดของเขาทำให้หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอหน่วย “เราจะทำมันด้วยกันค่ะ พี่ไห่ตง เราจะสร้างที่ปลอดภัย เราจะปกป้องครอบครัวของเรา… และเราจะไม่เสียใครไปอีก”

“ใช่” โม่ไห่ตงพยักหน้า “เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมาขวางทางอนาคตอีกต่อไป”

ในขณะที่หรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงยืนมองหน้ากันด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ไม่ไกลออกไป ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายกำลังแอบมองอยู่ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

ปู่โม่เทียนหลงกระซิบเบา ๆ กับฮัวอวี้หลิน “ดูสิคุณฮัว หลานสาวของคุณกับหลานชายของผมเหมาะสมกันขนาดไหน”

ฮัวอวี้หลินเผยรอยยิ้มก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู

“พวกเขาโตขึ้นมากจริง ๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเซียงเอ๋อร์จะมีคนที่พร้อมจะดูแลและปกป้องเธอได้ขนาดนี้”

โม่เข่อซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง “ปู่คะ ย่าคะ พี่ไห่ตงนี่เขาเหมือนคนที่เจอรักแท้เลยนะคะ ดูสิเขามองพี่เซียง เซียงเหมือนจะละลายแล้ว”

เฉินเจียวที่ได้ยินคำพูดของลูกสาวหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ “ลูกพูดถูก แม่เองก็ไม่เคยเห็นพี่ชายของลูกเป็นแบบนี้มาก่อน”

โม่อี๋เจ๋อมองลูกชายและหรูอวี้เซียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ลูกชายผมก็ต้องเหมือนผมสิ หากทุ่มเทให้ใครก็จะมีแต่เธอคนนั้น”

ทุกคนต่างพากันหัวเราะให้กับคำพูดของพ่อโม่ ขณะที่เสียงหัวเราะคิกคักของโม่เข่อซิงดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ว่า… ทำไมพี่     ไห่ตงถึงหน้าแดงขนาดนั้นล่ะคะ ฮ่า ๆ ๆ!”

ฮัวอวี้หลินหัวเราะตาม “เด็กคนนี้… เราอย่าไปแซวพวกเขาเลย ให้พวกเขาได้มีช่วงเวลาของตัวเองเถอะ”

ปู่โม่เทียนหลงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกระซิบเบา ๆ “ใช่ ให้พวกเขามีโอกาสแสดงออกถึงความจริงใจต่อกันเถอะ”

เสียงพูดคุยเบา ๆ ของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั้นไม่ได้รบกวนหรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะทั้งสองยังคงยืนอยู่ด้วยกันพร้อมกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน เหมือนจะเป็นกำลังใจให้กับคู่หนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ของพวกเขา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 50 การโจมตีและการร่วมมือของชุมชน

    ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 46 ผมขอร้องพวกคุณ

    โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 49 ร่วมกันวิจัย

    รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 48 การปรากฏตัวขององค์กรลึกลับ

    โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 47 คำเชิญ

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตงพูดขึ้นกับคนในบ้านพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาทางหน้าประตูชั้นนอกเมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับกลุ่มคนตรงหน้า โม่ไห่ตงมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัยแฝงความกังวล เพราะหนึ่งในผู้มาเยือนมีผู้พันหลี่เจี่ยอยู่ด้วย ร่วมกับหลี่ไห่และหลิวจิน ดังนั้นเขาจึงผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามานั่งในเรือนรับรองกลางบ้าน“อาหลี่ หลิวจิน ผู้พันหลี่ ทุกคนเข้ามานั่งก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้พากันมาแต่เช้า?”ผู้พันหลี่สบตาโม่ไห่ตง ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่คือคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการจูเก่อหลาง ทางหน่วย ของเราอยากเชิญนายกับหลิวจินให้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ”หลิวจินที่ถูกตามตัวมาด้วยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“หน่วย

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 42 ข้อตกลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มลอดผ่านหมอกหนาที่ลอยคลุมเกาะ หมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างเงียบงัน ศาลากลางหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ประชุมสำคัญสำหรับการเจรจาครั้งนี้หรูอวี้เซียงเดินเข้ามาพร้อมกับโม่ไห่ตงและหลี่ไห่ ขณะที่ผู้พันหลี่เจี่ยกับผู้กองหวังลี่รออยู่ในศาลากลาง บรรยากาศภายในห้องประชุมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย โม่ไห่ตงนั่งกอดอกข้างหรูอวี้เซียงดวงตาจับจ้องไปยังผู้พันหลี่เจี่ยอย่างไม่วางใจแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม“เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราขอเสนอใช้พื้นที่บางส่วนของเกาะเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว” ผู้พันหลี่เจี่ยเริ่มเปิดการเจรจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเรายินดีให้ความช่วยเหลือในการเสริมกำลังป้องกันรอบเกาะเพื่อรับมือกับภัยจากภายนอก”หลี่ไห่เหลือบมองหรูอวี้เซียงเป็นเชิงขอความคิดเห็น หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน“เรายินดีให้ความร่วมมือค่ะ แต่เรามีเงื่อนไขว่าการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านต้องยังคงเป็นของพวกเรา และห้ามเจ้าหน้าที่ของคุณก้าวก่ายหรือแทรกแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status