공유

บทที่ 2.3

last update 게시일: 2026-04-03 08:57:48

“ดูเหมือนเจ้าจะชั่งน้ำหนักได้เองว่า ...ระหว่างตะโกนร้องเรียกคนเข้ามา กับช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่โดยไม่ให้ผู้ใดระแคะระคาย อย่างใดจึงจะเป็นผลดีต่อบิดาของเจ้ามากกว่ากัน”

ใคร่ครวญครู่หนึ่งหลินหรงอวี่ก็เม้มปากถามเขาตรงๆ “ท่านมหาเสนาบดี ท่านไม่รู้ตัวจริงๆ หรือว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

เซี่ยเฉิงอวี่พยักหน้า “ข้าไม่มีวรยุทธ์ หากเจ้าสงสัยว่าข้าอาจปีนเข้ามาด้วยตัวเองเพราะมีจุดประสงค์” เขาเว้นวรรคด้วยท่าทียั่วเย้า “ครั้งหนึ่งข้าเคยพบหลินซูกับบุตรสาว เป็นเจ้าใช่หรือไม่”

ไม่คิดว่าเขาจะจำได้ หลินหรงอวี่พยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าน้อยหรงอวี่ บุตรสาวคนโตของใต้เท้ากรมการมณฑล”

“หรงอวี่... หรงตัวใด อวี่ตัวใด”

ได้ยินคำถามนั้นหลินหรงอวี่กลับขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตางุนงง “หรงที่มาจากเกียรติยศ อวี่ที่แปลว่าสายฝน[1]”

‘เชื่อหรือไม่ อักษร ‘อวี่’ เพียงตัวเดียว แต่กลับสามารถเชื่อมดวงชะตาสองดวงเอาไว้ด้วยกัน’ อยู่ๆ ประโยคของไต้ซือไป๋เย่ก็ดังก้องในหัว

เซี่ยเฉิงอวี่หรี่ดวงตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า “เจ้าเคยไปที่วัดอันหนิงมาก่อนหรือไม่”

“เจ้าค่ะ เพิ่งไปมาเมื่อวาน” นางกะพริบตามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่นางไปวัดมาหรือ...

“เคยเขียนอักษรให้ไต้ซือไป๋เย่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ เขียนคำว่า ‘อวี่’ …”

หลินหรงอวี่เลิกคิ้วมองเซี่ยเฉิงอวี่ นึกขึ้นได้ว่าชื่อแซ่ของชายหนุ่ม หนึ่งในนั้นมีอักษรตัวเดียวกันกับชื่อของนาง ‘อักษร ‘อวี่’ ของแม่นางจะเป็นดังสายฝนดับไฟร้อน ที่จะทำให้ผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดไปได้’

ท้ายประโยคของไต้ซือไป๋เย่ยังคงทำให้นางงุนงง กระทั่งตระหนักได้ในเวลานี้ “ข้ายังเก็บถุงปักใบนั้นเอาไว้...” นางจำได้ว่าวางเอาไว้ใต้หมอน แต่ไม่ว่าจะค้นหาเท่าไรก็ไม่พบ

คิ้วเรียวขมวดมุ่นจำได้ว่าก่อนนอนนางวางเอาไว้ตรงนี้จริงๆ “หายไปแล้ว...”

มองดูท่าทีของหญิงสาวไม่คล้ายกำลังโกหก เซี่ยเฉิงอวี่ได้แต่ใคร่ครวญถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คนทั้งสองต่างนิ่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตน กระทั่งเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง

หลินหรงอวี่มองลอดผ่านม่านหน้าเตียง แสงแรกแห่งวันกำลังมาเยือน และนั่นทำให้ใบหน้าของนางชัดเจนขึ้นในคลองสายตาของเซี่ยเฉิงอวี่

ในคราที่พบกันโดยบังเอิญ เขาไม่ได้สนใจมองหญิงสาวเพราะมัวให้ความสนใจอยู่กับบิดาของนางมากกว่า บัดนี้แม้รู้ว่านางเป็นใคร แต่ด้วยแสงวอมแวมจึงมองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัด

ครั้นตอนนี้มองนางได้อย่างัดเจน เขายอมรับว่านางเป็นสตรีน่ามองผู้หนึ่ง ดวงตาที่หันกลับมาทอประกายแห่งความเฉลียวฉลาด คิ้วเรียวรับกับดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยประกายสุกใส จมูกและริมฝีปากได้รูปรับกับดวงหน้า ทั้งยังมีเรือนผมซึ่งยาวสลวยลงล้อมกรอบ ไม่ว่าบุรุษใดหากได้ยลก็คงยากจะละสายตา

หากให้เทียบตัวนางกับบุตรสาวขุนนางมากมายที่เขาเคยพบ หลินหรงอวี่ผู้นี้นับว่าเป็นสตรีที่มีความแตกต่าง

แม้นางไม่ใช่บุตรสาวขุนนางระดับสูง แต่กลับรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงสติปัญญาที่ใคร่ครวญเรื่องทุกอย่างออกมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ตีโพยตีพายเอาแต่โวยวายกรีดร้อง แม้หวาดกลัวแต่ยังสามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ทำให้เขาอดที่จะชื่นชมนางไม่ได้

ถึงอย่างนั้นหากยังไม่อาจหาสิ่งใดมาพิสูจน์ในเรื่องที่เกิดขึ้น เขาก็ไม่อาจวางใจว่านางกับคนตระกูลหลินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิด

“เจ้ามีคนที่ไว้ใจได้ทุกเรื่องหรือไม่” เซี่ยเฉิงอวี่เอ่ยถาม

“เจ้าค่ะ สาวใช้สองคนของข้า พวกนางเติบโตมาพร้อมกับข้า”

“เช่นนั้นให้คนใดคนหนึ่งไปแจ้งข่าวให้คนของข้ารับรู้ หากจะให้ข้าออกไปโดยไม่มีใครพบเห็น มีเพียงเฮยโม่หรือไม่ก็ไป๋หลิงเท่านั้นที่ทำได้”

มองดูด้านนอกที่กำลังสว่างขึ้นทุกที วันนี้เขาคงพลาดการประชุมเช้าเสียแล้ว...

เพื่อไม่ให้ถูกสงสัยหลินหรงอวี่ต้องแต่งตัวออกไปส่งบิดาแต่เช้า ที่หน้าจวนตระกูลหลิน อันชิงหลิ่ว หลินชิงเหลียน รวมไปถึงหลินซูหันมามองหญิงสาวด้วยท่าทีประหลาดใจ นางไม่เคยตื่นสายแต่วันนี้กลับออกมาช้า กระทั่งบิดาที่แต่งกายด้วยชุดขุนนางเต็มยศก็ออกมาแล้ว

“ท่านพ่อ ลูกขออภัยเจ้าค่ะที่ลูกออกมาช้า”

[1] ตัวอักษร 雨 เกิดจากการวาดภาพจากของจริง เพราะดูเหมือนกับมีหลังคาบ้าน มีหน้าต่างสองบาน และมีน้ำฝนหยดอยู่ สี่จุดตรงบานหน้าต่าง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.2 จบ

    “หวังว่าในบ้านจะครึกครื้นขึ้นมามากกว่านี้ เจ้าคลอดตัวอวบอ้วนน้อยให้ข้าสักสามสี่คนเป็นอย่างไร”ใบหน้าของหลินหรงอวี่แดงก่ำ “เซี่ยเฉิงอวี่ ท่านนี่จริงๆ เลย!!”สาวใช้ที่เพิ่งออกมาต่างพากันสะดุ้งเฮือก พวกนางต่างมองหน้ากันเพราะคิดว่าแต่งงานวันแรกคู่แต่งงานใหม่ก็ทะเลาะกันเลยหรือ มิใช่เมื่อครู่ท่านมหาเสนาบดีจ้องมองฮูหยินราวกับจะกลืนกินหรือไรกระทั่งเสียงหัวเราะของท่านมหาเสนาบดีดังขึ้น พวกนางต่างก็พากันลูบอก ดูเหมือนเพียงหยอกล้อกันเท่านั้น“ท่านมหาเสนาบดีคงรักฮูหยินมาก ข้าไม่เคยได้ยินผู้ใดเรียกท่านมหาเสนาบดีด้วยชื่อและแซ่เช่นนั้นมาก่อน”“นั่นสิ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยิน”“ข้าเห็นด้วย เมื่อครู่เห็นสายตาที่ท่านมหาเสนาบดีมองฮูหยินหรือไม่” กล่าวจบพวกนางก็หัวเราะใบหน้าแดงก่ำเวลาผ่านไปข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับมหาเสนาบดีก็แพร่ออกไป บ้างก็ว่ามหาเสนาบดีรักใคร่ฮูหยินมาก กระทั่งไม่ว่านางทำอะไรล้วนเห็นด้วยทั้งสิ้นบางคนกล่าวว่าฮูหยินมหาเสนาบดีเป็นสตรีที่ดุร้ายราวแม่เสือ แต่งเข้าจวนหลายปีท่านมหาเสนาบดีกลับไม่รับอนุสักคนบางข่าวลือรุนแรงถึงขึ้นที่ว่าทุกอย่างในจวนมหาเสนาบดี ถูกฮูหยินกุมเอาไว้ในมือจนสิ้น กระท

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.1

    บทส่งท้ายแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในม่านหน้าเตียง ปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น เซี่ยเฉิงอวี่ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะทุกเช้าก่อนฟ้าสางเขาต้องออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมการประชุมเช้ากระนั้นวันนี้กลับต่างออกไป เขาตื่นสายและไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงจากเตียง เพราะนี่คือเช้าวันแรกหลังจากผ่านงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่และเป็นค่ำคืนแรกที่เขามีสตรีร่วมเรียงเคียงหมอน สตรีที่เขาเลือกให้อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตเมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าสตรีก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกนางจิตใจซับซ้อนเข้าใจยาก และตัวเขาก็มีเรื่องให้ต้องทำ มากกว่าพยายามเข้าใจกระบวนการความคิดของพวกนาง เขาไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง ด้วยการพาตัวเองเข้าไปผูกพันหลินหรงอวี่แตกต่างออกไปจากสตรีที่เขารู้จัก นางมีความคิด รู้จักแยกแยะ ไม่ตีโพยตีพายน่ารำคาญ ที่สำคัญไปกว่านั้นต่อหน้านางเขาไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาคือเซี่ยเฉิงอวี่นางเชื่อใจเขาอย่างไร้กังขา ไม่สงสัย ไม่ถามให้มากความ และเขาก็ไม่ต้องอธิบายเพราะนางเข้าใจได้หลังจากใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยมองดูใบหน้างดงามหลับใหลอยู่จนชิด เซี่ยเฉิงอวี่อมยิ้ม เขารู้สึกอย

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.4

    “แม่ทัพเสิ่นคิดว่าเขาควบคุมทุกอย่างเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่ามิใช่ทุกคนจะมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกันกับเขา คนตระกูลเสิ่นที่จงรักภักดีต่อบ้านเมืองก็ยังมีอยู่”“หรือว่าเขาคิดช่วงชิงบัลลังก์จริงๆ!”เฮยโม่ถอนหายใจแต่ไม่ตอบ “หากเขาเพียงคิดควบคุมอำนาจทางการเมือง ไม่แน่ว่าเรื่องในวันนี้ตระกูลเสิ่นอาจเป็นฝ่ายชนะ แต่นี่เขาคิดจะตั้งตนเป็นใหญ่ ล้มล้างราชวงศ์” เฮยโม่ส่ายหน้าหลินหรงอวี่คิดถึงสีหน้าของเสิ่นฉงในวันนั้น “หรือว่า...” นางหวนนึกไปถึงสิ่งที่สหายเยาว์ยังกว่ากล่าวในวันนั้น กระทั่งขมวดคิ้ว “เสิ่นซูเฟยกับคุณชายห้าตระกูลเสิ่น...”“เห็นเฮยโม่มองนางด้วยสายตาประหลาดใจ นางก็ได้แต่มั่นใจในความคิดของตนก่อนหน้านี้เสิ่นฉงบอกนางว่ามีนางกำนัลซึ่งเป็นคนของเสิ่นจ้งมาหา กระทั่งกล่าวถึงราชโองการที่ถูกเขียนขึ้นก่อนหน้ามีประกาศออกมา ในวันนี้ที่เกิดการก่อกบฏของเสิ่นฉวน เสิ่นจ้งผู้เป็นบุตรชายกลับถูกบิดาส่งออกไปยังชายแดน“จักรพรรดิเล่า”“ทรงปลอดภัยดี อีกไม่นานคงได้บทสรุปแล้ว ท่านมหาเสนาบดีวางแผนนี้เอาไว้อย่างรอบคอบ เลือกคนที่เหมาะสมและไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา คาดว่าเสิ่นจ้งเองก็คงตระหนักดีว่าไม่มีทางเลือก หากไม่อาจห้าม

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.3

    “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ ข้าไม่มีทางให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน...” คล้ายเสียงเขากระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา แต่นางไหนเลยจะล่วงรู้ว่านั่นคือเสียงเขาจริงๆ หรือเพราะตัวเองตื่นกลัวจนเกินไป ดังนั้นจึงหูแว่วกระทั่งคิดไปเองไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยาม หลินหรงอวี่ตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะ นางขยับตัวไม่ได้รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง อาการเช่นนี้นางคล้ายเคยเผชิญมาก่อน แม้อาการแตกต่างแต่ผลข้างเคียงทิ้งอาการแบบเดียวกัน...นางถูกวางยาห้องที่นางนอนอยู่ทั้งเล็กและแคบแต่ก็สะอาดสะอ้าน กลิ่นกำยานหอมยังคงลอยอวล นี่เป็นกลิ่นเปลือกสนที่นางชอบและมีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ หนึ่งในนั้นก็คือเสิ่นฉงหัวใจของหลินหรงอวี่หล่นวูบ เสียงสนทนาแว่วเข้ามาให้ได้ยิน เป็นเสียงที่อยู่อีกด้านของผนังห้อง“ด้านนอกมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่”“ยังคงวุ่นวายขอรับ ทั่วทั้งเมืองหลวงถูกปิดล้อมด้วยคนของแม่ทัพเสิ่น คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามแม่ทัพเสิ่นคงบุกเข้าวังหลวงได้อย่างแน่นอน”“ฉวยโอกาสในคืนงานเลี้ยงลงมือ แม้เสี่ยงแต่เหล่าองครักษ์และทหารรักษาการที่สังสรรค์กันมาทั้งคืน เสิ่นฉวน...เสิ่นฉวน”มีเสียงถอนหายใจออกมาอย่

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.2

    อยากพักผ่อนสักครู่ก็ได้ ที่นี่ท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่”“ที่นี่หรือ” เขาเลิกคิ้วมองนาง“ข้าหมายถึง...” นางครุ่นคิดเล็กน้อย “กับข้าท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีแค้วนเฉียน”“เช่นนั้นข้าคือใครเล่า”“เซี่ยเฉิงอวี่” นางมองเขานิ่งเขากลับยิ้มเช่นเดิม ยิ้มที่เหมือนกับทุกครั้งที่เขายิ้มให้ขุนนาง หรือแม้กระทั่งยิ้มให้คนทั่วไป เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกคล้ายสวมหน้ากากคิดได้ดังนั้นหลินหรงอวี่พลันขมวดคิ้วให้ตัวเอง นาง...แยกแยะได้อย่างไรว่าเขายิ้มเช่นไร ที่สำคัญไปกว่านั้นนางแยกแยะออกตั้งแต่เมื่อไรเซี่ยเฉิงอวี่ยังคงจ้องมองทุกความเปลี่ยนแปลงในดวงตาคู่งาม กระทั่งรู้สึกได้ว่านางคล้ายตระหนักถึงความหมายของเรื่องทั้งหมดจุมพิตอ่อนโยนประทับลงยังริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้ไร้ซึ่งความลังเล มันเนิ่นนานราวกับทั้งสองไม่อยากปล่อยมือจากกันและกัน และนางเองก็ตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจไม่มีประโยคอันหวานล้ำ ไม่มีคำพูดที่แฝงความนัย มีเพียงสัมผัสและการกระทำที่บ่งบอกว่าคนทั้งสองเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี“หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง” เขากระซิบ“หากข้าเสียใจในภายหลังเล่า ท่านจะปล่อยข้าไปหรือ

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.1

    หลินหรงอวี่โขกศีรษะรับราชโองการ แน่นอนนางย่อมไม่ได้รับเลือกเป็นสนมของจักรพรรดิ เรื่องนี้ไม่ได้ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะบทบาทของนางในวังหลวงแห่งนี้ได้กำหนดเอาไว้แต่แรกแล้ว เพียงแต่รอว่าวันใดนางจะได้ก้าวออกมาแสดงบทบาทของตัวเองเท่านั้นการแต่งตั้งซึ่งพลิกความคาดหมาย สั่นคลอนราชสำนักกระทั่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น ไม่มีผู้ใดไม่จับตามองความเคลื่อนไหวของจวนแม่ทัพ เนื่องจากทุกคนล้วนมั่นใจว่าเสิ่นฉงต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เป็นกุ้ยเฟยถึงอย่างนั้นตำแหน่งที่นับว่าเป็นรองท่านหญิงอีกสองคน ล้วนไม่อยู่ในความคาดหมายทั้งสิ้นหลังการแต่งตั้งย่อมมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินหรงอวี่อยู่รับใช้ข้างไทเฮา กระทั่งหลายครั้งที่มองไปยังเซี่ยเฉิงอวี่ แต่เขากลับไม่เคยมองมายังทิศทางที่นางยืนอยู่เลยสักครั้ง มองดูเสิ่นซูเฟยที่มีท่าทีเงียบขรึม แต่กต่างไปจากนิสัยร่าเริงที่อีกฝ่ายเคยเป็น หญิงสาวได้แต่รู้สึกกังวลจักรพรรดิโจวเซวียนหล่อเหลาสง่างาม กระนั้นเขากลับมีนิสัยคล้ายเซี่ยเฉิงอวี่อยู่หลายส่วน นางมองอย่างไรก็ไม่อาจคาดเดาว่าแท้ที่จริงเรื่องราวต่อจากนี้ บทสรุปจะจบลงเช่นไรห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status