Masuk
เสียงพูดคุยที่ดังเข้ามาทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงต้องลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า ร่างกายของนางเจ็บร้าวไปทั้งร่างโดยเฉพาะจุดกึ่งกลางของร่างกาย นางถูกจับมาโดยไม่รู้ตัว แถมภายในห้องยังจุดกำยานเพื่อกระตุ้นกำหนัด เมื่อสูดดมเข้าไปก็ทำให้ร่างกายของนางต้องการเสพสมโดยไม่รู้ตัว
บุรุษผู้นั้นรังแกนางอย่างเลือดเย็นที่สุด นางไปทำอะไรให้เขาเคืองขุ่นใจอย่างนั้นหรือ เขาทำกับนางราวกับไม่ใช่คน การกระทำของเขารุนแรงป่าเถื่อนจนร่างกายของนางระบมและปวดร้าวไปทั้งร่าง
ฟู่อันฉีรีบลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแม้ร่างกายจะเจ็บปวดเพียงใดก็ต้องกัดฟันฝืนทนนางจะมานอนเป็นผักแบบนี้ไม่ได้ ยามนี้ดูเหมือนกำยานที่ถูกจุดเอาไว้เริ่มจะดับลงแล้ว นางต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครที่บังอาจกล้าจับคุณหนูตัวร้ายเช่นนางมาข่มเหงเช่นนี้
“ท่านอ๋องข้าผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางใส่ชุดเหมือนกันมากรูปร่างก็เหมือนกัน ข้าจึงคิดว่าเป็นคุณหนูรองเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ”
หมิงอ๋องได้ฟังก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ให้ไปจับคุณหนูรองตระกูลเสิ่น ดันไปจับใครมาก็ไม่รู้แต่ว่านางก็งดงามมาก งดงามจนเขาอดใจไม่ไหวเผลอรังแกนางจนพอใจแม้จะรู้ว่าผิดคน
“แล้วนางเป็นใคร!”
“หวังซูกำลังไปสืบอยู่พ่ะย่ะค่ะ” หวังเหล่ยเอ่ยยังไม่ทันจบ หวังซูองครักษ์อีกคนก็ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ หน้าของเขาบ่งบอกถึงความกังวลใจเป็นอย่างมาก
“ทูลท่านอ๋อง นางคือบุตรสาวสุดที่รักของเสนาบดีฟู่อันเฉิง นามว่าฟู่อันฉีพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ!!”
หมิงอ๋องตกใจจนหน้าซีดเผือด เขาเคยได้ยินชื่อเสียงนางอยู่บ้าง แต่ว่าเขายังไม่เคยพบเจอนางเลยสักครั้ง คุณหนูตัวร้ายผู้เอาแต่ใจเพราะเป็นบุตรสาวคนเดียว ที่ถูกรักและเลี้ยงดูอย่างตามใจราวกับไข่ในหิน วันนี้เขาทำเรื่องผิดพลาดโดยการมีความสัมพันธ์กับนาง โดยที่นางไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด หากว่าเขาต้องรับผิดชอบเขาก็ต้องทำ เพราะเขาได้ล่วงเกินนางไปแล้ว
ที่จริงเขาให้คนไปจับตัวคุณหนูรองเสิ่นเยว่ซินมาแก้แค้น เพราะพี่สาวของนางเสิ่นเยว่เล่อที่เป็นคนรักของเขาตัดสินใจหมั้นหมายกับรัชทายาท ด้วยความแค้นใจเขาจึงคิดจะจับน้องสาวของนางมาแก้แค้น ด้วยการอุ่นเตียงและจะให้ตำแหน่งนางเป็นเพียงอนุ หลังจากนั้นเขาจะไม่ใส่ใจนางอีก
เขาไม่คาดคิดและผิดหวังเป็นอย่างมาก ที่กลับมาจากศึกสงครามแล้วจะพบว่าคนรักของเขาเปลี่ยนใจไปเป็นอื่น ด้วยการหมั้นหมายกับรัชทายาท นังสตรีแพศยา!! ต้องการลาภยศและอำนาจมากกว่าความรักที่เขามีให้ เพราะตำแหน่งอ๋องเช่นเขา ไหนเลยจะเทียบเท่าตำแหน่งรัชทายาทที่ในวันข้างหน้าจะก้าวขึ้นเป็นฮ่องเต้
“แล้วท่านอ๋องจะทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ในเมื่อข้าได้ล่วงเกินนางไปแล้วก็คงต้องรับผิดชอบ ข้าจะรับนางมาเป็นอนุ”
“ท่านอ๋อง! นางเป็นถึงบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝู่เฉิงนะพ่ะย่ะค่ะ การให้นางเป็นเพียงอนุ ทำเช่นนี้จะเป็นการหมิ่นเกียรติตระกูลฟู่หรือไม่?”
อันฉีดที่ยืนกอดอกฟังพวกเขาพูดคุยกันและครุ่นคิดเรื่องราวตามไปด้วย บุรุษเมื่อคืนนี้คือหมิงอ๋องอย่างนั้นหรือ หมิงอ๋องบุรุษผู้มีนิสัยโหดเหี้ยมสังหารคนได้อย่างไม่กะพริบตา
คนของเขาจับนางมาเพราะคิดว่านางคือคุณหนูรองเสิ่น นางเคยได้ยินว่าคนรักของเขาคือคุณหนูใหญ่เสิ่นเยว่เล่อ แต่ว่านางกลับมั่นหมายกับองค์รัชทายาทไปแล้ว
เท่าที่นางเป็นนักอ่านนิยายและดูซีรีส์มาเยอะ จากที่นางฟังพวกเขาคุยกัน หมิงอ๋องต้องการจับคุณหนูรองเสิ่นมาแก้แค้นแทนพี่สาวที่หักหน้าเขา แต่ว่าดันจับผิดตัว! มารดามันเถอะ!!
แล้วจะให้นางเป็นเพียงอนุ เพราะล่วงเกินนางไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบ แต่ว่าฟู่อันฉีคนนี้ไม่ต้องการให้ใครมารับผิดชอบ ผิดพลาดเพียงแค่นี้นางไม่ใส่ใจ ขอเพียงแค่อย่ามายุ่งเกี่ยวกับนางอีกเป็นพอ
ปัง! เสียงถีบประตูดังขึ้น ก่อนที่ร่างของฝู่อันฉีจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าดุดันและกราดเกรี้ยว ทุกคนตกตะลึงมองท่าทีของนางอย่างตกใจ
นางเดินตรงไปหยิบกระดาษบนโต๊ะจากนั้นก็หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วเขียนบางอย่างลงไปในกระดาษ แล้วนำมายื่นให้เขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“หม่อมฉันไม่ต้องการให้รับผิดชอบใด ๆทั้งสิ้นเพคะ ขอเพียงต่อจากนี้ไปหากว่าพบเจอก็ห้ามทักทาย ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน สิ่งที่เกิดขึ้นหม่อมฉันจะลืมมันไป หากว่าท่านอ๋องต้องการรับผิดชอบหม่อมฉันต้องการเพียงเท่านี้เพคะ”
เขาหรี่ตามองมองนางอย่างจับผิด นางไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบจริง ๆ หรือ สตรีส่วนใหญ่หวงแหนพรหมจรรย์ยิ่งกว่าสิ่งใด ยิ่งเขาเป็นถึงหมิงอ๋องมีอำนาจล้นเหลือ นางไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบจริงหรือ?
“ลงนามด้วยเพคะ”
“หากเจ้าต้องการเช่นนี้ก็ตามใจ” เขาเดินไปหยิบตราจวนหมิงอ๋องขึ้นมา แล้วประทับลงไปบนกระดาษที่นางเขียนขึ้นมาทั้งสองฉบับทันที ฟู่อันฉีรับมาอย่างพอใจแล้วสะบัดหน้าก้าวเดินจากไปทันที
หวังซูและหวังเหล่ยมองตามฟู่อันฉีอย่างตะลึงกับการกระทำของนาง สมกับเป็นคุณหนูตัวร้ายที่เอาแต่ใจ ยามนี้พวกเขาประจักษ์ต่อสายตาแล้ว ส่วนหมิงอ๋องเขามองตามร่างของนางอย่างแปลกใจ นางไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบจริง ๆ หรือ?
เมื่อฟู่อันฉีแอบเข้าทางประตูด้านข้างจวน เพราะเวลานี้เป็นเพียงเวลาเช้าตรู่ ยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาเท่าใดนัก นางจึงรีบวิ่งตรงไปที่เรือนของนางทันที แต่แล้วก็ต้องชะงักที่เห็นลี่จูบ่าวรับใช้คนสนิทนั่งหลับอยู่ตรงประตู สงสัยนางจะรอการกลับมาของนางทั้งคืน
เมื่อคืนนางพากันออกไปดูงานดอกไม้ไฟ ไม่คาดคิดว่านางจะถูกจับตัวไป ลี่จูคงจะเป็นห่วงนางมากถึงต้องนั่งรอนานทั้งคืนเช่นนี้ หวังว่านางคงจะไม่ได้บอกเรื่องที่นางหายไปกับใคร
“ลี่จู ลี่จู”
ลี่จูได้ยินเสียงเรียกก็สะดุ้งตื่น “คุณหนูหายไปไหนมาเจ้าคะ จู่ ๆ ข้าก็พลัดหลงกับท่านที่ตลาดเฉยเลย ข้าตามหาท่านอยู่ทั้งคืนก็ไม่พบเลยมารออยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ”
“แล้วเจ้าได้บอกเรื่องนี้กับใครหรือไม่?” ลี่จูส่ายหัวทันที
“ข้ารอว่าหากคุณหนูไม่กลับมา ก็จะไปบอกนายท่านเหมือนกันเจ้าค่ะ”
“เจ้าทำดีมาก” จากนั้นอันฉีก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้รีบลี่จูฟัง นางถึงกับตกใจตาเบิกกว้าง คุณหนูถูกคนของท่านอ๋องจับไปเพราะเข้าใจผิด แล้วเกิดมีความสัมพันธ์กันเกิดขึ้น แต่คุณหนูไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบแต่อย่างใด นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว
“ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด”
“เจ้าค่ะ”
“เจ้าต้องไปร้านขายยาซื้อยาห้ามครรภ์มาต้มห้ามให้ใครรู้”
“เจ้าค่ะ”
อันฉีมองบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ที่ต่างพากันมาหานาง เพื่อมอบขนมเป็นของฝากและเป็นการแนะนำตัวเองว่าพวกนางเป็นใคร สาเหตุคือหมายตาพ่อหม้ายรูปงามนามว่าฟู่อันเฉิง เสนาบดีกรมยุติธรรมบิดาของพระราชายาหมิงอ๋อง อันฉีมองขนมมากมายวางเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างขบขัน ถึงคราวท่านพ่อถูกสตรีรุมรักดูบ้างแล้ว จะว่าไปแล้วเขาก็รูปงามและหล่อเหล่ามาก ไม่แปลกใจที่ร่างนี้จะงดงามมากถึงเพียงนี้ เพราะได้ถอดแบบมาจากมารดาและบิดารวมกัน แต่ว่าคุณหนูเหล่านี้เล่นข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่ ดู ๆ ไปแล้วพวกนางน่าจะ 16-17ปี สตรีวัยเยาว์ชอบของเก่าเอ้ย! ชอบคนมีอายุกันหรือนี่ แต่ว่านั้นก็มีส่วนแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกนาง หันมาสนใจบิดาของนาง ก็คงเป็นเพราะว่าเงินและทรัพย์สมบัติ อันฉีจะไม่ใช้คำนี้เลยหากว่า พวกนางไม่ได้มาจากตระกูลที่เป็นลูกหนี้ของนาง แผนส่งบุตรสาวมาตีสนิทและยั่วยวนเสนาบดีฟู่ หากว่าเขาพึงใจผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นมา ตระกูลนั้นก็จะโชคดีไปด้วย“โอ้โห! ขนมมากมายขนาดนี้ อันฉีน้อยเจ้าจะเปิดร้านขายขนมหรือ” องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวเข้าพร้อมแม่ทัพจ้าวซีฮั่นและหมิงอ๋อง นางมองเห็นกล่องขนมถูกวางเรียงเอาไว้มากมายจึงเอ่ยเย้าขึ้นมาทันที ที่จริงองค์หญิงพอ
สองวันต่อมาอันฉีก็นัดทุกคนมาพบอีกครั้ง ในห้องโถงใหญ่โดยมีอันฉีและหมิงอ๋องนั่งเป็นประธาน ถัดรองลงมาก็เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมฟู่อันเฉิง อันฉีให้พ่อบ้านและบ่าวในจวนยกเก้าอี้มาให้ทุกคนได้นั่ง จากนั้นก็ยกน้ำชาและของว่างมาให้ทุกคน ในวันนี้ทุกคนมีท่าทีประหม่าและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่าพระชายาจะตัดสินความผิดอย่างไร แต่แล้วองครักษ์หญิงเจียวจูและเลี่ยงหลิง ก็พาสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในห้องโถง จากนั้นก็ผลักให้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ทุกคนมองสตรีผู้นั้นอย่างไม่เข้าใจว่า พระชายาจะพานางเข้ามาในนี้ทำไม นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือ “วันก่อนท่านอ๋องจับเสนาบดีเสิ่นและเสิ่นฮูหยินกลับมา เสนาบดีเสิ่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเสิ่นฮูหยินที่ข้าไม่เอาเรื่องให้ติดคุกก็เพราะว่า ข้าต้องการให้นางหาเงินมาคืนข้า สามีภรรยากัน…สามีทำผิดภรรยาย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน เสนาบดีเสิ่นจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารข้าและบิดา ที่จริงควรตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ข้าว่าแบบนั้นมันตายง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนเป็นให้ติดคุกตลอดชีวิตแทน”อันฉีเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ทุกคนนั่งฟังด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด เหงื่อ
“การเปลี่ยนตัวรัชทายาทเสด็จพ่ออย่าทรงได้กังวลว่าจะไม่มีใครสนับสนุนองค์ชายสาม ยามนี้ขุนนางเหล่านั้นอยู่ในเงื้อมมือของพระชายา พวกเขามีความผิดนางยังไม่ได้ตัดสินโทษ พวกเขาจะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสะใภ้ของข้าทางด้านองค์รัชทายาทหมิงเฟยหลง จู่ ๆ ก็ถูกองครักษ์วังหลวงมาล้อมตำหนักนับสิบคน จากนั้นท่านราชเลขาประจำราชสำนักก็ออกมาอ่านราชโองการต่อหน้าทุกคน“ประกาศราชโองการ องค์รัชทายาทหมิงเฟยหลงกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ด้วยการสั่งนักฆ่าให้ไปสังหารขบวนเดินทางของหมิงอ๋อง พระชายาหมิงอ๋องและเสนาบดีฟู่กรมยุติธรรม ตลอดระยะเวลาในการเดินทางหลายครั้ง ความผิดในครั้งนี้ไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอปลดจากตำแหน่งรัชทายาท เหลือเพียงยศองค์ชายใหญ่หมิงเฟยหลง และจะถูกกักบริเวณจนกว่าจะมีบทลงโทษลงมาอีกครั้ง จบราชโองการ”ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางใจ หมิงเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แข้งขาของเขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้วไท่จื่อเฟยตกตะลึงไม่ต่างกัน ร่างกายของนางเย
เช้าวันต่อมาบ่าวในจวนตระกูลเสิ่นต่างตกใจและไม่เข้าใจว่า เหตุใดนายของจวนถึงหายไปกันหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเสิ่น เสิ่นฮูหยิน คุณหนูเสิ่นเยว่ซิน ทำเอาบ่าวในจวนไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อดี คงต้องรอดูสักวันสองวันหากว่าพวกเขาหายไปจริง ๆ คงต้องไปแจ้งกับทางการ บ่าวในจวนต่างพูดคุยกันถึงการหายตัวไปของพวกเขาอย่างแปลกใจและสงสัย ทำให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ ที่ยามนี้ต่างคอยจับผิดกันและกันอยู่ต่างหูผึ่ง เสนาบดีเสิ่นหายตัวไปพร้อมเสิ่นฮูหยินและคุณหนูเสิ่นเยว่ซินก็หายไปด้วย ทำให้ตระกูลต่าง ๆ ต้องรีบนัดเจอกันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน“ข้าคิดว่าเขาอาจจะพาครอบครัวหนีไปแล้ว” เสนาบดีจางเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราห์ เพราะหลังจากไปพบพระชายามา เขาก็หายตัวไปทั้งครอบครัว และเขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากหลบหนีความผิด“เป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ไม่น่าเชื่อเลย ข้าว่าพวกเราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับพระชายา เพราะหากเป็นเขาจริง ๆ พวกเราจะได้รอดพ้นโทษประหารชีวิต” เสนาบดีถังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเห็นด้วยกับเสนาบดีถัง ลำพังจ้างลี่จูเผาบัญชีกู้เงินโทษคงไม่ถึงกับประหารชีวิต” เสนาบดีกู้เอ่ยขึ้น เขานอนไม่หลับทั
“พวกท่านพร้อมใจกันมาหาข้า มีธุระอันใดสำคัญหรือเจ้าคะ?” อันฉีหยิบสมุดบัญชีกลับมาเปิดดูอีกครั้ง อย่างไม่ใส่ใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา หมิงอ๋องรินชาให้พ่อตาอย่างเสนาบดีฟู่ โดยแสร้งไม่ใส่ใจท่าทีของพวกเขาเลยสักนิด“หากว่าพวกท่านไม่พูดข้าจะพูดเองดีหรือไม่เจ้าคะ?”พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ไม่รู้ว่านางรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด หากสารภาพผิดตอนนี้จะเป็นการดีหรือไม่นะ หากนางยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่ควรเปิดปาก อันฉีหรี่ตามองพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“บ่าวทรยศของข้า…ลี่จู…นางเพิ่งจะเข้ามาสารภาพผิดก่อนพวกท่านจะมา”“อะไรนะ!!” ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ แข้งขาของพวกเขาอ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง ตระกูลเสิ่น ตระกูลเซี๊ยะ ตระกูลจาง ตระกูลถัง ตระกูลโจว ตระกูลเจา ตระกูลกู้ และอีกหลายตระกูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงทันที “พระชายากระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”“เป็นเพราะนางไปเสนอบอกว่าจะช่วยเผาบัญชีแลกกับเงินหนึ่งพันตำลึง เป็นเพราะความคิดชั่ววูบหลงผิดไปชั่วขณะ พระชายาโปรดให้อภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีชดใช้เงินที่กู้ยืมไปทั้งหมด” เสนาบดีจางรีบเอ่ยเป็นคนแรก อันฉีได้ยินก็ยิ้มออกออกมาอย่างเยา
หลังจากวันนั้นการเดินทางก็ดูเหมือนจะราบรื่นปลอดภัยไร้อุปสรรคใด ๆ จนขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองหลวง โดยมีองค์ชายสามหมิงเฟยหยางออกมาต้อนรับพร้อมตระกูลจ้าวและทหารอีกมากมาย“ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ พระชายา” องค์ชายสามก้มศีรษะให้กับขบวนเดินทางที่วิ่งเข้ามาแล้วหยุดลง “ขอบใจเจ้าสาม ข้าจะแวะพักที่จวนตระกูลฟู่พรุ่งนี้ถึงจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อตามนี้” องค์ชายพยักหน้ารับรู้“อืม” องค์ชายสามรีบกระตุกม้าหันกลับวังหลวง ส่วนขบวนเดินทางก็ตรงไปยังจวนตระกูลฟู่ทันที “องค์หญิงจะตรงไปยังจวนตระกูลจ้าวหรือว่าจะค้างที่จวนหม่อมฉันเพคะ?” องค์หญิงหมิงเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ ตอนนี้นางแต่งงานแล้วก็ควรต้องไปอยู่ที่จวนของตระกูลจ้าว“ข้าคงต้องไปพักที่จวนตระกูลจ้าว แต่ว่าข้าจะแวะมาหาเจ้าบ่อย ๆ หรือไม่ก็เจ้าแวะไปที่นั่นได้ตลอดเวลา” อันฉีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถม้าให้ไปส่งองค์หญิงที่จวนตระกูลจ้าว จากนั้นก็คอยไปจวนตระกูลฟู่ของนาง แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน รถม้าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อคนขับรถม้ารีบตะโกนบอกอันฉีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“พระชายามีสตรีเป็นลมอยู่ตรงด้านหน้







