LOGIN! เธอชมผู้ชายที่ขออนุญาตจีบเหรอเจ้าใจ! ก็ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อพี่เค้าน่ารักก็ต้องบอกว่าน่ารักสิ เสียงหนึ่งเสียงสองของฉันตีกันให้วุ่นในใจสีหน้าลุ้นของพี่เร็กซ์ทำให้ฉันพยักหน้าในที่สุด “ก็ได้ค่ะ อาบก็อาบ” พี่เร็กซ์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่รู้สึกดีไปด้วยเมื่อได้เห็น “เดี๋ยวพี่เอาผ้าเช็ดตัวลงมาให้”“รบกวนด้วยนะคะ” ฉันบอกพลางค้อมหัวลง พี่เร็กซ์ยักคิ้วรัวๆ ยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ส่วนฉันรีบไลน์เข้ากลุ่มบ้าน รายงานตัวว่าตอนนี้อยู่ห้องรุ่นพี่ ถ้าฝนหยุดน้ำลดรุ่นพี่จะไปส่ง ทุกคนก็สบายใจขึ้นเพราะรู้ว่าฉันติดฝนที่สถานีเกือบชั่วโมงแล้ว“ผ้าเช็ดตัว” เสียงเจ้าของห้องทำเอาฉันที่กำลังรูดซิปเป้เงยหน้าขึ้นมาขอบคุณ “เราเข้าไปใช้ห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนแขกได้เลย ที่นั่นมีครบทุกอย่าง สระผมด้วยนะเดี๋ยวเป็นหวัด”“ขอบคุณค่ะคุณครู” ฉันอมยิ้มแกล้งแซวเล่นเมื่อพี่เค้าย้ำเหมือนฉันเป็นเด็กน้อยสามขวบ ร่างสูงตรงหน้าหัวเราะในลำคอ “ไม่อยากเป็นครู แต่อยากเป็นมากกว่ารุ่นพี่”วาบ! ฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน รู้สึกร้อนหน้าในชั่ววินาทีกับความตรงของพี่เร็กซ์ ไหนจะแววตาวิบวับนั่นอีก เล่นเอาใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะแต่ก็ทำไม
พี่เร็กซ์หันมาเลิกคิ้วใส่กันด้วยสีหน้าเหมือนสงสัย ฉันรีบส่งยิ้มให้ ไม่เป็นไรน่าเจ้าใจ พี่เร็กซ์ไว้ใจได้ เค้าไม่ทำอะไรเธอหรอก เข้ามารอในนี้ดีกว่ายืนรอฝนหยุดที่สถานีเป็นไหนๆ ป่ะ ฉันเดินตามพี่เร็กซ์ ผ่านห้องครัวที่เหมือนหลุดจากพินเทอเรสจนมาถึงห้องรับแขกโทนสีขาวครีมที่โอ่โถงเพราะเพดานสูงโปร่ง จากตรงนี้มองเห็นบันไดวนขึ้นไปชั้น 2 ทำให้ดูหรูหราอย่างลงตัว พี่เร็กซ์วางเป้ของฉันไว้ที่โซฟา เปิดทีวีไม่ให้เสียงเงียบ พอฉันยังยื่นอยู่ พี่เค้าก็บอกว่า “นั่งตามสบายเลย ให้คิดว่าเป็นห้องของตัวเอง” ถึงแม้ฟังดูจะแปลกสักหน่อย ฉันหย่อนตูดนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กจนได้ เอาจริง! แอบแปลกใจตัวเองเบาๆ ทั้งที่พี่เค้าจีบฉันอยู่ เจ้าใจคนนี้กลับไม่รู้สึกอึดอัดอะไร ยังสามารถคุยกับพี่เค้าได้ปกติ แม้บางครั้งจะมีอาการเขินก็ตาม“ห้องพี่มีแค่นม น้ำเปล่า เป็บซี่ รับอะไรดี” พี่เร็กซ์ถามในฐานะเจ้าบ้านที่ดี“น้ำเปล่าดีกว่าค่ะ ขอบคุณค่ะ” พี่เร็กซ์คลี่ยิ้มมุมปาก เดินหันหลังไปทางห้องครัว ส่วนฉันก็มองอะไรเรื่อยเปื่อย อดไม่ได้ที่จะถือวิสาสะเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่บิ๊กเบิ้ม แง้มม่านดูก็เห็นว่าฝนยังลงไม่ขาดสาย เฮ้อ!“ยังไม่หยุดง่ายๆ
พี่เร็กซ์เดินนำมาที่ลิฟท์ ใช้คีย์การ์ดกดชั้นบนสุดด้วยท่าทีคุ้นเคย ความสัมพันธ์ของพี่เร็กซ์กับพี่สายรหัสคงดีมาก ถึงขั้นวางใจให้คีย์การ์ดส่วนตัวมาใช้ด้วยตัวเอง ว่าแต่พี่รีเพลย์คงรวยมาก อยู่ชั้นบนสุดคือเพนเฮ้าส์ในคอนโดหรู ราคาไปไกลแน่นอน ใช้เวลาไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก พี่เร็กซ์เดินนำออกมา หือ! ชั้นบนสุดมี 2 ห้อง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา พี่เร็กซ์เดินไปกดออดฝั่งซ้าย รอไม่นานพี่เซอร์ไพรส์ก็เปิดประตูด้วยรอยยิ้มหวาน”สวัสดีค่ะพี่เซอร์ไพรส์” ฉันรีบยกมือทำความเคารพทันที“หวัดดีจ้ะน้องเจ้าใจ เข้ามาก่อนเร็ว”“ไม่เป็นไรครับพี่ไพรส์ ผมไม่รบกวนพี่กับพี่เพลย์ดีกว่า ขอบคุณนะครับที่ให้ยืมร่ม” ว่าแล้วพี่เร็กซ์ก็ยื่นร่มทั้งสองคันให้พี่เซอร์ไพรส์ ละคือยังไงคะ ไหนบอกว่ามีที่นั่งรอ หรือพี่เร็กซ์เกิดเปลี่ยนใจจะไปส่งฉันแล้ว แต่น้ำยังไม่ลด ขับรถไปไม่ได้อยู่ดี งงค่ะงง หนูงง!“โอเค วันหลังพาน้องเจ้าใจมานั่งเล่นกับพี่นะ”“ครับ” พอพี่เร็กซ์เอ่ยปากตกลง ฉันก็ยกมือไหว้พี่เซอร์ไพรส์และเดินตามพี่เร็กซ์เข้ามาในลิฟท์“หิวมั้ย” หลังจากกดลิฟต์แล้ว พี่เร็กซ์ก็หันมาถามกันอย่างใส่ใจ“นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบไปตามตรงติ๊ง! เสียงลิฟท
ตอนฉันอยู่เชียงใหม่พี่เค้าไม่ได้รุกอะไรให้อึดอัด ยังคงทักทายมาทางไลน์เหมือนที่ผ่านมาแถมยังหยอดให้ใจเต้นนั่นละ แต่วันนี้พี่เค้าโทรหา มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ? พอคิดได้ฉันก็กดรับสาย เตือนตัวเองไม่ให้เขินมากไป“เรายังไม่ถึงหอใช่มั้ย เสียงฝนดังเข้ามาขนาดนี้” ยังไม่ทันที่ฉันจะเซย์ไฮ พี่เร็กซ์ก็เข้าประเด็นทันที“ยังเลยค่ะ หนูติดฝนที่สถานีมาเกือบชั่วโมงแล้ว เดินกลับหอไม่ได้” ฉันตอบไปตามตรง“งั้นเดี๋ยวพี่ไปรับ”“อย่าเลยค่ะ ตอนนี้น้ำท่วมครึ่งหน้าแข้งได้ รถจอดเต็มสองข้างทาง ถึงพี่มารับ หนูก็เปิดประตูขึ้นรถไม่ได้อยู่ดี” สถานการณ์นี้ต้องเอาเรือมารับเต้าอั้นถึงจะรอด ไค่ไห้แต้ว้า!!“พี่จะไป ไม่เกิน 10นาที เดี๋ยวพี่เดินไป” พี่เร็กซ์ยังยืนยันคำเดิม“พี่อยู่มหาลัยเหรอคะ” ฉันถามด้วยความงง แต่ต่อให้อยู่มหาลัยใช้เวลาเดินมายังไงก็เกิน 10 นาทีป่ะ “เปล่า แต่พี่อยู่ใกล้ๆ นี่แหละ คอยแป๊บ”“แต่ลุยฝนมามันลำบากนะคะ” ต่อให้มีร่มก็เถอะยังไงก็เปียก พี่ฝนสาดเข้ามาไม่หยุดอ่ะค่ะ“ไม่ลำบากหรอก เราน่ะอยู่สถานีโดนละอองฝนจะเป็นหวัดมั้ย ไหนจะอยู่คนเดียวอีก ทั้งเหงาทั้งเบื่อแย่” ฉันสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของพี่เค้า เผลอยิ้มออก
มาละ อาการหวงน้อง นึกว่าจะไม่ถาม ในที่สุดก็ถามจนได้“ก็มีบ้าง แต่เจ้าจัดการได้” อันที่จริงมีพี่เร็กซ์ช่วยจัดการด้วย กรี๊ด!“ไม่ใช่ว่าแอบคบใครแล้วไม่บอกพี่นะ” พี่วินหรี่ตาจับผิดแต่เชื่อเถอะว่าแกล้งทำเพราะมุมปากยิ้ม“แล้วถ้าเจ้ายังไม่ได้คบ แต่กำลังคุยกับหนุ่มล่ะ พี่วินจะว่าไรมั้ย” ฉันกวนกลับแต่อันที่จริงกำลังโยนหินถามทางต่างหาก ก็ถ้าพี่เร็กซ์บอกพี่วินว่าชอบฉัน พี่วินต้องรู้เรื่องแล้ว“มันเป็นใคร” พี่วินถามเสียงนิ่ง แสดงว่าพี่เร็กซ์ยังไม่เคยบอก แต่ถึงไม่เคยบอกหรือบอกแล้วฉันก็เป็นกังวลอยู่ดี เหมือนแอบทำผิดเลยอ่ะ แง!“พี่วินเชื่อว่าเจ้ามีคนคุยเหรอ ชีวิตทุกวันมีแต่ไอดอล” พี่เอยคงกลัวฉันไปไม่เป็นเลยแกล้งถามแทนกันด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ หน้านิ่งของพี่วินค่อยๆ เปลี่ยนเป็นปกติ“รู้ใช่มั้ยว่าพี่เป็นห่วง กลัวใครมาทำน้องสาวคนเล็กเสียใจ ยิ่งเจ้าต้องอยู่กรุงเทพคนเดียว พี่ยิ่งห่วงไปใหญ่” พี่วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากหน้าตา“รู้ค่ะ” “เจ้าจะคุยกับใคร พี่รู้ว่าห้ามไม่ได้ ขนาดเอยอยู่บ้านเดียวกันพี่ยังห้ามไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยคนที่จะเข้ามาคุยกับเจ้าต้องไว้ใจได้ระดับนึง ไม่ใช่พวกเจ้าชู้เข้ามา
“เค้าจะเอาคำตอบแล้วเหรอ”“ก็เปล่า” ฉันส่ายหน้าน้อยๆ “พี่เค้าไม่ได้เร่งรัดอะไร เค้าบอกว่าช่วยรับเค้าไว้พิจารณาในฐานะผู้ชายคนนึงได้มั้ย” พูดเองก็เขินเอง กรี๊ด! พี่เร็กซ์บอกว่าที่ผ่านมาพี่เค้าจีบฉัน หนุ่มหล่อโลกหยุดหมุนคนนั้นชอบฉัน!!“งั้นก็ไม่เห็นต้องคิดมาก จากที่ฟังเจ้าเล่ามาถือว่าเค้าเป็นผู้ชายที่โอเคประมาณนึง ไม่รุ่มร่าม ไม่มัดมือชก แถมยังปกป้องน้องสาวของพี่ได้ เพราะงั้นปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติสิ ถ้าชอบเค้าก็ลองคุยดู แต่ถ้าไม่ชอบก็บอกไปตามตรงแค่นี้ง่ายๆ เลย”“แต่เจ้าเพิ่งรู้จักพี่เค้าได้ไม่นาน พี่เอยคิดว่ามันไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอที่จะคุยกัน” ฉันปรึกษาพี่สาวที่มีแฟนแล้วแถมคบกันตั้งแต่อยู่ปี 1จนถึงปัจจุบัน“ก็ไม่นะ แค่คุยเอง” พี่เอยยกไหล่ด้วยสีหน้าสบายๆ “ศึกษากันก่อน ยังไม่ได้ตกลงคบ ถ้าคุยแล้วไม่ใช่เวย์ก็เซย์บาย แต่ถ้าโอเคคลิกก็เป็นอีกสเต็ปนึง พี่รู้ว่าเจ้าไม่เคยมีความรักมาก่อน มันเลยวนเวียนอยู่ในหัวว่าจะเอาไง…ช่ะ”“อื้อ” ฉันยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะเอียงคอถามอย่างนึกได้ “ว่าแต่พี่เอยรู้ได้ยังไงว่าเจ้ารู้สึกแบบไหน”พี่สาวคนสวยยิ้ม “ก็ก่อนคบกับพี่เค พี่ก็อารมณ์เดียวกับเจ้านี่แหละ ว่าแต่เค







