LOGINเวลาต่อมา 20:55 น.
ในขณะที่คุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรกำลังดูละครหลังข่าวกันอยู่ ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์ที่เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางตนก็เอ่ยทักออกไป
"เป็นไง พออยู่กันได้ไหม"
"อยู่ได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่มากเลยค่ะคุณนาย"
สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านนายใหญ่ศรจึงพูดขึ้นบ้าง เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกมาเขายังไม่ได้พูดด้วยสักคำ
"อยู่ได้ก็ดีแล้ว แล้วนี่กินข้าวกันรึยังล่ะ"
"ยังเลยค่ะนายใหญ่"
สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์จึงพูดต่อ
"อยู่บ้านเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่ต้องเรียกฉันกับสามีเหมือนที่คนงานเขาเรียกกันหรอกนะ เรียกว่าป้าจันทร์กับลุงศรก็พอ ส่วนของขวัญก็เรียกตากับยายได้เลยนะลูก อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนคนในครอบครัว ไม่ต้องเรียกให้ห่างเหินหรอก" คุณนายจันทร์ทิพย์พูดไปยิ้มไปเพราะรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ไม่น้อย แม้จะเพิ่งเจอกันแต่ด้วยหน้าตาของหญิงสาวที่สระสวยทั้งแม่ทั้งลูก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ดูแล้วน่ามองน่าเอ็นดู ทำให้รู้สึกถูกชะตากับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก โดยที่คนเป็นสามีก็คิดไม่ต่างกัน
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดีกับพวกเราสองแม่ลูกขนาดนี้" เข็มมุกไม่พูดเปล่าแต่เธอยกมือไหว้ชายหญิงสูงวัยทั้งสองอย่างนอบน้อม ด้านของขวัญจึงยกมือไหว้ตามเช่นกัน ก่อนที่เสียงแหบแห้งไปตามวัยของคุณนายจันทร์ทิพย์จะพูดต่อ
"ดีอะไรกัน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เอาล่ะฉันมัวแต่ชวนพวกเธอคุย ยังไม่ได้กินข้าวกันก็ไปกินเถอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนาน"
"ค่ะ งั้นเราสองคนขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคะ"
"อือไปเถอะ กินให้อิ่มล่ะไม่ต้องเกรงใจ กินข้าวเสร็จก็เข้านอนกันได้เลย ไว้ค่อยเริ่มงานพรุ่งนี้"
สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย เข็มมุกกับของขวัญจึงพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะดันตัวลุกขึ้นพากันไปกินข้าวในครัว
ด้านสองสามีภรรยาก็ดูทีวีกันต่อ ในขณะที่เวลาเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆแต่ลูกชายของพวกเขายังไม่กลับ คนเป็นแม่จึงอดที่จะบ่นลูกชายตัวเองไม่ได้ที่หายไปตั้งแต่เช้า ค่ำแล้วก็ยังไม่กลับ
"ป่านนี้แล้วลูกยังไม่กลับอีก ไปไหนนะ"
"คงจะไปปลดปล่อยตามประสาอีกนั่นแหละ" นายใหญ่ศรคาดเดาเช่นนั้นเพราะหากลูกชายออกไปทำงาน แต่เวลานี้ยังไม่กลับก็คงไม่พ้นแต่จะไปปลดปล่อยตามประสาชายโสดที่มีความต้องการเรื่องอย่างว่า ซึ่งพ่ออย่างเขาก็เข้าใจ และไม่ได้เป็นห่วงอะไรมาก เพราะลูกชายอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ทำอะไรก็ควรจะคิดเองเป็น ผิดกับคนเป็นแม่ที่กังวลไปอีกเรื่อง
"ลูกจะไปไหนไปทำอะไรก็ช่างเถอะ ฉันไม่ห่วงหรอกนะคุณ ขออย่างเดียวอย่าพาผู้หญิงข้างทางเข้าบ้านก็พอ" นี่เป็นเรื่องเดียวที่คุณนายจันทร์ทิพย์เป็นกังวล แม้จะรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนที่มีความคิด ทำอะไรก็อยู่ในความสมควร รู้เหตุรู้ผลและผิดชอบชั่วดี เป็นคนที่มีความเด็ดขาด แต่เธอไม่ไว้ใจผู้หญิงพวกนั้น กลัวจะมาใช้มารยาเล่ห์เหลี่ยมจับลูกชายของเธอ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายคงไม่ยอมให้ผู้หญิงที่ไหนมาจับง่ายๆ แต่กระนั้นคนเป็นแม่ก็ยังกังวลอยู่ดี
ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงรถกระบะของลูกชายที่เพิ่งกลับมา สองสามีภรรยาจึงหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้น ก่อนจะหันไปมองทางประตูบ้าน ไม่นานร่างสูงใหญ่ของลูกชายก็เดินเข้าบ้านมาทางพวกเขา คนเป็นแม่จึงเอ่ยถามขึ้นทันที
"ไปหาอีพวกนั้นมาอีกแล้วเหรอ" แม้คำถามจะดูหยาบคาย ไม่น่าออกมาจากปากของคนใจดีอย่างคุณนายจันทร์ทิพย์ แต่เพราะเธอไม่ชอบผู้หญิงประเภทนั้นจริงๆ จึงไม่อยากให้ค่า แม้จะรู้ว่าบางคนต้องฝืนใจทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่คนหัวโบราณอย่างเธอก็รับไม่ได้อยู่ดี แค่ยอมให้ลูกชายไปซื้อกินกับผู้หญิงประเภทนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว
"เปล่าครับ วันนี้ผมเข้าสวนปาล์ม พอดีอยู่นั่งดื่มกับคนงานพึ่งจะปลีกตัวออกมาได้นี่แหละครับ" จอมทัพตอบคนเป็นแม่น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า ทว่าขณะนั้นเอง...
"คุณยายขา~"
เสียงหวานใสๆก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กเจ้าของเสียงวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาก่อนจะนั่งลงบนพื้นข้างหญิงสูงวัย
ด้านจันทร์ทิพย์จึงละความสนใจจากลูกชาย แล้วหันมาให้ความสนใจเด็กสาวข้างกายแทน เช่นเดียวกับลูกชายที่ถูกดึงความสนใจจากเสียงหวานๆใสๆนั่นให้หันไปมองเจ้าของเสียง
"มีอะไรเหรอลูก ดึกแล้วยังไม่นอนอีก" จันทร์ทิพย์เอ่ยถามพลางวางมือที่เหี้ยวย่นไปตามวัยลงบนศีรษะเล็กของเด็กสาวแล้วลูบเบาๆอย่างเอ็นดู
"หนูกำลังจะนอนแล้วค่ะ แต่หนูอยากเอาอันนี้มาให้คุณยายก่อน" ไม่พูดเปล่า แต่สองมือเล็กยื่นกระเป๋าสตางค์ไหมพรมที่ถักเองให้หญิงสูงวัยตรงหน้า
"ให้ยายเหรอ ขอบใจนะ น่ารักจังเลยลูก" จันทร์ทิพย์รับของจากเด็กสาวมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ ที่เอ่ยชมว่าน่ารักไม่ใช่สิ่งของที่เด็กสาวให้มา แต่เป็นตัวคนให้ต่างหากที่น่ารัก
"อันนี้หนูถักเองเลยนะคะ คุณยายดีกับหนูกับแม่มาก หนูไม่รู้จะให้อะไรเป็นการตอบแทน มีแค่กระเป๋าไหมพรมที่หนูถักเองติดตัวมา หวังว่าคุณยายจะไม่รังเกียจนะคะ" ของขวัญพูดไปยิ้มไป น้ำเสียงใสแจ๋ว โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างไปมากกว่าหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าเธอ
ขณะเดียวกันเข็มมุกก็เดินมาพอดี ก่อนจะนั่งลงข้างลูกสาว แล้วหันไปมองอีกคนที่เธอไม่แน่ใจว่าใช่ลูกชายบ้านนี้หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอแน่ใจคือเขาเอาแต่จ้องมองลูกสาวของเธอ มีเหลือบมามองเธอแค่เล็กน้อย แล้วมองลูกสาวของเธอต่อ จนเธอรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่อีกคนเอาแต่มองลูกสาวเธอ แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้
"ยายไม่รังเกียจเลยลูก กลับดีใจซะอีกที่หนูอุตส่าห์นึกถึงยาย เมื่อกี้บอกยายว่าทำเองด้วยใช่ไหม เก่งมากเลยนะเรา ดูยายสิ อายุก็ปูนนี้แล้วแต่ทำของพวกนี้ยังไม่เป็นเลย"
"แม่ครับ"
ในขณะที่จันทร์ทิพย์กำลังคุยอยู่กับเด็กสาว เสียงทุ้มของลูกชายก็เอ่ยเรียกเธอ แต่นั่นไม่ใช่แค่การเรียกเฉยๆ แต่เป็นการเรียกเพื่อดึงความสนใจต่างหาก คนเป็นแม่จึงหันมามองก่อนจะพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้
"อ่อ ลืมแนะนำเลย นี่สองแม่ลูกที่มาทำงานเป็นแม่บ้าน คนแม่ชื่อเข็มมุก ส่วนนี่ลูกสาวชื่อของขวัญ" เมื่อพูดกับลูกชายจบ ก็หันกลับมาพูดกับสองแม่ลูกต่อ
"ส่วนนั่นก็ลูกชายฉันเองชื่อจอมทัพ คนงานที่นี่เรียกกันว่านายหัว"
สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย สองแม่ลูกก็ยกมือไหว้เจ้านายอีกคนทันที จอมทัพจึงยกมือรับไหว้ขณะที่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ทว่าดวงตาคู่คมเอาแต่จ้องมองเด็กสาวไม่ละสายตา โดยไม่ได้สนใจว่าแม่ของเธอจะมองมาเช่นไร แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ว่าเผลอมองเด็กสาวนานไป เขาก็รีบเบี่ยงสายตาไปมองแม่ตัวเองแทน ก่อนจะเอ่ยพูดออกไป
"ผมขอตัวก่อน" พูดจบก็เดินขึ้นห้องตัวเองไป แต่ไม่วายหันกลับมามองเด็กสาวอีกครั้ง ขณะที่ข้างในรู้สึกปั่นป่วนใจแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก และไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน ยิ่งในยามที่เธอหันมามองสบตากันเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นของเธอมาก คล้ายกับว่าเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อนจนทำให้เผลอจ้องอยู่นาน แต่ทว่านึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที และเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ก็ตัดใจเลิกคิด ก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองต่อ...
ในขณะที่ของขวัญกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน บัวที่นั่งซ้อนท้ายรถพ่วงข้างของสามีออกมาจากทางบ้านพักคนงานที่อยู่ด้านหลังเพื่อจะพากันไปเก็บยางที่กรีดทิ้งไว้เมื่อคืน ก็หยุดแวะทักทายคนเป็นหลาน"เป็นไงบ้างของขวัญ พออยู่ที่นี่ได้ไหมลูก" บัวเอ่ยถามขณะที่ยังนั่งอยู่บนรถซ้อนท้ายพ่วงข้างของสามี โดยมีอุปกรณ์เก็บยางเช่นถังหูหิว ไม้กวาดน้ำยาง และแกลลอนสำหรับใส่น้ำยางอยู่เต็มพ่วงข้าง"อยู่ได้ค่ะ ที่นี่บรรกาศดีมากเลย นายหัวกับคุณตาคุณยายก็ใจดีมากค่ะ" ของขวัญหันมาตอบคนเป็นน้าด้วยใบหน้ายิ้มๆ ขณะที่สองมือยังคงถือสายยางรดน้ำต้นไม่อยู่"คุณตาคุณยาย ใครหร่าว?" (คุณตาคุณยาย ใครกัน?) เป็นเสียงของชินสามีของบัวถามขึ้นอย่างนึกสงสัยว่าใครกันคือคุณตาคุณยายที่เด็กสาวหลานของภรรยาเขาพูดถึง"ก็นายใหญ่กับคุณนายไงคะ พวกท่านบอกให้หนูเรียกคุณตาคุณยายค่ะ" ของขวัญเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆตามปกติของเธอ ด้านชินได้ยินเช่นนั้นก็ถึงบางอ้อหายสงสัยทันที"อ๋อ ดีจัง แลท่านายใหญ่กับคุณนายแกคงเอ็นดูมึงแหละของขวัญ" (อ๋อ ดีจัง ดูท่านายใหญ่กับคุณนายแกคงเอ็นดูมึงนะของขวัญ)...ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะได้ยินใครเรียกนายใหญ่กับคุณนายว่าคุณตาคุณยาย
วันต่อมาเช้าของวันใหม่สองแม่ลูกตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ หลังจากช่วยกันทำกับข้าวมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย เข็มมุกก็ออกไปตลาดเช้ากับจันทร์ทิพย์เพื่อไปซื้อของสดและผักมาตุนไว้ทำกับข้าวในวันต่อไป ด้านของขวัญที่อยู่บ้านจึงจัดการเก็บกวาดเช็ดถูภายในครัว ทว่าขณะนั้นเอง..."ยัยหนู"เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง ของขวัญจึงหันไปมองทันที ก่อนจะเอ่ยถามเจ้าของเสียงเรียกนั้นพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง"เรียกหนูเหรอคะ" เพราะไม่เห็นว่าในนี้จะมีใครนอกจากเธอกับเขา"อือ เรียกหนูนั่นแหละ" เขาตอบพร้อมกับเดินเข้ามาหาเธอ"มีอะไรเหรอคะ""แม่หนูไปไหน""แม่ไปตลาดนัดกับคุณยายค่ะ ถ้านายหัวมีอะไรใช้หนูได้เลยค่ะ"น้ำเสียงใสแจ๋วของเด็กสาวที่เอ่ยตอบเอ่ยพูดออกมาอย่างฉะฉาน บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอที่พูดไปยิ้มไปทำเอาคนที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย"ไม่ได้จะใช้อะไร แค่จะเอาเงินเดือนล่วงหน้ามาให้"มือใหญ่ยื่นซองสีขาวสองซองที่มีเงินอยู่ในซองจำนวนหนึ่งให้เด็กสาวตรงหน้า แต่ทว่าเธอไม่ได้รับเอาไปในทันที เธอกลับมองซองเงินที่เขายื่นให้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่เสียงหวานใสจะเอ่ยแย้งขึ้นมา"แต่หนูกับแม่เพิ่งเริ่มงานวันนี้เองนะคะ จะให้เ
เวลาต่อมา 20:55 น.ในขณะที่คุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรกำลังดูละครหลังข่าวกันอยู่ ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์ที่เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางตนก็เอ่ยทักออกไป"เป็นไง พออยู่กันได้ไหม""อยู่ได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่มากเลยค่ะคุณนาย"สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านนายใหญ่ศรจึงพูดขึ้นบ้าง เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกมาเขายังไม่ได้พูดด้วยสักคำ"อยู่ได้ก็ดีแล้ว แล้วนี่กินข้าวกันรึยังล่ะ""ยังเลยค่ะนายใหญ่"สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์จึงพูดต่อ"อยู่บ้านเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่ต้องเรียกฉันกับสามีเหมือนที่คนงานเขาเรียกกันหรอกนะ เรียกว่าป้าจันทร์กับลุงศรก็พอ ส่วนของขวัญก็เรียกตากับยายได้เลยนะลูก อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนคนในครอบครัว ไม่ต้องเรียกให้ห่างเหินหรอก" คุณนายจันทร์ทิพย์พูดไปยิ้มไปเพราะรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ไม่น้อย แม้จะเพิ่งเจอกันแต่ด้วยหน้าตาของหญิงสาวที่สระสวยทั้งแม่ทั้งลูก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ดูแล้วน่ามองน่าเอ็นดู ทำให้รู้สึกถูกชะตากับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก โดยที่คนเป็นสามีก็คิดไม่ต่างกัน"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดีกับพวกเราสองแม่ลูกขนาดนี้" เข็มมุกไม่พูดเป
จังหวัดสุราษฎร์ธานีณ บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน ด้านหลังบ้านห่างออกไปไม่ไกลที่มองเห็นได้ในระยะสายตาจะเป็นห้องแถวหรือที่พักของคนงาน มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึง พื้นที่รอบๆห้อมล้อมไปด้วยสวนยางพาราของเจ้าของที่นั่นก็คือ นายหัวจอมทัพ ผู้เป็นเจ้านายของคนงานที่นี่ ลูกชายคนเดียวของศรกับจันทร์ทิพย์หรือนายใหญ่กับคุณนายที่ตอนนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าๆแล้ว แต่ถึงอายุจะมากทั้งคู่ก็ยังคงดูแข็งแรงสุขภาพดี คงความสง่าไว้ไม่เปลี่ยน"ลุงแสง สองแม่ลูกที่ว่าจะมาถึงกี่โมง" เป็นเสียงของนายหัวจอมทัพที่เดินออกมาจากในบ้าน พอเห็นลุงแสงคนงานเก่าแก่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อแม่ของตน จึงเอ่ยถามถึงสองแม่ลูกที่ว่าอยู่กรุงเทพเป็นญาติของคนงาน บอกจะมาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่...ถึงแม้จอมทัพจะเป็นคนใต้ เกิดที่ใต้ แต่เขาดันพูดกลางติดแม่ที่เป็นคนกรุงเทพ ส่วนคนเป็นพ่อแม้จะเป็นคนใต้แท้ๆแต่เวลาอยู่กับลูกกับเมียก็พูดกลางตามภาษาถิ่นของเมียเพราะกลัวเมียฟังตัวเองไม่เข้าใจ เว้นแต่จะอยู่กับลูกน้องหรือคนงานถึงจะพูดใต้ปกติ เพราะเหตุนี้จอมทัพถึงได้พูดกลาง เพราะพ่อกับแม่ใช้ภาษากลางในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
แนะนำตัวละครจอมทัพ อายุ38ปี สูง189เซนติเมตร เป็นคนใต้ บ้านเกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี คนงานและชาวบ้านต่างเรียกเขาว่า นายหัว หรือ นายหัวจอมทัพ เขามีสวนยางพารานับพันไร่ สวนปาล์มมากกว่า700ไร่ สวนทุเรียนอีก500กว่าไร่ และสวนเกษตรย่อยอื่นๆอีกมากมาย พร้อมกับคนงานอีกหลายชีวิตเขาเป็นคนมีบุคลิกเคร่งขรึมเช่นเดียวกับหน้าตาที่หล่อเข้ม มีหนวดเคราบางๆ และสักลายรูปเปลวไฟที่คอข้างซ้ายลามมาถึงช่วงอก ยิ่งส่งเสริมให้บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามเข้าไปใหญ่ ซึ่งใครๆต่างรู้ดีว่าเขาเป็นคนจริงจังกับงานและจริงจังกับทุกเรื่อง แต่กระนั้นลึกๆเขาเป็นคนอ่อนโยนและใจดี ซึ่งข้อนี้คนในครอบครัวและคนงานที่ได้ใกล้ชิดเขาต่างรู้ดี ว่าเขานั้นเป็นคนใจดีผิดกับหน้าตาที่ดูโหดเหี้ยมโดยสิ้นเชิง ทว่าบทจะเด็ดขาด ใครหน้าไหนก็ขวางเขาไม่อยู่ของขวัญ อายุ18ปี สูง157เซนติเมตร เด็กสาวเมืองกรุง ตัวเล็กน่ารัก ใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ผมสั้น ผิวขาวอมชมพู ดูตัวเล็กตัวน้อย ใครเห็นเป็นต้องอยากทะนุถนอมเธอคำเตือนนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของไรท์ บรรยายให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงถึงบุคคลหรือสถานที่ใด ข้อมูลในเร







