Beranda / แฟนตาซี / ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา / ตอนที่ 10 เลิกกันเถอะเพคะ

Share

ตอนที่ 10 เลิกกันเถอะเพคะ

Penulis: hikki
last update Tanggal publikasi: 2024-12-24 14:30:49

โถงงานเลี้ยงในคฤหาสน์เต็มไปด้วยแขกมากหน้าหลายตาของเหล่าลูกหลานขุนนางชนชั้นสูง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดเดรสรัดรูปสีขาวกำลังถูกเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดพูดจาเหน็บแนม

“ข้านึกว่าเลดี้เคียร่าจะออกจากงานไปเสียแล้ว มางานวันเกิดแต่ไม่คิดว่ามีของขวัญให้เจ้าภาพงาน หรือว่าที่เลดี้มาคือจงใจอยากจะเป็นที่หมายตาของบุรุษหรือคะ”

โมอามองต่ำแสดงสายตาดูถูกดูแคลนใส่หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้ม

“นั้นสิคะ อย่างน้อยก็ขึ้นชื่อเป็นคนในตระกูลคราเรนซ์ แต่ดูเหมือนว่าไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”

ลูกสมุนของโมอาช่วยเสริมเติมแต่งหวังว่าจะทำให้เคียร่าหน้าเสียอีกครั้ง

“ของขวัญสำหรับเลดี้โมอามีแน่นอนค่ะ ไหน ๆ แล้วข้าอยากจะมอบความสุนทรีย์บรรเลงเปียโนให้กับทุกคนในงานเลี้ยงได้ฟังกันนะคะ”

“คนอย่างเลดี้เล่นเปียโนก็คงเป็นเพลงเพี้ยน ๆ เหมือนคราก่อน ข้าก็ไม่หวังกับเลดี้เคียร่าหรอกค่ะ”

โมอาแสยะยิ้ม เธอคิดไม่ถึงว่าเคียร่าจะกล้าเล่นดนตรีอีกครั้ง เพราะว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน ในงานออกสังคมครั้งแรกที่เคียร่าไป เธอได้บรรเลงเพลงให้ผู้คนมากมายได้ฟัง จนทั้งงานได้แต่ขนานนามหัวเราะถึงการเล่นดนตรียอดแย่ของเธอ

มือเรียวสวยวางมือลงบนเปียโน หลับตาลงนึกถึงอดีตชาติที่ผ่านมา ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเด็กสาวเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือดนตรี เธอก็ทำมันได้ดีทุกอย่าง ทว่าระหว่างทางมันก็ช่างแสนสาหัสกว่าจะได้มาในสิ่งที่ต้องการ

เสียงเพลงบรรเลงไม่คุ้นหูดังก้องขึ้นในห้องโถง ทุกๆ คนเริ่มให้ความสนใจกับนักบรรเลงเปียโนหน้าใหม่ทว่าลีลาในขณะเล่นเปียโนนั้นราวกับมีแสงออร่าสว่างไสวอยู่รอบกายของหญิงสาว

เสียงเปียโนยังคงบรรเลงต่อกันเนิ่นนานโดยที่ทุกคนต่างก็เพลิดเพลินที่ได้ฟัง รู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมจากเทพธิดา

เมื่อเสียงเปียโนไพเราะเสนาะหูจบลง เสียงตบมือออกนอกหน้านอกตาขององค์ชายอาร์มิสทำให้ผู้คนก็เริ่มคล้อยตามตบมือกัน

“หวังว่าจะชอบนะคะเลดี้โมอา”

“เจ้า!….” โมอากำมือแน่นดวงตาแดงก่ำด้วยความหงุดหงิด เธอไม่คิดเลยว่าเคียร่าจะแย่งความสนใจจากทุกคนได้แบบพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือได้เร็วขนาดนี้ ทว่าไม่ทันได้พูดอะไรมากนักก็มีเลดี้และบุรุษบางคน ที่ไม่ค่อยถูกกับโมอาเริ่มทยอยเข้าหาเคียร่าอย่างล้นหลามจนโมอาถูกดันตัวให้ออกห่างจากเคียร่า กลายเป็นเงาจืดจางจนไม่มีใครสนใจ

“เลดี้เคียร่าเล่นเพลงอะไรคะ เพราะมากเลย”

“ไม่ทราบว่าไปดื่มชากันไหมครับ”

“ข้าอยากให้เลดี้แนะนำครูสอนดนตรีบ้างค่ะ”

คำถามมากมายจากเหล่าเลดี้และบุรุษหนุ่มทำให้เคียร่าเริ่มอึดอัด เธอก็ไม่คิดเหมือนกันกว่าจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ แค่อยากจะหักหน้าโมอานิดหน่อย

คนพวกนี้ช่างน่ารำคาญจริงๆ ทำไมข้าต้องมาตอบคำถามพวกที่ไม่เคยรู้จักกันด้วย

“ข้าขอยืมตัวเลดี้เคียร่าหน่อยนะ” อาร์มิสแทรกตัวเข้ามาจับมือเคียร่าออกจากวงล้อม โดยที่ไม่มีใครกล้าทักท้วงชายผู้สูงศักดิ์ได้แม้แต่น้อย

เขาพาเธอออกมายืนรับลมตรงระเบียงโดยที่มีทหารองครักษ์เฝ้าอยู่หน้าประตูเพื่อไม่ให้หน้าไหนเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของเขา

“องค์ชายพาหม่อมฉันออกมาแบบนี้ไม่เป็นอะไรหรือเพคะ แล้วเลดี้แอมเบอร์ล่ะคะ”

“ไม่เป็นไร ข้าเห็นว่าเจ้าดูลำบากใจกับคนพวกนั้น อีกอย่างข้าก็คิดถึงเจ้าด้วย”

“หม่อมฉันขอบคุณเพคะที่องค์ชายทรงคิดถึงหม่อมฉัน” เคียร่าก้มหัวขอบคุณด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เป็นการกระทำที่อาร์มิสไม่เคยเห็น ท่าทางห่างเหินไม่สมกับเป็นตัวเอง โดยปกติแล้วเคียร่าต้องยิ้มหวานให้เขาและบอกคิดถึงเขากลับ ทว่าใบหน้าของเธอดูเย็นชาและแววตาก็แข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงดูห่างเหินข้าเพียงนี้ หรือว่าโกรธที่ข้ามากับเลดี้แอมเบอร์งั้นเหรอ ที่ข้ามากับนางมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ นะ”

“หม่อมฉันไม่ได้โกรธเพคะ หม่อมฉันใช้เวลาคิดมาสักพักแล้วกับเรื่องระหว่างเรา หม่อมฉันอยากให้มันจบเพียงเท่านี้ เราคงไปด้วยกันไม่ได้หรอกเพคะ...”

“เจ้าพูดอะไรข้าไม่เห็นเข้าใจ... ข้าขอแค่ให้เจ้ารอไม่กี่อึดใจ ถ้าเจ้าไม่สบายใจข้าจะไปเรียนท่านพ่อขอถอดหมั้นกับเลดี้แอมเบอร์เดี๋ยวนี้เลย”

สีหน้าอาร์มิสซีดเผือดลงทันที เขาไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูดแม้แต่น้อย มันไม่มีเหตุผลหรือที่มาที่ไปเลย

“หม่อมฉันไม่ได้รักองค์ชายอาร์มิสแล้วเพคะ...”

เคียร่าเหลือบมองไปยังชายชุดดำที่นั่งอยู่บนต้นไม้ ชายชุดดำยิ้มเยาะออกมาด้วยความพอใจ ดูเหมือนว่าเขาจะคอยจับตาดูเธออยู่

เพื่อเพิ่มความเชื่อใจกับองค์ชายเฮลิออส ข้าต้องบอกเลิกกับอาร์มิสต่อหน้าเขา ถึงแม้การบอกเลิกจะเจ็บปวดต่ออาร์มิสก็ตาม...

ถ้าอยากขจัดความยุ่งยากออกไป เธอต้องตัดขาดกับอาร์มิสให้ได้โดยเร็ว

“เจ้าล้อเล่นใช่ไหมเคียร่า... อย่ามาเล่นตลกหน่อยเลย ข้าไม่เชื่อ” เขาฝืนยิ้มและหัวเราะออกมา มือหนากำแน่น ยกขึ้นทุบราวระเบียงอย่างแรง รู้สึกได้ถึงความเจ็บแล่นผ่าน ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

“หม่อมฉันไม่ได้รักองค์ชายแล้วเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันก็ไม่ได้อยากถูกเรียกว่าหญิงชู้อีกต่อไปแล้ว”

เคียร่ายังคงน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่สั่นไหว

“งั้นพิสูจน์สิ ถ้าเจ้าหมดรักข้า เจ้าต้องไม่รู้สึกหวั่นไหวกับข้า”

อาร์มิสคว้าเอวเล็กเข้ากอดใบหน้าคมก้มมองลงคนตัวเล็กกว่า

“ถ้าเจ้าไม่หวั่นไหวก็จูบข้า...”

“ไม่เพคะ”

ชายร่างสูงไม่ฟังคำปฏิเสธ ถือโอกาสจับคางเรียวเชยขึ้นพร้อมก้มหน้าลง ละเลงจูบดูดดื่ม ริมฝีปากหนาดูดดึงริมฝีปากบาง ก่อนจะค่อย ๆ ดุนลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่นไล่เลียตามไรฟันและตวัดลิ้นหยาบโลน รสสัมผัสดุดันที่มากกว่าทุกครั้ง ทำให้เคียร่าเคลิ้มไปชั่วขณะหนึ่ง

มือหนาถกชุดเดรสเลิกขึ้นและล้วงเข้าไปเข้าในกางเกงชั้นในตัวบาง เขาจับแก้มก้นของเธอบีบคลึงไปมาก่อนจะเลื่อนมือมาข้างหน้าสัมผัสระหว่างขา ใช้นิ้วเรียวถูเสียดสีกลีบกุหลาบผ่านผ้าบาง และค่อย ๆ ดันนิ้วเข้าไปในช่องทางคับแคบ

“อื้อ...” เสียงครางอู้อี้ในลำคอ ทำให้อาร์มิสจูบรุนแรงและเร่าร้อนมากขึ้น

ชายหนุ่มบนต้นไม้ยังคงมองดูเหตุการณ์ตรงระเบียง เฮลิออสแสดงสีหน้าถมึงทึง พร้อมกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ ฝ่ามือใหญ่กำแน่นทุบไปที่ลำต้นไม้จนนกบนรังตื่นตระหนกรีบบินออกมาจากต้นไม้

เศษใบร่วงหล่นออกจากลำต้นพร้อมเสียงนกร้อง

เคียร่าพร่าเบลอไปชั่วขณะก็ได้สติขึ้น เธอใช้แรงผลักอาร์มิสออกพร้อมก้มหน้ามองพื้น รู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้า

เธอยังมีความรู้สึกหวั่นไหวกับอาร์มิสและรู้สึกมีอารมณ์กับสิ่งที่เขาทำจนเกือบคล้อยตามกับสัมผัสอันคุ้นเคย

“พอได้แล้วเพคะ! หม่อมฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับองค์ชายแล้ว เลิกกับหม่อมฉันเถอะเพคะ...”

แววตาแน่วแน่จ้องมองอย่างแข็งกร้าวยิ่งทำให้คนตรงหน้ายอมรับไม่ได้

“หมดรักข้าแต่ยังมีอารมณ์อย่างงั้นเหรอ” อาร์มิสชูนิ้วเรียวยาวที่ชุ่มด้วยน้ำเหนียวเหนอะหนะก่อนจะดูดนิ้วชิมน้ำหวานนั่นต่อหน้าเธอ

แววตาตื่นตระหนกพร้อมใบหน้าแดงระเรื่อ เธอรีบคว้าข้อมือของชายหนุ่มเพื่อห้ามปรามไม่ให้เขาทำเรื่องน่าเกลียด

“มันสกปรก...อย่าทำอย่างนั้นเลยเพคะ..”

“เคียร่า เงยหน้ามองข้าแล้วอ้าปากซะ”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยบอกคนตรงหน้า

ด้วยความเคยชินต่อคำสั่งของอาร์มิส ริมฝีปากอวบอิ่มเลยเผยออกเล็กน้อย

อาร์มิสเกลี่ยแก้มนุ่มก่อนจะค่อย ๆ ยัดนิ้วโป้งเข้าไปในโพรงปาก ดวงตาสีอำพันที่เคยอ่อนโยนกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาคมกริบดุจเสือร้ายที่ตื่นจากการจำศีล

ฟันคมกัดนิ้วอาร์มิสอย่างแรง และผลักร่างสูงให้ห่างจากตัวเอง

“เพราะองค์ชายทำแบบนี้กับหม่อมฉัน บังคับในสิ่งที่ไม่ชอบจนมันอึดอัด มันทำให้หม่อมฉันลืมเลือนความรักที่ให้องค์ชายไปแล้ว...”

“ถ้าเจ้าไม่ชอบแล้วทำไมไม่ปฏิเสธหรือบอกข้า”

“ก็เพราะว่าท่านคือองค์ชายไงเพคะ... หม่อมฉันเหนื่อยแล้วขอหม่อมฉันอยู่คนเดียวเถิดเพคะ”

อาร์มิสยืนนิ่ง เขารู้สึกสับสนและไม่เข้าใจการการะทำของหญิงสาว เธอหมดรักเขาจริงๆ งั้นเหรอ เขาไม่อยากจะยอมรับสิ่งนี้เลย ตลอดที่คบกัน2ปีเราไม่เคยทะเลาะหรือโต้เถียงกันเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่แค่ไหน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เขาต้องหมั้นกับหญิงอื่น เคียร่าก็พร้อมเข้าใจแล้วยังอยู่เคียงข้างเรื่อยมา เธอที่เคยสดใสตลอดเวลา กลับดูเฉยเมยและเย็นชาไม่เหมือนเมื่อก่อน

“ข้าจะให้เวลาเลดี้กลับไปคิดทบทวน ถ้าตัดสินใจว่าอยากจะเลิกกับข้า ให้มาพบข้าที่วังรองคืนพรุ่งนี้”

อาร์มิสพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโถงงานเลี้ยง

“เฮ้อ... ข้าเหนื่อยจริงๆ การบอกเลิกผู้ชายทำไมมันยากขนาดนี้” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ และยกมือขึ้นกุมขมับ

“ถ้ามันเลิกกันยาก ให้ข้าช่วยไหม” เสียงทุ้มเข้มกระซิบข้างหูหญิงสาว เธอใช้มือดันหน้าเฮลิออสให้ออกห่างจากใบหู

“ท่านจะช่วยยังไงล่ะคะ”

“ก็มาแต่งงานกับข้าไง มาเป็นคนของข้า จะได้เรียกใช้งานได้สะดวก”

“ท่านไม่กลัวโดนหักหลังเหรอคะ ไว้ใจแล้วหรือ? ” เคียร่ายิ้มเยาะ เธอไม่คิดจะอยากจะแต่งงานผูกมัดกับเขาสักนิด เพราะมันอาจทำให้แผนการของเธอผิดพลาดได้

“ถ้าโดนหักหลังก็แค่ฆ่าทิ้ง จะยังไงถ้าเจ้าแต่งกับข้ามันก็ไม่มีอะไรเสียหายถ้าเจ้าอยู่ข้างข้าจริง ๆ”

“หม่อมฉันยังไม่อยากแต่งเพคะ ท่านก็รู้ว่าเป้าหมายของหม่อมฉันคืออะไร ช่างเรื่องนี้เถอะ มีเรื่องให้คิดมากเกินไป แล้วนี่ก็ใกล้เลิกงานเลี้ยงแล้ว เรามีธุระสำคัญในคืนนี้กันนะคะ”

“ก็ได้...ทำตามใจที่ต้องการเลย..เลดี้เคียร่า...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันหวังว่าองค์ชายจะลืมหม่อมฉันได

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตอนที่13ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ ห

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 12 เผลอช่วยเด็กน้อยที่จะกลายเป็นตัวร้ายในวันข้างหน้า

    “องค์ชายเฮลิออสมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิอีเมอร์สันชายวัยกลางอายุราว50ปีผู้มีเรือนผมสีบลอนด์สว่างไสวเหมือนกับอาร์มิสและมีนัยน์ตาสีอเมทิสต์เหมือนกับเฮลิออส ใบหน้านิ่งขรึมไร้อารมณ์ถึงแม้ว่าจะทำงานเอกสารกองเท่าภูเขาอยู่แต่ก็ไม่แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยออกมาเลยแม้แต่น้อยอีเมอร์สันวางปากกาพร้อมกวาดตามองต่อคนที่มาเยือน“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท...”“ได้ข่าวว่าเจ้ามาถึงเมืองหลวงแรมเดือน ทำไมถึงพึ่งจะมาเข้าเฝ้าเรา” อีเมอร์สันเอ่ยเสียงเรียบนิ่งนัยน์ตาสีอเมทิสต์จ้องมองราวกับตานกอินทรี ทั้งดุดัน และน่าเกรงขาม“กระหม่อมเหนื่อยล้ากับการเดินทาง เลยต้องการพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดี อีกอย่างกระหม่อมอยากเที่ยวชมเมืองหลวงที่ไม่ได้กลับมาแสนนานด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“เราเข้าใจได้ ขอบใจที่เจ้าชนะสงครามแดนเหนือและกลับมาที่เมืองหลวง ผลงานที่เจ้าสร้างไว้เพื่อจักรวรรดิเราจะตอบแทนให้สมกับที่เจ้าทำไว้”เฮลิออสยกยิ้มราวกับว่าคำพูดของอีเมอร์สันเป็นอย่างที่เขาคาดหวังไว้“กระหม่อมไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ แค่อยากกลับมาอยู่ในที่ที่เคยอยู่ก็เพียงพอแล้ว...”อีเมอร์สันรู้ความต้องการของเฮลิออสลูกชายของตนเป็นอย่างดี การมาเยือนขอ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 11 องค์ชายทั้งสอง

    ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของบารอนด์วาเลียอย่างรีบร้อนปัง!“ท่านบารอนด์! มีคนบุกรุกโกดังชั้นใต้ดินมันเผาโกดังมอดไหม้ไปทั่วแล้วขอรับ!! พวกทาสหนีออกหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียวเลยครับ!”เสียงประตูดังขึ้นทำให้บารอนด์ตื่นจากภวังค์ เขารีบลุกออกจากเตียงนอนเปิดหน้าต่างเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทหารพูด พื้นที่โกดังซึ่งมองเห็นได้ชัดเกิดไฟไหม้ควันฟุ้งลอยเหนือชั้นบรรยากาศ“ใครกันมันกล้ามาหยามข้าขนาดนี้! ดูแลประสาอะไรวะ! รีบไปจับตัวคนบุกรุกมาให้ข้า!!” เสียงโวยวายของชายวัยกลางคนด่ากราดด้วยความโกรธเกรี้ยว“คือว่า...ผู้บุกรุกได้ทำร้ายทหารของเราจนแน่นิ่งไปหมดแล้วครับ...” ทหารตัวใหญ่แสดงความหวาดเกรงมือไม้สั่นปากสั่นเทา“อะไรกัน! มันมีกันเยอะงั้นเหรอ!”“มีผู้ชาย 2 คน คะ ครับ.. มันลอบทำร้ายทหารของเราทีละคน ก่อนจะรู้ตัวพวกทหารก็สลบกันไปหมดแล้วครับ!”ปัก!!! เสียงถีบหลังบารอนด์จากคนชุดดำที่ลอยตัวเข้ามาจากทางหน้าต่าง ตัวบารอนด์ได้กระเด็นตามแรงถีบนอนกลิ้งส่งเสียงโอดครวญอยู่บนพื้นพรมผืนหรู“จะ เจ็บ..” บารอนด์หันไปมองหาความช่วยเหลือจากทหาร ทว่าทหารคนนั้นก็ได้สลบไปแล้ว คนชุดดำสองคนที่บุ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 10 เลิกกันเถอะเพคะ

    โถงงานเลี้ยงในคฤหาสน์เต็มไปด้วยแขกมากหน้าหลายตาของเหล่าลูกหลานขุนนางชนชั้นสูง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดเดรสรัดรูปสีขาวกำลังถูกเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดพูดจาเหน็บแนม“ข้านึกว่าเลดี้เคียร่าจะออกจากงานไปเสียแล้ว มางานวันเกิดแต่ไม่คิดว่ามีของขวัญให้เจ้าภาพงาน หรือว่าที่เลดี้มาคือจงใจอยากจะเป็นที่หมายตาของบุรุษหรือคะ”โมอามองต่ำแสดงสายตาดูถูกดูแคลนใส่หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้ม“นั้นสิคะ อย่างน้อยก็ขึ้นชื่อเป็นคนในตระกูลคราเรนซ์ แต่ดูเหมือนว่าไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”ลูกสมุนของโมอาช่วยเสริมเติมแต่งหวังว่าจะทำให้เคียร่าหน้าเสียอีกครั้ง“ของขวัญสำหรับเลดี้โมอามีแน่นอนค่ะ ไหน ๆ แล้วข้าอยากจะมอบความสุนทรีย์บรรเลงเปียโนให้กับทุกคนในงานเลี้ยงได้ฟังกันนะคะ”“คนอย่างเลดี้เล่นเปียโนก็คงเป็นเพลงเพี้ยน ๆ เหมือนคราก่อน ข้าก็ไม่หวังกับเลดี้เคียร่าหรอกค่ะ”โมอาแสยะยิ้ม เธอคิดไม่ถึงว่าเคียร่าจะกล้าเล่นดนตรีอีกครั้ง เพราะว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน ในงานออกสังคมครั้งแรกที่เคียร่าไป เธอได้บรรเลงเพลงให้ผู้คนมากมายได้ฟัง จนทั้งงานได้แต่ขนานนามหัวเราะถึงการเล่นดนตรียอดแย่ของเธอมือเรียวสวยวางมือลงบนเปียโน หลับตาลงนึก

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 9 แผนการรีดไถชนชั้นสูง 2

    “คุณหนู! ทำไมกลับมาเสียเช้า รู้ไหมข้าเป็นกังวลแทบบ้า!” หญิงสาวแต่งตัวใส่ชุดนอนของผู้เป็นนายดีดตัวลงออกจากเตียงและบ่นกับเคียร่าที่พึ่งกลับมาถึงตอนรุ่งเช้า“เกิดเหตุนิดหน่อยน่ะ ขอบใจนะที่แสดงเป็นข้า”เคียร่ายิ้มหวานพลันลูบหัวโรสอย่างเอ็นดู“ใจข้าว้าวุ่นขนาดไหน...นึกว่าคุณหนูจะไม่กลับมาเสียแล้ว” โรสขมวดคิ้วพร้อมแสดงหน้าน้อยใจ ถ้าเจ้านายไม่กลับมาเธอคงต้องออกตามหาผู้เป็นนายอย่างบ้าคลั่งเป็นแน่“เอาน่า วันนี้เรามีนัดสำคัญข้าจะพลาดไปได้ไง และข้าก็ได้เอกสารหลักฐานมาครบแล้ว คืนนี้เราจะเอาคืนตระกูลวาเลียกัน”ใบหน้าสวยเจ้าเล่ห์แสยะยิ้ม ทำเอาโรสถึงกับใจเต้นแรง เธอรู้สึกชอบบุคลิกนี้ของเจ้านายที่สุด โดยปกติเมื่อคุณหนูอยู่ต่อหน้าคนอื่นการแสดงสีหน้าและท่าทางจะกลายเป็นคนละคนกับตอนนี้เคียร่าต้องแสดงเป็นหญิงสาวใสซื่อ อ่อนแอไม่สู้คนอยู่ตลอด แต่พอได้พ้นสายตาผู้อื่นไป ก็จะแสดงอีกตัวตนหนึ่งออกมาจนตอนนี้โรสเริ่มชินและเข้าใจเจ้านายของตัวเองมากขึ้นแล้วเฮลิออสหยิบโน้ตบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่านและคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ถ้าเธอรู้ว่าเขาทำอะไรลงไปคงโดนตราหน้าว่าเป็นพวกโรคจิตเป็นแน่ร่างสูงจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เร

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 4 นักบุญหญิงนอกรีต

    “เข้ามา” เสียงทุ้มหนักแน่นเอ่ยกับข้ารับใช้ ประตูบานใหญ่เปิดออกให้หญิงสาวผมสีเงินเข้ามาภายในห้องทำงานของดยุกคราเรนซ์“สวัสดีค่ะ ท่านดยุก เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน ข้ามีเรื่องแจ้งให้ทราบค่ะ”เคียร่าย่อตัวทำความเคารพกับชายวัยกลางคนผู้มีเรือนผมสีบลอนด์เข้มเหมือนกับอัลเบิร์ตและฟานา“ข้าอย

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 3 ท่องราตรี

    ร่างกายแสนบอบบางฟุบนอนบนเตียง พลางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เจอชายหนุ่มผมสีน้ำเงิน แม้ว่าตอนแรกจะจำไม่ได้ แต่พอเขาลืมตาจ้องมองด้วยแววตาดุร้ายบวกกับสีตาอันเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ องค์ชายเฮลิออส ไซรัส ผู้มีใบหน้าหล่อร้าย ฉลาดเป็นกรด แถมจิตใจอำหิต ถ้าตามอนาคตในนิยาย เฮลิออสเป็นคนลอบทำร้ายองค์ชายอาร์มิส เธอต้

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 2 คนเคยรัก

    จักรวรรดิคอสมอสไซรัส ปกครองโดยจักรพรรดิ อีเมอร์สัน และจักรพรรดินีแคโรลีน ทั้งสองมีพระโอรสด้วยกันหนึ่งพระองค์ คือองค์ชายอาร์มิส ส่วนองค์ชายเฮลิออสเป็นบุตรนอกสมรสของอีเมอร์สันก่อนได้ขึ้นครองราชย์พบรักกับยูเรียนที่เสียชีวิตไปแล้ว องค์ชายเฮลิออสจึงไม่ได้รับความนิยมจากเหล่าขุนนางสักเ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 1 ครอบครัวแสนเส็งเคร็ง

    คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและผลการเรียน เติบโตขึ้นในตระกูลที่ร่ำรวย ทว่ากลับถูกกดขี่ให้อยู่ภายใต้กรอบที่พ่อแม่สร้าง ทุกสิ่งต้องสมบูรณ์แบบ ห้ามมีข้อผิดพลาด ต้องทำตามแผนที่พ่อแม่กำหนด ไม่อาจเล่นสนุกได้เหมือนเด็กทั่วไปได้ กิจวัตรประจำวันของเธอคือการอ่านหนังสือ หากวันใดดื้อรั้นไม่ยอมอ่านหนังสือ เธอจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status