Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 5 คำสัญญาของอาเยี่ยน

Share

ตอนที่ 5 คำสัญญาของอาเยี่ยน

last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-18 13:34:01

“…รีบไปหน่อยไหม” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ยากจะสัมผัสได้ 

“... วันนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภคงหลับลึก ถึงได้ปล่อยให้พวกเจ้าออกมาเพ่นพ่านขวางหูขวางตาข้า” บุรุษหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ดวงตาเรียวยาวกลับเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งใต้สระฤดูหนาว

ชายชุดดำหันไปคำรามถลึงตาใส่ “เจ้าเป็นใคร ถ้าไม่อยากตาย อย่าได้สอดมือมายุ่ง”

บุรุษหนุ่มยิ้มกว้าง “ข้ารึ…เป็นใครก็ช่างเถิด เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แต่…”

สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่มู่หรงหลิง “บังเอิญ ข้า…ไม่ชอบเห็นโจรหน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียดอย่างพวกเจ้ารังแกสตรีผู้อ่อนแอ เด็กสาวผู้นี้ก็งามเกินกว่าที่จะให้พวกโจรเช่นพวกเจ้ามาแตะต้องได้"

“บังอาจเกินไปแล้ว เช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องปรานีเจ้า ตายซะเถอะ” สิ้นเสียงคำราม โจรทั้งสามพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน 

มู่หรงหลิงเบิกตากว้าง บุรุษหนุ่มไม่ได้ดูเหมือนนักสู้เลยแม้แต่น้อย แต่ท่วงท่าของเขาสง่างามและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ พัดในมือของเขาถูกใช้ราวกับคมกระบี่ ขยับเพียงครั้งเดียว เสียงกระแทกดังสั้น ๆ เพียงครู่เดียวก็ดับลง ชายชุดดำคนหนึ่งก็ล้มลง ไร้เสียงร้อง ไร้โอกาสดิ้น

ในขณะเดียวกัน ชายที่ติดตามก็เคลื่อนไหวราวกับเงา เข้าไปสกัดโจรอีกสองคนอย่างรวดเร็ว เงียบและเด็ดขาด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยทักษะกำลังภายในที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่ดูสำรวย ไม่นานนัก เมื่อเสียงสุดท้ายดับลง พื้นดินก็เงียบงันอีกครั้ง กลุ่มโจรก็นอนไร้ลมหายใจ ไร้เสียงร้องขอชีวิต

“คุณชาย” ชายผู้ติดตามเอ่ยเสียงต่ำ

 บุรุษชุดม่วงกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น

“จัดการให้เรียบร้อย…” เขาเอ่ยเรียบ ๆ

  “ทางนี้ ไม่เหมาะกับเด็กสาวจะมองได้” เพียงประโยคนั้น ไม่มีใครกล้าขยับ

เขาหันกลับมา เดินเข้าใกล้รถม้า สีหน้าเขายิ้มแย้มเจ้าสำราญ ราวกับเมื่อก่อนหน้าไม่เคยมีการนองเลือดหรือความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น สายตาเขาหยุดที่เด็กสาวผู้นั่งตัวสั่นอยู่หลังรถม้า ดวงตาคู่นั้น…ไม่ร้องไห้ และนั่นทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปอย่างสุภาพ เพื่อจะช่วยพยุงนางขึ้น

“ลุกขึ้นเถิด หนูน้อย เจ้าปลอดภัยแล้ว” 

แต่มู่หรงหลิงกลับลังเล หัวใจยังเต้นแรง ลมหายใจหอบถี่ มองพัดในมือของเขาที่ขยับเบาๆ นางกลัวว่ามันจะสังหารนางได้เพียงพริบตาเหมือนครู่ ก่อนแหงนมาใบหน้าดูหล่อเหลา ไม่เอ่ยอะไร

“สาวน้อย... เจ้าถูกคนรุมรังแกขนาดนี้ ไม่คิดไว้ใจข้าผู้เป็นผู้มีพระคุณหน่อยหรือ”

เพียงอึดใจ แม้หวาดกลัวแต่ดวงตากลับเด็ดเดี่ยว สาวน้อยก็ก่อนจะยื่นมือออกไป ฝ่ามือของเขาอบอุ่น…และมั่นคง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ผู้มีพระคุณ…” นางเอ่ยเสียงสั่น เงยหน้ามองบุรุษในชุดสีม่วงที่กำลังจะจากไป 

“เอ่อ…ท่านผู้มีพระคุณ... ข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้มิลืมเลือน หากวันนี้รอดไปได้ วันหน้า ข้า มะ…เอ่อ….เยี่ยนหลิง จะต้องทดแทนบุญคุณท่านให้ได้เจ้าค่ะ” นางรีบกลืนคำว่ามูหรงหลิงไว้ทันก่อนที่จะเผลอเอ่ย

 เขาหัวเราะเบา ๆ โบกพัดปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง

“ไม่ต้องรู้สึกเป็นหนี้”

“ข้าขอทราบนามท่าน เพื่อจะได้ทดแทนบุญคุณในภายหน้า”

เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาเจ้าชู้แวบหนึ่ง พลางเก็บพัดที่เพิ่งปลิดชีพโจรไว้ “จะจำไปทดแทนหรือ น่าสนใจ... นับว่าเจ้าใจเด็ดไม่เบา... เช่นนั้นจำไว้เถิดแม่ห่านป่าน้อย เรียกข้าว่า อาซุ่น ก็พอ ชื่อนี้…อย่าเรียกพร่ำเพรื่อ ข้าทวงคำสัญญาเก่ง วันหน้าหากเจ้าพบเจอคนชื่อนี้ที่ไหนอีก... ข้าจะทวงคำสัญญานั้นจากเจ้า เตรียมตัวจ่ายค่าตอบแทนให้ข้าด้วยละกัน”

มู่หรงหลิงหรือเยี่ยนหลิง พึมพำชื่อนั้นทวนซ้ำไปมา “อาซุ่น... พี่ชายซุ่น... ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ ซุ่นเกอเกอ”

เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แต่ดูอบอุ่น “ซุ่นเกอเกองั้นหรือ ... ได้ ข้าจะรอวันนั้น วันที่ห่านป่าน้อยจะกลับมาทดแทนบุญคุณข้า”

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นห่อผ้าในอ้อมแขนนาง และเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องถาม

“เจ้ากำลังจะเดินทางไกล” น้ำเสียงอ่อนลง

“เส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัย” เขาหันไปพยักหน้าให้ผู้ติดตาม

“ให้พวกข้าส่งเจ้าถึงที่หมายเถิด.. ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เจ้าต้องหวาดกลัว” เพียงประโยคเดียว แต่ไม่มีใครกล้าถามต่อ

 มู่หรงหลิงมองดวงตาที่ลึกลับของเขา นางรู้สึกได้ว่าพี่ซุ่น คนนี้ไม่ได้เจ้าสำราญอย่างที่แสดงออก และแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้เล่นนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความเศร้า

 "ขอบพระคุณ... ท่านพี่ซุ่น บุญคุณครานี้ ข้า...อาเยี่ยน จะไม่ลืมเลย" นางตอบด้วยความซาบซึ้งใจ

ป้าหลันลังเล หันไปมองแม่เฒ่าจางที่พยักหน้าให้ เมื่อเห็นท่าทางผู้ติดตามทั้งสอง ก็รู้ว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา…แต่ก็ไม่ใช่คนชั่ว

ยามเย็น ณ หมู่บ้านชนบท

เมื่อส่งถึงเรือนป้าหลันในชนบทแล้ว เมื่อมั่นใจว่าพวกเขาปลอดภัยแล้ว ก่อนที่จะจากไป ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังท่ามกลางความสงบของยามเย็น อาซุ่นยืนอยู่ข้างเรือน สายตามองนางอย่างพินิจง เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

“อาเยี่ยน” เขาเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าที่เคย 

“แม้จะรู้ว่าเจ้าไม่อยากเอ่ยถึง แต่ข้ายังคงสงสัย... เจ้าไม่ใช่เด็กสาวจากครอบครัวชาวนาธรรมดาแน่” นางไม่ปฏิเสธ เพียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

นางยืนนิ่ง รู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดใจ เมื่ออยู่ใกล้ชายหนุ่มผู้นี้ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นและช่วยเหลือเธออย่างไม่หวังผล

“ข้า…” นางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจมองสบตาเขาอย่างแน่วแน่ 

“ข้าก็เข้าใจว่าพี่ซุ่นก็เป็นผู้ที่ต้องซ่อนเร้นตัวตน ข้าเองก็เช่นกัน”

ชายหนุ่ม เลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้าสังเกตเห็น” 

“ท่วงท่าของท่าน... และทักษะการต่อสู้เมื่อครู่อีกทั้งยังมีผู้ติดตาม ย่อมไม่ธรรมดา” เด็กสาวกล่าว 

นางสูดหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่นางเก็บซ่อนไว้มานาน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 36 แผนลวงพยัคฆ์

    แสงอรุณยามเช้าทอแสงทองอ่อนๆ รำไร สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุของตำหนักชิงหลัน มู่หรงหลิงเดินนำเข้ามาในห้องบรรทมชั้นในด้วยท่วงท่าสง่างามนางสวมอาภรณ์ชุดผ้าไหมจันทราสีฟ้าครามเข้ม ปักลวดลายดอกเหมยสีเงินพริ้วไหวตามจังหวะการย่างก้าว แขนเสื้อถูกออกแบบให้สอบเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัวทว่ายังคงความอ่อนช้อยด้

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 31 เงาอดีตที่คุ้นตา

    ประตูวังหลวงสีแดงชาดบานมหึมาค่อยๆ แยกออกอย่างเชื่องช้า เสียงเสียดสีของเนื้อไม้ดังกังวานประดุจเสียงคำรามของอสูรร้ายที่อ้าปากรอเขมือบกลืนผู้ย่างกรายเข้ามา มู่หรงหลิงก้าวตามหลังพี่สาวเข้าไปด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม นางก้มหน้าต่ำจนเส้นผมบดบังดวงตา ไหล่บางสั่นเทาน้อยๆ ดูประดุจลูกกวางหลงทาง ทว่าภายใต้เปลือกตา

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 28 หงส์คืนรัง

    “ท่านพี่…ไม่ได้นะเจ้าคะ เรือนนั้นปิดตายมาสิบปีแล้ว” ฮูหยินใหญ่หวีดร้อง ทว่าแม่ทัพใหญ่กลับสะบัดหน้าหนี“ฮูหยิน...เรือนเซิ่งอวี่เป็นของฮูหยินรอง ในยามนี้หลิงเอ๋อร์ก็กลับมาแล้วก็ควรยกให้นาง... ไปเถิด หลิงเอ๋อร์ เอาตามที่เจ้าว่า… ในเมื่อมันเกี่ยวพันกับวาสนาของข้า เรือนเซิ่งอวี่...ก็เหมาะที่จะประดิษฐานป

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 26 ลิขิตสวรรค์

    “หยุดมือเดี๋ยวนี้ พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาวางเพลิงในจวนแม่ทัพ”เสียงตวาดดังก้องขึ้นกลางลาน พร้อมเสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มทหารในชุดเกราะพลันดังขึ้น ฉินฟง องครักษ์คนสนิทของท่านแม่ทัพมู่หรงปรากฏกายขึ้นพร้อมกระบี่ที่ถูกชักออกมาจากฝักเพียงครึ่งเดียว แววตาคมกริบจ้องมองเปลวไฟสีส้มลุกโชน กำลังเลียไล้ชายคาเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status