LOGINวันต่อมา
เช้าของวันใหม่สองแม่ลูกตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ หลังจากช่วยกันทำกับข้าวมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย เข็มมุกก็ออกไปตลาดเช้ากับจันทร์ทิพย์เพื่อไปซื้อของสดและผักมาตุนไว้ทำกับข้าวในวันต่อไป ด้านของขวัญที่อยู่บ้านจึงจัดการเก็บกวาดเช็ดถูภายในครัว ทว่าขณะนั้นเอง...
"ยัยหนู"
เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง ของขวัญจึงหันไปมองทันที ก่อนจะเอ่ยถามเจ้าของเสียงเรียกนั้นพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
"เรียกหนูเหรอคะ" เพราะไม่เห็นว่าในนี้จะมีใครนอกจากเธอกับเขา
"อือ เรียกหนูนั่นแหละ" เขาตอบพร้อมกับเดินเข้ามาหาเธอ
"มีอะไรเหรอคะ"
"แม่หนูไปไหน"
"แม่ไปตลาดนัดกับคุณยายค่ะ ถ้านายหัวมีอะไรใช้หนูได้เลยค่ะ"
น้ำเสียงใสแจ๋วของเด็กสาวที่เอ่ยตอบเอ่ยพูดออกมาอย่างฉะฉาน บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอที่พูดไปยิ้มไปทำเอาคนที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย
"ไม่ได้จะใช้อะไร แค่จะเอาเงินเดือนล่วงหน้ามาให้"
มือใหญ่ยื่นซองสีขาวสองซองที่มีเงินอยู่ในซองจำนวนหนึ่งให้เด็กสาวตรงหน้า แต่ทว่าเธอไม่ได้รับเอาไปในทันที เธอกลับมองซองเงินที่เขายื่นให้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่เสียงหวานใสจะเอ่ยแย้งขึ้นมา
"แต่หนูกับแม่เพิ่งเริ่มงานวันนี้เองนะคะ จะให้เงินเดือนแล้วเหรอคะ"
"ไม่ใช่เงินเดือนทั้งหมดหรอก แค่เงินล่วงหน้าครึ่งเดือนน่ะ เอาไปใช้ก่อนเผื่อมีอะไรต้องใช้เงิน ส่วนที่เหลือจะให้หลังจากทำงานครบเดือน"
"อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ แต่ว่าทำไมถึงมีสองซองล่ะคะ?" แม้จะเข้าใจแล้วแต่ก็ยังสงสัยในอีกประเด็นหนึ่ง โดยที่ยังไม่ได้รับซองเงินจากอีกคนมา
"ก็ซองนึงของแม่หนู อีกซองก็ของหนูไง"
"มีของหนูด้วยเหรอคะ"
"มีสิก็นี่ไง" จอมทัพพยายามยื่นซองเงินให้เด็กสาวอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ยอมรับไปอยู่ดี
"ของหนูไม่ต้องก็ได้ค่ะ หนูไม่เอาเงินเดือน ให้แม่ก็เหมือนให้หนูค่ะ แค่ให้ที่พักอาศัยแถมยังมีข้าวฟรีให้กินอีก แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ"
จอมทัพถึงกับหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กมักน้อยตรงหน้า ยิ่งเธอพูดยิ่งเธอแสดงความเป็นตัวเองออกมามากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้นเท่านั้น จนเขาใช้คำว่าเอ็นดูเธอได้เปลืองมากจริงๆ โดยไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีความเอ็นดูใครได้มากเท่านี้
"ผู้ใหญ่ให้ก็ควรรับไว้ ปฏิเสธจะเป็นการเสียมารยาทนะ" ไม่พูดเปล่า แต่ถือวิสาสะจับมือน้อยๆของเด็กสาวขึ้นมาแล้วยัดซองเงินใส่มือเธอ ก่อนจะปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เด็กสาวจึงต้องรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะพนมมือไหว้ขอบคุณเขา
"ขอบคุณนะคะ"
ด้านคนแก่ที่ได้จับมือเด็กก็เหมือนจะย่ามใจ จึงยกมือใหญ่ขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างนึกเอ็นดู โดยที่เด็กสาวก็ยิ้มรับอย่างไร้เดียงสา เห็นแล้วยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่ จนเขาไม่รู้จะเอ็นดูเธอยังไงแล้ว ได้แต่ตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่าเด็กคนนี้ทำไมถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูได้มากขนาดนี้
"กินข้าวยัง" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับผละมือออกจากศีรษะเล็ก
"กินแล้วค่ะ หนูกินพร้อมกับแม่แล้วก็คุณตาคุณยายเมื่อกี้ค่ะ"
"อือ กินอิ่มก็ดีแล้ว งั้นตักข้าวมาให้ฉันจานสิฉันจะกินข้าว"
"ได้ค่ะ นายหัวนั่งรอเลยเดี๋ยวหนูไปตักข้าวมาให้" พูดจบของขวัญก็เดินไปตักข้าวเปล่าใส่จานทันที ก่อนจะนำมาให้อีกคนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกับข้าวแล้ว มีกับข้าวสามถึงสี่อย่างวางครอบฝาชีอยู่บนโต๊ะพร้อมทาน
"งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ถ้านายหัวมีอะไรก็เรียกใช้หนูได้เลยค่ะ" พูดจบของขวัญก็เตรียมจะหันหลังเดินออกไป ทว่า...
"เดี๋ยวก่อน"
"คะ" เธอหยุดอยู่ที่เดิมเมื่ออีกคนเอ่ยรั้ง รอฟังให้เขาพูดมา
"นั่งก่อน มีเรื่องจะคุยด้วย"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญก็พยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่ง
"อายุสิบแปดแล้วใช่ไหม พอดีบัวเล่าเรื่องเกี่ยวกับหนูแล้วก็แม่หนูให้ฉันฟังบ้างแล้ว"
"ใช่ค่ะหนูสิบแปดแล้ว เพิ่งจบมอหกค่ะ"
"จบมอหกแล้วอยากเรียนอะไรต่อ"
"หนูอยากเรียนครุศาสตร์ค่ะ หนูอยากเป็นครู" เสียงหวานตอบฉะฉาน ทำเอาคนแก่ที่มองอยู่เอ็นดูแล้วเอ็นดูเล่าไม่มีที่สิ้นสุดของความเอ็นดูเธอ
"ดีแล้ว อย่างน้อยก็รู้เป้าหมายของตัวเองว่าอยากเป็นอะไร เอาล่ะ ยังไงถ้าอยากให้ฉันช่วยเรื่องเรียนหรือขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ" ไม่พูดเปล่า สองมือน้อยๆพนมมือไหว้คนอายุมากกว่าตรงหน้าอย่างรู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง ใบหน้าน่ารักยิ้มแย้มตลอดเวลา ก่อนจะเอ่ยชมออกมาอย่างซื่อๆเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าใจดีกับเธอ
"นายหัวใจดีจังเลยค่ะ ถึงหน้าตาจะดุไปหน่อยก็เถอะ"
"หึ ฉันหน้าดุขนาดนั้นเลยเหรอ" จอมทัพถึงกับหลุดยิ้มอย่างนึกเอ็นดูกับคำชมของเด็กสาว แม้จะรู้ตัวว่าตนหน้าดุหน้าโหดเพราะไม่ใช่เธอคนแรกที่พูดแบบนี้ แต่คนอื่นพูดเขารู้สึกเฉยๆ พอเป็นเด็กสาวตรงหน้าพูดกลับน่าเอ็นดูเสียอย่างนั้น
"แฮๆ ก็ดุอยู่ค่ะ มีหนวดมีเคราเหมือนโจรผู้ร้ายในละครเลย แต่ว่านายหัวหล่อนะคะ แค่ดูดุไปหน่อย"
"หึ เด็กคนนี้ช่างพูด"
"หนูไม่ได้พูดประจบนะคะ นายหัวหล่อจริงๆ หล่อแบบเข้มๆดุๆอะค่ะ"
"แล้วฉันหน้าดุแบบนี้ยัยหนูกลัวฉันไหม"
"ตอนแรกที่ยังไม่ได้คุยด้วยก็รู้สึกกล้วอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้วค่ะ นายหัวออกจะใจดี"
คำพูดยกยอของเด็กสาวที่พูดออกมาแต่ละประโยค ทำเอาคนแก่ใจฟูยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว เสียความเป็นตัวเองที่ปกติมักจะนิ่งขรึมไปโดยสิ้นเชิง และหากเธอยังไม่หยุดยกยอเขา มีหวังเขาคงเสียอาการหนักกว่านี้แน่นอน
"เอาละ ฉันรู้แล้วว่าฉันใจดี หยุดชมได้แล้ว มีอะไรก็ไปทำเถอะไป"
"ค่ะ งั้นหนูไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านนะคะ ถ้านายหัวมีอะไรก็เรียกใช้หนูได้เลยนะคะ"
"อือ ไปเถอะ"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญจึงยิ้มรับก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป โดยมีดวงตาคู่คมของอีกคนมองตามหลังเธอด้วยสายตาเอ็นดู จนเห็นว่าเธอเดินหายพ้นสายตาไปแล้ว เขาจึงหันกลับมากินข้าวเช้าที่ตอนนี้ข้าวเปล่าในจานจากที่ร้อนๆก็เริ่มเย็นชืดหมดแล้วเพราะมัวแต่คุยอยู่กับเด็กปากหวาน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาไม่ใช่คนเลือกกิน จะข้าวเย็นข้าวร้อนหรือกับข้าวค้างคืน หากไม่เสียเขาก็กินได้หมด
ในขณะที่ของขวัญกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน บัวที่นั่งซ้อนท้ายรถพ่วงข้างของสามีออกมาจากทางบ้านพักคนงานที่อยู่ด้านหลังเพื่อจะพากันไปเก็บยางที่กรีดทิ้งไว้เมื่อคืน ก็หยุดแวะทักทายคนเป็นหลาน"เป็นไงบ้างของขวัญ พออยู่ที่นี่ได้ไหมลูก" บัวเอ่ยถามขณะที่ยังนั่งอยู่บนรถซ้อนท้ายพ่วงข้างของสามี โดยมีอุปกรณ์เก็บยางเช่นถังหูหิว ไม้กวาดน้ำยาง และแกลลอนสำหรับใส่น้ำยางอยู่เต็มพ่วงข้าง"อยู่ได้ค่ะ ที่นี่บรรกาศดีมากเลย นายหัวกับคุณตาคุณยายก็ใจดีมากค่ะ" ของขวัญหันมาตอบคนเป็นน้าด้วยใบหน้ายิ้มๆ ขณะที่สองมือยังคงถือสายยางรดน้ำต้นไม่อยู่"คุณตาคุณยาย ใครหร่าว?" (คุณตาคุณยาย ใครกัน?) เป็นเสียงของชินสามีของบัวถามขึ้นอย่างนึกสงสัยว่าใครกันคือคุณตาคุณยายที่เด็กสาวหลานของภรรยาเขาพูดถึง"ก็นายใหญ่กับคุณนายไงคะ พวกท่านบอกให้หนูเรียกคุณตาคุณยายค่ะ" ของขวัญเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆตามปกติของเธอ ด้านชินได้ยินเช่นนั้นก็ถึงบางอ้อหายสงสัยทันที"อ๋อ ดีจัง แลท่านายใหญ่กับคุณนายแกคงเอ็นดูมึงแหละของขวัญ" (อ๋อ ดีจัง ดูท่านายใหญ่กับคุณนายแกคงเอ็นดูมึงนะของขวัญ)...ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะได้ยินใครเรียกนายใหญ่กับคุณนายว่าคุณตาคุณยาย
วันต่อมาเช้าของวันใหม่สองแม่ลูกตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ หลังจากช่วยกันทำกับข้าวมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย เข็มมุกก็ออกไปตลาดเช้ากับจันทร์ทิพย์เพื่อไปซื้อของสดและผักมาตุนไว้ทำกับข้าวในวันต่อไป ด้านของขวัญที่อยู่บ้านจึงจัดการเก็บกวาดเช็ดถูภายในครัว ทว่าขณะนั้นเอง..."ยัยหนู"เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง ของขวัญจึงหันไปมองทันที ก่อนจะเอ่ยถามเจ้าของเสียงเรียกนั้นพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง"เรียกหนูเหรอคะ" เพราะไม่เห็นว่าในนี้จะมีใครนอกจากเธอกับเขา"อือ เรียกหนูนั่นแหละ" เขาตอบพร้อมกับเดินเข้ามาหาเธอ"มีอะไรเหรอคะ""แม่หนูไปไหน""แม่ไปตลาดนัดกับคุณยายค่ะ ถ้านายหัวมีอะไรใช้หนูได้เลยค่ะ"น้ำเสียงใสแจ๋วของเด็กสาวที่เอ่ยตอบเอ่ยพูดออกมาอย่างฉะฉาน บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอที่พูดไปยิ้มไปทำเอาคนที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย"ไม่ได้จะใช้อะไร แค่จะเอาเงินเดือนล่วงหน้ามาให้"มือใหญ่ยื่นซองสีขาวสองซองที่มีเงินอยู่ในซองจำนวนหนึ่งให้เด็กสาวตรงหน้า แต่ทว่าเธอไม่ได้รับเอาไปในทันที เธอกลับมองซองเงินที่เขายื่นให้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่เสียงหวานใสจะเอ่ยแย้งขึ้นมา"แต่หนูกับแม่เพิ่งเริ่มงานวันนี้เองนะคะ จะให้เ
เวลาต่อมา 20:55 น.ในขณะที่คุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรกำลังดูละครหลังข่าวกันอยู่ ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์ที่เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางตนก็เอ่ยทักออกไป"เป็นไง พออยู่กันได้ไหม""อยู่ได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่มากเลยค่ะคุณนาย"สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านนายใหญ่ศรจึงพูดขึ้นบ้าง เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกมาเขายังไม่ได้พูดด้วยสักคำ"อยู่ได้ก็ดีแล้ว แล้วนี่กินข้าวกันรึยังล่ะ""ยังเลยค่ะนายใหญ่"สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์จึงพูดต่อ"อยู่บ้านเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่ต้องเรียกฉันกับสามีเหมือนที่คนงานเขาเรียกกันหรอกนะ เรียกว่าป้าจันทร์กับลุงศรก็พอ ส่วนของขวัญก็เรียกตากับยายได้เลยนะลูก อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนคนในครอบครัว ไม่ต้องเรียกให้ห่างเหินหรอก" คุณนายจันทร์ทิพย์พูดไปยิ้มไปเพราะรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ไม่น้อย แม้จะเพิ่งเจอกันแต่ด้วยหน้าตาของหญิงสาวที่สระสวยทั้งแม่ทั้งลูก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ดูแล้วน่ามองน่าเอ็นดู ทำให้รู้สึกถูกชะตากับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก โดยที่คนเป็นสามีก็คิดไม่ต่างกัน"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดีกับพวกเราสองแม่ลูกขนาดนี้" เข็มมุกไม่พูดเป
จังหวัดสุราษฎร์ธานีณ บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน ด้านหลังบ้านห่างออกไปไม่ไกลที่มองเห็นได้ในระยะสายตาจะเป็นห้องแถวหรือที่พักของคนงาน มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึง พื้นที่รอบๆห้อมล้อมไปด้วยสวนยางพาราของเจ้าของที่นั่นก็คือ นายหัวจอมทัพ ผู้เป็นเจ้านายของคนงานที่นี่ ลูกชายคนเดียวของศรกับจันทร์ทิพย์หรือนายใหญ่กับคุณนายที่ตอนนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าๆแล้ว แต่ถึงอายุจะมากทั้งคู่ก็ยังคงดูแข็งแรงสุขภาพดี คงความสง่าไว้ไม่เปลี่ยน"ลุงแสง สองแม่ลูกที่ว่าจะมาถึงกี่โมง" เป็นเสียงของนายหัวจอมทัพที่เดินออกมาจากในบ้าน พอเห็นลุงแสงคนงานเก่าแก่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อแม่ของตน จึงเอ่ยถามถึงสองแม่ลูกที่ว่าอยู่กรุงเทพเป็นญาติของคนงาน บอกจะมาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่...ถึงแม้จอมทัพจะเป็นคนใต้ เกิดที่ใต้ แต่เขาดันพูดกลางติดแม่ที่เป็นคนกรุงเทพ ส่วนคนเป็นพ่อแม้จะเป็นคนใต้แท้ๆแต่เวลาอยู่กับลูกกับเมียก็พูดกลางตามภาษาถิ่นของเมียเพราะกลัวเมียฟังตัวเองไม่เข้าใจ เว้นแต่จะอยู่กับลูกน้องหรือคนงานถึงจะพูดใต้ปกติ เพราะเหตุนี้จอมทัพถึงได้พูดกลาง เพราะพ่อกับแม่ใช้ภาษากลางในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
แนะนำตัวละครจอมทัพ อายุ38ปี สูง189เซนติเมตร เป็นคนใต้ บ้านเกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี คนงานและชาวบ้านต่างเรียกเขาว่า นายหัว หรือ นายหัวจอมทัพ เขามีสวนยางพารานับพันไร่ สวนปาล์มมากกว่า700ไร่ สวนทุเรียนอีก500กว่าไร่ และสวนเกษตรย่อยอื่นๆอีกมากมาย พร้อมกับคนงานอีกหลายชีวิตเขาเป็นคนมีบุคลิกเคร่งขรึมเช่นเดียวกับหน้าตาที่หล่อเข้ม มีหนวดเคราบางๆ และสักลายรูปเปลวไฟที่คอข้างซ้ายลามมาถึงช่วงอก ยิ่งส่งเสริมให้บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามเข้าไปใหญ่ ซึ่งใครๆต่างรู้ดีว่าเขาเป็นคนจริงจังกับงานและจริงจังกับทุกเรื่อง แต่กระนั้นลึกๆเขาเป็นคนอ่อนโยนและใจดี ซึ่งข้อนี้คนในครอบครัวและคนงานที่ได้ใกล้ชิดเขาต่างรู้ดี ว่าเขานั้นเป็นคนใจดีผิดกับหน้าตาที่ดูโหดเหี้ยมโดยสิ้นเชิง ทว่าบทจะเด็ดขาด ใครหน้าไหนก็ขวางเขาไม่อยู่ของขวัญ อายุ18ปี สูง157เซนติเมตร เด็กสาวเมืองกรุง ตัวเล็กน่ารัก ใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ผมสั้น ผิวขาวอมชมพู ดูตัวเล็กตัวน้อย ใครเห็นเป็นต้องอยากทะนุถนอมเธอคำเตือนนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของไรท์ บรรยายให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงถึงบุคคลหรือสถานที่ใด ข้อมูลในเร







