Beranda / LGBTQ+ / ชตรีญา / จำปี (1)

Share

จำปี (1)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-14 14:35:06

“ เธอนี่… ตลกนะ”

เสียงดารัณยังก้องอยู่ในความรู้สึกและรอยยิ้มที่ไม่รู้ว่าขำหรือเอ็นดูนรีกันแน่ยังกรุ่นในความทรงจำ เพราะขนาดหล่อนตื่นนอนมาคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืนระหว่างล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำตอนเช้าก็ยังนึกตลกตนเองที่เดินอ้อมไปขึ้นบันไดหลักที่ฝั่งตะวันออกแทนที่จะขึ้นบันไดวนตามหลังคุณเจ้านายไป แต่อีกใจหล่อนก็รู้ดีว่า ในทุกขณะ ตัวหล่อนเอง ถือว่าบันไดวนเป็นช่องทางส่วนตัวของคุณเจ้านายที่หล่อนควรให้เกียรติ ไม่เหยียบย่าง…

ทุกสิ่งผ่านไปโดยง่าย หล่อนไม่ได้ตอบโต้ว่าอะไร เพียงยื่นดอกสเลเตทั้งหมดคืนให้คุณเจ้านาย และถอยไปทรุดตัวลงนั่งประจำที่ เฉกเช่นทุกคืน นรีปล่อยให้ดารัณได้กลับเข้าสู่โลกส่วนตัวอย่างเคย และปล่อยให้ตัวหล่อนเองล่องลอยไปในคลื่นแห่งความคิดฝันฟุ้งซ่านมากมายโดยวางสายตาไว้กับริ้วไหล่และแผ่นหลังของคนที่นั่งห่างออกไปมากกว่าสามเมตรเศษ ท่ามกลางอากาศเย็นชื้นและเสียงเพลงบรรเลงหวิวหวานผสานเสียงลมฝนที่โหมพายุหนักล้อมรอบเรือนไม้วงศ์ทิมทอง ตลอดสองชั่วโมงกว่าๆ

นรีอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ราวๆ เจ็ดโมงครึ่ง หล่อนออกจากห้องมาพบสภาพครัวและโต๊ะอาหารที่ดูเหมือนว่า วันนี้คุณทิพย์จะตื่นเร็วกว่าปกติ และลงครัวเองเสียแล้ว นรีรู้สึกผิดที่ตื่นช้ากว่าคุณทิพย์อีกครั้งแล้ว จึงรีบรุดเดินผ่านโต๊ะอาหารไปที่หน้าเรือนทันที แต่ก็เผอิญเจอคุณทิพย์กำลังเดินลงบันไดหลักมาพอดี

“รีบร้อนไปไหนนรี” คุณทิพย์ทักขึ้น แม้นรีจะสะดุ้งตกใจ แต่ก็เข้าประคองคุณทิพย์อย่างนอบน้อมทันที พลางตอบ

“จะไปดูสวนดอกไม้ค่ะ ว่าต้องรดน้ำมั้ย”

“ไม่ทันคนนั้นแล้วล่ะ” คุณทิพย์บอกทั้งพยักเพยิดไปทางสวนดอกไม้หน้าเรือน นรีหันมองตาม ขณะพาคุณทิพย์เดินไปนอกชายคาเรือนด้วยกัน

ดารัณในเสื้อเชิ้ตขาวตัวบางกับกางเกงลำลองขายาวสีเปลือกไม้กำลังเดินดูสวนดอกไม้ที่ยังฉ่ำชุ่มไปด้วยรอยหยาดฝน เธอก้มๆ เงยๆ เก็บเอาไม้หอมนานาชนิดที่บานสะพรั่ง ใส่เรียงบนถาดจักสานขนาดสิบสองนิ้ว ซึ่งถูกส่งให้นรีถือทันทีที่หล่อนก้าวย่ำลงสวนไปใกล้ตังเธอ

“รบกวนถือตามมาทีค่ะ เหลือเก็บจำปีอีกอย่างก็น่าจะพอ” คุณเจ้านายว่าเช่นนั้นก่อนเดินดุ่มนำหน้านรีไปที่ต้นจำปีสูงโดด ฟากหลังเรือนฝั่งตะวันตก เธอคว้าบันไดไม้ไผ่จากข้างรั้วมาพาดพิงลำต้นจำปีแล้วปีนป่ายคล่องแคล่วขึ้นไปดึงเด็ดจำปีขาวนวลแต่ละดอกที่ออกเดี่ยวปลายกิ่งแต่ละช่อใบ ท่าทางชำนาญนัก ครู่เดียว ดอกจำปีแสนงามก็ลงมาเรียงเต็มช่องว่างบนถาดจักสาน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งชุ่มปอดนรี

“ไปกินข้าวกันเถอะ” คุณเจ้านายบอกกับหล่อนพลางเก็บเอาดอกจำปีจำนวนหนึ่งใส่กระเป๋าเสื้อ

“ค่ะคุณ” นรีนอบน้อมรับคำ แม้จะกำลังเผลอเอียงคอฉงนจนดารัณสังเกตได้ คุณเจ้านายจึงเคลื่อนตัวเข้ามาสบตาหล่อนในองศาเอียงคอเดียวกัน

“คะ…” นรีประหม่าล่กลน ชวนให้ดารัณหลุดยิ้มอารมณ์ดีก่อนเอ่ย

“ก็เธอมอง เหมือนงง”

“อ่อ… ค่ะ เห็นคุณเก็บดอกจำปีใส่กระเป๋า มันชวนคิด” นรีตอบ

“ชวนคิด… คิดว่าอะไร…” ดารัณซักต่อ

“คิด ว่า ถ้าเป็นดอกโปรดของคุณ วันหลังก็จะได้…” นรีว่าพลางเงยหน้ามองดอกจำปีตูมในช่อใบสูง แต่แล้วดารัณก็ขัดคำหล่อนอย่างรู้ทันว่า

“จะได้มาเก็บให้เรา”

“ค่ะ” นรีพยักหน้ารับ ก่อนละสายตาลงจากยอดไม้มาสบเข้ากับสายตาแสนเอ็นดูของคุณเจ้านายที่สาดมากระทบจิต พร้อมน้ำเสียงอุ่นละมุนใจ

“ไม่เป็นไร ต้นมันสูง อันตราย เรารบกวนแค่มารอรับลงถาดก็พอ”

ซึ่งแน่นอนว่า คุณเจ้านายว่าอย่างไร หล่อนย่อมว่าตามกัน

มื้อเช้าวันนั้น เป็นข้าวต้มหมูใส่เห็ดหอมฝีมือดารัณที่นานๆ ทีคุณทิพย์จะมีโอกาสได้รับประทาน ความกลมกล่อมของน้ำซุป ความนุ่มนวลของเห็ดหอมสด ผสานเข้ากับเม็ดข้าวหอมมะลิที่ปริแตกสวย ชวนให้นรีเจริญอาหารยิ่งกว่าทุกวัน

“น้องส่งต้นฉบับแล้วเหรอลูก” คุณทิพย์เอ่ยถามหลังรับประทานข้าวต้มไปแล้วกว่าค่อนชาม

“ส่งละแม่ รอเขาตรวจ เนี่ยเก็บจำปีมาพกนำโชคด้วย” คุณเจ้านายสนทนากับคุณทิพย์ทั้งล้วงหยิบเอาดอกจำปีจากกระเป๋าเสื้อตนมาอวด ท่าทีน่าเอ็นดูเหลือล้นในสายตานรี เพราะดูเหมือนว่าดารัณลดอายุตนเองลงไปมากกว่าทศวรรษยามพูดคุยกับมารดา หล่อนมองรอยยิ้มใสๆ ของเธอแล้วยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

‘ใครจะคิด ว่าน่ารักขนาดนี้ได้’

ใจลิยไปกับรอยยิ้มของดารัณได้ไม่นานนรีก็ต้องชะงักและพาสายตาตสนเองกลับมามองชามข้าวต้มที่ว่างเปล่าตรงหน้า เนื่องจากคุณเจ้านายผละสายตาจากคุณทิพย์มาสบประสานสายตาหล่อนเข้าพอดี รอยยิ้มสดใสน่ารักพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มคล้ายเคลือบมนต์เสน่ห์บางเบา ชวนใจสั่นในเสี้ยววินาที ก่อนริมฝีปากสวยจะเอ่ยสนทนากับผู้เป็นแม่ต่อไปว่า

“เดี๋ยววันนี้กานต์มานะแม่ คงหิ้วแกงมาเหมือนเดิม”

“เกรงใจกานต์” คุณทิพย์ว่าก่อนเตรียมตักข้าวต้มคำสุดท้าย

“กานต์มันดื้อ บอกหลายรอบละว่าไม่ต้อง แต่ก็ห้ามไม่เคยได้แม่ก็รู้” ดารัณว่าแล้ววางช้อนลงในชามข้าวต้มของตนอย่างเบามือตามนิสัย

“ก็จริง… แล้วบ่ายนี้น้องไปไหน” คุณทิพย์เอ่ยถามหลังเคี้ยวกลืนข้าวต้มคำสุดท้ายลงคอเรียบร้อยดีแล้ว

“ไม่ไปไหน อยู่บ้านนี่แหละ น้องว่าจะใส่ปุ๋ยพวกเด็ก” ดารัณว่าพลางรวบรวมเอาชามข้าวต้มทั้งสามใบมาซ้อนกัน นรีรีบขยับลุกจากเก้าอี้เพื่อขอรับหน้าที่ยกชามทั้งหมดไปล้างในครัว ซึ่งยังได้ยินบทสนทนาของคุณเจ้านายกับคุณทิพย์แว่วมา

“ว่าจะทำลาบ แม่กินได้มั้ย หมอห้ามมั้ย”

“กินได้ถ้าทำรสไม่จัด ถ้ารสจัดหมอธนาดุ”

“งั้นน้องทำให้แม่ต่างหากดีกว่า”

นรีล้างชามล้างหม้อไปก็ยิ้มไป การที่คุณเจ้านายร่วมโต๊ะอาหารทำบรรยากาศในบ้านวงศ์ทิมทองต่างไปจากเดิมพอสมควร หล่อนมองว่า บ้านมีสีสันขึ้นกว่าช่วงคุณเจ้านายปั่นต้นฉบับอยู่มากโขทีเดียว

บ่ายวันนั้น คุณทิพย์ไม่ออกไปนั่งเล่นที่ศาลา แต่เลือกที่จะไปนั่งรับลมที่ชานระเบียงหลังเรือนแทน เพราะวันนี้คุณเจ้านายของนรีจะลงสวนผัก ระหว่างเตรียมชากุหลาบให้คุณทิพย์ หล่อนหวนนึกถึงช่วงสายที่ผ่านมา ที่ได้มีโอกาสจัดดอกไม้ถวายพระกับดารัณ

เธอหยิบจับทุกดวงดอกช่อไม้อย่างทะนุถนอม และจัดวางในจุดต่างๆ ได้สลักสลวยทั่วหิ้ง ทั้งยังสงบเสงี่ยมสวดมนต์คาถาได้ไพเราะบุญหู จนหล่อนละสายตาจากเธอไม่ไหว ปล่อยให้จิตใจฟุ้งซ่านและสายตาดื้อซนไร้ความควบคุมเบื้องหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่บ้านวงศ์ทิมทองเคารพบูชา

‘แย่มาก… แย่จริงๆ… แต่ก็ยากจริงๆ ’

หล่อนคิดคำนึงคนเดียวเดียวครัว ขณะรอในชากุหลาบพร้อมจิบดื่ม หล่อนทอดถอนใจแผ่วเบา ก่อนยกชุดกาน้ำชาไปที่เฉลียงหลังเรือน

แดดยามบ่ายแก่สาดทะลุหมู่เมฆ ฉาบลงมาที่แปลงผักสวนครัว ริ้วแสงไล้ผิวขาวสว่างนอกร่มผ้าของคุณเจ้านายในชุดกางเกงขาสั้นสีเข้มกับเสื้อแขนกุดสีอ่อน ซึ่งกำลังไล่เรียงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้กับพืชพันธุ์แต่ละต้นแต่ละแปลงอย่างใจเย็น กลายเป็นภาพที่ดึงสายตาและตรึงใจของนรีไว้ได้นานจนคุณทิพย์ยังสังเกตเห็น

“เขารักของเขามาก พวกเด็กๆ กับพวกสาวๆ ” คุณทิพย์ว่า

“พวกเด็กๆ … พวกสาวๆ …” นรีทวนคำทำหน้าฉงน

“ผักเป็นเด็ก ดอกไม้เป็นสาว เขาเล่าว่า ผักเขาเพาะแต่แรก แต่ดอกไม้เขาได้มาเป็นต้นโต” คุณทิพย์ไขความตามรู้ นรีฟังแล้วยิ่งมีแววตาหลงใหลเอ็นดูดารัณชัดเจนขึ้นอีก

นรีเพลิดเพลินไปกับการเฝ้ามองดารัณที่กำลังซึมซับความสุขจาก ‘พวกเด็กๆ ’ อยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถญี่ปุ่นดังแว่วมาจากทิศเหนือ เมื่อหันมองไปทางหน้าเรือนก็พบว่า รถยนต์คันสีแดงที่หล่อนคุ้นตากำลังเข้าจอดเทียบนอกรั้ว นรีปลีกตัวจากคุณทิพย์ ลุกเดินออกนอกเรือนตรงไปที่ซุ้มประตูทันที กานต์สิรีก้าวลงจากรถยนต์ที่เพิ่งดับเครื่องพร้อมข้าวของเต็มไม้เต็มมือแล้วตอนนรีเดินไปถึง

เพื่อนคุณเจ้านาย แขกประจำของบ้านวงศ์ทิมทองมาพร้อมกับข้าวกับปลาแกงถุงเช่นเคย ดังที่คุณเจ้านายคาดเดา นรีรับเอาอาหารที่กานต์สิรีหอบหิ้วมาไปไว้ในครัวและตัดสินใจรีบหุงข้าวสารสำหรับสี่คนเตรียมไว้ ขณะที่กานต์สิรีไปทักทาย สนทนากับคุณทิพย์สักพัก ก่อนลงสวนไปช่วยดารัณเก็บผักหอมเครื่องลาบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชตรีญา   ราตรี (2)

    “ทำแบบนี้ รู้ใช่มั้ย ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” คุณเจ้านายกระซิบถาม“คิดว่ารู้ค่ะ” นรีตอบ แม้จะสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาแสนวูบไหวเต็มที“ถ้างั้น จะไม่อนุญาตให้ปฏิเสธอะไร หลังจากนี้แล้วนะคะ” คุณเจ้านายบอกเช่นนั้น แล้วเริ่มด้วยการวางมือลงบนต้นขานรี ฝ่ามือของเธออุ่นจนความร้อนผ่านเนื้อผ้ากางเกงนอนซึมเข้ากระทบผิวอ่อนใต้ร่มผ้านั้น เธอดันให้ขาทั้งสองข้างแยกห่างจากกันมากพอที่ตัวเธอจะแทรกเข้ามาแนบชิดหล่อนได้เต็มที่มากขึ้น เธอเอื้อมหยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาอีกรอบ เปิดไปที่หน้าซึ่งนรีอ่านค้างไว้เมื่อครู่ แล้วยื่นให้หล่อน“อ่านต่อไปค่ะ” เสียงคุณเจ้านายกล่าวสั่ง พาให้นรีละสายตาจากเธอไปพยายามจดจ้องที่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษอีกครั้ง‘เนื้อตัวเธอดึงดูดให้ฉันรีบรนสัมผัสทุกส่วน ตั้งแต่ยังไม่ปลดเปลื้องอะไรออกจากเรือนร่างนั้นเลยสักชิ้น ฉันได้กลิ่นหอม ยวนใจ โชยมาจากผิวกายเธอ ด้วยซ้ำไป ทุกสิ่ง ที่เป็นเธอ เหมือนมีพลังพิเศษ พาให้ฉัน หมดสิ้นความ อด กลั้น’ สมาธิในการอ่านข้อความบนหน้าหนังสือของนรีขาดเป็นห้วงๆ ตามอาการสะท้านของร่างกาย ซึ่งในเวลานั้น เริ่มถูกรุกล้ำด้วยมือซุกซนของคุณเจ้านาย เธอเริ่มจากสอดมือเข้าชายเสื้อนรี เพื

  • ชตรีญา   ราตรี (1)

    - เราต่างสูญเสียความบริสุทธิ์ทางสายตาให้กันและกันเสมอมา ไม่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม - นรียืนนิ่งอยู่กับที่ สายตายังคงไล่อ่านทวนประโยคในกระดาษโน้ตไปทีละคำวลีอย่างจดจ่อ พยายามพิจารณาข้อประสงค์ของคุณเจ้านายอย่างตั้งใจ เสียงในห้องน้ำที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าวเดินเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง ความแรงของน้ำเริ่มผ่อนลง เป็นสัญญาณว่า คนข้างในกำลังจะเสร็จกิจ หล่อนรีบยัดแผ่นกระดาษน้ำตาลนั่นลงในกระเป๋ากางเกง รวบรวมเอาจานชามและแก้วน้ำวางใส่ถาด แล้วหอบยกทุกอย่างขึ้นแขนด้วยความเร็วเร่ง ทว่า หล่อนกลับก้าวเท้าออกเดินไม่ทันการณ์ เพราะคุณเจ้านายในชุดคลุมอาบน้ำได้เหยียบย่างผ่านพ้นกรอบประตูห้องน้ำมาเสียก่อน ทั้งเธอและหล่อนจึงได้สบตากันอีกครั้ง ในระยะห่างที่ไม่ใกล้เกินควร แต่ก็ไม่ห่างเกินไป“ขอบอกข้อเสนอตามตรงเลยแล้วกัน” คุณเจ้านายเอ่ยทำลายความเงียบของค่ำคืนที่ออกจะเงียบกว่าปกติ นรีเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย อยู่ในท่าทีสงบนิ่งรอฟัง ดารัณสืบเท้าก้าวใกล้หล่อน จนระยะห่างเหลือน้อยกว่าเมตร เธอยื่นมือเย็นเข้าหาหล่อน ใช้เพียงปลายนิ้ว เชยคางให้หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากันก่อนเสนอข้อคิด“หากต้องการรู้จักกันด้วยวิธีของเรา คืน

  • ชตรีญา   กาหลง

    การถูกจู่โจมด้วยสถานการณ์ที่ นรีโดนจับได้ว่า ตกหลุมรักคุณเจ้านาย พาให้หล่อนหลงลืมแทบทุกสิ่งรอบกาย ลืมแม้กระทั่งความสงสัยมากมายซึ่งบังเกิดมาตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้ชายคาเรือนนี้ จิตใจวนเวียนอยู่แต่กับการเรียบเรียงคำพูด ว่าควรเจรจาอย่างไรกับคุณเจ้านายในโอกาสต่อไป หล่อนควรถามว่าอะไรบ้างเพื่อความชัดเจนในความสัมพันธ์ และเพื่อให้ทราบแนวทางในการอยู่ร่วมกันหลังจากนี้ หล่อนลืมสังเกตไปเลยด้วยซ้ำว่า ณ ขณะนี้ คุณเจ้านายของหล่อนลับกายหายไปจากห้องโดยไม่ได้ผ่านออกทางประตูไม้ลายโบตั๋น หล่อนไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่า เธอหายเงียบไปพักหนึ่งแล้วนรียืนนิ่งเอนตัวพิงขอบโต๊ะเขียนงานอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ทีเดียว กว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้า ตามด้วยเสียงบานพับประตูขยับไหว หล่อนหันมองตามทิศต้นเสียงทันที ครานี้ค่อนข้างชัดเจน ว่า เสียงเหล่านั้นดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง ตรงข้างหน้าต่างฝั่งหลังเรือน นรีเพ่งมองไปในทิศนั้นอย่างจดจ่อ ทว่ายังไม่กล้าสืบเท้าก้าวไปสำรวจสิ่งใด แต่การปรากฎตัวในสายตาหล่อนอีกหนของคุณเจ้านาย แน่นอนแล้วว่า เธอเดินมาจากมุมห้องฝั่งนั้นจริงๆ“ว่าไงคะ ตั้งสติได้ถึงไหนแล้ว” คุณเจ้านายเอ่ยถามเมื่อเดินกลับเข้ามาใกล

  • ชตรีญา   ทิวา (2)

    วันถัดมา นรีได้ติดตามคุณทิพย์ไปโรงพยาบาลเพื่อพบหมอธนา โดยมีกานต์สิรีขับรถมารับถึงหน้าเรือนตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้า หล่อนได้เข้าไปยืนรอคุณทิพย์ในห้องหมอธนา จึงรับรู้อาการโรคที่รุมเร้าคุณทิพย์อยู่ แม้หมอธนาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตรงๆ ไม่ได้แจกแจงความเป็นไปให้หล่อนฟัง แต่การซักถามระหว่างหมอกับคนไข้ก็ปรากฎเค้าลางข้อมูลหลายประการที่นรีพอจะคาดเดาได้ ว่าคุณทิพย์อาจเป็นทั้งเบาหวานและความดันสูง ตลอดจนโรคหัวใจบางประเภทและมีอาการทางจิตใจบางชนิด ขณะที่ภายนอกคุณทิพย์ดูปกติดี ในระดับที่ดูจะแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกันด้วยซ้ำเมื่อตรวจเสร็จหมอธนาเดินออกมาส่งทุกคนที่โถงทางเดิน พลางอธิบายเรื่องอาหารและการพักผ่อนที่เหมาะสมสำหรับคุณทิพย์ให้กานต์สิรีกับนรีรับทราบไว้ เพื่อให้ช่วยกันปรับพฤติกรรมของคุณทิพย์ให้รับกับอาการภายในร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยลง ก่อนจะขอตัวกลับไปตรวจคนไข้ ตอนนั้นเองที่กานต์สิรี หันมาบอกกับนรีว่า คุณทิพย์ต้องเข้ารับการบำบัดกับแพทย์อีกท่านเป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง ให้นรีกลับบ้านไปก่อน เพื่อจัดการเตรียมอาหารเที่ยงและมื้อค่ำให้กับคุณเจ้านายที่กำลังปั่นต้นฉบับอย่างแข็งขันแทบจะทั้งว

  • ชตรีญา   ทิวา (1)

    หลายวันผันผ่านเรื่อยไป ต่อจากเล่ม ‘ควันรักปักใจ’ หนังสือทุกเล่มที่คุณเจ้านายเลือกให้นรี ก็ดูเหมือนจะยิ่งความยาวสั้นลง ราวกับว่าเธอต้องการให้หล่อนกลับเข้าไปคืนหนังสือถึงโต๊ะในเร็ววันยิ่งขึ้น เพราะนรีมักจะอ่านทุกเล่มนั้น จบภายในสองวัน และได้อ่านงานประพันธ์ของคุณข้าหลวงนิรนามจนครบทุกปกอย่างรวดเร็วหนำซ้ำ จากกลางดึกคืนนั้นที่นรีได้สัมผัสผิวเนื้อคุณเจ้านาย การนวดคลึงกายเพื่อผ่อนคลายก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ประจำของหล่อน ซึ่งเธอมักร้องขอต่อหล่อนแทบทุกค่ำคืน บ้างก็ด้วยท่าทีเมื่อยขบ บ้างก็ด้วยสายตาเว้าวอน หลังการทุ่มเขียนบางสิ่งลงหน้ากระดาษอยางยาวนาน ไม่ก็หลังจากนั่งกดแป้นพิมพ์อักษรนับชั่วโมง การณ์จึงกลับกลายเป็นว่า แทบไม่มีคืนใดเลยที่นรีจะไม่ได้ก้าวผ่านบานประตูลายโบตั๋นคู่นั้นคืนนี้ก็เช่นกัน หล่อนก้าวล่วงเข้าอาณาเขตห้องส่วนตัวของคุณเจ้านายเมื่อตอนเที่ยงคืนเศษ และลงมือบีบนวดกดคลึงทั้งบ่าไหล่ของเธอมาได้เกือบสิบนาที หล่อนอดไม่ได้ที่จะไม่ทิ้งสายตาไปจับความตัวอักษรมากมายบนโต๊ะเขียนงานตรงหน้า หล่อนลอบมองมาหลายหน แต่ไม่มีครั้งไหนที่เธอจะพลาด เปิดเนื้อความบนแผ่นกระดาษให้เผยต่อสายตาหล่อน ดังตอนนี้

  • ชตรีญา   พุดจีบ (2)

    นรีปลีกตัวออกจากห้องคุณเจ้านายมาได้ราวๆ เที่ยงคืน หล่อนกลับออกมานั่งประจำที่หน้าห้องนั้น บนเก้าอี้ไม้สักตัวเดิม และเริ่มพลิกหน้าบทประพันธ์ รินคำเข้าสมาธิ‘ฤดูแล้วฤดูเล่าผ่านไป ความเงียบระหว่างพวกนางกลับอัดแน่นด้วยพันธะที่มิอาจเรียบเรียงเป็นถ้อยคำ ลมหายใจแผ่วเบาและนิ้วที่เผลอแตะปลายกันบนขวดน้ำอบแค่ชั่วครู่ ก็มากพอจะทำให้หัวใจเต้นเกินควบคุม’หล่อนลอบมองคุณเจ้านายสลับกับมองเนื้อความบนหน้ากระดาษหนังสือในมือจนถึงตีสองเศษๆ คุณเจ้านายก็หรี่แสงในห้อง เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังจะเข้านอน นรีจึงปิดคั่นหนังสือด้วยเส้นริบบิ้นผ้า แล้วลุกไปปิดบานประตูลายโบตั๋นเช่นทุกคืน ก่อนจะกอดเล่มหนังสือ เดินฝ่าความมืดกลับไปที่ฝั่งตะวันออก และเมื่อกลับถึงห้องนอนของตน หล่อนก็ได้มองเล่มนิยาย ‘ควันรักปักใจ’ อย่างเหม่อลอย ด้วยจิตใจที่ยังวุ่นวนอยู่กับคำสองคำนั้นกำลังดังก้องในความคิดหล่อนจนตกภวังค์เหม่อ‘...เราชอบ…’‘งั้นเหรอ’สมาธิในการอ่านหนังสือของหล่อนถูกสั่นคลอนพอสมควรทีเดียว ทั้งที่คราวนี้เป็นเพียงนวนิยายความยาวร้อยกว่าหน้า ก็ดูเหมือนว่าหล่อนจะอ่านวนไปมา ดูท่าจะต้องใช้เวลานานกว่าปกติเพื่อที่จะอ่านให้จบ ‘ร้อยกว่าหน้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status