Partager

บทที่ 2.4

last update Date de publication: 2026-04-03 08:57:52

“สาวใช้เรือนเจ้ามาบอกแล้วว่าเจ้ารู้สึกไม่ใคร่จะสบาย แล้วนี่เหตุใดไม่นอนพัก ออกมาทำไมกันเล่า ยามเช้าอากาศเย็นอาการจะทรุดลงได้”

หลินซูสีหน้าห่วงกังวลยิ่งในยามที่สนทนากับบุตรสาวคนโต

“ลูกออกมาส่งท่านพ่อแล้วจะรีบกลับเข้าไปพักเจ้าค่ะ”

“หากอาการไม่ดีขึ้นให้แม่รองของเจ้าตามหมอมาดูอาการ เข้าใจหรือไม่”

“นายท่านอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลอวี่เอ๋อร์เป็นอย่างดี” อันชิงหลิ่วรีบรีบคำ

“ข้ารู้” หลินซูพยักหน้าก่อนก้าวขึ้นรถม้ารีบเข้าประชุมเช้า วันนี้เขาสังหรณ์ใจว่าขุนนางทั้งหลายคงหารือกันเรื่องรับนางกำนัลเข้าวังหลวง ทั้งนี้ก็เพื่อคัดเลือกสนมและนางในเป็นแน่

เปิดม่านรถม้าขึ้นเห็นบุตรสาวของเขาทั้งสองคน ที่เหมาะสมมีเพียงหลินหรงอวี่ เพราะนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก แต่อายุของบุตรสาวเขานั้นนับว่าทำให้เบาใจ

ที่สำคัญไปกว่านั้นแม่สื่อที่เข้ามาเจรจาก็มีถึงสามคน เขาสมควรจัดการเรื่องนี้ก่อนจะมีการประกาศคัดเลือกนางกำนัลจึงจะดี

วังหลวง...สถานที่ซึ่งเขาไม่อยากให้บุตรสาวของตนย่างกรายเข้าใกล้ เขาลำบากมาทั้งชีวิต และตระหนักดีว่าราชสำนักมิใช่มีแต่คนดี ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาเพียงหวังให้บุตรสาวของตนแต่งให้กับคนดีมีคุณธรรม แม้มิใช่ขุนนางก็ไม่เป็นไร

เมื่อรถม้าวิ่งออกไปจากจวน หลินหรงอวี่กลับยังคงพูดคุยอยู่กับอันชิงหลิ่วและน้องสาว ไม่มีทีท่าว่าจะกลับเข้าข้างใน ดังนั้นอันชิงหลิ่วจึงคะยั้นคะยอให้หญิงสาวเข้าไปพัก

“ทำไมเสี่ยวเหมยยังไม่กลับมาอีกนะเจ้าคะ หรือว่าที่ร้านขนมคนเยอะก็ไม่รู้”

“เจ้านี่นะไม่สบายยังอยากจะกินขนมอีกหรือ” อันชิงหลิ่วส่ายหน้า

“มีของท่านแม่รองและของเหลียนเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ เหลียนเอ๋อร์เจ้าเองก็ชอบขนมบัวหิมะของร้านขนมตระกูลจ้าวมิใช่หรือ รออีกหน่อยเสี่ยวเหมยกลับมา...”

“วันนี้ข้าไม่อยากกิน ท่านแม่ข้าเข้าข้างในก่อน ข้าเองก็รู้สึกปวดศีรษะ”

“เป็นอะไรไปหรือ เจ้าเองก็ป่วยหรอกหรือ” อันชิงหลิ่วเลิกคิ้วพร้อมเดินเข้าไปลูบใบหน้าบุตรสาว

“ท่านแม่รอง เช่นนั้นท่านรีบพาเหลียนเอ๋อร์เข้าข้างในเถิดเจ้าคะ ข้าเองก็จะกลับเข้าเรือนแล้ว”

“อ้อได้ เช่นนั้นเจ้ารีบไปนะ อย่ายืนอยู่ตรงนี้ หิมะตกทั้งคืนอากาศเย็นนัก”

“เจ้าค่ะ”

แม้รับปากแต่นางกลับยังคงยืนมองเหม่อไปที่มุมถนน รอคอยว่าเมื่อไรที่เงาร่างของเสี่ยวเหมยสาวใช้คนสนิทจะกลับมา

ครู่ใหญ่หลังจากนั้นเสี่ยวเหมยก็วิ่งกลับมาพร้อมกับห่อขนม สาวใช้ร่างเล็กหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าหรือก็ขาวซีด

“คุณหนูข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

“พักก่อน เหนื่อยมากกระมัง”

เสี่ยวเหมยหอบหายใจจนตัวโยน “พวกเขาพอได้ยินก็กระโดดขึ้นหลังคาแล้วหายไปเลย”

หลินหรงอวี่เลิกคิ้วมองซ้ายขวา จากนั้นจึงรั้งเสี่ยวเหมยให้กลับเข้าไปในจวน ในใจเดาได้หลายส่วนว่าคนที่หลบอยู่ในห้องนอนของนางคงถูกพาตัวไปแล้ว เพราะหากให้คำนวณระหว่างเสี่ยวเหมยวิ่งกลับมาร้านขนม คนของเขาก็คงมาถึงที่นี่แล้ว

เซี่ยเฉิงอวี่ก็คงถูกพาตัวออกไปแล้ว...กระมัง

หลังจากหลินหรงอวี่กับสาวใช้เดินกลับเข้าไปในจวน มุมกำแพงสูงกลับปรากฏเงาร่างของเซี่ยเฉิงอวี่กับองครักษ์ทั้งสอง ทั้งสามสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีดำมีหมวกคลุมศีรษะ

“ท่านมหาเสนาบดี เกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ” ไป๋หลิงยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาได้รับข่าวจากสาวใช้นางหนึ่ง หลังจากตามหาตัวผู้เป็นนายจนแทบจะพลิกทั้งเมืองหลวง

“ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ” เซี่ยเฉิงอวี่จ้องตรงไปยังประตูจวนตระกูลหลิน “ให้คนไปสืบเรื่องของหลินซูอย่างละเอียด ยังมีไต้ซือผู้นั้น”

“ท่านหมายถึงไต้ซือไป๋เย่หรือขอรับ”

“ใช่ เป็นเขา ได้ยินมาว่าเขาออกไปนอกเมือง สืบดูด้วยว่าเขากลับมาเมื่อไร”

“แล้วตอนนี้เราจะยังเข้าวังหรือไม่ขอรับ”

เซี่ยเฉิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองแสงแดดที่สาดส่อง “สายป่านนี้แล้วยังจะเข้าวังอะไรอีกเล่า ถึงไม่เข้าวังป่านนี้ก็ไม่แน่ว่าที่จวนมีแขกมาเยือนเสียแล้วก็ไม่รู้”

คนของเขานับว่าได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เรื่องที่เขาหายตัวไปยังไม่มีใครรู้ แม้มีการค้นหาแต่ก็กระทำการเงียบๆ ดังนั้นเมื่อเขาไม่อาจเข้าประชุมก็รีบแจ้งลาป่วย แต่ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ว่าจักรพรรดิจะทรงเชื่อ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.2 จบ

    “หวังว่าในบ้านจะครึกครื้นขึ้นมามากกว่านี้ เจ้าคลอดตัวอวบอ้วนน้อยให้ข้าสักสามสี่คนเป็นอย่างไร”ใบหน้าของหลินหรงอวี่แดงก่ำ “เซี่ยเฉิงอวี่ ท่านนี่จริงๆ เลย!!”สาวใช้ที่เพิ่งออกมาต่างพากันสะดุ้งเฮือก พวกนางต่างมองหน้ากันเพราะคิดว่าแต่งงานวันแรกคู่แต่งงานใหม่ก็ทะเลาะกันเลยหรือ มิใช่เมื่อครู่ท่านมหาเสนาบดีจ้องมองฮูหยินราวกับจะกลืนกินหรือไรกระทั่งเสียงหัวเราะของท่านมหาเสนาบดีดังขึ้น พวกนางต่างก็พากันลูบอก ดูเหมือนเพียงหยอกล้อกันเท่านั้น“ท่านมหาเสนาบดีคงรักฮูหยินมาก ข้าไม่เคยได้ยินผู้ใดเรียกท่านมหาเสนาบดีด้วยชื่อและแซ่เช่นนั้นมาก่อน”“นั่นสิ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยิน”“ข้าเห็นด้วย เมื่อครู่เห็นสายตาที่ท่านมหาเสนาบดีมองฮูหยินหรือไม่” กล่าวจบพวกนางก็หัวเราะใบหน้าแดงก่ำเวลาผ่านไปข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับมหาเสนาบดีก็แพร่ออกไป บ้างก็ว่ามหาเสนาบดีรักใคร่ฮูหยินมาก กระทั่งไม่ว่านางทำอะไรล้วนเห็นด้วยทั้งสิ้นบางคนกล่าวว่าฮูหยินมหาเสนาบดีเป็นสตรีที่ดุร้ายราวแม่เสือ แต่งเข้าจวนหลายปีท่านมหาเสนาบดีกลับไม่รับอนุสักคนบางข่าวลือรุนแรงถึงขึ้นที่ว่าทุกอย่างในจวนมหาเสนาบดี ถูกฮูหยินกุมเอาไว้ในมือจนสิ้น กระท

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.1

    บทส่งท้ายแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในม่านหน้าเตียง ปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น เซี่ยเฉิงอวี่ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะทุกเช้าก่อนฟ้าสางเขาต้องออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมการประชุมเช้ากระนั้นวันนี้กลับต่างออกไป เขาตื่นสายและไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงจากเตียง เพราะนี่คือเช้าวันแรกหลังจากผ่านงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่และเป็นค่ำคืนแรกที่เขามีสตรีร่วมเรียงเคียงหมอน สตรีที่เขาเลือกให้อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตเมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าสตรีก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกนางจิตใจซับซ้อนเข้าใจยาก และตัวเขาก็มีเรื่องให้ต้องทำ มากกว่าพยายามเข้าใจกระบวนการความคิดของพวกนาง เขาไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง ด้วยการพาตัวเองเข้าไปผูกพันหลินหรงอวี่แตกต่างออกไปจากสตรีที่เขารู้จัก นางมีความคิด รู้จักแยกแยะ ไม่ตีโพยตีพายน่ารำคาญ ที่สำคัญไปกว่านั้นต่อหน้านางเขาไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาคือเซี่ยเฉิงอวี่นางเชื่อใจเขาอย่างไร้กังขา ไม่สงสัย ไม่ถามให้มากความ และเขาก็ไม่ต้องอธิบายเพราะนางเข้าใจได้หลังจากใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยมองดูใบหน้างดงามหลับใหลอยู่จนชิด เซี่ยเฉิงอวี่อมยิ้ม เขารู้สึกอย

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.4

    “แม่ทัพเสิ่นคิดว่าเขาควบคุมทุกอย่างเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่ามิใช่ทุกคนจะมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกันกับเขา คนตระกูลเสิ่นที่จงรักภักดีต่อบ้านเมืองก็ยังมีอยู่”“หรือว่าเขาคิดช่วงชิงบัลลังก์จริงๆ!”เฮยโม่ถอนหายใจแต่ไม่ตอบ “หากเขาเพียงคิดควบคุมอำนาจทางการเมือง ไม่แน่ว่าเรื่องในวันนี้ตระกูลเสิ่นอาจเป็นฝ่ายชนะ แต่นี่เขาคิดจะตั้งตนเป็นใหญ่ ล้มล้างราชวงศ์” เฮยโม่ส่ายหน้าหลินหรงอวี่คิดถึงสีหน้าของเสิ่นฉงในวันนั้น “หรือว่า...” นางหวนนึกไปถึงสิ่งที่สหายเยาว์ยังกว่ากล่าวในวันนั้น กระทั่งขมวดคิ้ว “เสิ่นซูเฟยกับคุณชายห้าตระกูลเสิ่น...”“เห็นเฮยโม่มองนางด้วยสายตาประหลาดใจ นางก็ได้แต่มั่นใจในความคิดของตนก่อนหน้านี้เสิ่นฉงบอกนางว่ามีนางกำนัลซึ่งเป็นคนของเสิ่นจ้งมาหา กระทั่งกล่าวถึงราชโองการที่ถูกเขียนขึ้นก่อนหน้ามีประกาศออกมา ในวันนี้ที่เกิดการก่อกบฏของเสิ่นฉวน เสิ่นจ้งผู้เป็นบุตรชายกลับถูกบิดาส่งออกไปยังชายแดน“จักรพรรดิเล่า”“ทรงปลอดภัยดี อีกไม่นานคงได้บทสรุปแล้ว ท่านมหาเสนาบดีวางแผนนี้เอาไว้อย่างรอบคอบ เลือกคนที่เหมาะสมและไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา คาดว่าเสิ่นจ้งเองก็คงตระหนักดีว่าไม่มีทางเลือก หากไม่อาจห้าม

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.3

    “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ ข้าไม่มีทางให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน...” คล้ายเสียงเขากระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา แต่นางไหนเลยจะล่วงรู้ว่านั่นคือเสียงเขาจริงๆ หรือเพราะตัวเองตื่นกลัวจนเกินไป ดังนั้นจึงหูแว่วกระทั่งคิดไปเองไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยาม หลินหรงอวี่ตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะ นางขยับตัวไม่ได้รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง อาการเช่นนี้นางคล้ายเคยเผชิญมาก่อน แม้อาการแตกต่างแต่ผลข้างเคียงทิ้งอาการแบบเดียวกัน...นางถูกวางยาห้องที่นางนอนอยู่ทั้งเล็กและแคบแต่ก็สะอาดสะอ้าน กลิ่นกำยานหอมยังคงลอยอวล นี่เป็นกลิ่นเปลือกสนที่นางชอบและมีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ หนึ่งในนั้นก็คือเสิ่นฉงหัวใจของหลินหรงอวี่หล่นวูบ เสียงสนทนาแว่วเข้ามาให้ได้ยิน เป็นเสียงที่อยู่อีกด้านของผนังห้อง“ด้านนอกมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่”“ยังคงวุ่นวายขอรับ ทั่วทั้งเมืองหลวงถูกปิดล้อมด้วยคนของแม่ทัพเสิ่น คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามแม่ทัพเสิ่นคงบุกเข้าวังหลวงได้อย่างแน่นอน”“ฉวยโอกาสในคืนงานเลี้ยงลงมือ แม้เสี่ยงแต่เหล่าองครักษ์และทหารรักษาการที่สังสรรค์กันมาทั้งคืน เสิ่นฉวน...เสิ่นฉวน”มีเสียงถอนหายใจออกมาอย่

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.2

    อยากพักผ่อนสักครู่ก็ได้ ที่นี่ท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่”“ที่นี่หรือ” เขาเลิกคิ้วมองนาง“ข้าหมายถึง...” นางครุ่นคิดเล็กน้อย “กับข้าท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีแค้วนเฉียน”“เช่นนั้นข้าคือใครเล่า”“เซี่ยเฉิงอวี่” นางมองเขานิ่งเขากลับยิ้มเช่นเดิม ยิ้มที่เหมือนกับทุกครั้งที่เขายิ้มให้ขุนนาง หรือแม้กระทั่งยิ้มให้คนทั่วไป เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกคล้ายสวมหน้ากากคิดได้ดังนั้นหลินหรงอวี่พลันขมวดคิ้วให้ตัวเอง นาง...แยกแยะได้อย่างไรว่าเขายิ้มเช่นไร ที่สำคัญไปกว่านั้นนางแยกแยะออกตั้งแต่เมื่อไรเซี่ยเฉิงอวี่ยังคงจ้องมองทุกความเปลี่ยนแปลงในดวงตาคู่งาม กระทั่งรู้สึกได้ว่านางคล้ายตระหนักถึงความหมายของเรื่องทั้งหมดจุมพิตอ่อนโยนประทับลงยังริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้ไร้ซึ่งความลังเล มันเนิ่นนานราวกับทั้งสองไม่อยากปล่อยมือจากกันและกัน และนางเองก็ตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจไม่มีประโยคอันหวานล้ำ ไม่มีคำพูดที่แฝงความนัย มีเพียงสัมผัสและการกระทำที่บ่งบอกว่าคนทั้งสองเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี“หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง” เขากระซิบ“หากข้าเสียใจในภายหลังเล่า ท่านจะปล่อยข้าไปหรือ

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.1

    หลินหรงอวี่โขกศีรษะรับราชโองการ แน่นอนนางย่อมไม่ได้รับเลือกเป็นสนมของจักรพรรดิ เรื่องนี้ไม่ได้ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะบทบาทของนางในวังหลวงแห่งนี้ได้กำหนดเอาไว้แต่แรกแล้ว เพียงแต่รอว่าวันใดนางจะได้ก้าวออกมาแสดงบทบาทของตัวเองเท่านั้นการแต่งตั้งซึ่งพลิกความคาดหมาย สั่นคลอนราชสำนักกระทั่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น ไม่มีผู้ใดไม่จับตามองความเคลื่อนไหวของจวนแม่ทัพ เนื่องจากทุกคนล้วนมั่นใจว่าเสิ่นฉงต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เป็นกุ้ยเฟยถึงอย่างนั้นตำแหน่งที่นับว่าเป็นรองท่านหญิงอีกสองคน ล้วนไม่อยู่ในความคาดหมายทั้งสิ้นหลังการแต่งตั้งย่อมมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินหรงอวี่อยู่รับใช้ข้างไทเฮา กระทั่งหลายครั้งที่มองไปยังเซี่ยเฉิงอวี่ แต่เขากลับไม่เคยมองมายังทิศทางที่นางยืนอยู่เลยสักครั้ง มองดูเสิ่นซูเฟยที่มีท่าทีเงียบขรึม แต่กต่างไปจากนิสัยร่าเริงที่อีกฝ่ายเคยเป็น หญิงสาวได้แต่รู้สึกกังวลจักรพรรดิโจวเซวียนหล่อเหลาสง่างาม กระนั้นเขากลับมีนิสัยคล้ายเซี่ยเฉิงอวี่อยู่หลายส่วน นางมองอย่างไรก็ไม่อาจคาดเดาว่าแท้ที่จริงเรื่องราวต่อจากนี้ บทสรุปจะจบลงเช่นไรห

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.4

    เสียงตะโกนด้วยความยินดีของมารดา ทำให้หลินชิงเหลียนสะดุ้ง นางมองตรงไปยังมารดาที่ยกถุงปักมงคลขึ้นโบกไปมา ดวงตากระสับกระส่ายกวาดมองไปยังเบื้องหลัง ผืนน้ำในทะเลสาบเริ่มเลือนลาง เนื่องจากความมืดเริ่มปกคลุมบัดนี้แสงแห่งวันกำลังจะลาลับ เช่นกันกับบางอย่างในใจที่ยิ่งมืดมนหม่นหมอง ฝีเท้าที่เดินเข้าไปหามารดา

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.3

    ไต้ซือไป๋เย่พยักหน้าช้าๆ “แทนที่จะถามถึงเรื่องคู่ครองเช่นผู้อื่น อาตมาขอเตือนเรื่องหนึ่งกับประสกท่านนี้ เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้อยู่แล้ว”เซี่ยเฉิงอวี่สบตากับไต้ซือไป๋เย่นิ่ง ดวงตาของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการใด ถึงอย่างนั้นไต้ซือไป๋เย่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ“ดวงชะตาของท่านซั

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.2

    เขาให้นึกสงสัยนักว่าในวันนั้นที่เสด็จพ่อให้เขาเลือก ระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กับตามเซี่ยเฉิงอวี่กลับหวงซาน หากเขาเลือกอย่างหลังจะเกิดอะไรขึ้น“สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับฉันใด เรื่องที่ผ่านไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยน ทำได้เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า”เฉียนซีหลิวหันไปมองทิวทัศน์โดยรอบของวัดหนิงอัน เขาเลือกมา

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.1

    แคว้นเฉียน รัชสมัยจักรพรรดิโจวเซวียนเหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้น บ้านเมืองยังคงไม่นับว่าสงบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสงครามการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม ซึ่งล้วนต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้ในครอบครองว่ากันว่ามีกุนซือมากฝีมืออยู่ข้างกาย ทุกอย่างที่หมายปองล้วนได้มาไว้ในครอบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status