ชะตารักซ่อนเล่ห์

ชะตารักซ่อนเล่ห์

last updateLast Updated : 2026-04-10
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
37Chapters
163views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

อักษร '雨(อวี่)' เพียงตัวเดียว กลับเชื่อมดวงชะตาของคนสองคนไว้ด้วยกัน ชะตาของนางแคล้วคลาดเพราะเขา ชะตาของเขาไม่อาจไม่มีนาง เซี่ยเฉิงอวี่ มหาเสนาบดีของแคว้นผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ กุนซือผู้มีชื่อเสียงลือลั่นหลังจากนำพาองค์ชายห้าขึ้นครองบัลลังก์อย่างราบรื่น หลินหรงอวี่ บุตรสาวคนโตของขุนนางขั้นสี่ ภายนอกดูอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน เฉลียวฉลาดรู้จักใช้สติใคร่ครวญเหตุการณ์ตรงหน้า

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

แคว้นเฉียน รัชสมัยจักรพรรดิโจวเซวียน

เหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้น บ้านเมืองยังคงไม่นับว่าสงบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสงครามการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม ซึ่งล้วนต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้ในครอบครอง

ว่ากันว่ามีกุนซือมากฝีมืออยู่ข้างกาย ทุกอย่างที่หมายปองล้วนได้มาไว้ในครอบครอง

ประโยคนี้ไม่นับว่าผิด เพราะแต่แรกผู้ใดเล่าจะคาดว่าบัลลังก์นี้จะตกเป็นขององค์ชายห้า ซึ่งแต่แรกไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตา

หลังบัลลังก์เปลี่ยนมือแน่นอนความสนใจของประชาชนและขุนนางฝ่ายต่างๆ ย่อมตกไปอยู่ยังคนข้างตัวจักรพรรดิพระองค์ใหม่

เซี่ยเฉิงอวี่...

มหาเสนาบดีแคว้นเฉียน บุคคลสำคัญที่ทำให้องค์ชายห้า หรือก็คือจักรพรรดิโจวเซวียน ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างราบรื่น

กระนั้นเรื่องที่ทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ปวดเศียรเวียนเกล้าในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่วังหลังของจักรพรรดิยังคงว่างเปล่า กระทั่งทำให้เกิดข่าวลือถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อน ระหว่างเซี่ยเฉิงอวี่และองค์จักรพรรดิขึ้น

“เพราะเหตุใดท่านยังดูเยือกเย็นอยู่ได้”

“เพราะข้าไม่เห็นสาเหตุที่ต้องโวยวาย”

“แต่นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!”

“หากตาแก่พวกนั้นอยากให้แต่ง ก็แค่แต่งๆ ไป”

“ท่านก็พูดได้สิเพราะไม่ใช่เรื่องของท่านนี่!”

“ก็ใช่”

บุรุษที่กำลังโกรธกรุ่นถึงกับพูดไม่ออก เขาก้าวฉับๆ เข้าไปนั่งลงยังโต๊ะหิน ท่าทียังคงขัดใจอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้กล่าววาจาร้ายกาจออกมา แม้เรื่องการคัดเลือกฮองเฮายังคงเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่เขารู้ดีว่าต้องเป็นความจริงถึงแปดในสิบส่วน

เซี่ยเฉิงอวี่เห็นเช่นนั้นก็ส่ายหน้า เขารับปากอาจารย์จะช่วยให้เฉียนซีหลิวครองบัลลังก์อย่างราบรื่น ดังนั้นหลังจากผลัดเปลี่ยนแผ่นดินจึงไม่อาจจากไป ด้วยตระหนักดีว่าภายในราชสำนักยังคงวุ่นวาย

“หากยังหนีออกจากวังหลวงทุกครั้งที่คิดไม่ตก เช่นนี้จะเป็นจักรพรรดิที่ดีได้อย่างไร”

“อาจารย์อา ท่านก็เห็นแล้วว่าตาแก่พวกนั้นร้ายกาจเพียงใด”

เซี่ยเฉิงอวี่มองชายหนุ่มซึ่งด้อยอาวุโสกว่าจากนั้นได้แต่ถอนหายใจ แม้ตัวเขาเพิ่งย่างเข้าวัยยี่สิบแปด หากแต่เมื่ออีกฝ่ายที่มีอายุยี่สิบสามเรียกเขาว่าอาจารย์อา ในใจก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นชายชราศีรษะขาวโพลน

หลายปีก่อนมีข่าวอดีตจักรพรรดิทรงประชวร เขาเพิ่งรับรู้ฐานะแท้จริงของผู้เป็นศิษย์พี่ที่เขาไม่เคยพบหน้าว่าเป็นถึงจักรพรรดิแคว้นเฉียน

ครานั้นเขายังนึกค่อนขอดอาจารย์ว่าอีกฝ่ายคงจะเพียงนึกสนุก จึงได้รับเชื้อพระวงศ์มาเป็นศิษย์ เรื่องวุ่นวายในวังหลวงเขาได้ยินมามาก ดังนั้นจึงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าจะไม่พาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยว

ถึงอย่างนั้นไม่เพียงแต่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ศิษย์พี่จักรพรรดิยังให้เขามาอยู่ข้างกายคอยปกป้องดูแลเฉียนซีหลิว คอยสอนสั่ง แนะนำ และปกป้องอยู่ข้างกายเงียบๆ

ที่สำคัญไปกว่านั้นเฉียนซีหลิวก็นับเป็นหลานศิษย์คนหนึ่งของเขา เพราะอีกฝ่ายนับว่าเติบโตในสำนักหลงซาน ทั้งยังเป็นศิษย์ของหนึ่งในศิษย์น้องของเขาอีกด้วย

ตอนแรกที่พบเฉียนซีหลิวเขาโกรธมาก โกรธที่ตัวเขาไม่รับรู้ถึงฐานะของทั้งศิษย์พี่และหลานศิษย์ แต่มานึกๆ ดูแล้วเรื่องทั้งหมดก็นับว่าสมเหตุสมผล ดังนั้นโกรธไปก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนอะไรได้

ในระหว่างศิษย์พี่หรือก็คืออดีตจักรพรรดิทรงประชวร องค์ชายหลายพระองค์กำลังยื้อแย่งราชบัลลังก์ โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านมากมายต้องมาสังเวยชีวิต เซี่ยเฉิงอวี่จึงยิ่งตระหนักถึงจุดประสงค์ของผู้เป็นศิษย์พี่

เฉียนซีหลิว องค์ชายห้าพระองค์นี้มีความแตกต่าง

เขาไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ถือตนว่าเหนือกว่าผู้อื่น เข้าอกเข้าใจความยากลำบากของประชาชน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความทระนงตน สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์โดยแท้

“ฝ่าบาท ทรงเป็นถึงจักรพรรดิผู้ครองแคว้น หากเรื่องเพียงเท่านี้ยังไม่อาจจัดการ เช่นนี้วันหน้าหากมีเรื่องที่ไม่อาจทรงตัดสินพระทัย ถึงเวลานั้นจะทรงหนีออกจากวังหลวงอีกหรือไม่”

“ข้าแค่อยากมีเวลาคิดใคร่ครวญ ไม่ได้ตั้งใจจะหนีจริงๆ เสียหน่อย อีกอย่างข้าพาองครักษ์มาด้วยตั้งหลายคน”

“ถึงอย่างนั้นทรงทราบหรือไม่ว่าองครักษ์เหล่านั้นจะได้รับโทษอย่างไร หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ยังมีคนในครอบครัวของพวกเขา”

“ข้า...”

ดวงตาดื้อดึงฉายแววรู้สึกผิดขึ้น ในยามที่มองไปยังองครักษ์ข้างกาย เซี่ยเฉิงอวี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

เฉียนซีหลิวเติบโตนอกวังหลวง กฎระเบียบอันเคร่งครัด บวกกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ทำให้แม้จะมีความทระนงในสายเลือด แต่อย่างไรก็ยังคงมีความวู่วามและคึกคะนองตามวัย ถึงอย่างนั้นก็มิใช่สิ้นคิดเสียทีเดียว

แม้เอาแต่ใจบ้างแต่ก็ไม่ใช่ไม่อาจรับมือ…

“เรื่องการคัดเลือกฮองเฮาอย่างไรเสียก็ต้องเกิดขึ้น วังหลังจะไร้ซึ่งผู้ปกครองไม่ได้ ทรงตระหนักเรื่องนี้ดีมิใช่หรือ”

เฉียนซีหลิวถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “อาจารย์อา ท่านว่าหากข้าตัดสินใจตามท่านกลับหวงซานตั้งแต่วันนั้น ข้าจะเสียใจในภายหลังหรือไม่”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
37 Chapters
บทที่ 1.1
แคว้นเฉียน รัชสมัยจักรพรรดิโจวเซวียนเหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้น บ้านเมืองยังคงไม่นับว่าสงบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสงครามการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม ซึ่งล้วนต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้ในครอบครองว่ากันว่ามีกุนซือมากฝีมืออยู่ข้างกาย ทุกอย่างที่หมายปองล้วนได้มาไว้ในครอบครองประโยคนี้ไม่นับว่าผิด เพราะแต่แรกผู้ใดเล่าจะคาดว่าบัลลังก์นี้จะตกเป็นขององค์ชายห้า ซึ่งแต่แรกไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตาหลังบัลลังก์เปลี่ยนมือแน่นอนความสนใจของประชาชนและขุนนางฝ่ายต่างๆ ย่อมตกไปอยู่ยังคนข้างตัวจักรพรรดิพระองค์ใหม่เซี่ยเฉิงอวี่...มหาเสนาบดีแคว้นเฉียน บุคคลสำคัญที่ทำให้องค์ชายห้า หรือก็คือจักรพรรดิโจวเซวียน ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างราบรื่นกระนั้นเรื่องที่ทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ปวดเศียรเวียนเกล้าในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่วังหลังของจักรพรรดิยังคงว่างเปล่า กระทั่งทำให้เกิดข่าวลือถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อน ระหว่างเซี่ยเฉิงอวี่และองค์จักรพรรดิขึ้น“เพราะเหตุใดท่านยังดูเยือกเย็นอยู่ได้”“เพราะข้าไม่เห็นสาเหตุที่ต้องโวยวาย”“แต่นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!”“หากตาแก่พวกนั้นอยากให้แต่ง ก็แค่แ
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 1.2
เขาให้นึกสงสัยนักว่าในวันนั้นที่เสด็จพ่อให้เขาเลือก ระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กับตามเซี่ยเฉิงอวี่กลับหวงซาน หากเขาเลือกอย่างหลังจะเกิดอะไรขึ้น“สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับฉันใด เรื่องที่ผ่านไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยน ทำได้เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า”เฉียนซีหลิวหันไปมองทิวทัศน์โดยรอบของวัดหนิงอัน เขาเลือกมาที่นี่เพราะเงียบสงบ แต่กลับพบว่าวัดนี้มีคนพลุกพล่านกว่าที่เคย“ที่นี่เปลี่ยนไปมาก”“คงเพราะข่าวลือกระมัง” เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนอารมณ์โดยสิ้นเชิง เซี่ยเฉิงอวี่เองก็ไม่ได้รีบร้อนกล่าวอะไรออกมาอีก “ได้ยินมาว่าวัดแห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อเดือนสองเดือนมานี้”“ชื่อเสียงเรื่องใดหรือ”“ขอพรเลือกคู่”เฉียนซีหลิวเลิกคิ้วมองอาจารย์อาของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เหลวไหล”เซี่ยเฉิงอวี่หัวเราะ “จะไปดูหน่อยหรือไม่ ไม่แน่อาจมีเรื่องสนุกก่อนกลับเข้าวังหลวง”“ก็ยังดีที่ท่านไม่ได้ทุบข้าให้สลบแล้วให้องครักษ์แบกข้ากลับเข้าวังหลวง”“ข้าน้อยมิบังอาจ”เฉียนซีหลิวไม่ใคร่จะเห็นด้วยกับประโยคนั้นนักมองดูเฮยโม่และไป๋หลิง คนสนิทของอดีตจักรพรรดิซึ่งอยู่ข้างกายเซี่ยเฉิงอวี่ เขายังเคยคิดเล่นๆ ว่าหากอาจารย์อาอายุน้อยกว่านี้สัก
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 1.3
ไต้ซือไป๋เย่พยักหน้าช้าๆ “แทนที่จะถามถึงเรื่องคู่ครองเช่นผู้อื่น อาตมาขอเตือนเรื่องหนึ่งกับประสกท่านนี้ เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้อยู่แล้ว”เซี่ยเฉิงอวี่สบตากับไต้ซือไป๋เย่นิ่ง ดวงตาของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการใด ถึงอย่างนั้นไต้ซือไป๋เย่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ“ดวงชะตาของท่านซับซ้อน ดังนั้นโชคดีจึงมากับเคราะห์ แต่เคราะห์นั้นก็ไม่นับว่าเป็นสิ่งเลวร้าย ไม่เพียงไม่นับเป็นเคราะห์ร้าย แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้ท่านแคล้วคลาดปลอดภัย ถึงเวลาทุกอย่างจะผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น”ไต้ซือไป๋เย่เขียนยันต์รูปร่างแปลกตา ทับลงไปยังลายมือของเซี่ยเฉิงอวี่ จากนั้นพับเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก “อักษร ‘อวี่’ เพียงตัวเดียว แต่กลับสามารถเชื่อมดวงชะตาสองดวงเอาไว้ด้วยกัน”กล่าวจบก็ใส่กระดาษใบนั้นลงไปในถุงปักมงคลที่มีตราประทับของวัดหนิงอัน“แม้ยังคงไม่เชื่อถือ แต่อาตมาขอให้ประสกพกติดตัวเอาไว้ วันนี้ตอนขากลับขอให้ประสกทั้งสองใช้ประตูทิศตะวันออก ลองทำตามสักครา แล้วจะตระหนักว่าทุกสรรพสิ่งบนโลก ล้วนถูกสวรรค์กำหนดเอาไว้แล้ว ส่วนประสกท่านนี้...”ไต้ซือไป๋เย่เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนส่งกระดาษที่มีลายมือของเฉียนซ
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 1.4
เสียงตะโกนด้วยความยินดีของมารดา ทำให้หลินชิงเหลียนสะดุ้ง นางมองตรงไปยังมารดาที่ยกถุงปักมงคลขึ้นโบกไปมา ดวงตากระสับกระส่ายกวาดมองไปยังเบื้องหลัง ผืนน้ำในทะเลสาบเริ่มเลือนลาง เนื่องจากความมืดเริ่มปกคลุมบัดนี้แสงแห่งวันกำลังจะลาลับ เช่นกันกับบางอย่างในใจที่ยิ่งมืดมนหม่นหมอง ฝีเท้าที่เดินเข้าไปหามารดาและพี่สาวลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ“ท่านมั่นใจได้อย่างไร อาจจะแค่เหมือนกันก็ได้”“เด็กโง่ พี่สาวเจ้าเขียนคำว่า ‘อวี่’ ข้าจำไม่ผิดหรอก”อันชิงหลิ่วรีบพับกระดาษอักษรกลับเข้าไปในถุงมงคล นางไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่าอักษรภายใต้ยันต์ของไต้ซือไป๋เย่ หาใช่ลายมือของหลินหรงอวี่ไม่“กลับไปข้าจะเย็บถุงหอมทับเอาไว้ให้เจ้าพกติดตัว อย่าได้ทำหายอีกเชียว”มองดูมารดาจับจูงมือพี่สาวเดินไป ในใจของหลินชิงเหลียนสับสนยิ่งนัก ในโลกนี้ยังมีความบังเอิญอันสมควรตายนี้อยู่จริงๆ หรือนางมั่นใจว่าถุงปักมงคลของพี่สาว นางโยนทิ้งไปแล้ว เช่นนั้นอีกใบที่มีคำว่า ‘อวี่’ โผล่มาจากไหน!!!ค่ำคืนอันเย็นเยียบหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาด เสียงฝีเท้าวุ่นวายเกิดขึ้นยังรอบจวนมหาเสนาบดี กลุ่มมือสังหารนับสิบชีวิตต่างแบ่งกำลังออกไปหลอกล่อไป๋หลิงและเฮย
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 2.1
เซี่ยเฉิงอวี่ไม่กล้าขยับ ได้แต่พยายามนอนนิ่งเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งไปอีกครั้งจึงพยายามดันศีรษะของนางออก เพิ่งจะดึงท่อนแขนออกและขยับเพียงน้อย ดวงตาคู่งามกลับกะพริบเปิดแม้ในใจครุ่นคิดสับสน แต่ทันทีที่เห็นแววตื่นตระหนกวาบผ่าน ร่างใหญ่จึงโถมเข้าไปพันธนาการร่างอรชรเอาไว้ มือหนึ่งคว้าปิดปากอีกฝ่ายได้ทัน ก่อนนางจะมีโอกาสได้กรีดร้องสองร่างขยับขลุกขลักอยู่บนเตียง เสียงลมหายใจพัวพันพานให้หัวใจสะท้าน หากแต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่สมควรจะเกิด ทั้งที่ชายหนุ่มหญิงสาวสวมชุดตัวในบนเตียงเดียวกัน ร่างกายแนบชิดบดเบียด แต่ความตึงเครียดกลับอบอวลไปทั่วทั้งห้องหลินหรงอวี่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างน้อยดิ้นรนขัดขืน มือไม้ป่ายปะ ทุบตี หยิกข่วนหัวใจของนางตื่นตระหนกแทบหมดสติ ไม่เข้าใจว่านางกำลังพานพบกับเรื่องใดเข้าภายใต้ผ้าห่มเนื้อหนานุ่มนิ่ม ร่างแกร่งของชายหนุ่มที่บดเบียดกับร่างงาม ทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่ติดขัด นางเติบโตมากระทั่งผ่านวัยปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน ด้วยวัยสิบเจ็ดนางกำลังอยู่ระหว่างพิธีดูตัว ซึ่งแม่สื่อเพิ่งเข้ามาเจรจา ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ป
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 2.2
“ดูเหมือนบิดาเจ้าคิดวางแผนใช้ทางลัดสินะ” เขาหรี่ดวงตาถามนาง ทั้งยังรัดพันธนาการแน่นขึ้นเล็กน้อย ประกายดวงตาจดจ้องมองทุกความเปลี่ยนแปลงของนางหลินหรงอวี่โกรธวูบจนแทบจะลืมเลือนความกลัว นางเม้มปากจ้องตอบดวงตาของชายหนุ่ม “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านพ่อของข้าแม้เป็นเพียงขุนนางขั้นสี่ แต่ก็เป็นคนใจซื่อมือสะอาด หลายปีมานี้...”เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาทำให้หญิงสาวชะงัก นางหันขวับมองลอดม่านหน้าเตียงออกไปยังประตู ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักพยายามให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของหญิงสาวไหนเลยจะสู้ชายหนุ่มได้“ยังมืดอยู่เลย สงสัยคุณหนูคงยังไม่ตื่น”“แต่ปกติก็ตื่นขึ้นมาช่วยฮูหยินรองเคี่ยวโจ๊กให้นายท่านแล้วนี่นา”“หรือเมื่อวานจะเหนื่อยเกินไป”“คงเป็นเช่นนั้น นั่งรถม้าไปที่วัดนอกเมืองไหนจะตามหาถุงปักมงคลที่ทำหายไปตั้งนาน สงสัยคุณหนูคงจะเหนื่อยเป็นแน่ ถ้าอย่างไรเราก็รอสักครู่ค่อยมาใหม่เถิด”เสียงสนทนาดังแว่วเข้ามา ก่อนจะค่อยๆ เบาลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินจากไป ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของหญิงสาว นางพยายามดิ้นรนจากพันธนาการ ในใจหวังให้สาวใช้คนสนิททั้งสองคนเดินกลับมาแต่ก็ไร้ผลหลินห
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 2.3
“ดูเหมือนเจ้าจะชั่งน้ำหนักได้เองว่า ...ระหว่างตะโกนร้องเรียกคนเข้ามา กับช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่โดยไม่ให้ผู้ใดระแคะระคาย อย่างใดจึงจะเป็นผลดีต่อบิดาของเจ้ามากกว่ากัน”ใคร่ครวญครู่หนึ่งหลินหรงอวี่ก็เม้มปากถามเขาตรงๆ “ท่านมหาเสนาบดี ท่านไม่รู้ตัวจริงๆ หรือว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”เซี่ยเฉิงอวี่พยักหน้า “ข้าไม่มีวรยุทธ์ หากเจ้าสงสัยว่าข้าอาจปีนเข้ามาด้วยตัวเองเพราะมีจุดประสงค์” เขาเว้นวรรคด้วยท่าทียั่วเย้า “ครั้งหนึ่งข้าเคยพบหลินซูกับบุตรสาว เป็นเจ้าใช่หรือไม่”ไม่คิดว่าเขาจะจำได้ หลินหรงอวี่พยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าน้อยหรงอวี่ บุตรสาวคนโตของใต้เท้ากรมการมณฑล”“หรงอวี่... หรงตัวใด อวี่ตัวใด”ได้ยินคำถามนั้นหลินหรงอวี่กลับขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตางุนงง “หรงที่มาจากเกียรติยศ อวี่ที่แปลว่าสายฝน[1]”‘เชื่อหรือไม่ อักษร ‘อวี่’ เพียงตัวเดียว แต่กลับสามารถเชื่อมดวงชะตาสองดวงเอาไว้ด้วยกัน’ อยู่ๆ ประโยคของไต้ซือไป๋เย่ก็ดังก้องในหัวเซี่ยเฉิงอวี่หรี่ดวงตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า “เจ้าเคยไปที่วัดอันหนิงมาก่อนหรือไม่”“เจ้าค่ะ เพิ่งไปมาเมื่อวาน” นางกะพริบตามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่อง
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 2.4
“สาวใช้เรือนเจ้ามาบอกแล้วว่าเจ้ารู้สึกไม่ใคร่จะสบาย แล้วนี่เหตุใดไม่นอนพัก ออกมาทำไมกันเล่า ยามเช้าอากาศเย็นอาการจะทรุดลงได้”หลินซูสีหน้าห่วงกังวลยิ่งในยามที่สนทนากับบุตรสาวคนโต“ลูกออกมาส่งท่านพ่อแล้วจะรีบกลับเข้าไปพักเจ้าค่ะ”“หากอาการไม่ดีขึ้นให้แม่รองของเจ้าตามหมอมาดูอาการ เข้าใจหรือไม่”“นายท่านอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลอวี่เอ๋อร์เป็นอย่างดี” อันชิงหลิ่วรีบรีบคำ“ข้ารู้” หลินซูพยักหน้าก่อนก้าวขึ้นรถม้ารีบเข้าประชุมเช้า วันนี้เขาสังหรณ์ใจว่าขุนนางทั้งหลายคงหารือกันเรื่องรับนางกำนัลเข้าวังหลวง ทั้งนี้ก็เพื่อคัดเลือกสนมและนางในเป็นแน่เปิดม่านรถม้าขึ้นเห็นบุตรสาวของเขาทั้งสองคน ที่เหมาะสมมีเพียงหลินหรงอวี่ เพราะนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก แต่อายุของบุตรสาวเขานั้นนับว่าทำให้เบาใจที่สำคัญไปกว่านั้นแม่สื่อที่เข้ามาเจรจาก็มีถึงสามคน เขาสมควรจัดการเรื่องนี้ก่อนจะมีการประกาศคัดเลือกนางกำนัลจึงจะดีวังหลวง...สถานที่ซึ่งเขาไม่อยากให้บุตรสาวของตนย่างกรายเข้าใกล้ เขาลำบากมาทั้งชีวิต และตระหนักดีว่าราชสำนักมิใช่มีแต่คนดี ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาเพียงหวังให้บุตรสาวของตนแต่งให้กับค
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 3.1
“รีบกลับจวนเถิด ป่านนี้จักรพรรดิคงทรงรออยู่กระมัง” กล่าวจบก็ถอนหายใจออกมาแล้วหันหลังเดินกลับไปยังถนนอีกสาย ซึ่งที่นั่นมีรถม้าวิ่งมาจอดพอดี“เรื่องสืบประวัติคนให้เฮยโม่รับไป ส่วนเจ้าไป๋หลิง เจ้าให้คนออกไปค้นหาถุงปักของข้าที่หายไป”“เอ๋” คำสั่งที่น่าสงสัย ทำให้ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความงุนงง “นายท่านข้าน้อยได้ยินผิดไปหรือไม่ ท่านบอกว่าถุงปัก ใช่ใบเดียวกับที่ไต้ซือไป๋เย่มอบให้หรือไม่ขอรับ”“ใช่ ข้าทำหายไป คิดว่าคงหล่นหายระหว่างที่ออกมาจากวัดกระมัง”“ขอรับ”“อย่าถาม อย่าสงสัยให้มากเลย” ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมถอนหายใจ “ตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”เซี่ยเฉิงอวี่พึมพำเสียงเบา แต่มั่นใจว่าองครักษ์ทั้งสองของตนได้ยิน ตัวเขาเองก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก คำตอบแม้ลอยอยู่ตรงหน้าแต่ก็รางเลือนเสียจนยากจะคว้าจับ ดังนั้นทางเดียวที่เขาจะได้มาซึ่งความกระจ่าง ก็มีเพียงสืบสาวถึงประวัติความเป็นไปของคนทั้งหมดเท่านั้นขณะเดียวกันกับที่รถม้าวิ่งออกไปตามถนนสายหลัก ภายในจวนหลินหรงอวี่กับสาวใช้ทั้งสองคนก็กำลังหารือกันใบหน้าเคร่งเครียดเสี่ยวเถาใบหน้าขาวซีดอกสั่นขวัญแขวน แม้กระซิบถามแต่ใบหน้ายังคงมองไปร
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
บทที่ 3.2
สาวใช้ทั้งสองของหลินหรงอวี่หน้าซีดขาว “หรือจะเป็นเช่นนั้น แต่...ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนี่เจ้าคะ ท่านมหาเสนาบดีก็ออกไปได้อย่างราบรื่นไม่มีใครเห็น”“ก็ใช่” หญิงสาวครุ่นคิดจนปวดศีรษะ“หรือนี่คือสิ่งที่ไต้ซือไป๋เย่กล่าวเตือน ชะตาชีวิตของข้าต้องพานพบกับอันตรายร้ายแรง จนถึงขั้นอาจต้องแลกด้วยชีวิต อักษร ‘อวี่’ ที่จะทำให้ข้าผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปได้ก็คือเขา”เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา ทำให้ทั้งนายและสาวใช้รีบกลบเกลื่อน “มีอะไรหรือ” เสี่ยวเหมยเอ่ยถามสาวใช้จากเรือนของอันชิงหลิ่ว“ฮูหยินรองให้มาเชิญคุณหนูไปที่ห้องโถงเจ้าค่ะ เมื่อครู่ที่ร้านเพิ่งส่งแพรพรรณมาให้ ฮูหยินรองจึงอยากให้คุณหนูไปเลือกก่อน”“อ้อ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”หลินหรงอวี่ลุกขึ้นก่อนเดินออกไปจากเรือน ทิ้งความเงียบเอาไว้เบื้องหลัง นางไม่รู้เลยว่าถุงปักมงคลที่คิดว่าหายไปแล้วนั้น ตกอยู่ในซอกเตียงตั้งแต่เมื่อเช้ามืด ในขณะที่นางดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเซี่ยเฉิงอวี่ไม่รู้ว่านี่คือความบังเอิญหรือโชคชะตา... ขีดที่เป็นสัญลักษณ์ของสายฝนในอักษร ‘อวี่’ จากสี่ขีดได้หายไปหนึ่งขีด ที่สำคัญอีกสามขีดที่เหลือนั้นก็จะค่อยๆ หายไป ในยามที่มหาเสนาบดีเกิดเรื
last updateLast Updated : 2026-04-03
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status