Beranda / รักโบราณ / ชะตารักนางรอ / บทที่ 1 โปรดหย่าภรรยา 3

Share

บทที่ 1 โปรดหย่าภรรยา 3

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 00:31:02

พอเวลาเลื่อนเลยได้ห้าปีเศษ ชาวเมืองเทียนโจวก็ลืมไปแล้วว่านางคือสะใภ้สกุลหยาง พากันเรียกขานสาวน้อยว่าคุณหนูเถียนเถียน เสมือนว่านางคือลูกสาวอีกคนของหยางซือถงและฮูหยินหยางชิวเหยา

สองผู้อาวุโสปลื้มใจเพราะได้ลูกสะใภ้ดี นางเรียกขานกันว่าท่านพ่อท่านแม่ คอยเอาอกเอาใจ จนทำให้สองสามีภรรยาเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีบุตรชายที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงอีกคนหนึ่ง

“บ่ายนี้เรามีนัดกับผู้ใดหรือ”

เถียนเถียนเอ่ยถามบ่าวคนสนิท

จางฉวน บ่าวใบ้ทำมือทำไม้บอกกับคุณหนูว่าเป็นลูกค้ารายใหม่ ชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรงกำยำได้ยินทุกอย่าง ทว่าตอบโต้ได้ด้วยภาษามือเท่านั้น ทั้งคู่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านสกุลหยางพร้อมกัน ครอบครัวของเถียนเถียนนึกสงสารเด็กน้อยบ้าใบ้ จึงรับเลี้ยงดูให้อยู่เป็นเพื่อนเล่นของคุณหนู

เถียนเถียนมีความเมตตามากตั้งแต่ยังเด็ก ยามบ่าวใบ้ป่วยไข้ก็ขอให้ท่านพ่อช่วยเรียกหมอมาดูแล หากถูกกลั่นแกล้งก็จะออกโรงยอมลงแรงปกป้อง มิยอมให้คุณหนูสกุลอื่นหรือคนในบ้านรังแก และนั่นทำให้จางฉวนซื่อสัตย์รักมั่นต่อคุณหนู ทว่าร่างกายของเขาก็มิค่อยแข็งแรง จึงทำได้เพียงหยิบจับนู่นนี่ ช่วยล้างพู่กันเตรียมกระดาษไปตามเรื่อง

กระทั่งอายุมากขึ้นจึงแข็งแรงสมชาย ร่างกายกำยำล่ำสัน คอยรับหน้าที่ปกป้องคุณหนูให้รอดพ้นจากเหล่าคุณชายที่หมายจะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง

“เจ้าพวกโง่! นางออกเรือนแล้ว มิสนใจพวกเจ้าดอก!” เสียงตวาดคุ้นหูดังขึ้นมิไกลนัก

“ท่านแม่ทัพมัวเมาอยู่กับสตรีเมืองหลวง คงมิกลับมายังเทียนโจวแล้ว!”

“คุณชายหยางลืมนางแล้ว บอกให้ลูกชายท่านลงนามในหนังสือหย่า และปล่อยนางให้เป็นอิสระเถิด!” หนึ่งในคุณชายตะโกนเสียงดัง หมายให้สาวงามที่ยังไม่เคยเห็นหน้า ได้ยินถ้อยความที่เขาต้องการสื่อ

“ไอ้พวกปากอีกา!”

หยางซือถงขับไล่เหล่าคุณชายรูปงาม รวมถึงอันธพาลที่มาก่อกวนอยู่หน้าบ้านเหลียนซาน ความงามของคุณหนูเถียนเถียนถูกเล่าลือทั่วเมืองเทียนโจวมาได้สองเดือนแล้ว แม้เขาจะระมัดระวังมิให้ชายใดพบเห็น ซ่อนตัวนางให้พ้นจากปัญหานานกว่าห้าปี ทว่าสุดท้ายก็ต้องพลาดอย่างมิน่าให้อภัย

ความสามารถในการวาดรูปของเถียนเถียนนั้นมิเป็นรองใคร หลายเดือนก่อน นางขอให้จางฉวนนำภาพดอกไม้ที่วาดเก็บเอาไว้ นำออกขายแลกกับเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีคุณหนูบ้านหนึ่งลองสอบถามบ่าวใบ้ดูว่า คุณหนูสกุลหยางวาดรูปเหมือนของสตรีได้หรือไม่

หยางซือถงทราบดีว่าการวาดรูปจะทำให้สาวน้อยมีความสุข จึงอนุญาตให้จางฉวนจัดหาลูกค้า พร้อมกับจัดพื้นที่ในสวนเพื่อให้ลูกสะใภ้ได้ทำในสิ่งที่นางรัก

ภายใต้หนึ่งข้อห้าม นั่นคือลูกค้าจะต้องมิใช่บุรุษ

นึกไม่ถึงว่าคำเล่าลือของสตรีจะทำหน้าที่คล้ายกับไฟไหม้ เพราะหลังจากนั้นมินาน ชายหนุ่มทั่วเมืองก็พากันมาลอบส่องดู ว่านางงามดั่งคำกล่าวอ้างจริงหรือไม่ ปรากฏว่ามีสองพี่น้องใจกล้าบุกเข้าสวนของบ้านเหลียนซานโดยมิได้รับอนุญาต และเมื่อพบหน้าของนางก็ถึงกับหมดสติไป

หมดสติเพราะถูกจางฉวนทุบเสียเต็มแรง...

ทว่าข่าวลือก็ไปไกลจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว

“หน้ามิอาย ยอมสวมชุดสตรีเพื่อหลอกพบลูกสาวข้าเช่นนั้นหรือ!” หยางซือถงส่ายหน้า ตะโกนสั่งให้บ่าวนำน้ำมาสาดไล่เหล่าคุณชายที่ดื้อด้านมิยอมกลับ ก่อนจะลงกลอนประตูมิยอมรับแขกอีก

สะใภ้สกุลหยางมิได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้าน รวมถึงบริเวณหน้าบ้านด้วยก็เช่นกัน นางจึงทำได้แค่นั่งรอกระทั่งจางฉวนวิ่งกลับมาส่งข่าว ว่าลูกค้าในช่วงบ่ายคือบุรุษปลอมตัวมา และท่านพ่อสามีได้ตะเพิดขับไล่ออกจากบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เถียนเถียนเอ๋ย บ่ายนี้เห็นทีเจ้าจะมิได้วาดรูปใครเสียแล้ว” ผู้อาวุโสกล่าวต่อลูกสะใภ้ที่รักและเอ็นดูราวกับเลือดในอก ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงในศาลาหลังน้อย

ท่าทางเหนื่อยล้าของผู้อาวุโสทำให้เถียนเถียนเร่งรินน้ำชา ก่อนจะขอให้บ่าวไปนำขนมมาเพิ่ม

“สร้างปัญหาให้ท่านพ่ออีกแล้ว จากนี้เถียนเถียนจะเลิกวาดรูป” เถียนเถียนพยักหน้าครั้งเดียว จางฉวนก็จัดการเก็บพู่กันและกระดาษ ในเมื่อสิ่งที่นางรักสร้างปัญหาให้กับผู้มีพระคุณ นางก็เลือกมิยากระหว่างความชอบกับความสบายใจของท่านพ่อสามี

ทว่าชายชรากลับโบกมือสั่งห้าม มิให้จางฉวนทำตามที่นายสาวออกคำสั่ง

“ความสุขของลูก คนเป็นพ่อจะหักห้ามใจมิให้ทำได้อย่างไร เอาเป็นว่าสองสามวันนี้เลื่อนนัดลูกค้าไปก่อน ส่วนเจ้าจางฉวน อย่าลืมดูให้ดีว่าพวกนั้นเป็นสตรีหรือบุรุษปลอมตัวมา เข้าใจหรือไม่”

“อา อา” จางฉวนรับคำอย่างยินดี แสดงทีท่าทำหน้าขึงขัง พร้อมปกป้องคุณหนูอย่างสุดความสามารถ

“หากได้ยินเรื่องอันใดไม่เข้าหู เจ้าก็อย่าไปใส่ใจก็แล้วกัน” หยางซือถงห่วงว่านางจะได้ยินเรื่องที่ไม่ควรได้ยิน เรื่องของเจ้าลูกไม่รักดี ที่ยังมิทันได้ทำหน้าที่สามี ก็หนีกลับเมืองหลวงไปเสียแล้ว

“เรื่องของท่านพี่อีกแล้วหรือเจ้าคะ” เถียนเถียนกล่าวถามพร้อมกับโปรยรอยยิ้มสดใส

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทส่งท้าย (4)

    “พี่ไล่นางออกจากร้านด้วยคำที่ไม่เสนาะหูเลยไม่กล้าเล่าให้เจ้าฟัง...ชิงชิง พี่ไม่ได้กอดเจ้าตั้งหนึ่งคืน คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว”นอกจากคำหวานของตวนอ๋องจะไม่ลดลงแล้ว ความหนาบนใบหน้ายังเพิ่มมากขึ้นตามอายุอีกด้วย เขาอยากกอดพระชายาคนงามยามใดก็กอด อยากหอมยามใดก็หอม เหลือจูบเท่านั้นที่ยังละเว้นไว้ในยามอยู่ตามลำพังแค่สองคน“คิดถึงท่านพี่เช่นกันเจ้าค่ะ”“แค่คิดถึงเท่านั้นหรือ ไม่รู้สึกอย่างอื่นด้วยหรือ” เฉินฟาหยางดึงคนงามมานั่งตักอย่างระมัดระวัง มือหนาลูบครรภ์เบา ๆ อย่างทะนุถนอมรักใคร่ หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก มีความสุขจนแทบกักเก็บมันเอาไว้มิได้แล้ว“รักเจ้าค่ะ ถามแทบทุกวันไม่เบื่อหรือเจ้าคะ”“นอกจากรักแล้วไม่รู้สึกอย่างอื่นด้วยหรือ ชิงชิงไม่คิดถึงหยางน้อย…”“ท่านพี่!” เสวียนซือชิงฟาดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างไม่จริงจัง พลางนึกต่อว่าเขาในใจว่าทำได้อย่างไร หวานซึ้งอยู่ดี ๆ กลับมีถ้อยคำลามกแฝงมาในประโยคเสียอย่างนั้นเอง“ก่อนกลับถึงบ้านพี่แวะถามท่านหมอแล้ว ครรภ์เจ้าแข็งแรงอย่างมาก ทั้งมิได้มีอาการแพ้หนักดังแต่ก่อน ท่านหมอกล่าวว่าเราสองคนสามารถกอดกันแน่น ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด”เสวียนซือ

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทส่งท้าย (3)

    “ท่านพี่เจ้าคะ ซือชิงเคยพูดเอาไว้นานแล้วว่าต่อให้ท่านพี่แก่ชราผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ซือชิงก็จะยังรู้สึกดีกับท่านพี่ไม่แปรเปลี่ยน ยิ่งท่านพี่น่ารักกับซือชิงและลูกเช่นนี้ ต่อให้เหลือเพียงแค่กระดูกก็ตัดใจเลิกรักไม่ได้เจ้าค่ะ”“ชิงชิงปากหวานกับพี่อีกแล้ว...จริงสิ พี่มีเรื่องต้องแจ้งหนิงเอ๋อร์”เฉินฟาหยางยิ้มให้กับเจ้าตัวน้อยที่ตรงเข้ามาทักทายบิดาและมารดาอย่างมีมารยาท ก่อนกวาดสายตาโดยรอบเพื่อมองหาคนที่คาดว่าจะได้พบเจอ“ท่านอาหลี่ของเจ้ามาไม่ได้ เขาจำต้องกลับไปจัดเตรียมงานมงคล แม้จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า แต่ว่าที่เจ้าสาวก็มีหน้ามีตา จึงต้องทำทุกอย่างให้สมเกียรติ”เฉินฟาหยางแจ้งต่อด้วยว่าคุณชายหลี่มีของฝากให้กับทุกคน กระทั่งอดีตสาวใช้สกุลหลี่อย่างเสี่ยวผิงกับเสี่ยวอันก็ได้ด้วย เอาไว้หลังรับประทานมื้อเย็นแล้วค่อยตรวจดูในภายหลัง เสวียนหนิงอันได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าผิดหวังชัดเจน ก่อนขอตัวไปดูห้องครัวเผื่อว่าจะมีเรื่องอันใดให้นางฝึกทำได้บ้าง“เช่นนั้นซือชิงไปช่วยลูกดูครัวก่อนนะเจ้าคะ”“ไม่ให้ไป อยากให้ชิงชิงอยู่ปลอบใจพี่ก่อน”“ปลอบใจเรื่องใดหรือเจ้าคะ”“เรื่องที่พี่แก่แล้ว เรื่องที่พระชายา

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทส่งท้าย (2)

    ตวนอ๋องเฉินฟาหยางเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว เมื่อตระหนักได้ว่าตนกำลังทำให้พระชายาคนงามมิสบายใจ ยิ่งครรภ์ของนางใหญ่มากเท่าใด เขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น แต่นั่นก็ยังมิใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้อารมณ์เสียอยู่ดี“หรือว่าท่านพี่เสียใจที่ยอมให้ข้ามีลูก...” เสวียนซือชิงอยากมีลูกอีกสองสามคน เจ้าก้อนแป้งเองก็อยากมีน้องด้วยเช่นกัน มิได้คิดว่าตนเองจะต้องเป็นบุตรสาวคนเดียวของครอบครัวแต่อย่างใดเสวียนหนิงอันเติบโตอย่างงดงาม กลายเป็นสาวน้อยน่ารัก กิริยามารยาทสมกับเป็นคุณหนูในห้องหอ ทั้งเค้าโครงความงามยังปรากฏตั้งแต่ยังเยาว์วัย ยามนี้อายุได้สิบปีแล้ว มีดื้อดึงเอาแต่ใจไปบ้าง แต่โดยมากแล้วตวนอ๋องผู้เป็นบิดามักจะสั่งสอนและให้คำปรึกษาที่ดี เรียกได้ว่าบุตรสาวสนิทกับบิดามากกว่ามารดาเสียด้วยซ้ำไป“ว่าอย่างไรเจ้าคะท่านพี่”เสวียนซือชิงถามอย่างน้อยใจ นางทราบดีว่าตวนอ๋องมิต้องการให้นางตั้งครรภ์อีก โดยอ้างเหตุผลว่ากลัวนางไม่ปลอดภัย ครรภ์อาจไม่แข็งแรงจนแทบเอาชีวิตไม่รอดเช่นคราวก่อน กว่าจะออดอ้อนให้เลิกดื่มยาเพื่อมิให้สตรีที่ร่วมหลับนอนตั้งครรภ์ได้ก็ใช้เวลานานหลายปี แต่นั่นก็ต้องแลกกับการดูแลตัวเองอย่างมากเพื่อให้

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทส่งท้าย (1)

    เจ็ดปีผ่านไป...น้ำเสียงออดอ้อนของพระชายาคนงามสอบถามบุรุษที่นางรักอย่างเอาใจ ว่าเหตุใดวันนี้จึงไม่ยิ้มแย้มให้อย่างที่เคย ทั้งยังทำหน้าบูดบึ้งมิยอมให้เข้าใกล้ ถามอันใดก็มิค่อยยอมตอบ เดาได้ลำบากว่ามีเรื่องอันใดรบกวนสมองอันชาญฉลาดของเขาอยู่แน่“ท่านพี่...”“พี่ไม่อยากพูด ขอทำใจสักครู่แล้วจึงจะอารมณ์ดีได้”“เกิดเรื่องยุ่งยากที่ค่ายทหารหรือเจ้าคะ”เสวียนซือชิงยังคงไม่ย่อท้อ พยายามหลอกถามเอาความจริงที่ทำให้ตวนอ๋องอารมณ์ดีถึงกับยิ้มไม่ออก เขาเพิ่งกลับจากค่ายทหารนอกเมืองในช่วงสาย เป็นไปได้ว่าอาจอารมณ์เสียมาจากที่นั่น หรือว่าเพราะเห็นนางเพิ่งกลับมาจากร้านค้าสกุลหลี่ที่พี่ชายบุญธรรมยกให้ดูแลไม่สิ ร้านค้านั้นเป็นของนาง เพราะตวนอ๋องเฉินฟาหยางมีนิสัยไม่ชอบติดค้างผู้ใด ที่มิชอบมากกว่านั้นคือให้พระชายาติดค้างผู้ใด เขาจึงยอมเสียเงินเล็กน้อยเพื่อซื้อกิจการของคุณชายหลี่จินหมิงเพื่อตัดปัญหา ในเมื่อนางเป็นเจ้าของแล้วแวะเวียนไปดูร้านบ้างก็นับว่าเหมาะสมมิใช่หรือ“ท่านพี่...”“ที่ค่ายทหารปกติดี อวิ๋นฝูแวะมาดูการฝึกทหารก็กลับไปแล้ว จินหมิงเองก็เช่นกัน เขาฝากขอโทษที่มิได้มาเยี่ยมเจ้าด้วยตนเองเพราะติดธุระเร่ง

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทที่ 55 จดหมายรัก (4)

    “ไม่ได้เจ้าค่ะ อย่างไรคืนนี้ซือชิงก็จะกอดท่านพี่ ไม่ปล่อยให้นอนบนเตียงตามลำพังอีกแล้ว”เสวียนซือชิงกดมือหนาลงบนเตียง มิยอมให้ตวนอ๋องโบกมือไล่เหมือนที่ผ่านมา ก่อนพาร่างที่สวมเพียงตู้โตวสีแดงสดที่เขาชอบ สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มอย่างใจเย็นตวนอ๋องเฉินฟาหยางไม่ดิ้นหนีแล้ว...เขาปล่อยให้วงแขนเรียวพาดลงบนแผ่นอกกว้าง ทั้งยังโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบชิด กระซิบคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาละเมอกล่าวในทุกค่ำคืน“หอม ยอดรักของพี่หอมมากเหลือเกิน”“ท่านพี่...”เสวียนซือชิงได้ยินเขากล่าวออกมาเพียงเท่านั้นก็ดีใจแทบร้องไห้ แต่ยังสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้เพราะมิอยากให้น้ำตาแห่งความดีใจ ปลุกบุรุษที่ต้องพักผ่อนให้มากตื่นขึ้นมาก่อนเวลาอันสมควร“หายเร็ว ๆ นะเจ้าคะ ซือชิงกับลูกคิดถึงท่านพี่จะแย่แล้ว”เสวียนซือชิงพร่ำบอกว่าจะดูแลจนกว่าจะหายดีและไม่หนีจากให้เขาต้องทรมานใจอีกแล้วเป็นเช้าที่อบอุ่นเหลือเกิน...เสวียนซือชิงขยับตัวเล็กน้อยก็พลันหยุดนิ่ง เมื่อคืนจำได้ดีว่านางหลับนอนในสภาพกึ่งเปลือย มีเพียงตู้โตวสีแดงที่บัดนี้หายไปจากร่างแล้ว เหลือเพียงฝ่ามืออุ่นร้อนที่เข้ามารองรับดอกบัวคู่งามอย่างทะนุถนอมแ

  • ชะตารักนางรอ   พระชายาตำหนักร้างรัก บทที่ 55 จดหมายรัก (3)

    สัญชาตญาณ...“พวกเจ้าออกไปข้างนอกเถิด ข้าจะดูแลท่านอ๋องเอง”เสวียนซือชิงไม่ลืมกำชับเสี่ยวผิงว่าให้อธิบายเจ้าก้อนแป้งให้ดี แม้หลายวันที่ผ่านมาเสวียนหนิงอันไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังท่านอาหลี่ที่ยอมเดินทางมาเยี่ยมแทบทุกวัน แต่เรื่องความรู้สึกของเด็กนั้นต้องระวังให้มาก เพราะในวัยนี้อาจคิดแต่ไม่ยอมพูด ต้องสังเกตใกล้ชิดว่าต้องการสิ่งใด เรื่องนี้ตวนอ๋องเฉินฟาหยางเป็นผู้สอนนางด้วยตนเอง“ท่านพี่เจ้าคะ...ซือชิงขออนุญาตล่วงเกินท่านพี่นะเจ้าคะ” นางยกถ้วยจรดริมฝีปากและกักเก็บยาขมเอาไว้ ก่อนใช้กำลังบีบแก้มตอบของคนป่วยแน่น นับเป็นเรื่องดีที่เขายังไม่ฟื้นคืนสติจึงขัดขืนมิค่อยได้เสวียนซือชิงทาบจูบลงบนกลีบปากแห้งแตก ปล่อยให้ยาสมุนไพรล้ำค่าค่อย ๆ ไหลลงคอของตวนอ๋องเฉินฟาหยาง แม้หกเลอะเทอะไปบ้างแต่ก็นับว่าได้ผลดีพอสมควร นางทำเช่นนั้นต่อไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายคนป่วยก็นอนนิ่งไม่ผลักไสแล้ว“ซือชิง...ชิงชิง” เสียงแหบพร่าดังขึ้นไม่ต่างจากทุกคืนที่ผ่านมา ยามกลางวันเขามักนอนเงียบ เรียกได้ว่าแทบไม่ขยับ พอตะวันลับขอบฟ้าค่อยมีอาการกระสับกระส่าย บางครั้งหอบหายใจแรงและพลิกตัวไปมาคล้ายนอนหลับไม่สบายตัวนอนหลับไม่สบาย...‘ได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status