Share

ตอนที่ 9 พวกอกตัญญู

last update Tanggal publikasi: 2024-12-15 11:23:05

เมื่อรถม้าวิ่งผ่านเข้าไปในหมู่บ้านหลี่หงรู้สึกเย็นหลังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก รถลากวิ่งผ่านชุมชนออกมาทางไร่นาไม่นานก็ถึงกระท่อมปลายนาของพวกเขา

หลี่หงกลั้นหายใจไปตั้งหลายครั้งเมื่อรถม้าวิ่งเข้าไปในเขตชุมชนยังดีที่ชาวบ้านไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ส่วนบ้านท่านย่าก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ทำให้เขาโล่งอกเป็นอย่างมาก

"มากันแล้วรึ" หญิงวัยกลางคนตะเบ็งเสียงออกมาเมื่อเห็นรถม้าเข้ามาตรงลานบ้าน

"ท่านแม่..." หลี่หงเรียกผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงกร่อย ๆ แล้วมองไปยังพี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างรอเขาอยู่ชายคาข้างบ้านด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว ตั้งแต่ที่ย้ายออกมาเขาใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างสงบสุขมาโดยตลอด ไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านแม่ และพี่สะใภ้ใหญ่จะบุกมาถึงที่กระท่อมซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเขาเช่นนี้

หลี่หงมองไปยังภรรยาของเขาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้าใบหน้างามดูหดหู่ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ นางคงถูกท่านย่าดุด่าไปไม่น้อย

หลี่หงรีบกระโจนลงจากรถม้าแล้วรีบเดินไปพยุงภรรยาตนให้ลุกจากพื้นดิน ก่อนก้มหัวทำความเคารพให้ท่านแม่ของตนอย่างสุภาพ ถึงแม้ว่าท่านจะทำหน้าบูดบึ้งเพียงใดก็ตาม หลี่จงเห็นเช่นนั้นรีบกระโดดลงจากรถม้า และเดินไปลูบหัวพวกมันเพื่อไม่ให้พวกมันตกใจเขาช่างเป็นพี่ชายที่ไว้ใจจะฝากชีวิตไว้ได้เสียจริง ๆ ส่วนหลี่หลิวใช้แขนสั้น ๆ ของนางโอบน้องเล็กไว้บนรถม้า กลัวว่าเขาจะเข้าไปร่วมวงกับเรื่องนี้ในคราวนี้ด้วย ให้ท่านพ่อเป็นคนจัดการปัญหาน่าจะดีกว่าให้เด็กแก่แดดอย่างข้าลงมือ

"แกปีกกล้าขาแข็งขึ้นถึงเพียงนี้ ยังกล้าที่จะเรียกข้าว่าแม่อีกรึ!!" สายตาที่คับแค้นใจคู่นั้นของท่านแม่มองมาที่เขาอย่างคาดคั้น ทั้งที่เขาก็ออกมาอย่างถูกต้องแล้ว ตั้งแต่ที่เขาย้ายออกมาไม่นานนักท่านพ่อก็แอบให้คนเอาทะเบียนบ้านของครอบครัวเขามาให้ นั่นนับว่าแยกบ้านออกมาแล้วจริง ๆ ถึงจะยังไม่ได้บอกกล่าวท่านแม่ก็ตามแต่ท่านพ่อก็นับว่าเป็นใหญ่ในบ้านหลังนั้นอยู่

"ท่านแม่ลูกไม่ได้.."

"ไม่ได้อะไร!! ข้าได้ยินคนเขาพูดกันทั้งหัวซอยท้ายซอย เจ้าไปขายกับข้าวกับปลาที่ตลาดได้ดีมีสุขมีเงินเหลือใช้ ถึงกับกล้าแม้แต่ที่จะซื้อม้ามาขี่ ดูเอาเถอะสวรรค์เหตุใดข้าถึงมีลูกเนรคุณลืมบุญคุณเช่นนี้"

หลี่ไช่หัวยืนขึ้นเงยหน้ามองฟ้าสองมือสอดผสานอ้อนวอนสวรรค์ชั้นฟ้าที่โหดร้ายกับนาง บุตรชายไม่รักดีหนีออกจากบ้านมาแล้วได้ดีลืมแม่ มีสุขไม่แบ่งปันนี่ข้าอุตส่าห์เลี้ยงดูพวกเขามาอย่างยากลำบากใยฟ้าไม่เมตตาข้าเลยสักนิด แต่ถึงกระนั้นนางก็ตัดไม่ขาดกับบุตรคนที่สองของนาง เพราะสายใยยังคงมีเหลืออยู่บ้าง นางแค่อยากให้บุตรคนโตได้รับหน้าที่การงานที่ดี ถึงได้ให้เจ้าสองเป็นคนอุ้มชูพี่ชาย ถึงนางจะขี้เหนียวไปบ้างกับครอบครัวบุตรคนที่สอง แต่นางก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาอดอยากไปเสียทีเดียว เพื่อเก็บหอมรอมริบนางเองก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดเช่นกัน

"ไม่เป็นเช่นนั้นนะขอรับ ข้าพึ่งขายอาหารได้แค่ไม่กี่วันจะมีเงินที่ไหนมากมายที่สามารถแบ่งปันท่านแม่ได้" หลี่หงมองหน้าท่านแม่ที่ดูแก่ชราลงทุกวันด้วยความห่วงใย เขาอยากอธิบายให้ท่านแม่ได้ฟังเผื่อว่าท่านจะได้เข้าใจความรู้สึกของตนบ้าง แต่ท่านไม่เปิดโอกาสให้เขาได้บอกกล่าวเลยแม้แต่น้อย

"น้องเขย เจ้าก็ว่าไปนะ หากเจ้าไม่มีเงินตราเหตุใดถึงได้มีเงินไปซื้อม้ามาขี่เช่นนี้ได้กันล่ะ"

นางเลิกคิ้วถามไถ่อย่างไม่เห็นพ้องนัก การพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบดูแล้วคล้ายกับว่านางใจดีมีเมตตา แต่แท้ที่จริงนางกับซ่อนความโกรธเกรี้ยวไว้ในแววตาของนาง แม้ใบหน้าที่งดงามดุจดั่งหยกนั้นจะดูยิ้มแย้ม ทว่ากลับเห็นได้อย่างชัดเจนว่านางเสแสร้งแกล้งทำซะ มากกว่า

ก็จะไม่ให้ข้าโกรธได้เช่นไรกันเล่า ก็พวกเขาเล่นออกจากบ้านไปแล้วทิ้งภาระหน้าที่ไว้ให้ข้ามากมายก่ายกองถึงเพียงนั้น กวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้า ล้างจาน งานครัว อีกทั้งเลี้ยงสัตว์เดรัจฉานพวกนั้นอีก นางต้องทำงานงก ๆ จนสายตัวแทบขาด แถมในแต่ล่ะวันยังต้องโดนท่านแม่คอยบ่นว่าทำงานชักช้าไม่ทันกินอีก นางที่ได้รับความกดดันมาทุกวันต้องทนทุกข์ขนาดไหน ได้แต่ร้องไห้ปรับทุกข์กับสามีที่เอาแต่อ่านหนังสือทั้งวันอย่างจนใจ

ในทีแรกหลี่ไช่หัวกะจะมาขอแบ่งปันสักเล็กน้อยเพื่อเก็บเงินไว้ส่งเสียบุตรชายคนโต เผื่อว่าเขาจะได้ไปสอบครั้งหน้าอย่างเพียบพร้อม แต่พอมาถึงลูกชายคนที่สองกลับไม่อยู่บ้าน และพอดู ๆ แล้วกระท่อมไม้นี่ก็ใหญ่โตเอาการ มีบ่อปลาหลังบ้านแปลงผักที่กว้างขวางรั้วบ้านล้อมด้วยไม้ไผ่อย่างดี แถมยังมีประตูเรือนบานใหญ่อีกด้วย พอถามไถ่เมียเจ้าสองนางก็ไม่ยอมปริปากพูดอันใดจนข้าต้องเอ็ดตะโรนางไปยกใหญ่ ภรรยาเจ้าสองไม่ได้ความเอาซะเลย เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ได้เห็นแล้วก็ช่างขวางหูขวางตาข้านัก พอเจ้าสองกลับมาพร้อมอาชาตัวงามนางก็ยิ่งโกรธเคือง ได้ดีมีนาแต่กลับลืมผู้เคยเลี้ยงดูปูเสื่อเช่นข้าไปได้เยี่ยงไรกัน พอคิดขึ้นมาแล้วมันก็คับแค้นที่อกด้านซ้ายนัก

"พวกอกตัญญู ไม่ต้องพูดจามากความในเมื่อได้ดีมีเงินหนาเจ้าก็แบ่งมาให้ข้าได้ใช้บ้างสิ!! เจ้าไม่รู้หรือว่าค่าใช้จ่ายรายวันของข้ามันมากโขถึงเพียงใด ข้าต้องจ้างบ้านสกุลหวังมาทำงานนาไร่ แถมยังต้องทำงานหนักทุกวัน เจ้ามันพวกได้ดีลืมคุณเจ้ามันอกตัญญูยิ่งกว่าเดรัจฉาน!!"

เมื่อเห็นท่านแม่ร้องไห้โอดครวญเขาที่ได้ยินเช่นนั้นก็คุกเข่าขอขมา แล้วบอกไปตามตรงว่าเงินนี้ท่านพ่อให้เขาหยิบยืมมา และหากเขามีแล้วจะรีบคืนท่านพ่อ หลี่ไช่หัวได้ฟังเช่นนั้นก็ควันออกหู ตาแก่ที่บ้านนี่ก็ตัวดีไม่แพ้กันเลยจริง ๆ แอบซุกเงินข้าแถมยังให้ครอบครัวบุตรคนที่สองมาถลุงเล่นเช่นนี้อีก เมื่อเป็นแบบนี้นางจึงทักท้วงทวงเงินคืนทั้งหมด แต่ทว่าตอนนี้เงินเหลือไม่ถึงห้าตำลึงเงินเหมือนก่อนแล้วแต่นางก็ยังต้องการมันอยู่ดี แถมยังบอกว่าเดือนหน้าพวกเจ้าต้องออกจากที่นาแปลงนี้ไปซ่ะ ข้าไม่สนใจพวกล้างผลาญเช่นเจ้าพวกเจ้าอีกแล้ว นั่นคือคำที่นางได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ก่อนจากไป

"ไสหัวไปให้พ้น ๆ จากที่นี่ และก่อนที่จะไปก็เอาเงินที่เจ้าถลุงไปมาคืนข้าให้หมดด้วยล่ะ" นางหลี่ไช่หัวที่อารมณ์คลุ้มคลั่งอยู่ได้เอ่ยวาจาบั่นทอนจิตใจของหลี่หงเข้าอย่างจัง แต่ในเวลานี้นางยังไม่ทันย้ำคิดย้ำทำ และใช้เพียงโทสะเพียงเท่านั้น หลี่ไช่หัวที่ได้มากกว่าหนึ่งตำลึงเงินก็รีบเดินจากไปพร้อมสะใภ้ใหญ่ ก่อนนางจะมองค้อนพวกเขาอย่างเอาเรื่องแล้วทิ้งให้ครอบครัวหลี่หงทุกข์ระทมอยู่เช่นนั้น

หลี่หลิวบอกพี่ใหญ่อุ้มนางกับน้องเล็กลงจากรถม้าแล้วเอาบังเหยียน และเชือกที่ผูกมัดกับม้าออก ก่อนจะพาพวกมันไปมัดไว้กับเสาหลังบ้านเพื่อให้พวกมันเล็มหญ้าไปพลาง ๆ ก่อน หลี่หลิวบอกพี่ใหญ่ตักน้ำใส่ถังไปวางไว้ให้พวกมันได้ดื่มกินแก้กระหายจากการเดินทางนับชั่วโมง

"ท่านพี่ เราจะทำเช่นไรดี" ภรรยาของหลี่หงน้ำตาคลอ ท่านแม่ต้องการให้คืนเงินที่เหลือภายในหนึ่งเดือน แถมยังจะให้พวกเราย้ายออกไปอีกทั้งที่พวกเราพึ่งได้ลืมตาอ้าปากแท้ ๆ เงินที่เหลือจากการซื้อม้าในเมืองท่านแม่ก็เอาไปหมดแล้ว สองสามีภรรยาปลอบใจกันและกันด้วยความระทมใจ เจ้าเล็กเห็นท่านแม่ร้องไห้ตนเลยเข้าไปปลอบ แต่ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าจะไม่มีบ้านให้อยู่แล้วก็น้ำตาไหลพรากเช่นกัน

พี่ใหญ่ขนของลงจากรถลากเงียบ ๆ ส่วนหลี่หลิวเข้าครัวทำอาหารเที่ยง พอนางทำเสร็จก็เรียกทุกคนไปกินด้วยรอยยิ้มร่าเริงที่ผิดแปลกจากทุกคนที่ซึมเศร้า

"นั่งตรงนี้เลยท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะบอกพวกท่านอันที่จริงแล้วข้ามีความคิดอยากย้ายไปอยู่รอบนอกเมืองหลวง ถึงมันใช้เวลาเดินทางสามสี่วันถึงจะถึงก็ตาม แต่มันคุ้มค่ากับการลงทุนไม่น้อย"

"เจ้าพูดนั้นง่าย แต่ทำนั้นยากนัก" หลี่หงนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนคนที่พบเห็นก็พากันถอดใจไปตาม ๆ กัน จะมีก็แต่ละหลี่หลิวเท่านั้นที่ยังคงรักษารอยยิ้มอันสดใสไว้บนใบหน้าได้อย่างดี ก็แน่ล่ะข้าอยากไปจากที่นี่ตั้งนานแล้วหลี่หลิวยิ้มร่าอย่างยินดี

"ท่านไม่ต้องห่วง แท่นแท้น..." หลี่หลิวหยิบเงินออกมาห้าอีแปะแล้วยิ้มอย่างชั่วร้าย

"ข้ามีเงินเก็บนะเจ้าคะ"

"โถ่เอ๊ยลูกพ่อ มีแค่นั้นจะไปทำอันใดในเขตเมืองหลวงได้ หากเป็นในตัวเมืองหลวงเจ้าคงได้ผักมาสักหัวกระมัง"

ท่านพ่อส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครา เงินไม่มีแล้วบ้านก็จะไม่มีให้ซุกหัวนอนแล้วเช่นกัน ฟังจากที่ท่านแม่กล่าวท่านคงอยากให้พวกเรากลับไปบ้านใหญ่ และช่วยงานเหมือนแต่ก่อน แต่หากกลับไปลูก ๆ คงอดอยากอีกเช่นเคย หวังลู่มองหน้าสามีที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างเห็นใจ

"ท่านพ่อรีบกินข้าวเถอะจะได้มีแรง"

"พ่อกินไม่ลงเจ้าเองคงหิวมากแล้ว กินให้เยอะ ๆ หน่อย" หลี่หงกินได้นิดหน่อยแล้ววางตะเกียบลง

"เห้อ หากท่านกินน้อยเช่นนี้จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปตัดกระบอกให้ข้าใส่อาหารขายตอนเช้าล่ะ" เมื่อบุตรสาวที่ทำหน้าเฉยเมยพูดจบก็คีบอาหารใส่ปากตนเองและคีบให้พี่ใหญ่ที่เงียบขรึมอยู่นาน

"ขายอาหารรึ" ท่านพ่อทำตาลุกวาวขอแค่มีเครื่องปรุง มีหน่อไม้ครอบครัวเราก็ยังคงทำเงินต่อไปได้อยู่นี่นา ข้ามัวแต่นั่งเศร้าคิดอะไรเพ้อเจ้ออะไรอยู่ได้กันล่ะเนี่ย

"กิน ๆ รีบกินให้มากพ่อจะพาเจ้าไปตีนเขาหลังจากกินข้าวเสร็จ เอ้า!! เมียข้ากินเยอะ ๆ จะได้มีแรง"

หลี่หงกลับมาคลี่ยิ้มได้อีกครั้งก่อนจะกินข้าวคำโตจนตาเหลือก ทุกคนพอรู้ว่าหาเงินก็ไม่ได้ยากนัก จากไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ทำเงินได้มากโขอยู่เหมือนกัน จึงกลับมานั่งกินข้าวต่อด้วยรอยยิ้มที่ปนน้ำตา จะมีก็แต่หวังลู่ที่อมทุกข์เมื่อคิดว่าต้องย้ายจากถิ่นฐานที่อยู่มานานนับสิบปีก็ใจหายไม่น้อย

หลี่หงที่คิดได้ทีหลังว่าตนหลุดปากบอกเรื่องท่านพ่อไปก็อดนึกคิดขึ้นมาไม่ได้ ว่าท่านพ่อคงจะต้องทนฟังเสียงบ่นจากท่านแม่ไปพักใหญ่ จึงได้แต่แอบขอโทษขอโพยท่านพ่ออยู่ในใจ ไว้วันข้างหน้าหากข้าได้ดีตั้งหลักครอบครัวมั่นคงจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่านเป็นแน่ แต่ตอนนี้ข้าอยากทำเพื่อครอบครัวของข้าก่อนสักครั้ง หวังว่าท่านจะอดทนรอดูจนถึงวันนั้นของข้าได้

"ลูกรัก ว่าแต่พรุ่งนี้เจ้าจะทำอันใดไปขายหรือ" หลี่หงถามบุตรสาวเมื่อคิดว่าจะได้นับเงินอีกครั้งเขาก็เริ่มยินดี และกระตือรือร้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

"ข้าต้องไปดูบนเขาก่อนเจ้าค่ะ ว่ามีอะไรอีกบ้าง และวันนี้ข้าซื้อผักซื้อพริกมามากมาย หากจะผัดเนื้อใส่พริกท่านคิดว่าดีหรือไม่"

"ดี ๆ ต้องดีอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องใส่หน่อไม้ลงไปด้วยถึงจะอร่อย พ่อตัดไม้ไผ่เสร็จจักต้องไปเก็บหน่อไม้มาให้เจ้าเยอะหน่อย ของเก่ามันก็หมดไปแล้วด้วย"

"เจ้าค่ะ ๆ ท่านคิดเผื่อข้าเสมอช่างเป็นพ่อค้าที่มีอุดมคติที่ดีเสียจริง"

"ข้าก็ว่า มิน่าล่ะทำอันใดก็ไม่รุ่งเรือง แท้ที่จริงแล้วพ่อของเจ้าเหมาะกับการเป็นเถ้าแก่นี่เอง ฮ่า ๆ ๆ" หลี่หงโก่งคอหัวเราะชอบใจยกใหญ่ อาชีพพ่อค้าลงทุนน้อยได้เงินมากมิน่าพวกเขาถึงไม่ยอมเปลี่ยนทำอาชีพอื่นกัน เพราะได้รับเงินแบบง่าย ๆ เช่นนี้นี่เอง

"เดี๋ยวข้าไปดูเสี่ยวเฮยเสี่ยวหวงก่อนนะเจ้าคะ ข้าปล่อยให้มันเล็มหญ้าอยู่หลังบ้านพักนึงแล้ว หากท่านพ่อพร้อมก็ไปรับพวกมันนะเจ้าคะ"

"นี่เจ้าตั้งชื่อให้มันแล้วรึ!!"

"ก็ตัวนึงมันออกสีดำ ส่วนอีกตัวออกสีแดงข้าก็แค่เรียกชื่อตามสีของมันเท่านั้นเองหนิเจ้าคะ แถมอีกอย่างน้องเล็กก็ชอบชื่อนี้เพราะมันจำง่าย"

"ได้ ๆ เรียกตามเจ้าว่านั่นแหละ"

พอฟังบุตรสาวพูดจบเขาก็เดินเข้าครัวเตรียมมีดพร้าอันใหญ่ และเตรียมเบ็ดหนึ่งอันใส่ตะกร้าสะพายหลัง พร้อมทั้งเสียมไว้ขุดหน่อไม้ขนาดเหมาะมือ เขาหาหมวกสักอันเพื่อบังแสงแดดยามบ่าย ตอนนี้ก็มีม้าที่รู้ความคอยลากรถให้แล้ว เขาจึงมิต้องเหนื่อยกับการลากรถอีกต่อไป หลี่หงมองเห็นอนาคตที่ริบหลี่บ้านไม้สองชั้นข้างล่างทำจากปูน และทำหลังคายื่นไปข้างหน้าเล็กน้อยเปิดร้านอาหารง่าย ๆ ที่บุตรสาวชอบทำ หากใช้ชีวิตเช่นนั้นจะดีขนาดไหน

"ท่านพ่อ ๆ ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่เองข้าก็อยากไปด้วย พาท่านแม่ไปด้วยกันจะได้ทำเสร็จเร็วขึ้น แถมตอนนี้เราก็ไม่ต้องเดินอีกแล้วท่านก็มิต้องเหนื่อยลากรถแล้วท่านพ่อ.." เจ้าเล็กอ้อนวอนท่านพ่อด้วยสายตาละห้อย ดวงตากลมโตที่ไม่ว่าใครได้เห็นต่างใจอ่อนยวบยาบ และท่านพ่อก็เป็นเช่นกัน

"ได้ งั้นเจ้าก็ไปบอกทุกคนเตรียมตัวได้แล้วเราจะไปกันตอนนี้เลย"

"ขอรับ" เจ้าเล็กรับคำแล้วรีบไปบอกทุกคน หลี่หลิวที่เอาน้ำ และผักออกมาจากมิติให้ม้าได้กินจนอิ่มท้องแล้วจึงบอกให้ท่านแม่เอามีด และช้อนไปเผื่อเพื่อจะได้ตัด และควักล้างข้างในมาด้วยเลยแบบนั้นจะทำให้รถลากมีพื้นที่มากขึ้นด้วย ประตูไม้ไผ่ของพวกเขาถูกปิดลงอย่างแน่นหนา รถลากที่ลากโดยเสี่ยวเฮย และเสี่ยวหวงได้วิ่งไปตามทางอย่างระมัดระวัง

"ท่านแม่เหตุใดท่านถึงเกาะแน่นถึงเพียงนี้ล่ะขอรับ" หลี่เฉินมองท่านแม่ที่นั่งตัวเกร็งเกาะรถลากแน่นจนมือแดง

"แม่เจ้ากลัวตกน่ะสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" หลี่หงตะเบ็งเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ นานแล้วที่ไม่ได้เห็นท่าทางอันน่ารักเช่นนี้ของภรรยา หากเขาไม่ขับรถม้าอยู่ละก็คงหยิกแก้มนางไปสักสองสามที

"ท่านพ่อก็ช้าลงหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าก็ปลิวตกลงไปด้วยหรอกเจ้าค่ะ"หลี่หลิวเห็นท่านพ่อที่เริ่มชินกับเจ้าเสี่ยวเฮย และเสี่ยวหวงแล้ว เร่งให้พวกมันวิ่งเร็วจนก้นนางระบมจึงทักห้ามปรามท่านพ่อไปท่านจึงช้าลงเพราะกลัวแก้วตาดวงใจจะงอนตุ๊บป่องเอา

"แบบนี้พอดีหรือไม่"

"ดีเจ้าค่ะ คงความเร็วไว้แค่นี้ก็พอแล้ว ทางข้างหน้าก็จะถึงตีนเขาแล้วนะเจ้าคะ"หลี่หงขับเพลินจนมาถึงตีนเขา การมีม้าคอยลากรถให้นี่มันดีจริง ๆ นะ เพราะแค่ประเดี๋ยวก็มาถึงที่หมายได้แล้ว หากเป็นแต่ก่อนเขาคงต้องพักให้หายเหนื่อยเมื่อยขาเสียก่อนถึงจะเริ่มงานได้

"ท่านแม่ เจ้าเล็ก เราขึ้นเขากันเถอะเจ้าค่ะเผื่อว่าจะได้เก็บเกาลัดและผักป่า"

"ดีเลยท่านพี่ ข้าหน่ะอยากไปเก็บเกาลัดตั้งนานแล้ว" หลี่เฉินวิ่งดึงมือพี่สาว และท่านแม่ไปขึ้นภูเขา ซึ่งไปตามเส้นทางที่ถูกเปิดไว้อย่างร่าเริง

นี่ก็บ่ายกว่าแล้วพอขึ้นเขามามีต้นไม้ปกคลุมตามทางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวกลับเย็นสบายขึ้นมา จะเสียก็แต่ที่มีพวกยุงที่คอยบินวนจนน่ารำคาญ ใบไม้แห้งเจอลมฝนก็หล่นเต็มพื้นมากกว่าเก่าเสียอีก มันทำให้การสอดส่องหาเห็ดโคนเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ก็ได้ผักหนาม และเกาลัดมาไม่น้อย ถ้ามีน้ำมันหอยมาไว้ผัดด้วยแล้วละก็คงจะอร่อยเหาะเลยทีเดียว หลี่หลิวได้แอบวางแผนไว้ว่ากลับบ้านไปตอนน้องเล็กหลับจะพาพี่ใหญ่ไปปลูกต้นไม้ที่นางซื้อมา และหว่านเมล็ดผักให้มากขึ้นหน่อย หากไม่มีอะไรกินเลยอย่างน้อย ๆ ไม่ก็มีผักผลไม้พวกนี้อยู่ ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้บอกท่านพ่อกับท่านแม่แต่สักวันนึงหากท่านสงสัยนางก็ต้องบอกพวกท่านแต่โดยดี

"ท่านพ่อท่านว่าน้องรองขึ้นเขาคราวนี้จะเจอเห็ดบ้างหรือไม่ ข้าลองเดินวนดูแล้วไม่เจอสักกลุ่มเลยนะขอรับ"

หลี่จงที่อยากช่วยแบ่งเบาเดินวนอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มลงมือช่วยท่านพ่อลากลำไม้ไผ่ออกมาแล้วตัดกิ่งใบมันออกไป

"เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก น้องเจ้าน่ะไม่ปล่อยให้เจ้าอดอยากแน่นอน อะไรที่นางหยิบจับมาล้วนแล้วแต่เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมดหากนางไม่ไหวจริง ๆ นางต้องมาขอให้เจ้าช่วยอย่างแน่นอน"

"ใช่แล้วล่ะท่านพ่อ ขากลับข้าจะไปงมหอยไปตามทางน้ำท่านช่วยรถหยุดม้าให้ข้าลงก่อนที่จะถึงบ้านด้วยนะขอรับ"

"ได้ ๆ งั้นก็ให้แม่เจ้าไปด้วยจะได้ช่วยกันถือกลับ พ่อจะได้ก่อไฟต้มกระบอกรอเจ้ากับน้อง ๆ ที่บ้าน"

"ขอรับ เอาตามนั้นเลยขอรับ"

หลี่หงที่มองดูบุตรชายทนความลำบากก็ปวดใจ เขาไม่อยากให้ลูก ๆ ต้องเหนื่อยถึงเพียงนี้ แต่ต่อจากนี้ทางหนข้างหน้าอาจจะลำบากกว่านี้มาก หากคิดจะเข้าเมืองหลวงที่วุ่นวายเขาต้องหาเงินให้มากหน่อย แถมยังต้องคืนให้ท่านย่าอีกสามตำลึงเงิน ไหนจะต้องหาเงินไปซื้อบ้านที่เมืองหลวงอีก หากเป็นเพียงแค่ในเมืองก็ว่าไปอย่างแต่บุตรสาวกลับอยากไปเมืองหลวง ดังนั้นทุกคนจึงต้องเหนื่อยเป็นเท่าตัวเพื่อที่จะเก็บเงินให้มากพอ

"พวกท่านยังไม่พออีกรึขอรับ ข้าได้เกาลัดมามากเลย แถมท่านแม่ยังได้ผักหนามป่ามาเต็มตะกร้าเชียว" หลี่เฉินช่วยพี่รองยกตะกร้าผักที่เบาที่สุด ส่วนท่านแม่พายตะกร้าที่มีเกาลัดอยู่กว่าครึ่งตามลงมา

"เจ้าเก่งมากลูกพ่อ ตัวเล็ก ๆ แค่นี้ก็ช่วยกันยกตะกร้าลงมาได้แล้ว" หลี่หงยิ้มแข่งไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าเล็กที่ห่วงเล่นจะมีใจช่วยมากถึงเพียงนี้

"ท่านพ่อบอกว่าจะตัดสักสองร้อยกระบอกจะได้ขายให้มากหน่อย เช้านี้เราไม่ได้ไปขายลูกค้าคงจะถามหากันมากเลยทีเดียว"

"เช่นนั้นท่านก็รีบตัดนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะพาท่านแม่กับน้องเล็กไปตกปลาริมลำธาร" หลี่หลิวยกยิ้มน้อย ๆ แล้วบอกไป

พอท่านแม่ยกเกาลัดขึ้นรถม้า และยกตะกร้าผักขึ้นไปเก็บจนเสร็จ หลังจากนั้นก็ถือถังน้ำ และเบ็ดเดินไปรอที่ลำธาร

"ท่านพ่อท่านไม่ได้มัดม้าไว้หรือขอรับ หากมันหนีไปจะทำเช่นไร" หลี่เฉินเห็นม้าสองตัวยืนเล็มหญ้า และเดินไปข้างหน้าช้า ๆ หาใบหญ้าอ่อนกินจึงตกใจและถามขึ้น

"พ่อสงสารมันหน่ะ มันพาเรามาก็เหนื่อยมากพอแล้ว ถ้ายังต้องถูกมัดไว้อีกมันคงทรมานมากเป็นแน่"

"เจ้าจะกังวลไปทำไม พี่สาวเจ้าอยู่ไหนม้ามันก็จะคอยอยู่ที่นั่นอยู่แล้วฮ่า ฮ่า ฮ่า"หลี่จงหัวเราะชอบใจ เพราะม้าพวกนี้ติดใจผัก และน้ำในกำแพงมิตินั่นมีหรือว่าพวกมันจะไปจากน้องรองได้ง่าย ๆ

"ก็จริงขอรับ ม้าสองตัวนี้ติดพี่รองเอามาก ๆ เลยหล่ะขอรับ ข้าก็อยากให้พวกมันติดข้าบ้าง"

หลี่จงเอาไม้ไผ่ที่ท่านพ่อตัดเป็นกระบอกใส่ตะกร้าแล้วค่อยมาใส่รถลาก ก่อนจะคุยกับน้องรองพักหนึ่งแล้วจึงรีบกลับไปช่วยงานท่านพ่อต่อ และไม่ลืมที่จะปลอบใจน้องเล็กด้วยการบอกว่าพวกมันเจอพี่รองเจ้าก่อน แต่ถึงอย่างนั้นหากเจ้าเอาใจใส่พวกมัน อีกไม่นานพวกมันก็จะรักเจ้าเช่นกัน น้องเล็กจึงค่อย ๆ เล่นกับพวกม้าด้วยแววตาระยิบระยับของเขา

"น้ำที่นี่เย็นชื่นใจมากเลย มาเจ้ารองมานี่ หน้าของเจ้าเหงื่อออกมาก มาล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยจะได้ไม่เหนียวตัว"

หวังลู่ดื่มน้ำที่ลำธารเสร็จหลี่หลิวก็ตามมาถึง นางจึงช่วยล้างหน้าล้างตาซับเหงื่อให้กับบุตรสาว การเป็นเด็กก็ดีแบบนี้นี่แหละมีท่านแม่ท่านพ่อคอยเอาใจ แถมยังมีพี่ใหญ่คอยให้ท้ายข้าอีกต่างหาก หลี่หลิวยิ้มกริ่มก่อนจะสอนท่านแม่หาเหยื่อตกปลา และวิธีตกปลา ปลาที่ไม่ได้กินเหยื่อมาพักหนึ่ง อีกทั้งยังมีปลากลุ่มใหม่ที่ว่ายตามน้ำมาทำให้การตกปลาครั้งแรกของท่านแม่มีสีสันมากขึ้น นางยิ้มแย้มตอนปลาติดเบ็ดอีกทั้งยังรู้สึกสนุกกับการพักผ่อนเช่นนี้ ลมอ่อน ๆ และร่มเงาที่อยู่ถูกที่ถูกเวลาทำให้นางได้ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก มิน่าล่ะสามีของข้าถึงบอกว่าการตกปลาสนุกมากข้าก็พึ่งเข้าใจก็วันนี้

หลี่หลิวเห็นว่าท่านแม่ปรับตัวได้ดีจึงขอแยกตัวไปหาน้องเล็กที่ยังเงียบหายเพราะมัวเล่นอยู่กับม้า ท่านแม่เห็นว่าเจ้าเล็กยังเด็กมาก หากมีคนคอยอยู่ด้วยจะดีมากกว่าจึงให้หลี่หลิวไปเล่นกับน้อง ส่วนตนก็นั่งตกปลาต่อไปอย่างใจเย็น

"เจ้าเล็ก" เสียงเล็ก ๆ สดใสดังมาจนทำให้เจ้าม้าทั้งสองตัวขานรับอย่างพร้อมเพรียง

"พี่รองข้ากำลังช่วยหาหญ้าให้ม้าได้กินขอรับ มันจะได้ชอบข้าเหมือนที่ชอบท่านพี่อย่างไรล่ะขอรับ"

เจ้าเล็กลากจูงม้าเดินไปกินหญ้าตรงนั้นทีตรงนี้ทีอย่างสนุกสนาน แม้แต่หมวกสานก็ไม่สนใจที่จะใส่แล้ว หลี่หลิวจึงบอกว่าตอนนี้แดดร้อนเจ้าต้องพาพวกมันเข้าร่มพักผ่อน จะได้ขนไม้กลับอย่างขันแข็ง เจ้าเล็กไม่รอช้าพาพวกมันเข้าร่มเงาใต้ต้นไม้ทันที หากเจ้าเล็กยังพาพวกมันเดินตากแดดมากขนาดนี้ผักหนามป่าอาจจะเหี่ยวไปหมดแล้วก็เป็นได้ หลี่หลิวจึงหลอกล่อให้เขาเข้าร่มเพื่อหลีกหนีแดดยามบ่ายที่ค่อนข้างจะร้อนแรงนี่

น้องเล็กวิ่งเล่นทั้งวันทนแดดทนลมร่างกายแข็งแรง แต่ตอนนี้แก้มน้อย ๆ เริ่มแดงและเหงื่อโชก หลี่หลิวจึงซับเหงื่อให้แล้วบอกให้เขาดื่มน้ำจากกระบอกที่ตนตักมา แล้วไม่ลืมที่จะเอาไปส่งให้ท่านพ่อกับพี่ชายด้วย

เมื่อพี่รองเดินเข้าไปที่ป่าไผ่เจ้าเล็กก็พยายามจะลองฝึกบังคับม้า เขาที่ตัวเล็กขาสั้นจับบังเหียนม้า และขยับเบาเหมือนที่ท่านพ่อทำทุกประการ ทว่าม้าสองตัวนี้กลับหันไปมองเขาอย่างรู้ทันจึงไม่ยอมขยับไปไหน ม้าสองตัวส่งเสียงเรียกหลี่หลิวให้มาหา เพราะมันเริ่มจะลำคานเด็กน้อยที่ชอบก่อกวนเวลาพักของพวกมัน

ฮี่ ฮี่ ฮี่!!

ม้าสองตัวร้องผสานเสียงไม่นานหลี่หลิวก็ออกมาตามคาด พอเห็นน้องเล็กพยายามจะบังคับม้านางก็อดขำไม่ไหว เด็กตัวเล็ก ๆ ที่นั่งเด๋อด๋าหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์วางบังเหยียนม้าลงอย่างถอดถอนใจ ดีที่นางเคยบอกม้าสองตัวนี้ไว้ก่อนล่วงหน้า ว่ามีเพียงท่านพ่อที่พวกเจ้าต้องเชื่อฟัง นอกจากข้าแล้วห้ามทำตามที่ใครบอก และดูเหมือนว่าพวกมันจะเข้าใจภาษาคนเอาเรื่องอยู่เช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 37 เปิดใจ

    หลี่หวนพร้อมทั้งบุตรชายคนโตที่อุ้มหลี่เต๋อมาตามทางเดิน พอมาถึงหน้ากระท่อมเก่าของลี่หงก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากกระท่อม พวกเขาต่างก็พากันสงสัยจึงได้แต่เดินเข้าไปในพื้นที่ของรั้วกำแพงไม้ไผ่นั่น ที่แปลงนี้ที่ข้าซื้อไว้ดูดีถึงเพียงนี้เชียว หลี่หวนได้แต่คิดในใจ เมื่อได้มองเข้าไปในรั้วบ้านที่กว้างขวา

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 32 ตัดสินใจ

    หลี่หลิวเป่าเชิงเทียนที่โต๊ะนั่งข้างมุมห้องแล้วค่อย ๆ เดินช้า ๆ นางยื่นมือน้อย ๆ คลำทางในความมืดเดินไปข้างหน้าเพื่อคว้าหาเตียงนอน พอมาถึงเตียงที่น้องเล็กนอนอยู่นางก็นั่งลงถอดรองเท้าปีนขึ้นไปนอนด้านในแล้วดึงเอาห่มผ้าที่อบอุ่นมาคลุมกาย อากาศเย็นลงมากในตอนกลางคืนดีหน่อยที่ผ้าห่มที่นี่ค่อนข้างหนาจึงไม่ส

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 31 ถูกใจ

    "สาวน้อยให้ข้าช่วยดีกว่า เจ้าต้องการกินอาหารแบบไหนสามารถบอกข้ามาได้เลย"พ่อครัวที่ได้รับข่าวมาจากเสี่ยวเอ้อว่ามีแม่นางน้อยผู้หนึ่งมาขอใช้ครัวของพวกเขาเพื่อที่จะทำอาหาร พอเหล่าเจิ้นเดินออกจากห้องครัวมาก็พบว่าเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น เขาจึงถามนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่านางต้องการจะกินอาหารแบบไหนเข

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 29 บ่อปูน

    เที่ยงวันเมื่อได้คนงานตามที่ต้องการหลี่จงจึงขอตัวกลับบ้าน สืออิงสงสัยว่านางต้องการคนงานชายไปทำอะไรจึงได้ขอตามไปดูด้วย ขากลับหลี่จงก็ควบม้านำทางรถม้าของสือไท่ และรถเกวียนของคนงานจนมาถึงบ้านที่มีคนนับไม่ถ้วนนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ลูกค้าพากันให้ความสนใจว่าบ้านหลี่จะทำอันใดกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status