Share

ตอนที่ 2 คนเคยรัก

Penulis: hikki
last update Tanggal publikasi: 2024-12-20 13:29:51

 

          จักรวรรดิคอสมอสไซรัส ปกครองโดยจักรพรรดิ อีเมอร์สัน และจักรพรรดินีแคโรลีน ทั้งสองมีพระโอรสด้วยกันหนึ่งพระองค์ คือองค์ชายอาร์มิส

          ส่วนองค์ชายเฮลิออสเป็นบุตรนอกสมรสของอีเมอร์สันก่อนได้ขึ้นครองราชย์พบรักกับยูเรียนที่เสียชีวิตไปแล้ว องค์ชายเฮลิออสจึงไม่ได้รับความนิยมจากเหล่าขุนนางสักเท่าไหร่เนื่องด้วยเขาถูกส่งตัวไปออกรบทำสงครามอยู่ตลอด ทว่าก็ไม่ได้รับความชื่นชอบอยู่ดี เพราะตระกูลขุนนางส่วนมากจะอยู่ฝ่ายจักรพรรดินี สนับสนุนองค์ชายอาร์มิสเป็นมกุฎราชกุมาร

          ตระกูลขุนนางหลักมี 6 ตระกูลด้วยกัน ปกครองตามแคว้นต่างๆ และมีอำนาจรองลงมาจากราชวงศ์ เหล่าชนชั้นสูงจะมีเวทมนตร์ประจำตระกูล ได้แก่ เวทแห่งแสง เวทแห่งความมืด เวทไฟ เวทน้ำ เวทลม และเวทดิน อีกทั้งยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่นับถือในพระเจ้า หรือพลังของนักบุญซึ่งได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์มาตั้งแต่กำเนิด

          “ถ้าจะดึงองค์ชายเฮลิออสที่หวังจะปองร้ายข้าอยู่แล้ว คงต้องเดินตามเส้นทางเนื้อเรื่องเสียหน่อย”

          ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์องค์ชายอาร์มิสส่งจดหมายเรียกพบเคียร่าไปที่วัง ร่างกายที่แทบจะไม่มีแรงเดินเพราะขาดสารอาหารถ้าไม่มีพลังรักษาตนเอง เธอคงนอนตายคาห้องไปเสียแล้ว

          หญิงรับใช้จัดเตรียมแต่งตัวให้เคียร่าทั้งที่ไม่เคยทำ คงเป็นเพราะดยุกสั่งพวกนางจึงต้องจำใจแต่งองค์แต่งทรงเครื่องให้เธอ

          พอส่องกระจกบานใหญ่ก็แทบจะไม่อยากเชื่อสายตา ว่าหญิงสาวใบหน้าใสซื่อกับชุดเดรสสีชมพูหวานแหววคือตัวเธอเอง แม้ว่าจะไม่ชอบสีนี้แต่ก็ต้องทำใจสวมใส่ เพราะเธอไม่มีแม้กระทั่งงบประมาณในการซื้อของให้ตัวเอง โดยปกติชุดที่มีมันทั้งเก่าและดูล้าสมัย จะได้ใส่ชุดหรูหราทั้งทีก็ต่อเมื่อออกไปพบปะกับองค์ชายอาร์มิส

          รถม้าเทียบจอดหน้าพระราชวังหลัก หญิงรับใช้และองครักษ์พาเธอไปยังสวนหลังพระราชวังที่มีโต๊ะน้ำชาและขนมมากมายถูกเสิร์ฟไว้รออยู่ก่อนแล้ว

          “เชิญเลดี้เคียร่านั่งรอสักครู่นะคะ”

          เคียร่านั่งจิบชาหอมรอองค์ชาย พอทอดสายตาไปยังศาลากลางน้ำตรงเบื้องหน้าก็สังเกตเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเป็นประกายกำลังนอนพักสายตาอยู่บนหญ้าเขียวขจี ทันทีที่เธอเห็นชายคนนั้นก็ไม่รอช้าลุกขึ้นเดินตรงไปที่ชายหนุ่มพักพิงอยู่

          เคียร่าค่อยๆ คุกเข่าย่อตัวลงข้างกายชายปริศนา สายตาเหลือบมองใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวซีด และขอบตาที่ดูคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอน กระแสลมแรงทำให้เศษใบไม้ปลิวหล่นปรกหน้าหล่อเหลาซึ่งยังคงหลับตาพริ้ม

          ด้วยความหวังดีเคียร่าจึงถือวิสาสะขยับตัวเข้าใกล้ ใบหน้าสวยก้มลงมองชายหนุ่ม พร้อมยื่นมือหยิบเศษใบไม้ออกให้ ปลายผมสีเงินยาวสลวยปกคลุมใบหน้าคม ด้วยสัญชาตญาณภัยใกล้ตัวทำให้มือของชายหนุ่มจับแขนเล็กกระชากเข้าหาตัว ดวงตาคมกริบหรี่ตาขึ้นเผยให้เห็นสีตาดั่งอัญมณีอเมทิสต์

          “เจ้า จะลอบทำร้ายอย่างงั้นรึ?” สายตาระแวงภัยจ้องมองแฝงความดุร้ายเอ่ยตอบเสียงแข็งพร้อมบีบข้อมือเล็กแรงขึ้น

          “ท่านจำข้าไม่ได้หรอกเหรอ ข้าเคยจมน้ำอยู่ตรงหน้าท่านไงเล่าเมื่อสัปดาห์ก่อน”

ใบหน้าสวยระบายยิ้ม มือที่ถูกบีบแน่นก็ผ่อนแรงลง

ชายที่นอนอยู่ค่อย ๆ ชันตัวนั่ง

          “หึ ข้าไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าเลยไปขอบคุณพวกข้ารับใช้นู้น”

          “อย่างน้อยท่านก็ช่วยยืนมองข้าไง”

เคียร่ากอดเข่าพร้อมหันมองใบหน้าคมแล้วส่งยิ้มสดใสให้

          “เจ้านั่งแบบนี้ไม่กลัวชุดหรูหราสีหวานดั่งลูกกวาดเปรอะเปื้อนเลยหรือไง ช่างไม่เป็นกุลศตรีชนชั้นสูงเอาเสียเลย”

          “รู้จักข้าด้วยหรือว่าข้าเป็นชนชั้นสูง”

          “เคียร่า คราเรนซ์ หญิงคนรักขององค์ชายอาร์มิส ใครๆ ต่างก็รู้จักเจ้า…หญิงสาวแสนไร้เดียงสา หรือหญิงชู้กันนะ”

          “ข้าไม่เถียง เพราะข้าก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ข้าน่ะ รักองค์อาร์มิสมากๆ เลยล่ะ และองค์ชายก็รักข้ามากเช่นกันถ้าเกิดข้าบาดเจ็บหรือถูกทำร้าย องค์ชายอาร์มิสคงปวดใจน่าดู”

คำพูดคำจาใสซื่อของเคียร่ากับรอยยิ้มร่าเริงสมดั่งคำร่ำลือ ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินถึงกับแสยะยิ้มออกราวกับว่าคำพูดของเธอเป็นเรื่องขบขัน

          “คนเช่นเจ้ายิ้มได้กับทุกเรื่องเลยสินะ แม้ว่าใครจะต่อว่าเจ้าเยี่ยงไร”

          “อาจจะเป็นเช่นนั้น หรืออาจจะไม่ใช่” เคียร่าลุกขึ้นยืนพร้อมปัดเศษฝุ่นออก

          “ข้าคงต้องไปหาองค์ชายอาร์มิสแล้วล่ะ ขอบคุณเรื่องวันนั้นแล้วพบกันใหม่ค่ะ” เคียร่าจีบกระโปรงขึ้นเล็กน้อยพร้อมย่อตัวทำความเคารพ เธอยังคงยิ้มหวานส่งให้เขาก่อนจะม้วนตัวเดินกลับไป

          “นางไม่คิดจะถามชื่อข้าเลยหรือไงกัน”

          ชายหนุ่มขมวดคิ้วลงแววตาแฝงความสงสัย เขารู้สึกว่าหญิงคนรักของน้องชายต่างมารดาดูธรรมดาจนเกินไป ถึงแม้ภายนอกจะงดงามมากก็ตาม ทว่าความธรรมดานั้นกลับมีบางอย่างแปลกๆ

คนเช่นนางช่างไม่ระมัดระวังตัวเอาเสียเลย แบบนี้แผนของเขาที่ต้องการทำให้อาร์มิสรู้สึกทรมานใจคงง่ายขึ้น

          “อิมป์ เจ้าจงตามดูนางแล้วคอยรายงานข้า” เสียงทุ้มเอ่ยชื่อเรียกปิศาจ เงาดำปรากฏขึ้นพร้อมปิศาจตัวเล็กคล้ายภูต

          “รับทราบนายท่าน” เสียงเล็กแหลมตอบกลับพร้อมหายเข้าไปในเงา

          “รอนานไหมเคียร่า” อาร์มิสถามพร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของเคียร่าอย่างอ่อนโยน ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับขนมชิ้นเล็กในมุมสงบของสวนชาใต้ร่มไม้ใหญ่       

“ไม่นานเลยเพคะ” เคียร่าลุกขึ้นและย่อตัวทำความเคารพองค์ชายอย่างนอบน้อม

อาร์มิสสั่งให้บรรดาหญิงรับใช้ทั้งหมดออกไปจากพื้นที่รอบโต๊ะน้ำชา ความเงียบเข้าปกคลุม ใบหน้าเขาแสดงความตึงเครียดออกมาชัดเจน

          “ข้าจะบอกเจ้า... ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะป่าวประกาศถอนหมั้นกับเลดี้แอมเบอร์” เขาพูดเสียงต่ำ แต่หนักแน่น

เคียร่าแอบสูดลมหายใจเข้าใจลึก เธอคาดเดาได้อยู่แล้วว่ามันจะมาถึงจุดนี้ และก็รู้ดีว่าผลลัพธ์ของการถอนหมั้นนี้จะไม่จบลงง่ายๆ การสนับสนุนจากตระกูลเบลซและพวกผู้สนับสนุนจักรพรรดินีจะกลายเป็นศัตรูอาฆาตเธอทันที

ทำไมคนที่บอกว่ารักข้าต้องให้ข้าสู้เพียงลำพังด้วย ตอนนี้ข้าไม่อยากเพิ่มศัตรูไปมากกว่านี้แล้ว

เธอคิดในใจ และนึกถึงเนื้อหาในนิยายที่พอจำได้ การต้องหลีกเลี่ยงศัตรูมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่เพิ่มมันคงจะดีกว่า

          “จักรพรรดินีทรงอนุญาตแล้วหรือเพคะ”

          “ไม่ แต่ข้าก็จะประกาศถอนหมั้นอยู่ดี พอถึงครานั้นท่านแม่คงไม่อาจทำอะไรได้แล้ว และข้าจะส่งจดหมายสู่ขอเจ้ากับดยุกคราเรนซ์” น้ำเสียงของอาร์มิสแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น แต่มันทำให้ใจของเคียร่ารู้สึกหนักอึ้ง

          “ถ้าทำเช่นนั้นองค์ชายอาจโดนลงโทษและถูกกักบริเวณได้ หม่อมฉันไม่อยากให้องค์ชายอาร์มิสเดือดร้อนเลย หม่อมฉันคิดว่าพระองค์หมั้นกับเลดี้แอมเบอร์ไปก่อนคงเป็นการดีกว่า”

          “แล้วชื่อเสียงของเจ้าละ เคียร่า...”

อาร์มิสพูดพร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือของเธอ แววตาของเขาฉายแววห่วงใย

          “ไม่เป็นอะไรเพคะ” เธอยิ้มอ่อนโยนให้เขาเช่นเคย

          ความหวังดีและความรักที่อาร์มิสมอบให้แก่เธอเปรียบเสมือนลูกกวาดอาบยาพิษมันทั้งหวานและขมในเวลาเดียวกัน อาร์มิสไม่ใช่หมากหลักในแผนการของเธอ ไม่ได้รู้สึกเกลียดชังแต่ก็ไม่ได้รู้สึกรักเหมือนเมื่อก่อน เขาเป็นเพียงชายหัวอ่อนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน มีความเอาแต่ใจทว่าก็อ่อนโยนเช่นเดียวกัน

 เขาไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังจนบางทีก็ทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย และเขาก็เป็นคนเดียวที่มอบแสงสว่างให้เธอในวันที่มืดมน…

4 ปีก่อน

งานเดบูตองส์ในคฤหาสน์คราเรนซ์นั้นสว่างไสวด้วยแสงเทียนและเสียงดนตรีที่ดังก้องไปทั่ว เหล่าขุนนางและคนสำคัญต่างพูดคุยหัวเราะร่าเริงกัน แต่ที่มุมหนึ่งของงาน เด็กสาวผมสีเงิน เคียร่าในวัย 16 ปี ยืนอยู่เพียงลำพัง ใบหน้าเธออมทุกข์ ดวงตาหลบซ่อนอยู่ใต้เงามืดแห่งความอ้างว้าง

ชุดเดรสสีครีมที่เธอสวมอยู่ แม้จะงดงามในสายตาของบางคน แต่กลับดูเก่าและล้าสมัยในสายตาของคนในงาน

ฟานาและผองเพื่อนต่างหัวเราะอย่างสะใจเมื่อราดน้ำลงบนชุดของเคียร่า ทำให้เธอรู้สึกอับอายจนต้องวิ่งหนีออกมาจากงาน

          เคียร่าฟุบหน้ากอดเข่าร้องไห้เพียงลำพังในมุมมืด ขณะนั้นก็มีมือปริศนายื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ ใบหน้าหล่อเหลาของอาร์มิสปรากฎขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ ผมสี บลอนด์ของเขาเปล่งประกายราวกับเทพบุตรสะท้อนเข้ามายังดวงตาสีแดงก่ำของเธอ

          “หน้าสวยๆ ของเจ้าจะหม่นหมองเอาได้นะ ถ้ายังมัวแต่ร้องไห้” เสียงนุ่มทุ้มของเขากระซิบ เขามองขึ้นไปยังพระจันทร์ที่ลอยเด่นกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน

          “ขะ ขอโทษเพคะ ที่ให้องค์ชายเห็นสภาพน่ารังเกียจเช่นนี้” เคียร่าใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ได้รับมาซับคราบน้ำตาพร้อมค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

          “เจ้าเป็นคนงดงามที่สุดตั้งแต่พบเจอเชียวนะ ไยเจ้าถึงทำตัวมืดมนเช่นนี้เล่า ไหนลองยิ้มดูสิ”

อาร์มิสหันมามองเธอพร้อมยิ้มละไมให้

ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจดวงน้อยของเธอเต้นสั่นราวจะทะลุออกมา

          เคียร่าค่อยๆ คลี่ยิ้ม แม้ดูเหมือนจะฝืนแต่เธอก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เพียงแค่คำพูดเชยชมก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมแสนอบอุ่น

          อาร์มิสยกมือเกลี่ยแก้มนุ่มนิ่มจนหน้านวลของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

“ค่อยๆ ฝึกยิ้มไว้ล่ะ เพราะเวลาที่เจ้ายิ้มมันสวยที่สุดเลย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันหวังว่าองค์ชายจะลืมหม่อมฉันได

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตอนที่13ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ ห

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 12 เผลอช่วยเด็กน้อยที่จะกลายเป็นตัวร้ายในวันข้างหน้า

    “องค์ชายเฮลิออสมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิอีเมอร์สันชายวัยกลางอายุราว50ปีผู้มีเรือนผมสีบลอนด์สว่างไสวเหมือนกับอาร์มิสและมีนัยน์ตาสีอเมทิสต์เหมือนกับเฮลิออส ใบหน้านิ่งขรึมไร้อารมณ์ถึงแม้ว่าจะทำงานเอกสารกองเท่าภูเขาอยู่แต่ก็ไม่แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยออกมาเลยแม้แต่น้อยอีเมอร์สันวางปากกาพร้อมกวาดตามองต่อคนที่มาเยือน“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท...”“ได้ข่าวว่าเจ้ามาถึงเมืองหลวงแรมเดือน ทำไมถึงพึ่งจะมาเข้าเฝ้าเรา” อีเมอร์สันเอ่ยเสียงเรียบนิ่งนัยน์ตาสีอเมทิสต์จ้องมองราวกับตานกอินทรี ทั้งดุดัน และน่าเกรงขาม“กระหม่อมเหนื่อยล้ากับการเดินทาง เลยต้องการพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดี อีกอย่างกระหม่อมอยากเที่ยวชมเมืองหลวงที่ไม่ได้กลับมาแสนนานด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“เราเข้าใจได้ ขอบใจที่เจ้าชนะสงครามแดนเหนือและกลับมาที่เมืองหลวง ผลงานที่เจ้าสร้างไว้เพื่อจักรวรรดิเราจะตอบแทนให้สมกับที่เจ้าทำไว้”เฮลิออสยกยิ้มราวกับว่าคำพูดของอีเมอร์สันเป็นอย่างที่เขาคาดหวังไว้“กระหม่อมไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ แค่อยากกลับมาอยู่ในที่ที่เคยอยู่ก็เพียงพอแล้ว...”อีเมอร์สันรู้ความต้องการของเฮลิออสลูกชายของตนเป็นอย่างดี การมาเยือนขอ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 11 องค์ชายทั้งสอง

    ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของบารอนด์วาเลียอย่างรีบร้อนปัง!“ท่านบารอนด์! มีคนบุกรุกโกดังชั้นใต้ดินมันเผาโกดังมอดไหม้ไปทั่วแล้วขอรับ!! พวกทาสหนีออกหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียวเลยครับ!”เสียงประตูดังขึ้นทำให้บารอนด์ตื่นจากภวังค์ เขารีบลุกออกจากเตียงนอนเปิดหน้าต่างเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทหารพูด พื้นที่โกดังซึ่งมองเห็นได้ชัดเกิดไฟไหม้ควันฟุ้งลอยเหนือชั้นบรรยากาศ“ใครกันมันกล้ามาหยามข้าขนาดนี้! ดูแลประสาอะไรวะ! รีบไปจับตัวคนบุกรุกมาให้ข้า!!” เสียงโวยวายของชายวัยกลางคนด่ากราดด้วยความโกรธเกรี้ยว“คือว่า...ผู้บุกรุกได้ทำร้ายทหารของเราจนแน่นิ่งไปหมดแล้วครับ...” ทหารตัวใหญ่แสดงความหวาดเกรงมือไม้สั่นปากสั่นเทา“อะไรกัน! มันมีกันเยอะงั้นเหรอ!”“มีผู้ชาย 2 คน คะ ครับ.. มันลอบทำร้ายทหารของเราทีละคน ก่อนจะรู้ตัวพวกทหารก็สลบกันไปหมดแล้วครับ!”ปัก!!! เสียงถีบหลังบารอนด์จากคนชุดดำที่ลอยตัวเข้ามาจากทางหน้าต่าง ตัวบารอนด์ได้กระเด็นตามแรงถีบนอนกลิ้งส่งเสียงโอดครวญอยู่บนพื้นพรมผืนหรู“จะ เจ็บ..” บารอนด์หันไปมองหาความช่วยเหลือจากทหาร ทว่าทหารคนนั้นก็ได้สลบไปแล้ว คนชุดดำสองคนที่บุ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 10 เลิกกันเถอะเพคะ

    โถงงานเลี้ยงในคฤหาสน์เต็มไปด้วยแขกมากหน้าหลายตาของเหล่าลูกหลานขุนนางชนชั้นสูง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดเดรสรัดรูปสีขาวกำลังถูกเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดพูดจาเหน็บแนม“ข้านึกว่าเลดี้เคียร่าจะออกจากงานไปเสียแล้ว มางานวันเกิดแต่ไม่คิดว่ามีของขวัญให้เจ้าภาพงาน หรือว่าที่เลดี้มาคือจงใจอยากจะเป็นที่หมายตาของบุรุษหรือคะ”โมอามองต่ำแสดงสายตาดูถูกดูแคลนใส่หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้ม“นั้นสิคะ อย่างน้อยก็ขึ้นชื่อเป็นคนในตระกูลคราเรนซ์ แต่ดูเหมือนว่าไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”ลูกสมุนของโมอาช่วยเสริมเติมแต่งหวังว่าจะทำให้เคียร่าหน้าเสียอีกครั้ง“ของขวัญสำหรับเลดี้โมอามีแน่นอนค่ะ ไหน ๆ แล้วข้าอยากจะมอบความสุนทรีย์บรรเลงเปียโนให้กับทุกคนในงานเลี้ยงได้ฟังกันนะคะ”“คนอย่างเลดี้เล่นเปียโนก็คงเป็นเพลงเพี้ยน ๆ เหมือนคราก่อน ข้าก็ไม่หวังกับเลดี้เคียร่าหรอกค่ะ”โมอาแสยะยิ้ม เธอคิดไม่ถึงว่าเคียร่าจะกล้าเล่นดนตรีอีกครั้ง เพราะว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน ในงานออกสังคมครั้งแรกที่เคียร่าไป เธอได้บรรเลงเพลงให้ผู้คนมากมายได้ฟัง จนทั้งงานได้แต่ขนานนามหัวเราะถึงการเล่นดนตรียอดแย่ของเธอมือเรียวสวยวางมือลงบนเปียโน หลับตาลงนึก

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 9 แผนการรีดไถชนชั้นสูง 2

    “คุณหนู! ทำไมกลับมาเสียเช้า รู้ไหมข้าเป็นกังวลแทบบ้า!” หญิงสาวแต่งตัวใส่ชุดนอนของผู้เป็นนายดีดตัวลงออกจากเตียงและบ่นกับเคียร่าที่พึ่งกลับมาถึงตอนรุ่งเช้า“เกิดเหตุนิดหน่อยน่ะ ขอบใจนะที่แสดงเป็นข้า”เคียร่ายิ้มหวานพลันลูบหัวโรสอย่างเอ็นดู“ใจข้าว้าวุ่นขนาดไหน...นึกว่าคุณหนูจะไม่กลับมาเสียแล้ว” โรสขมวดคิ้วพร้อมแสดงหน้าน้อยใจ ถ้าเจ้านายไม่กลับมาเธอคงต้องออกตามหาผู้เป็นนายอย่างบ้าคลั่งเป็นแน่“เอาน่า วันนี้เรามีนัดสำคัญข้าจะพลาดไปได้ไง และข้าก็ได้เอกสารหลักฐานมาครบแล้ว คืนนี้เราจะเอาคืนตระกูลวาเลียกัน”ใบหน้าสวยเจ้าเล่ห์แสยะยิ้ม ทำเอาโรสถึงกับใจเต้นแรง เธอรู้สึกชอบบุคลิกนี้ของเจ้านายที่สุด โดยปกติเมื่อคุณหนูอยู่ต่อหน้าคนอื่นการแสดงสีหน้าและท่าทางจะกลายเป็นคนละคนกับตอนนี้เคียร่าต้องแสดงเป็นหญิงสาวใสซื่อ อ่อนแอไม่สู้คนอยู่ตลอด แต่พอได้พ้นสายตาผู้อื่นไป ก็จะแสดงอีกตัวตนหนึ่งออกมาจนตอนนี้โรสเริ่มชินและเข้าใจเจ้านายของตัวเองมากขึ้นแล้วเฮลิออสหยิบโน้ตบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่านและคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ถ้าเธอรู้ว่าเขาทำอะไรลงไปคงโดนตราหน้าว่าเป็นพวกโรคจิตเป็นแน่ร่างสูงจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เร

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 4 นักบุญหญิงนอกรีต

    “เข้ามา” เสียงทุ้มหนักแน่นเอ่ยกับข้ารับใช้ ประตูบานใหญ่เปิดออกให้หญิงสาวผมสีเงินเข้ามาภายในห้องทำงานของดยุกคราเรนซ์“สวัสดีค่ะ ท่านดยุก เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน ข้ามีเรื่องแจ้งให้ทราบค่ะ”เคียร่าย่อตัวทำความเคารพกับชายวัยกลางคนผู้มีเรือนผมสีบลอนด์เข้มเหมือนกับอัลเบิร์ตและฟานา“ข้าอย

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 3 ท่องราตรี

    ร่างกายแสนบอบบางฟุบนอนบนเตียง พลางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เจอชายหนุ่มผมสีน้ำเงิน แม้ว่าตอนแรกจะจำไม่ได้ แต่พอเขาลืมตาจ้องมองด้วยแววตาดุร้ายบวกกับสีตาอันเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ องค์ชายเฮลิออส ไซรัส ผู้มีใบหน้าหล่อร้าย ฉลาดเป็นกรด แถมจิตใจอำหิต ถ้าตามอนาคตในนิยาย เฮลิออสเป็นคนลอบทำร้ายองค์ชายอาร์มิส เธอต้

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 1 ครอบครัวแสนเส็งเคร็ง

    คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและผลการเรียน เติบโตขึ้นในตระกูลที่ร่ำรวย ทว่ากลับถูกกดขี่ให้อยู่ภายใต้กรอบที่พ่อแม่สร้าง ทุกสิ่งต้องสมบูรณ์แบบ ห้ามมีข้อผิดพลาด ต้องทำตามแผนที่พ่อแม่กำหนด ไม่อาจเล่นสนุกได้เหมือนเด็กทั่วไปได้ กิจวัตรประจำวันของเธอคือการอ่านหนังสือ หากวันใดดื้อรั้นไม่ยอมอ่านหนังสือ เธอจ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   บทนำ

    “เคียร่า… วันนี้เจ้าก็ยังคงงดงามเช่นเคย ข้าอยากจะป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าหญิงที่งดงามดุจเทพธิดาเป็นของข้าเพียงผู้เดียว” “องค์ชายอาร์มิสเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดีกับข้าเช่นนี้ ข้าไม่อาจคู่ควรยืนข้างกายท่านเลยด้วยซ้ำ ถ้าเลดี้แอมเบอร์ได้ยินที่ท่านพูด เลดี้คงเสียใจเป็นอย่างมาก”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status