Masukเวลาต่อมา 20:55 น.
ในขณะที่คุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรกำลังดูละครหลังข่าวกันอยู่ ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์ที่เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางตนก็เอ่ยทักออกไป
"เป็นไง พออยู่กันได้ไหม"
"อยู่ได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่มากเลยค่ะคุณนาย"
สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านนายใหญ่ศรจึงพูดขึ้นบ้าง เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกมาเขายังไม่ได้พูดด้วยสักคำ
"อยู่ได้ก็ดีแล้ว แล้วนี่กินข้าวกันรึยังล่ะ"
"ยังเลยค่ะนายใหญ่"
สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์จึงพูดต่อ
"อยู่บ้านเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่ต้องเรียกฉันกับสามีเหมือนที่คนงานเขาเรียกกันหรอกนะ เรียกว่าป้าจันทร์กับลุงศรก็พอ ส่วนของขวัญก็เรียกตากับยายได้เลยนะลูก อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนคนในครอบครัว ไม่ต้องเรียกให้ห่างเหินหรอก" คุณนายจันทร์ทิพย์พูดไปยิ้มไปเพราะรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ไม่น้อย แม้จะเพิ่งเจอกันแต่ด้วยหน้าตาของหญิงสาวที่สระสวยทั้งแม่ทั้งลูก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ดูแล้วน่ามองน่าเอ็นดู ทำให้รู้สึกถูกชะตากับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก โดยที่คนเป็นสามีก็คิดไม่ต่างกัน
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดีกับพวกเราสองแม่ลูกขนาดนี้" เข็มมุกไม่พูดเปล่าแต่เธอยกมือไหว้ชายหญิงสูงวัยทั้งสองอย่างนอบน้อม ด้านของขวัญจึงยกมือไหว้ตามเช่นกัน ก่อนที่เสียงแหบแห้งไปตามวัยของคุณนายจันทร์ทิพย์จะพูดต่อ
"ดีอะไรกัน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เอาล่ะฉันมัวแต่ชวนพวกเธอคุย ยังไม่ได้กินข้าวกันก็ไปกินเถอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนาน"
"ค่ะ งั้นเราสองคนขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคะ"
"อือไปเถอะ กินให้อิ่มล่ะไม่ต้องเกรงใจ กินข้าวเสร็จก็เข้านอนกันได้เลย ไว้ค่อยเริ่มงานพรุ่งนี้"
สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย เข็มมุกกับของขวัญจึงพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะดันตัวลุกขึ้นพากันไปกินข้าวในครัว
ด้านสองสามีภรรยาก็ดูทีวีกันต่อ ในขณะที่เวลาเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆแต่ลูกชายของพวกเขายังไม่กลับ คนเป็นแม่จึงอดที่จะบ่นลูกชายตัวเองไม่ได้ที่หายไปตั้งแต่เช้า ค่ำแล้วก็ยังไม่กลับ
"ป่านนี้แล้วลูกยังไม่กลับอีก ไปไหนนะ"
"คงจะไปปลดปล่อยตามประสาอีกนั่นแหละ" นายใหญ่ศรคาดเดาเช่นนั้นเพราะหากลูกชายออกไปทำงาน แต่เวลานี้ยังไม่กลับก็คงไม่พ้นแต่จะไปปลดปล่อยตามประสาชายโสดที่มีความต้องการเรื่องอย่างว่า ซึ่งพ่ออย่างเขาก็เข้าใจ และไม่ได้เป็นห่วงอะไรมาก เพราะลูกชายอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ทำอะไรก็ควรจะคิดเองเป็น ผิดกับคนเป็นแม่ที่กังวลไปอีกเรื่อง
"ลูกจะไปไหนไปทำอะไรก็ช่างเถอะ ฉันไม่ห่วงหรอกนะคุณ ขออย่างเดียวอย่าพาผู้หญิงข้างทางเข้าบ้านก็พอ" นี่เป็นเรื่องเดียวที่คุณนายจันทร์ทิพย์เป็นกังวล แม้จะรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนที่มีความคิด ทำอะไรก็อยู่ในความสมควร รู้เหตุรู้ผลและผิดชอบชั่วดี เป็นคนที่มีความเด็ดขาด แต่เธอไม่ไว้ใจผู้หญิงพวกนั้น กลัวจะมาใช้มารยาเล่ห์เหลี่ยมจับลูกชายของเธอ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายคงไม่ยอมให้ผู้หญิงที่ไหนมาจับง่ายๆ แต่กระนั้นคนเป็นแม่ก็ยังกังวลอยู่ดี
ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงรถกระบะของลูกชายที่เพิ่งกลับมา สองสามีภรรยาจึงหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้น ก่อนจะหันไปมองทางประตูบ้าน ไม่นานร่างสูงใหญ่ของลูกชายก็เดินเข้าบ้านมาทางพวกเขา คนเป็นแม่จึงเอ่ยถามขึ้นทันที
"ไปหาอีพวกนั้นมาอีกแล้วเหรอ" แม้คำถามจะดูหยาบคาย ไม่น่าออกมาจากปากของคนใจดีอย่างคุณนายจันทร์ทิพย์ แต่เพราะเธอไม่ชอบผู้หญิงประเภทนั้นจริงๆ จึงไม่อยากให้ค่า แม้จะรู้ว่าบางคนต้องฝืนใจทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่คนหัวโบราณอย่างเธอก็รับไม่ได้อยู่ดี แค่ยอมให้ลูกชายไปซื้อกินกับผู้หญิงประเภทนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว
"เปล่าครับ วันนี้ผมเข้าสวนปาล์ม พอดีอยู่นั่งดื่มกับคนงานพึ่งจะปลีกตัวออกมาได้นี่แหละครับ" จอมทัพตอบคนเป็นแม่น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า ทว่าขณะนั้นเอง...
"คุณยายขา~"
เสียงหวานใสๆก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กเจ้าของเสียงวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาก่อนจะนั่งลงบนพื้นข้างหญิงสูงวัย
ด้านจันทร์ทิพย์จึงละความสนใจจากลูกชาย แล้วหันมาให้ความสนใจเด็กสาวข้างกายแทน เช่นเดียวกับลูกชายที่ถูกดึงความสนใจจากเสียงหวานๆใสๆนั่นให้หันไปมองเจ้าของเสียง
"มีอะไรเหรอลูก ดึกแล้วยังไม่นอนอีก" จันทร์ทิพย์เอ่ยถามพลางวางมือที่เหี้ยวย่นไปตามวัยลงบนศีรษะเล็กของเด็กสาวแล้วลูบเบาๆอย่างเอ็นดู
"หนูกำลังจะนอนแล้วค่ะ แต่หนูอยากเอาอันนี้มาให้คุณยายก่อน" ไม่พูดเปล่า แต่สองมือเล็กยื่นกระเป๋าสตางค์ไหมพรมที่ถักเองให้หญิงสูงวัยตรงหน้า
"ให้ยายเหรอ ขอบใจนะ น่ารักจังเลยลูก" จันทร์ทิพย์รับของจากเด็กสาวมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ ที่เอ่ยชมว่าน่ารักไม่ใช่สิ่งของที่เด็กสาวให้มา แต่เป็นตัวคนให้ต่างหากที่น่ารัก
"อันนี้หนูถักเองเลยนะคะ คุณยายดีกับหนูกับแม่มาก หนูไม่รู้จะให้อะไรเป็นการตอบแทน มีแค่กระเป๋าไหมพรมที่หนูถักเองติดตัวมา หวังว่าคุณยายจะไม่รังเกียจนะคะ" ของขวัญพูดไปยิ้มไป น้ำเสียงใสแจ๋ว โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างไปมากกว่าหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าเธอ
ขณะเดียวกันเข็มมุกก็เดินมาพอดี ก่อนจะนั่งลงข้างลูกสาว แล้วหันไปมองอีกคนที่เธอไม่แน่ใจว่าใช่ลูกชายบ้านนี้หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอแน่ใจคือเขาเอาแต่จ้องมองลูกสาวของเธอ มีเหลือบมามองเธอแค่เล็กน้อย แล้วมองลูกสาวของเธอต่อ จนเธอรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่อีกคนเอาแต่มองลูกสาวเธอ แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้
"ยายไม่รังเกียจเลยลูก กลับดีใจซะอีกที่หนูอุตส่าห์นึกถึงยาย เมื่อกี้บอกยายว่าทำเองด้วยใช่ไหม เก่งมากเลยนะเรา ดูยายสิ อายุก็ปูนนี้แล้วแต่ทำของพวกนี้ยังไม่เป็นเลย"
"แม่ครับ"
ในขณะที่จันทร์ทิพย์กำลังคุยอยู่กับเด็กสาว เสียงทุ้มของลูกชายก็เอ่ยเรียกเธอ แต่นั่นไม่ใช่แค่การเรียกเฉยๆ แต่เป็นการเรียกเพื่อดึงความสนใจต่างหาก คนเป็นแม่จึงหันมามองก่อนจะพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้
"อ่อ ลืมแนะนำเลย นี่สองแม่ลูกที่มาทำงานเป็นแม่บ้าน คนแม่ชื่อเข็มมุก ส่วนนี่ลูกสาวชื่อของขวัญ" เมื่อพูดกับลูกชายจบ ก็หันกลับมาพูดกับสองแม่ลูกต่อ
"ส่วนนั่นก็ลูกชายฉันเองชื่อจอมทัพ คนงานที่นี่เรียกกันว่านายหัว"
สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย สองแม่ลูกก็ยกมือไหว้เจ้านายอีกคนทันที จอมทัพจึงยกมือรับไหว้ขณะที่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ทว่าดวงตาคู่คมเอาแต่จ้องมองเด็กสาวไม่ละสายตา โดยไม่ได้สนใจว่าแม่ของเธอจะมองมาเช่นไร แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ว่าเผลอมองเด็กสาวนานไป เขาก็รีบเบี่ยงสายตาไปมองแม่ตัวเองแทน ก่อนจะเอ่ยพูดออกไป
"ผมขอตัวก่อน" พูดจบก็เดินขึ้นห้องตัวเองไป แต่ไม่วายหันกลับมามองเด็กสาวอีกครั้ง ขณะที่ข้างในรู้สึกปั่นป่วนใจแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก และไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน ยิ่งในยามที่เธอหันมามองสบตากันเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นของเธอมาก คล้ายกับว่าเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อนจนทำให้เผลอจ้องอยู่นาน แต่ทว่านึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที และเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ก็ตัดใจเลิกคิด ก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองต่อ...
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ
ด้านเข็มมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนนั่งกันอยู่ครบตรงโซฟาหน้าทีวี เธอจึงเดินเข้าไปพูดกับจอมทัพและคนรักเก่า“นายหัวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายด้วยราเชนทร์”“ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกัน” เป็นจอมทัพที่เอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยราเชนทร์“ฉันก็ด้วย”“งั้นพวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม” เพราะเห็น
ซึ่งหลังจากที่เข็มมุกได้ฟังลูกสาวเล่ามาก็ตกใจไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่คิดทำร้ายลูกของเธอจะเป็นเขา คนที่รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ ดีกับลูกสาวของเธอมาตลอด ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับ แต่กระนั้นเมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องในอดีตที่เธอเองก็ไม่อยากจะไปผูกใจเจ็บอะไรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเคืองโกรธอะไร เพรา
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"สิ้นเสียงหวาน จอมทัพถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกเขาคิดไปต่างๆนาๆว่าเด็กสาวเป็นอะไร ที่แท้เธอก็กลัวเขาจะไม่ชอบที่เธอไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียง นึกแล้วก็อยากจะเขกกระโหลกเล็กๆของเธอสักทีสองทีที่คิดอะไรแบบนี้ ใครๆต่างก็ชอบความบริส
"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อแต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่