Share

ตอนที่ 3 ท่องราตรี

Penulis: hikki
last update Tanggal publikasi: 2024-12-20 13:30:00

 

ร่างกายแสนบอบบางฟุบนอนบนเตียง พลางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เจอชายหนุ่มผมสีน้ำเงิน แม้ว่าตอนแรกจะจำไม่ได้ แต่พอเขาลืมตาจ้องมองด้วยแววตาดุร้ายบวกกับสีตาอันเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ องค์ชายเฮลิออส ไซรัส  ผู้มีใบหน้าหล่อร้าย ฉลาดเป็นกรด แถมจิตใจอำหิต ถ้าตามอนาคตในนิยาย เฮลิออสเป็นคนลอบทำร้ายองค์ชายอาร์มิส  เธอต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และหวังว่าเขาจะตกหลุมพรางที่เธอได้วางเหยื่อล่อไว้แล้ว

โครก โครก เสียงท้องร้องดังกังวาน ความหิวจากการไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนทำให้ร่างกายเริ่มทรมานและหมดแรง เป็นเวลาหลายวันที่ดัชเชสสั่งสาวใช้ไม่ให้ยกอาหารมาเสิร์ฟในตอนเย็นเพื่อต้องการให้เธอมีหุ่นผอมเพรียวเป็นกุลสตรี หรือกลั่นแกล้งกันแน่ก็ไม่อาจเข้าใจได้

ตระกูลคราเรนซ์สืบเชื้อสายมาจากนักเวทรักษาผู้มีพลังคล้ายกับพลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระสันตะปาปาจะมอบพรเศษเสี้ยวพลังของพระเจ้าให้ แต่ว่าเวทแสงยังด้อยกว่ามากและอยู่รั้งท้ายของตระกูลอื่น ๆ คนในตระกูลคราเรนซ์เหล่าเครือญาติข้าราชบริพารส่วนมากจึงหันไปเอาดีทางด้านนักบวช อัศวิน ตำแหน่งต่าง ๆ ในวิหารศักดิ์สิทธิ์

ส่วนฟานาตอนนี้เป็นนักบุญฝึกหัดอยู่ที่วิหาร และอัลเบิร์ตเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ช่างน่าแปลกที่คนร้ายกาจพวกนี้มีตำแหน่งและอำนาจมากมาย จิตใจละโมบโหดร้ายแต่ยังคงมีผู้คนเคารพนับถือ เป็นการสร้างภาพได้แยบยลจนไม่มีผู้ใดระแคะระคายเลย

เคียร่าลุกจากเตียงนอนก้มลงหยิบกล่องไม้ใต้เตียง เธอเปลี่ยนเป็นชุดสามัญชนชายซึ่งมีความทะมัดทะแมงพร้อมใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าและสวมเสื้อคลุมปกปิดเรือนผมสีเงินสะดุดตาอีกชั้น เธอหยิบเหรียญเงินกับเครื่องประดับของขวัญจากอาร์มิสติดมือไว้ในยามฉุกเฉินเผื่อต้องใช้เงินจะได้นำมันไปขาย ส่วนชุดในกล่องไม้ก็ขโมยมาจากเหล่าคนรับใช้อีกทีหนึ่ง

ยามราตรีนี้ทุกคนในตระกูลคงหลับกันหมดแล้ว และเป็นช่วงที่องครักษ์รักษาการของคราเรนซ์ผลัดเปลี่ยนเวรกันพอดี จึงมีช่วงเวลาให้เธอหนีออกจากคฤหาสน์ได้

มือเล็กผลักหน้าต่าง ปรายตามองต้นไม้สูงใหญ่ตรงเบื้องหน้าก่อนจะตัดสินใจกระโดดจับกิ่งไม้และค่อยๆปีนลงมายังพื้นหญ้าอย่างเงียบเชียบที่สุด ลัดเลาะบริเวณสวนคฤหาสน์ด้านหลังวิ่งตรงไปยังคอกม้าของคนงานสามัญชน และแอบขโมยม้าตัวหนึ่ง ขึ้นขี่ควบม้าออกมาตามเส้นทางขนส่งสินค้าของตระกูลคราเรนซ์

……

“แม่ค้า มียาอะไรที่พอเปลี่ยนสีผมได้ไหม”

“มีจ่ะ... น้ำยาเปลี่ยนสีผมชั่วคราว หลังจากดื่มขวดยาตัวนี้ ฤทธิ์ของมันจะอยู่ได้ราว2ชั่วโมงนะแม่หนู อยากเปลี่ยนเป็นสีอะไรเล่า”

หญิงชราหยิบขวดยาหลากสีวางเรียงกัน

“เอาสีดำ 3 ขวด เท่าไหร่เหรอ”

“3 เหรียญเงิน”

หญิงสาวเปิดดูถุงเงินที่นำติดตัวมา ทว่าถ้าจ่ายค่าขวดน้ำยานี้ไปเธอคงหมดตัวเป็นแน่ หางตาเหลือบไปเห็นเลือดที่ซึมอยู่บนผ้าพันแผลหลวมๆตรงแขนของหญิงชรา

“แขนยายบาดเจ็บขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ไปรักษาที่วิหาร?”

“สามัญชนแก่ๆอย่างข้าแค่ไปหน้าโบสถ์ก็ถูกขับไล่ออกแล้ว... ดงทุรกันดารเช่นนี้มีเพียงแค่ร้านข้าเนี่ยล่ะที่เป็นร้านยาสมุนไพรให้กับเหล่าสามัญชน ข้าก็เป็นเพียงแม่ค้าหญิงม่ายที่รับของมาจากนักเล่นแร่แปรธาตุและมาขายทอดอีกที เงินค่าส่วยที่ต้องจ่ายให้นักบวชพื้นที่แห่งนี้มันเกินตัวสำหรับคนสามัญชนเช่นข้าแล้วแม่หนู”

“เช่นนั้นเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย รักษาที่ใดกัน”

“ก็จากนักเล่นแร่แปรธาตุไง นางมักจะมาขายน้ำยาโพชั่นที่ร้านข้าเป็นประจำ ถึงแม้จะเป็นโพชั่นรักษาอาการเจ็บป่วยภายในเล็กน้อยอย่างเช่นไข้หวัดแต่ก็ช่วยต่อชีวิตสามัญชนยากไร้เฉกเช่นข้าและหลาย ๆ คนได้ ”

“แต่ดูว่าแผลภายนอกคงรักษาไม่หายสินะ งั้นให้ข้ารักษาให้ไหม” ไม่ทันพูดเปล่าเคียร่าได้เอื้อมมือดึงผ้าพันแผลออกพลันสัมผัสแขนของหญิงชรา

ทันใดนั้นออร่าสีทองก็เปล่งแสงขึ้น แผลเหวอะค่อยๆสมานเข้าด้วยกันในพริบตา 

หญิงชราเบิกตาโตตกใจ

“แม่หนูเป็นนักบุญหรอกงั้นหรือ! เหตุใดนักบุญถึงมาที่แห่งนี้...”

“ไม่ต้องตกอกตกใจไปหรอก ข้าเป็นนักบุญนอกรีตน่ะ ยังไม่ได้ขึ้นตรงกับทางวิหาร ไหน ๆ ข้าก็รักษาให้ท่านแล้วงั้นค่าตอบแทนขอเป็นยาสามขวดนี้แล้วกัน ”

หญิงชรายิ้มหัวเราะชอบใจกับทางทีตรงไปตรงมาของผู้ที่เอ่ยตนว่าเป็นนักบุญ

เคียร่าใช้มือสองข้างรวบขวดยาใส่กระเป๋า

“ของแค่นี้เอาไปเลย ยายแกคนนี้รอดตายมาได้ก็เพราะท่านนักบุญ ถ้ามีอะไรต้องการอีกบอกมาได้เลย.. เพื่อเป็นการจดจำต่อผู้มีพระคุณข้าขอทราบนามท่านนักบุญหญิงได้หรือไม่”

เคียร่าครุ่นคิดชื่อนามแฝงของตนเองก่อนจะแย้มยิ้มออกมา

“เรียกนามข้าว่าแคลร์รีน หรือนักบุญนอกรีตแคลร์รีน ข้าจะมาร้านยายในทุกๆ5วันเวลาเดิม ข้าสามารถรักษาได้ทุกโรคภัย ยายจงป่าวประกาศชื่อเสียงเรียงนามของข้าให้กับคนที่เดือดร้อนต้องการรักษาไม่ว่าจะเป็นโรคที่น่าอายหรือต้องการเก็บเป็นความลับก็ตาม ทว่าต้องเตรียมค่าตอบแทนให้ข้าด้วยเล่าและยายก็จะได้ส่วนแบ่งจากข้าที่แนะนำลูกค้าให้ด้วย”

“ท่านนักบุญคงงานเข้าเสียแล้ว ลูกค้าที่มาร้านค้ายายแก่คนนี้ดันมีแต่พวกแปลกๆเสียด้วย”

หญิงชราระบายยิ้มออกมาพร้อมหยิบขวดยาเปลี่ยนสีผมแถมให้อีกหนึ่งขวด เคียร่าเผยยิ้มอ่อนโยนพร้อมรับขวดยาใส่กระเป๋า ก่อนจะออกจากร้านไปเธอได้ถามกับหญิงชราถึงชื่อของนักเล่นแร่แปรธาตุเผื่อไว้

ร้านอาหารยามราตรีของสามัญชนซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสเด็ดและเบียร์หมักรสเลิศ หญิงสาวผมดำหย่อนกายนั่งเก้าอี้ไม้ เธอสั่งอาหารหลากหลายเมนูจนเต็มโต๊ะ

 ตากลมโตสีแดงเป็นประกายทันทีที่เบียร์หมักแก้วใหญ่ถูกเสิร์ฟฟองฟอด มือหยิบไก่ย่างกัดคำโตพร้อมซดเบียร์ตามไปหลายอึก

อาหารและเบียร์พวกนี้อร่อยยิ่งกว่าอาหารในคฤหาสน์คราเรนซ์เสียอีก!

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ดื่มด่ำความสุขในการกินอาหารและไม่ต้องรักษามารยาทชนชั้นสูงอีกด้วย

เพล้ง!

เสียงจานตกลงพื้นเรียกความสนใจให้คนในร้านต่างหันไปมอง

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หน้าตาน่ากลัวกำลังทึ้งผมของเด็กสาวผมน้ำตาลแววตาของเธอแฝงความเกรี้ยวโกรธ

“นี่แกกล้าเอาจานตีหัวข้างั้นรึ! นั่งขี้ข้าหมาเรื้อน! ”

ชายร่างใหญ่เหวี่ยงเด็กสาวลงกับพื้นจนเธอล้มลงไปนอน ขาใหญ่เตะอัดท้องของหญิงสาวไม่มีท่าจะหยุด คนในร้านต่างมองดูราวกับเป็นเรื่องปกติไม่มีใครคิดจะยื่นมือไปช่วยเด็กสาวเลยสักคน

“ยัยขี้ข้าชั้นต่ำยิ่งกว่าสัตว์! นังโรส! แกกล้ากัดข้าหรือ !”

เด็กสาวไม่ยอมโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เธอจับขาใหญ่พร้อมใช้ปากกัดน่องเนื้อแน่นไม่ปล่อย ดวงตาฉายแววดุร้ายดั่งลูกหมาป่าที่ต้องการเอาชีวิตรอด

“หยุดก่อน มีเรื่องอันใดกันถึงทำร้ายเด็กสาวไร้ทางสู่เยี่ยงนี้” เสียงหวานแต่แข็งกระด้างเอ่ยขึ้นทำให้เด็กสาวยอมปล่อยขาของชายฉกรรจ์

ชายฉกรรจ์หันไปตามเสียงนั่น ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวผมดำสลวยเขาจึงหยุดการกระทำป่าเถื่อนลง

“ยัยผู้นี่มันเป็นหนี้ข้าแล้วมันคิดจะเล่นตุกติกไม่ใช้หนี้แถมยังทำร้ายตีหัวข้าก่อน!”

“ไอ้หมูโสโครก! อย่ามาพูดปลด ! ข้าใช้หนี้ให้แกไม่รู้ไปเท่าไหร่แต่ดอกเบี้ยกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น ที่ข้าตีหัวเจ้าเพราะคำพูดที่ให้ข้าเป็นนางบำเรอเอาตัวใช้หนี้แทนไม่ใช่หรือไง โดนแค่ตีหัวแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ไอ้สารเลว!”

เด็กสาวกัดฟันแน่นพลางเอามือจับท้อง เธอคงเจ็บอย่างมากเลยได้แต่นั่งตีวงออยู่บนพื้นไม้

“เด็กสาวติดหนี้เจ้าเท่าไหร่”

“5 เหรียญทอง”

“ข้าเป็นนักบุญนอกรีตนามว่าแคลร์รีน ข้าจะถามเจ้าว่าอยากรักษาแผลบนหัวนั้นหรือไม่หรือจะปล่อยให้มันเลือดท่วม ดูท่าเด็กสาวตีหัวเจ้าแรงใช้ได้ถ้าไม่รีบรักษาเลือดคงไหลออกจนตัวหมด หรือเจ้าจะไปหานักบวชก็ได้นะ ทว่าเพลานี้คงไม่มีนักบวชมาตระเวนดูแลสามัญชนเช่นเจ้า”

 หญิงสาวผมดำเอ่ยเสียงดังให้ทางเลือกกับชายฉกรรจ์จนชายเบื้องหน้าเริ่มหวาดกลัวกับคำพูดมั่นใจของเธอ

“ท่านนักบุญจะรักษาให้ข้าเช่นนั้นหรือ”

“ใช่ แต่หักล้างกับหนี้เด็กสาวคนนั้นแทนนะ ถ้าเจ้าไม่อยากเลือดไหลออกจนตายเสียก่อนก็ตกลงมาซะ”

          เลือดสีแดงเริ่มไหลซึมออกมามากจนชายร่างใหญ่จนเขาเริ่มรู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม

"ขะ ข้าตกลงแล้ว ข้าจะยกหนี้ให้นางเด็กนั่นและจะไม่ยุ่งกับนางอีก ท่านนักบุญได้โปรดรักษาให้ข้าที ข้าเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้ว..." เสียงแผ่วเบาพลันร่างใหญ่เริ่มทรุดตัวนั่งลง หน้าซีดลงเฉียบจนเหมือนคนป่วยหนักใกล้ตาย

หญิงสาวยกยิ้มมุมปากขึ้นพร้อมรักษาแผลชายที่นอนร่อแร่ท่ามกลางเหล่าสายตาผู้คนในร้าน เสียงซุบซิบเริ่มดังจนเธอก็ได้ยิน

แบบนี้ชื่อข้าก็คงแผ่กระจายเร็ว ดีจริงที่มาร้านนี้

“ชื่อโรส เอวาใช่ไหม ข้าจะรักษาให้เจ้าด้วย”

โรสพยักหน้าเบาๆ

ใบหน้าสวยยิ้มหวานอ่อนโยนให้กับโรส พร้อมรักษาบาดแผลฟกช้ำตามร่างกายของเธอให้หายกลับมาเป็นปกติ

ในสายตาของโรส นักบุญแคร์รีนเธอดูสง่างดงามและอ่อนโยน ไม่เหมือนนักบุญท่านอื่นที่ปฏิบัติกับสามัญด้วยความอคติ

เคียร่าเชิญชวนเด็กสาวรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกัน ด้วยความหิวโซเด็กสาว เธอจึงกินอย่างมูมมามเหมือนคนอดยากมาแล้ววัน

“ท่านักบุญ ทำไมถึงช่วยข้าแถมยังให้กินของอร่อยๆมากมายเช่นนี้อีก ”

โรสเอ่ยถามหลังจากได้ทานอาหารจนอิ่มท้อง

“จะช่วยใครต้องมีเหตุผลด้วยหรือ ข้ารู้สึกถูกชะตากับโรสน่ะ ถ้ามีอะไรที่ข้าพอช่วยเจ้าได้ก็บอกได้นะ”           ใบหน้างดงามคลี่ยิ้มพลันโอบอุ้มมือสากด้านของโรส

เด็กสาวเริ่มมีน้ำตาคลอเล็กน้อย ความรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมจากเทพธิดา มันทำให้ใจรู้สึกปลื้มปริ่ม เธอปาดน้ำตาพร้อมจ้องมองไปยังแววตาสีแดงมรกตด้วยความมุ่งมั่น

“ถ้าข้าขอให้ท่านช่วยข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่ หลังจากนั้นข้าจะตอบแทนท่านนักบุญทุกอย่าง ถึงจะเป็นเพียงสามัญชนแต่ข้าก็เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และข้าอยากจะรับใช้ท่านต่อจากนี้”

เด็กสาวลุกออกเจ้าเก้าอี้พร้อมคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เคียร่าปรายตามองพลันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

โรสได้พาเคียร่าไปยังบ้านหลังเล็กทรุดโทรม เธอพาเข้าไปยังในตัวบ้านที่มีชายชรานอนหายใจโรยรินอยู่ตรงใจกลางบ้าน ร่างกายของชายชราดูซูบผอมอีกทั้งตรงขายังเห็นได้ชัดเจนว่ามีผ้าพันแผลพันรอบไปจนถึงเท้า

“พ่อเจ้าไปโดนอะไรมาถึงได้เกิดแผลใหญ่เช่นนี้”

“พ่อต้องเจ็บตัวเพราะข้า... ถ้าข้าไม่ดื้อที่จะเอาของไม่ได้คุณภาพไปขายตระกูลบารอนด์ละก็...คงไม่โดนลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ทั้งที่เป็นน้ำยาโพชั่นแต่กลับถูกหาว่าหลอกลวงเอาของปลอมไปขาย เงินก็ไม่จ่ายแถมยังเอาน้ำยาโพชั่นที่ทำไว้หลายลังริบเอาไปทั้งหมด จนตัวข้าต้องไปกู้เงินกับไอ้อันธพาลหน้าเลือดเพื่อมารักษาพ่อ ทว่าจ่ายส่วยให้กับนักบุญไปตั้งมากมายก็ไม่มีทีท่าว่าแผลของพ่อจะดีขึ้นเลย นานวันพ่อข้าก็ยิ่งอ่อนแอลง”

เด็กสาวน้ำตาคลอพลางเปิดผ้าพันแผลที่มีเลือดสีแดงเต็มผืนผ้า เคียร่าที่เห็นดังนั้นก็ย่อตัวลงพร้อมใช้มือแตะบริเวณขาของชายชรา ดวงตากลมหรี่ตาลงพลันก็เกินแสงสีทองอร่ามค่อย ๆ รักษาบาดแผลใหญ่ให้เล็กลง แต่ก็ไม่ได้หายดีเป็นปกติเนื่องด้วยเธอยังไม่คุ้นชินกับพลังตัวเองและบวกกับช่วงเวลานี้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ต่อเนื่องกันเกินไป

พลังศักดิ์สิทธิ์มีหลายระดับด้วยกัน ลำดับชั้นล่างสุดนักบุญฝึกหัด จะสามารถรักษารอยแผลขีดข่วนเล็กน้อยและยามเจ็บไข้ได้ป่วยไม่หนักมาก ส่วนใหญ่นักบุญฝึกหัดจะศึกษาอยู่ที่วิหารและออกกิจรักษาผู้คนบางโอกาส นักบุญฝึกหัดจะถูกมอบหมายให้ดูแลสามัญชนเพียงเท่านั้น ส่วนผู้ที่ได้สำเร็จการศึกษาจะได้รับตำแหน่งเป็นนักบวช ผู้ซึ่งจะรักษาเฉพาะขุนนางชนชั้นสูง

“ข้ารักษาอาการของพ่อเจ้าให้ดีขึ้นแล้ว แต่ดูเหมือนว่าแผลจะเกิดจากการติดเชื้อ อาการพ่อเจ้าเลยดูแย่ลง”

“อะไรคือติดเชื้องั้นหรือ”

“อืม...มันคือสิ่งสกปรกสะสม ถ้าไม่ได้รักษาแผลให้สะอาดสิ่งสกปรกจะเข้าไปอยู่ในแผลและมันจะไม่หายแถมยังจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ”

ในยุคสมัยนี้ที่พึ่งพาแต่พลังเวทและพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่มีผู้มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่ใกล้เคืองกับวิทยาศาสตร์ก็คงจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเล่นแร่แปรธาตุจะเป็นตัวแปรในแผนการของเคียร่าในอนาคต

“ถึงแม้ว่าแผลจะยังสมานไม่ดีมากนักแต่เท่านี้พ่อเจ้าก็ไม่เป็นอะไรมากแล้ว ใช้น้ำเกลือเช็ดบริเวณแผลก่อนเปลี่ยนผ้าพันแผลก็ได้”

“นำเกลือไปต้มกับน้ำงั้นหรือท่านนักบุญ ข้าเคยใช้มันปรุงแต่อาหารและหมักอาหารไม่ให้มันเน่าเสียเร็วเท่านั้น อ่อ ! หรือเพราะว่าในเกลือมันมีแร่ธาตุที่ยืดอายุการรักษา ทำไมข้าถึงไม่คิดเรื่องนั้นบ้างนะ !”

โรสทำหน้าตื่นตระหนักก่อนจะเดินไปหยิบหินแร่ต่าง ๆ ใส่แก้วน้ำ พร้อมกางกระดาษบนโต๊ะไม้ วาดวงแหวนเวทขึ้นมา เธอหยิบแก้วน้ำวางบนวงแหวนพลันก็เกิดแสงสีม่วงขึ้น มือเล็กยกแก้วน้ำเทลงถ้วยไม้และชิมรสชาติ

“เค็มใช้ได้ ! ข้าทำเสร็จแล้วท่านนักบุญ” ใบหน้ามอมแมมยิ้มเริงร่าก่อนจะจัดการทำแผลให้กับชายชราที่นอนหลับอยู่

เคียร่าเฝ้ามองเด็กสาวอย่างไม่ลดละสายตาใบหน้างดงามยกยิ้มมุมปาก

ความสามารถไม่ธรรมดาเลยแฮะ แถมยังรู้ชอบเองโดยแค่บอกคร่าว ๆ ถ้าได้ฟูมฟักสักหน่อยนางคงเก่งมากแน่ ๆ

“ท่านนักบุญคะ ข้าอยากช่วยเหลือท่านและตามรับใช้ท่าน ได้โปรดอนุญาตด้วยเถอะค่ะ!” เสียงหนักแน่นจากเด็กสาวผอมแห้งซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ตรงเบื้องหน้าหญิงสาวผมดำขลับ 

“โรสแน่ใจแล้วหรือว่าอยากรับใช้ข้า ชีวิตข้าน่ะไม่ง่ายหรอกนะ”

“ข้ามั่นใจว่าข้าจะเป็นประโยชน์กับท่าน เชิญใช้ข้าตามสมควรได้เลยค่ะ” โรสเงยหน้าขึ้นพร้อมแววตาฉายความมุ่งมั่น

“ก็ได้ ข้าอยากให้โรสไปเป็นหญิงรับใช้ส่วนตัวของ เลดี้เคียร่า ลูกสาวบุญธรรมของดยุกคราเรซ์ เข้าไปสมัครด้วยวิธีใดก็ได้ในเร็ววัน แล้วเจ้าจะได้เจอข้าอีกครั้ง ”

          เครื่องประดับที่องค์ชายอาร์มิสให้ไว เธอได้นำมันไปขายก่อนหน้าจะเจอโรส โชคดีที่ขายได้ราคางาม เลยตัดสินใจเสี่ยงดวงหยิบถุงเงินที่ใส่เหรียญทองจำนวนหนึ่ง ยื่นให้เด็กสาว

           “เอาเงินนี้ไปพ่อในยามที่เจ้าได้เข้าไปอยู่ในตระกลูคราเรนซ์ ”

 โรสรับถุงเงินมากอดที่อก พลันหลั่งน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ “ทำไมท่านนักบุญถึงเมตตาข้าเช่นนี้ ฮือ.. ข้าจะไม่ถามในสิ่งที่ท่านต้องการให้ข้าไปทำ ข้าเชื่อใจคนดี ๆ เช่นท่าน”

เคียร่ายิ้มอ่อนโยนให้ พลันหยิบหน้ากากขึ้นมาใส่และกระชับฮู้ดคลุมตัวปกปิดเรือนผมที่เริ่มจะหมดฤทธิ์กลับไปเป็นสีเดิมแล้ว

“ข้าต้องไปแล้ว แล้วเจอกันในคฤหาสน์คราเรนซ์นะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันหวังว่าองค์ชายจะลืมหม่อมฉันได

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่13 ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอ

    ตอนที่13ใช่พระเอกในนิยายจริงๆ เหรอตำหนักองค์ชายอาร์มิสพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า หญิงสาวชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายทอดน่องเดินเข้ามาในตำหนักรอง หวังว่าการมาตำหนักนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเคียร่ามาถึงหน้าห้องขององค์ชายอาร์ส องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าเปิดประตูให้เธอเข้าไปอย่างง่ายดาย เหมือนว่าได้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายว่าให้ต้อนรับหญิงสาวผู้นี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องให้ความสว่างอยู่น้อยนิด ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยังคงกระดกแก้วเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะวางแก้วลงเขาเหลือบมองเธอและละทิ้งสายตาไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ“จริงๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเลย...สภาพตอนนี้ของข้าคงดูไม่ได้” อาร์มิสหยิบขวดเหล้าเพื่อจะเติมลงแก้วใบหรูทว่าเคียร่ากลับกระชากขวดเหล้ามาไว้ในมือตัวเอง“พอได้แล้วเพคะ องค์ชายไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้นะคะ”เคียร่ามองใบหน้าแดงจัดของอาร์มิส เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเอามาก พอเห็นสภาพนี้ก็เกิดรู้สึกผิดเล็กน้อย“เจ้าอยากให้เราเลิกกับจริงๆ เหรอ...” นัยน์ตาสีอำพันมองมาที่หญิงสาว ขอบตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะกำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา“ใช่แล้วเพคะ ห

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 12 เผลอช่วยเด็กน้อยที่จะกลายเป็นตัวร้ายในวันข้างหน้า

    “องค์ชายเฮลิออสมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิอีเมอร์สันชายวัยกลางอายุราว50ปีผู้มีเรือนผมสีบลอนด์สว่างไสวเหมือนกับอาร์มิสและมีนัยน์ตาสีอเมทิสต์เหมือนกับเฮลิออส ใบหน้านิ่งขรึมไร้อารมณ์ถึงแม้ว่าจะทำงานเอกสารกองเท่าภูเขาอยู่แต่ก็ไม่แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยออกมาเลยแม้แต่น้อยอีเมอร์สันวางปากกาพร้อมกวาดตามองต่อคนที่มาเยือน“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท...”“ได้ข่าวว่าเจ้ามาถึงเมืองหลวงแรมเดือน ทำไมถึงพึ่งจะมาเข้าเฝ้าเรา” อีเมอร์สันเอ่ยเสียงเรียบนิ่งนัยน์ตาสีอเมทิสต์จ้องมองราวกับตานกอินทรี ทั้งดุดัน และน่าเกรงขาม“กระหม่อมเหนื่อยล้ากับการเดินทาง เลยต้องการพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดี อีกอย่างกระหม่อมอยากเที่ยวชมเมืองหลวงที่ไม่ได้กลับมาแสนนานด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“เราเข้าใจได้ ขอบใจที่เจ้าชนะสงครามแดนเหนือและกลับมาที่เมืองหลวง ผลงานที่เจ้าสร้างไว้เพื่อจักรวรรดิเราจะตอบแทนให้สมกับที่เจ้าทำไว้”เฮลิออสยกยิ้มราวกับว่าคำพูดของอีเมอร์สันเป็นอย่างที่เขาคาดหวังไว้“กระหม่อมไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ แค่อยากกลับมาอยู่ในที่ที่เคยอยู่ก็เพียงพอแล้ว...”อีเมอร์สันรู้ความต้องการของเฮลิออสลูกชายของตนเป็นอย่างดี การมาเยือนขอ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 11 องค์ชายทั้งสอง

    ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของบารอนด์วาเลียอย่างรีบร้อนปัง!“ท่านบารอนด์! มีคนบุกรุกโกดังชั้นใต้ดินมันเผาโกดังมอดไหม้ไปทั่วแล้วขอรับ!! พวกทาสหนีออกหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียวเลยครับ!”เสียงประตูดังขึ้นทำให้บารอนด์ตื่นจากภวังค์ เขารีบลุกออกจากเตียงนอนเปิดหน้าต่างเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทหารพูด พื้นที่โกดังซึ่งมองเห็นได้ชัดเกิดไฟไหม้ควันฟุ้งลอยเหนือชั้นบรรยากาศ“ใครกันมันกล้ามาหยามข้าขนาดนี้! ดูแลประสาอะไรวะ! รีบไปจับตัวคนบุกรุกมาให้ข้า!!” เสียงโวยวายของชายวัยกลางคนด่ากราดด้วยความโกรธเกรี้ยว“คือว่า...ผู้บุกรุกได้ทำร้ายทหารของเราจนแน่นิ่งไปหมดแล้วครับ...” ทหารตัวใหญ่แสดงความหวาดเกรงมือไม้สั่นปากสั่นเทา“อะไรกัน! มันมีกันเยอะงั้นเหรอ!”“มีผู้ชาย 2 คน คะ ครับ.. มันลอบทำร้ายทหารของเราทีละคน ก่อนจะรู้ตัวพวกทหารก็สลบกันไปหมดแล้วครับ!”ปัก!!! เสียงถีบหลังบารอนด์จากคนชุดดำที่ลอยตัวเข้ามาจากทางหน้าต่าง ตัวบารอนด์ได้กระเด็นตามแรงถีบนอนกลิ้งส่งเสียงโอดครวญอยู่บนพื้นพรมผืนหรู“จะ เจ็บ..” บารอนด์หันไปมองหาความช่วยเหลือจากทหาร ทว่าทหารคนนั้นก็ได้สลบไปแล้ว คนชุดดำสองคนที่บุ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 10 เลิกกันเถอะเพคะ

    โถงงานเลี้ยงในคฤหาสน์เต็มไปด้วยแขกมากหน้าหลายตาของเหล่าลูกหลานขุนนางชนชั้นสูง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดเดรสรัดรูปสีขาวกำลังถูกเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดพูดจาเหน็บแนม“ข้านึกว่าเลดี้เคียร่าจะออกจากงานไปเสียแล้ว มางานวันเกิดแต่ไม่คิดว่ามีของขวัญให้เจ้าภาพงาน หรือว่าที่เลดี้มาคือจงใจอยากจะเป็นที่หมายตาของบุรุษหรือคะ”โมอามองต่ำแสดงสายตาดูถูกดูแคลนใส่หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้ม“นั้นสิคะ อย่างน้อยก็ขึ้นชื่อเป็นคนในตระกูลคราเรนซ์ แต่ดูเหมือนว่าไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”ลูกสมุนของโมอาช่วยเสริมเติมแต่งหวังว่าจะทำให้เคียร่าหน้าเสียอีกครั้ง“ของขวัญสำหรับเลดี้โมอามีแน่นอนค่ะ ไหน ๆ แล้วข้าอยากจะมอบความสุนทรีย์บรรเลงเปียโนให้กับทุกคนในงานเลี้ยงได้ฟังกันนะคะ”“คนอย่างเลดี้เล่นเปียโนก็คงเป็นเพลงเพี้ยน ๆ เหมือนคราก่อน ข้าก็ไม่หวังกับเลดี้เคียร่าหรอกค่ะ”โมอาแสยะยิ้ม เธอคิดไม่ถึงว่าเคียร่าจะกล้าเล่นดนตรีอีกครั้ง เพราะว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน ในงานออกสังคมครั้งแรกที่เคียร่าไป เธอได้บรรเลงเพลงให้ผู้คนมากมายได้ฟัง จนทั้งงานได้แต่ขนานนามหัวเราะถึงการเล่นดนตรียอดแย่ของเธอมือเรียวสวยวางมือลงบนเปียโน หลับตาลงนึก

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 9 แผนการรีดไถชนชั้นสูง 2

    “คุณหนู! ทำไมกลับมาเสียเช้า รู้ไหมข้าเป็นกังวลแทบบ้า!” หญิงสาวแต่งตัวใส่ชุดนอนของผู้เป็นนายดีดตัวลงออกจากเตียงและบ่นกับเคียร่าที่พึ่งกลับมาถึงตอนรุ่งเช้า“เกิดเหตุนิดหน่อยน่ะ ขอบใจนะที่แสดงเป็นข้า”เคียร่ายิ้มหวานพลันลูบหัวโรสอย่างเอ็นดู“ใจข้าว้าวุ่นขนาดไหน...นึกว่าคุณหนูจะไม่กลับมาเสียแล้ว” โรสขมวดคิ้วพร้อมแสดงหน้าน้อยใจ ถ้าเจ้านายไม่กลับมาเธอคงต้องออกตามหาผู้เป็นนายอย่างบ้าคลั่งเป็นแน่“เอาน่า วันนี้เรามีนัดสำคัญข้าจะพลาดไปได้ไง และข้าก็ได้เอกสารหลักฐานมาครบแล้ว คืนนี้เราจะเอาคืนตระกูลวาเลียกัน”ใบหน้าสวยเจ้าเล่ห์แสยะยิ้ม ทำเอาโรสถึงกับใจเต้นแรง เธอรู้สึกชอบบุคลิกนี้ของเจ้านายที่สุด โดยปกติเมื่อคุณหนูอยู่ต่อหน้าคนอื่นการแสดงสีหน้าและท่าทางจะกลายเป็นคนละคนกับตอนนี้เคียร่าต้องแสดงเป็นหญิงสาวใสซื่อ อ่อนแอไม่สู้คนอยู่ตลอด แต่พอได้พ้นสายตาผู้อื่นไป ก็จะแสดงอีกตัวตนหนึ่งออกมาจนตอนนี้โรสเริ่มชินและเข้าใจเจ้านายของตัวเองมากขึ้นแล้วเฮลิออสหยิบโน้ตบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่านและคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ถ้าเธอรู้ว่าเขาทำอะไรลงไปคงโดนตราหน้าว่าเป็นพวกโรคจิตเป็นแน่ร่างสูงจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เร

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 4 นักบุญหญิงนอกรีต

    “เข้ามา” เสียงทุ้มหนักแน่นเอ่ยกับข้ารับใช้ ประตูบานใหญ่เปิดออกให้หญิงสาวผมสีเงินเข้ามาภายในห้องทำงานของดยุกคราเรนซ์“สวัสดีค่ะ ท่านดยุก เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน ข้ามีเรื่องแจ้งให้ทราบค่ะ”เคียร่าย่อตัวทำความเคารพกับชายวัยกลางคนผู้มีเรือนผมสีบลอนด์เข้มเหมือนกับอัลเบิร์ตและฟานา“ข้าอย

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 2 คนเคยรัก

    จักรวรรดิคอสมอสไซรัส ปกครองโดยจักรพรรดิ อีเมอร์สัน และจักรพรรดินีแคโรลีน ทั้งสองมีพระโอรสด้วยกันหนึ่งพระองค์ คือองค์ชายอาร์มิส ส่วนองค์ชายเฮลิออสเป็นบุตรนอกสมรสของอีเมอร์สันก่อนได้ขึ้นครองราชย์พบรักกับยูเรียนที่เสียชีวิตไปแล้ว องค์ชายเฮลิออสจึงไม่ได้รับความนิยมจากเหล่าขุนนางสักเ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   ตอนที่ 1 ครอบครัวแสนเส็งเคร็ง

    คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและผลการเรียน เติบโตขึ้นในตระกูลที่ร่ำรวย ทว่ากลับถูกกดขี่ให้อยู่ภายใต้กรอบที่พ่อแม่สร้าง ทุกสิ่งต้องสมบูรณ์แบบ ห้ามมีข้อผิดพลาด ต้องทำตามแผนที่พ่อแม่กำหนด ไม่อาจเล่นสนุกได้เหมือนเด็กทั่วไปได้ กิจวัตรประจำวันของเธอคือการอ่านหนังสือ หากวันใดดื้อรั้นไม่ยอมอ่านหนังสือ เธอจ

  • ฉันไม่ใช่นางเอกไร้เดียงสา   บทนำ

    “เคียร่า… วันนี้เจ้าก็ยังคงงดงามเช่นเคย ข้าอยากจะป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าหญิงที่งดงามดุจเทพธิดาเป็นของข้าเพียงผู้เดียว” “องค์ชายอาร์มิสเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดีกับข้าเช่นนี้ ข้าไม่อาจคู่ควรยืนข้างกายท่านเลยด้วยซ้ำ ถ้าเลดี้แอมเบอร์ได้ยินที่ท่านพูด เลดี้คงเสียใจเป็นอย่างมาก”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status