Masukบทที่ 16ตรวจเยี่ยมกระโจมพักกระโจมพักรวมของเหล่าทหารที่โดยปกติไม่เคยเงียบงันเช่นนี้ เวลานี้กลับสงบเสียยิ่งกว่ากระโจมผู้บำเพ็ญภาวนา ไฟในกระโจมส่องสว่างเพียงราง ๆ ละลายเงาทอดยาวของเหล่าทหารที่นั่งประจำตำแหน่งเงียบงันราวถูกตรึงด้วยโซ่ล่องหนเซียวหลิงชวนยืนอยู่กลางทางเดิน ด้านหน้าคือบรรดาทหารที่เพิ่งได้รับการอบรมจากปากของเขา ด้านหลังคือสตรีสองนางที่เขายืนหยัดปกป้องในฐานะตำแหน่งที่เขากำลังฝึกงานอยู่นั่นก็คือดูแลพลทหารชิงหรูยืนตัวตรงอยู่ข้างหลังหลิงชวน ใบหน้าของนางยังคงเรียบสนิท แต่ในอกคล้ายมีลมกรดวนวูบวาบ ดวงตาคมงามมองเสี่ยวเฉินที่ยืนข้างกายคล้ายจะสั่นเทาตลอดเวลา กลั้นสะอื้นไว้ไม่ไหว นางถอนใจอย่างหนัก สะกดอารมณ์ที่ล้นปรี่ไม่ให้แสดงออกในยามนี้หลิงชวนหันไปทางนายทหารอีกผู้หนึ่งที่ดูมีอำนาจกว่าคนอื่น“ข้าว่า...พื้นที่นอนของสองนางนี้ดูจะแคบไปเสียหน่อย เจ้าช่วยจัดให้เหมาะสมกว่านี้ได้หรือไม่”นายทหารคนนั้นอ้ำอึ้ง เหงื่อซึมขมับ ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้งก่อนตอบ“ขะ...ข้าน้อยเกรงว่า หากจะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือพื้นที่ใด ต้องขออนุญาตท่านแม่ทัพเสียก่อน...”คำตอบนั้นทำให้หลิงชวนเพียงยิ้มบาง ๆ โดยไม่ว
บทที่ 15 นางกล้าขัดคำสั่งข้าเช่นนี้รุ่งอรุณแรกของวันใหม่มาถึงพร้อมกลิ่นไอเย็นจากสายลมเช้าลู่ชิงหรูเดินออกจากกระโจมของแม่ทัพเซียวด้วยฝีเท้าอ่อนแรงด้วยยามเมื่อหลับตาลง กลับต้องคอยเฝ้าชายผู้หนึ่งดั่งเป็นทาสรับใช้ และคอยตื่นตระหนกกับเสียงพลิกกายของเขา มิอาจหลับได้เต็มตาแม้เพียงชั่วยามเดียวเมื่อก้าวพ้นจากชายกระโจม เสียงพูดคุยแผ่วเบาและสายตานับสิบสายก็เริ่มพาดผ่านมาสู่ตน แต่ละคู่ล้วนแฝงความหมิ่นแคลน ราวกับนางเป็นของโสมมบางอย่างที่มิพึงปะปนอยู่ในค่ายทหารชิงหรูไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่มือทั้งสองข้างกลับกำแน่นอยู่ใต้ชายแขนเสื้อ นางยืดอกตรง ก้าวเท้าเดินอย่างสงบในขณะที่หัวใจปวดหนึบในสายตาพวกเขา…สตรีผู้ถูกแม่ทัพเรียกไปยังกระโจมยามค่ำคืน จะเป็นสิ่งใดได้เล่า หากไม่ใช่เพียงภาชนะรองรับอารมณ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่?กระโจมทำอาหารอยู่ไม่ไกลนัก นางเดินไปสลัดความรู้สึกอึดอัดออกจากดวงหน้า แม้ภายในจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย นางก็ยังต้องสวมรอยยิ้มไม่ให้เสี่ยวน้อยไม่สบายใจเมื่อเดินเข้าสู่กระโจมทำอาหาร ก็พบพ่อครัวกำลังจัดเตรียมหม้อน้ำร้อนอยู่เพียงลำพัง ชิงหรูกวาดตามองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถาม“เสี่ยวเฉินเล่า เหต
บทที่ 14มองข้า จนกว่าข้าจะหลับเสียงตะโกนโห่ร้องของทหารดังกระหึ่มทั่วลานฝึกยามบ่าย ในขณะที่ทหารกำลังฝึกการยกน้ำหนักโดยใช้ถุงทรายเป็นน้ำหนักเสริม แววตาของเหยียนหลงก็เหลือบไปยังทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของค่ายณ ปลายสายตา มีเงาสามคนปรากฏเคลื่อนไหวไปยังทางลำธารที่ใช้ซักล้างผักเนื้อในครัวภาคสนาม นำหน้าโดยบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ท่าทางคุ้นเคยนัก สวมชุดขุนนางสีน้ำหมึก ท่วงท่าสบายตามแบบคนไม่เคยลำบาก ริมฝีปากเขายกยิ้มขณะเอี้ยวตัวพูดกับสตรีผู้หนึ่งที่เดินข้างกันเขาจับจ้องภาพนั้นอยู่ชั่วครู่ สายตาเจือความเคร่งขรึมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“นั่นใคร” เหยียนหลงเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาผู้ช่วยหานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองตามสายตานายพลแล้วตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“คุณชายหลิงขอรับ ดูเหมือนวันนี้เขาจะขอไปดูงานฝ่ายเสบียง เพราะบอกว่าอยากเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน ข้าคิดว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย”“ฝ่ายเสบียง” เหยียนหลงทวนถ้อยคำเบา ๆ ดวงตาเข้มข้นขึ้นอีกส่วนหนึ่งนาง…ก็อยู่ตรงนั้นเขาเห็นร่างในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำหมึกสบายตาของชิงหรูในหมู่พวกเขา สตรีผู้เป็นภรรยาที่เขาไม่ยอมรับ คนที่เขาเคยเมินเฉยตั้งแต่วันแรกที่นางเหยียบเท้าเข้าจวนเซียว
บทที่ 13ญาติผู้น้องมาเยี่ยมเยียนรุ่งอรุณวันใหม่เริ่มต้นขึ้น กลิ่นข้าวหุงใหม่ลอยคลุ้งเคล้าไอร้อนโจ๊กในหม้อใหญ่ บรรยากาศในค่ายทหารวันนี้แม้ยังเย็นเยียบด้วยลมต้นฤดู แต่ภายในกระโจมกลับอบอวลด้วยกลิ่นอันชวนให้น้ำลายสอเหล่าทหารทยอยกันเข้ามาในแถวรับอาหารเช้าตามลำดับ เสียงพูดคุยแผ่วเบาสลับเสียงหัวเราะดังอยู่เป็นระยะชิงหรูกำลังเร่งมือใส่เครื่องปรุงทีละหยิบอย่างคล่องแคล่ว มืออีกข้างจัดชามไม้เตรียมตัก โจ๊กในหม้อกลายเป็นสีขาวข้นนวลน่ากิน ตัดกับผักซอยละเอียดที่โปรยหน้าอยู่บนน้ำซุป ท่ามกลางไอน้ำร้อนริน เสี่ยวเฉินหอบผ้ากันเปื้อนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ มือถือทัพพีไม่มั่นนัก แต่อย่างน้อยก็รู้หน้าที่ดีขึ้นกว่าวันก่อน ๆทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นใกล้ทางเข้ากระโจมชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาในเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแต่ไม่หรูหรา ใบหน้าคมคาย ผิวขาวสะอาดสะอ้านผิดจากทหารทั่วไป ร่างสูงโปร่งปราดเปรียว ดวงตาเปล่งแสงแปลกประหลาดที่แตกต่างจากบุรุษในค่ายสายตาเขาไล่ไปจนถึงเบื้องหน้า... ยังลู่ชิงหรู ผู้ที่กำลังตักโจ๊กให้กับทหารในแถว ใบหน้าที่ขาวละมุน คิ้วเรียว ดวงตาลุ่มลึก และกิริยาที่เรียบสงบ จนแม้จะสวมชุด
บทที่ 12แม่ครัวขวัญใจทหารแสงแดดยามบ่ายคล้อยลาลับหลังคากระโจมแม่ทัพซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของค่ายนั้นเงียบสงบสมกับตำแหน่งสูงสุดของผู้ครองค่าย เมื่อแม่ทัพเซียวเหยียนหลงกลับมาถึงภายในกระโจม ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปนั่งประจำที่โดยไม่เอ่ยวาจาใด ท่าทางสุขุมเย็นชาเช่นทุกวันบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า มีถาดอาหารเรียงรายอยู่ครบถ้วน มีกับข้าวสามจาน น้ำแกงหนึ่งถ้วย และข้าวสวยหุงร้อนกลิ่นหอมชัดเจน ความเรียบง่ายที่ดูสะอาดตา กลับแฝงกลิ่นหอมอบอุ่นบางอย่างที่ไม่เคยมีในแต่ก่อนแม่ทัพเซียวใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูเค็มผัดพริกลงช้า ๆ ลิ้มรสเงียบ ๆ โดยไม่แสดงสีหน้า ทว่าเพียงคำแรก กลับรู้สึกเหมือนรสชาติกลมกล่อมและลงตัวกว่าที่เคย กระดูกหมูตุ๋นฟักทองในถ้วยข้าง ๆ กลับหอมหวานจนแม้แต่ไอร้อนยังอบอวลจมูก “หานเจิ้งหลิว” เสียงทุ้มนิ่งเรียกขึ้นนายทหารคนสนิทที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของกระโจมรีบก้าวออกมาประสานมือคารวะ“ขอรับ”“อาหารเหล่านี้...จัดไว้เฉพาะข้าหรือว่า...ในค่ายทุกนายได้กินเช่นนี้”เซียวเหยียนหลงไม่ได้เงยหน้าขึ้น สีหน้ายังเรียบนิ่ง แต่แววตาใต้ขนตายาวนั้นกลับเต็มไปด้วยความสงสัยเจือระแวดระวังหานเจิ้งหลิวชะ
บทที่ 11นี่หรือ...สตรีของท่านแม่ทัพ?เสียงแตรเขาควายเรียกยามย่ำรุ่งก็ดังขึ้นทั่วค่าย ฝุ่นดินปลิวลอยบางเบาตามแรงลมที่โบกผ่านลานฝึกซ้อม เสียงรองเท้าทหารกระทบพื้นดินดังก้องเป็นจังหวะคล้ายเพลงของเหล่ากองทัพในมุมหนึ่งของกระโจมที่พักรวม ชิงหรูกับเสี่ยวเฉินลุกขึ้นเงียบ ๆ รอให้เหล่าทหารไปใช้ลำธารแระจำของค่ายล้างหน้าล้างตาเสร็จสิ้นก่อน พอฝูงคนซาลงพวกนางจึงค่อยเดินตามไปช้า ๆหลายวันที่ผ่านมา พวกนางได้รับหน้าที่ช่วยงานในกระโจมครัวของค่าย อาหารนับร้อยจานต้องเตรียมทั้งเช้าและเย็น วัตถุดิบส่วนใหญ่หยาบกระด้างผักใบแข็ง ข้าวสารป่นหยาบ และเนื้อหมูเค็มหนึ่งชิ้นบางทียังต้องแบ่งกันหลายสิบคนแรก ๆ เสี่ยวเฉินแทบล้มทั้งยืนเพราะไม่เคยจับมีดหั่นผักหั่นเนื้อสัตว์ด้วยตัวเองมาก่อน มือบางเต็มไปด้วยรอยแดงพองจากการถูกน้ำมันกระเด็น ทว่าชิงหรูนั้นกลับคล่องแคล่วราวกับสิ่งเหล่านี้นางทำมาแล้วร้อย ๆ รอบเช้านี้ทั้งสองคนมาที่ลำธารข้างค่าย เพื่อล้างผักสำหรับทำมื้อกลางวัน ชิงหรูก้มลงจัดเรียงผักก่อนจะยื่นมือไปช่วยเสี่ยวเฉินที่ยังล้างไม่สะอาด“อย่าขัดเพียงผิวนอก เจ้าต้องบี้โคลนออกจากรอยตัดเช่นนี้” นางว่า พลางสาธิตให้อย่างใจเ







