Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 5 คำสัญญาของอาเยี่ยน

Share

ตอนที่ 5 คำสัญญาของอาเยี่ยน

last update Last Updated: 2025-12-18 13:34:01

“…รีบไปหน่อยไหม” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ยากจะสัมผัสได้ 

“... วันนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภคงหลับลึก ถึงได้ปล่อยให้พวกเจ้าออกมาเพ่นพ่านขวางหูขวางตาข้า” บุรุษหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ดวงตาเรียวยาวกลับเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งใต้สระฤดูหนาว

ชายชุดดำหันไปคำรามถลึงตาใส่ “เจ้าเป็นใคร ถ้าไม่อยากตาย อย่าได้สอดมือมายุ่ง”

บุรุษหนุ่มยิ้มกว้าง “ข้ารึ…เป็นใครก็ช่างเถิด เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แต่…”

สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่มู่หรงหลิง “บังเอิญ ข้า…ไม่ชอบเห็นโจรหน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียดอย่างพวกเจ้ารังแกสตรีผู้อ่อนแอ เด็กสาวผู้นี้ก็งามเกินกว่าที่จะให้พวกโจรเช่นพวกเจ้ามาแตะต้องได้"

“บังอาจเกินไปแล้ว เช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องปรานีเจ้า ตายซะเถอะ” สิ้นเสียงคำราม โจรทั้งสามพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน 

มู่หรงหลิงเบิกตากว้าง บุรุษหนุ่มไม่ได้ดูเหมือนนักสู้เลยแม้แต่น้อย แต่ท่วงท่าของเขาสง่างามและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ พัดในมือของเขาถูกใช้ราวกับคมกระบี่ ขยับเพียงครั้งเดียว เสียงกระแทกดังสั้น ๆ เพียงครู่เดียวก็ดับลง ชายชุดดำคนหนึ่งก็ล้มลง ไร้เสียงร้อง ไร้โอกาสดิ้น

ในขณะเดียวกัน ชายที่ติดตามก็เคลื่อนไหวราวกับเงา เข้าไปสกัดโจรอีกสองคนอย่างรวดเร็ว เงียบและเด็ดขาด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยทักษะกำลังภายในที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่ดูสำรวย ไม่นานนัก เมื่อเสียงสุดท้ายดับลง พื้นดินก็เงียบงันอีกครั้ง กลุ่มโจรก็นอนไร้ลมหายใจ ไร้เสียงร้องขอชีวิต

“คุณชาย” ชายผู้ติดตามเอ่ยเสียงต่ำ

 บุรุษชุดม่วงกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น

“จัดการให้เรียบร้อย…” เขาเอ่ยเรียบ ๆ

  “ทางนี้ ไม่เหมาะกับเด็กสาวจะมองได้” เพียงประโยคนั้น ไม่มีใครกล้าขยับ

เขาหันกลับมา เดินเข้าใกล้รถม้า สีหน้าเขายิ้มแย้มเจ้าสำราญ ราวกับเมื่อก่อนหน้าไม่เคยมีการนองเลือดหรือความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น สายตาเขาหยุดที่เด็กสาวผู้นั่งตัวสั่นอยู่หลังรถม้า ดวงตาคู่นั้น…ไม่ร้องไห้ และนั่นทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปอย่างสุภาพ เพื่อจะช่วยพยุงนางขึ้น

“ลุกขึ้นเถิด หนูน้อย เจ้าปลอดภัยแล้ว” 

แต่มู่หรงหลิงกลับลังเล หัวใจยังเต้นแรง ลมหายใจหอบถี่ มองพัดในมือของเขาที่ขยับเบาๆ นางกลัวว่ามันจะสังหารนางได้เพียงพริบตาเหมือนครู่ ก่อนแหงนมาใบหน้าดูหล่อเหลา ไม่เอ่ยอะไร

“สาวน้อย... เจ้าถูกคนรุมรังแกขนาดนี้ ไม่คิดไว้ใจข้าผู้เป็นผู้มีพระคุณหน่อยหรือ”

เพียงอึดใจ แม้หวาดกลัวแต่ดวงตากลับเด็ดเดี่ยว สาวน้อยก็ก่อนจะยื่นมือออกไป ฝ่ามือของเขาอบอุ่น…และมั่นคง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ผู้มีพระคุณ…” นางเอ่ยเสียงสั่น เงยหน้ามองบุรุษในชุดสีม่วงที่กำลังจะจากไป 

“เอ่อ…ท่านผู้มีพระคุณ... ข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้มิลืมเลือน หากวันนี้รอดไปได้ วันหน้า ข้า มะ…เอ่อ….เยี่ยนหลิง จะต้องทดแทนบุญคุณท่านให้ได้เจ้าค่ะ” นางรีบกลืนคำว่ามูหรงหลิงไว้ทันก่อนที่จะเผลอเอ่ย

 เขาหัวเราะเบา ๆ โบกพัดปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง

“ไม่ต้องรู้สึกเป็นหนี้”

“ข้าขอทราบนามท่าน เพื่อจะได้ทดแทนบุญคุณในภายหน้า”

เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาเจ้าชู้แวบหนึ่ง พลางเก็บพัดที่เพิ่งปลิดชีพโจรไว้ “จะจำไปทดแทนหรือ น่าสนใจ... นับว่าเจ้าใจเด็ดไม่เบา... เช่นนั้นจำไว้เถิดแม่ห่านป่าน้อย เรียกข้าว่า อาซุ่น ก็พอ ชื่อนี้…อย่าเรียกพร่ำเพรื่อ ข้าทวงคำสัญญาเก่ง วันหน้าหากเจ้าพบเจอคนชื่อนี้ที่ไหนอีก... ข้าจะทวงคำสัญญานั้นจากเจ้า เตรียมตัวจ่ายค่าตอบแทนให้ข้าด้วยละกัน”

มู่หรงหลิงหรือเยี่ยนหลิง พึมพำชื่อนั้นทวนซ้ำไปมา “อาซุ่น... พี่ชายซุ่น... ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ ซุ่นเกอเกอ”

เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แต่ดูอบอุ่น “ซุ่นเกอเกองั้นหรือ ... ได้ ข้าจะรอวันนั้น วันที่ห่านป่าน้อยจะกลับมาทดแทนบุญคุณข้า”

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นห่อผ้าในอ้อมแขนนาง และเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องถาม

“เจ้ากำลังจะเดินทางไกล” น้ำเสียงอ่อนลง

“เส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัย” เขาหันไปพยักหน้าให้ผู้ติดตาม

“ให้พวกข้าส่งเจ้าถึงที่หมายเถิด.. ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เจ้าต้องหวาดกลัว” เพียงประโยคเดียว แต่ไม่มีใครกล้าถามต่อ

 มู่หรงหลิงมองดวงตาที่ลึกลับของเขา นางรู้สึกได้ว่าพี่ซุ่น คนนี้ไม่ได้เจ้าสำราญอย่างที่แสดงออก และแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้เล่นนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความเศร้า

 "ขอบพระคุณ... ท่านพี่ซุ่น บุญคุณครานี้ ข้า...อาเยี่ยน จะไม่ลืมเลย" นางตอบด้วยความซาบซึ้งใจ

ป้าหลันลังเล หันไปมองแม่เฒ่าจางที่พยักหน้าให้ เมื่อเห็นท่าทางผู้ติดตามทั้งสอง ก็รู้ว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา…แต่ก็ไม่ใช่คนชั่ว

ยามเย็น ณ หมู่บ้านชนบท

เมื่อส่งถึงเรือนป้าหลันในชนบทแล้ว เมื่อมั่นใจว่าพวกเขาปลอดภัยแล้ว ก่อนที่จะจากไป ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังท่ามกลางความสงบของยามเย็น อาซุ่นยืนอยู่ข้างเรือน สายตามองนางอย่างพินิจง เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

“อาเยี่ยน” เขาเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าที่เคย 

“แม้จะรู้ว่าเจ้าไม่อยากเอ่ยถึง แต่ข้ายังคงสงสัย... เจ้าไม่ใช่เด็กสาวจากครอบครัวชาวนาธรรมดาแน่” นางไม่ปฏิเสธ เพียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

นางยืนนิ่ง รู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดใจ เมื่ออยู่ใกล้ชายหนุ่มผู้นี้ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นและช่วยเหลือเธออย่างไม่หวังผล

“ข้า…” นางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจมองสบตาเขาอย่างแน่วแน่ 

“ข้าก็เข้าใจว่าพี่ซุ่นก็เป็นผู้ที่ต้องซ่อนเร้นตัวตน ข้าเองก็เช่นกัน”

ชายหนุ่ม เลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้าสังเกตเห็น” 

“ท่วงท่าของท่าน... และทักษะการต่อสู้เมื่อครู่อีกทั้งยังมีผู้ติดตาม ย่อมไม่ธรรมดา” เด็กสาวกล่าว 

นางสูดหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่นางเก็บซ่อนไว้มานาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 23 งิ้วซ้อนงิ้ว

    “ฮ่องเต้เสด็จ”ในเสี้ยววินาทีที่สุ้มเสียงแหลมกังวานขานของขันทีหน้าตำหนัก ดังก้องโสตประสาท มู่หรงเซียนที่กำลังเหยียดยิ้มหยันและกำลังถอยห่างพลัน ฝีเท้าเบา ๆ ของนางเพิ่งขยับได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักงันไปชั่วครู่ หัวใจนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาตื่นตระหนกไปเสี้ยวลมหายใจเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งเล่ห์เหลี่ยม ทุกอย่างบนใบหน้าเปลี่ยนกลับไปราวกับไม่เคยมีความเย็นชาหรือความรังเกียจใดหลงเหลืออยู่กิริยาหยิ่งผยองและเหยียดหยามเมื่อมลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นางหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ข้างแท่นบรรทมรวดเร็วดุจสายลม ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าอาดูร ท่าทางนางดูอ่อนระทวย มือหนึ่งคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนงามขึ้นมาซับดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางสั่งได้ดั่งใจนึกในพริบตาเดียว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยกับการกลั้นสะอื้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจัดขอบผ้าห่มที่เลื่อนหลุดให้เขาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางกำลังปรนนิบัติเขาด้วยความรักสุดหัวใจมาเนิ่นนานบานประตูใหญ่ถูกผลักออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ซ่าน ร่างสง่าในชุดมังกรสีเหลืองทองของ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 22 หน้ากากงิ้ว

    “ข้าจะอยู่ดูแลท่านอ๋องเอง อยากจะลองเรียกขานท่านอ๋องดูสักครา เผื่อว่าวาสนาของข้าจะช่วยดึงปลุกพระองค์กลับมาได้บ้าง... พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปเถิด ให้ข้าได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่” สิ้นคำสั่ง ขันทีและนางกำนัลต่างพากันค้อมกายทยอยถอยออกห่างอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางนั่งเฝ้าอ๋องติ้งอย่างใกล้ชิด เหลือเพียงความเงียบสงัดก็กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มอาทรบนใบหน้าของมู่หรงเซียนพลันเลือนหายไป ราวกับหน้ากากงิ้วที่ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นราวกับไม่เคยมีอยู่ ดวงตาที่เคยฉ่ำชื้นกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยชาในพริบตา นางปล่อยผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งเหมยลงบนตัก ทอดสายตามองพระคู่หมั้น สายตานั้น… ไม่ใช่จากความห่วงใย แต่คือการประเมินค่า นางมิได้ก้มลงมองพระพักตร์อันหล่อเหลาทว่าซีดเซียวของเขา แต่กลับจดจ้องไปที่ขาซ้ายซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มที่ฟูไห่ไม่ได้ห่มปิดให้ ด้วยแววตารังเกียจ “ท่านอ๋องเพคะ... พระองค์ทรงได้ยินหม่อมฉันหรือไม่” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานดุจเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าเนื้อแท้กลับเย็นชาเสียดกระดูก ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความอาทร “ติ้งอ๋อง…เพคะ” นางเรียกซ้ำอีกครั

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บนดวงใจท่านแม่ และพวกเขาต้องชดใช้คืนร้อยเท่า”แม่เฒ่าจางนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยย่นบนใบหน้าลึกขึ้นราวกับถูกกาลเวลากรีดซ้ำนางมองดูคุณหนูที่ตนชุบเลี้ยงด้วยความขมขื่นใจ ก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งใด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ข้าก็มิอาจฉุดรั้งหงส์ให้กลายเป็นเป็ดในปลักโคลนได้อีกต่อไป... แต่ หลิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ จวนแม่ทัพคือรังหมาป่าที่กินคนโดยไม่คายกระดูก... เจ้าจะเดินเข้าไปเพียงลำพังมิได้”หญิงชราหันไปทางประตูม่านไม้ไผ่ด้านหลังเรือน “อาหนิง... เข้ามานี่ซิ”เด็กสาวร่างบางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว นางมิได้มีกิริยาอ่อนช้อยดุจสาวใช้ในเมืองหลวง มิได้ก้มหน้าดูอ่อนแออย่างสาวใช้ทั่วไป ทว่าดวงตาซุกซนฉายแววเฉียบคมเกินวัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาหนิงทรุดกายลงคุ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มภัยมาตลอดหลายปีทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าเร็วก็ทำลายความสงัด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย ร่างบุรุษในชุดองครักษ์หยุดม้าหน้าเรือนอย่างแม่นยำ ฝุ่นดินยังไม่ทันจาง เขาก็ลงจากหลังม้า คุกเข่าข้างหนึ่งตามพิธี พร้อมยื่นจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานขึ้นเหนือศีรษะ “คารวะ คุณหนูรอง…มีจดหมายด่วนจากจวนแม่ทัพ” น้ำเสียงนั้นสุภาพ เรียบร้อย และห่างเหิน ไม่ต่างจากการทำหน้าที่ตามคำสั่งนางเปิดอ่าน จางเยี่ยนหลิงรับจดหมายมาโดยไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวลูบผ่านตราครั่งเพียงแผ่วเบา ก่อนจะคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตานางกวาดผ่านเนื้อความในจดหมายกล่าวถึงอาการป่วยปางตายของบิดา และความจำเป็นที่นางต้องกลับไปจัดการงานในจวน เพื่อให้คุณหนูใหญ่ของจวนได้ทำหน้าที่พระคู่หมั้นอย่างหมดห่วง“ท่าน

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 19 หมากกระดานคุนหนิง

    ณ ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา“อ๋องหย่ง... เสด็จ”เสียงขานกังวานของหานจง ขันทีหน้าตำหนัก ดึงให้ ซูผิงอันฮองเฮาตื่นจากภวังค์ นางประทับบนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ประคองจอกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าเนิบนาบ ทว่ากลับดูน่าเกรงขามจนเหล่านางกำนัลมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง สีหน้าของนางสงบเยือกเย็น ราวกับทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนอยู่ในอุ้งมือเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เยล่วี่เฉิง ในฉลองพระองค์หรูหราก้าวเข้ามาภายในโถง แววตาที่เคยนิ่งสงบต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอประกายแห่งความสมหวังอย่างปิดไม่มิด เขาหยุดยืนประสานมือและค้อมกายลงอย่างนอบน้อม“ลูกถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”จอกชาถูกวางลงกระทบถาดหยกเบาๆ เสียงนั่นดุจคำสั่งประกาศิต นางพลางปรายตามองนางกำนัลรอบข้างด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ“พวกเจ้าออกไปให้หมด...”“เพคะ” เหล่านางกำนัลรับคำสั่งด้วยตัวสั่นเทา ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาปรายตามอง เว่ยอิ้นกงกง เพียงเล็กน้อย “ท่านกงกง... ไปเฝ้าหน้าประตูด้วยตนเอง อย่าให้ใครเข้าใกล้ที่พักของข้าและลูก แม้แต่ก้าวเดียว”คำว่าลูกที่นางเน้นย้ำ ทำให้อ๋องหย่งชะง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 18 เล่ห์นางหงส์

    ณ ห้องโถงจวนแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งดุจก้อนหินนับหมื่นชั่ง แม่ทัพมู่หรง หรงอู่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรอยลึก ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองที่เพิ่งมาถึง เนื้อความในนั้นชัดเจนจนน่าใจหาย... มีรับสั่งให้ มู่หรงเซียน เข้าวังเพื่อปรนนิบัติอ๋องติ้งเยล่วี่ซุ่นในฐานะพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด“ท่านพ่อ... จะให้ข้าไปดูแลบุรุษไร้ค่าผู้นั้นจริงๆ หรือเจ้าคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยโทสะและสะอิดสะเอียน “ราชโองการนี้มิเท่ากับมัดมือชกให้ข้าต้องแต่งกับคนพิการหรอกหรือ เกียรติยศของตระกูลแม่ทัพจะเอาไปไว้ที่ใดกัน”มู่หรง หรงอู่ ถอนใจยาวพลางลูบเครา “เซียนเอ๋อร์ ใจเย็นก่อน... ราชโองการลงมาแล้ว หากเราขัดขืนย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ฝ่าบาททรงใช้ความเมตตาบีบให้เราแสดงความกตัญญู ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังจับจ้องว่าตระกูลมู่หรงจะทอดทิ้งท่านอ๋องที่ตกยากหรือไม่ หากเราถอนหมั้นหรือขัดขืนยามนี้ ชื่อเสียงที่ข้าสะสมมาทั้งชีวิตย่อมป่นปี้”“ข้ามิได้บอกว่าจะไม่ไปเจ้าค่ะ...” มู่หรงเซียนเเค่นยิ้มบาง แววตาที่เคยอ่อนหวานกลับนิ่งสงบจนน่าขนลุก นางหยิบแท่งหมึกมาฝนอย่างใจเย็น ท่วงท่าเนิบนาบแต่กดดัน “ในเมื่อฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status