Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 4 ห่านป่าพลัดรัง

Share

ตอนที่ 4 ห่านป่าพลัดรัง

last update Last Updated: 2025-12-17 10:12:28

รถม้าคันเก่านั้นสั่นคลอนไปตามทางดินแดงที่ทอดยาวออกจากเมืองหลวง ล้อไม้ครูดกับพื้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ราวกับสะท้อนชะตาของผู้โดยสาร

มู่หรงหลิงคุณหนูรองของตระกูลมู่หรงนั่งอยู่มุมเกวียน กอดห่อผ้าเล็ก ๆ แนบอกแน่น ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ปิ่นไม้เก่า และหยกแตกร้าวครึ่งหนึ่ง ของชิ้นที่มารดาทิ้งไว้ให้นาง

ดวงตาคู่นั้นของมู่หรงหลิงแดงก่ำ มิใช่เพราะร้องไห้ฟูมฟาย แต่เพราะกลั้นน้ำตาไว้จนเจ็บ นางไม่ได้เสียใจที่ต้องจากจวนมู่หรง หากเสียใจที่ตลอดหลายกว่าปีที่ผ่านมา นางถูกกระทำและถูกผลักไสอย่างไม่ยุติธรรม ความเมตตาของตระกูลนั้น…ไม่เคยมีจริง

ข้างกายคือ จางไช่หลัน หรือป้าหลัน แม่นมผู้ซื่อสัตย์ที่ถูกส่งมาดูแล นางกอดนายหญิงน้อยไว้แน่นด้วยความกังวล

“คุณหนู อดทนหน่อยนะเจ้าคะ” ป้าหลัน เอ่ยเสียงแผ่ว นั่งอยู่ข้าง ๆ มือหยาบกร้านของนางกุมมือคุณหนูรองแน่น

“ไปถึงหมู่บ้านป้าแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น”

จางกุ้ยอิง หรือ แม่เฒ่าจาง คนเก่าแก่ของมารดา ที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งเบือนหน้าหนี แววตาแดงฉานแต่ไม่กล้าพูด สำหรับนาง เด็กคนนี้คือเด็กที่อุ้มเลี้ยงมาเองกับมือ แต่กลับถูกผลักออกจากบ้านราวกับสิ่งไร้ค่า ด้วยข้อหาว่าดวงกาลกิณี ทำให้ฮูหยินของจวนป่วยบ่อย

“ป้าหลัน ท่านยายจาง ต่อไปนี้ไม่มีคุณหนูรอง หรือมู่หรงหลิงแล้ว ... แต่นี้ไปเรียกข้าว่า จางเยี่ยนหลิง หรือ อาหลิง ของพวกท่านเถิดเจ้าค่ะ ท่านแม่เคยบอกข้าว่า... ไม่ว่าห่านป่าจะบินไปไกลแค่ไหน มันจะกลับมารังเดิมเสมอ ท่านอยากให้ข้ามีชื่อที่เตือนใจว่า ข้ายังมีรังให้กลับ…แม้วันนี้จะต้องบินลำพัง ต่อไปนี้…ข้าไม่มีแซ่มู่หรงอีกแล้ว”

สิ้นคำพูดของเด็กสาว รถม้าที่กำลังสั่นคลอนกลับดูคล้ายจะเงียบงันไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงล้อไม้ที่บดไปบนกรวดหิน จางกุ้ยอิงหรือยายเฒ่าจางถึงกับชะงัก มือที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นค่อยๆ เลื่อนมากุมมือของนางเอกไว้ แววตาที่เคยหม่นแสงกลับสั่นระริก

“เยี่ยนหลิง... ห่านป่าที่รอวันกลับรัง” ยายเฒ่าพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาที่พยายามกั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของหลานสาว

“ฮูหยิน... ท่านตั้งใจตั้งชื่อนี้ไว้ให้คุณหนูจริงๆ”

ป้าหลันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ นางมองใบหน้าของมู่หรงหลิง ไม่สิ มองใบหน้าของ อาหลิง ที่บัดนี้ดูเด็ดเดี่ยวเกินวัย

“ได้เจ้าค่ะ... อาหลิง ต่อไปนี้ท่านคืออาหลิง หลานสาวแท้ๆ ของป้าหลัน ยายเฒ่าจาง” ป้าหลันขยับเข้าไปโอบไหล่บางของเด็กสาวไว้แน่น

“แซ่มู่หรงที่สกปรกนั่น ทิ้งมันไว้ที่กำแพงเมืองหลวงเถิด จากนี้ไปมีเพียงเราสามคน... บ้านจางของเราจะเริ่มใหม่ด้วยกัน”

มู่หรงหลิงพยักหน้าช้าๆ นางก้มลงมองหยกร้าวในมือ แม้หยกจะแตกร้าว แต่ชื่อที่มารดาทิ้งไว้ให้กลับทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีความหวัง ชื่อนี้ไม่ใช่แค่ชื่อพรางตัว แต่มันคือ คำสัญญา ที่นางจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อรอวัน... ที่ห่านป่าจะได้กลับไปสู่รังที่แท้จริง

ทันใดนั้น

เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามาอย่างผิดปกติ รถม้าเก่าชะงักกึก ล้อไม้ครูดกับกรวดดังแสบหู ร่างทั้งสามถลาไปข้างหน้า เสียงนกป่าแตกตื่นบินว่อนบอกลางร้าย เงาดำสามเงากระโดดลงมาขวางทาง ชุดคลุมสีหม่นปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาที่มองออกมานั้นไร้ความลังเล กลิ่นอายสังหารเย็นเฉียบทำให้อากาศรอบด้านคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ป้าหลันสะดุ้งสุดตัว รีบดึงเด็กสาวเข้ามาบังไว้ด้านหลัง ยายเฒ่าจางเผลอกำชายเสื้อแน่นจนปลายนิ้วสั่น

“ลงมา” เสียงสั่งจากชายชุดดำคนที่ก้าวเข้ามา ทั้งสามโดนกระชากลงมาจากรถม้า

ป้าหลัน กรีดร้องอย่างตกใจ รีบดึงมู่หรงหลิงเข้ามากอดไว้ “คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ”

อีกคนปรายตามองเด็กสาวในอ้อมแขนป้าหลัน สายตาเย็นชาเหมือนมองสิ่งของ

“จับเด็กผู้หญิงคนนั้นมา ที่เหลือไม่ต้องเก็บ” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยเสียงห้าว ราวกับเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว

“คำสั่งคือคนแก่ปลิดชีพทิ้งเสีย ส่วนเด็กเก็บไว้... เบื้องบนต้องการให้นางหายไปจากโลกนี้ด้วยฐานะที่ต่ำตมที่สุด ให้เอาไปขายหอนางโลม ในเมืองถัดไป” ป้าหลันส่ายหน้ารัว ดึงเด็กสาวมากอดแน่น

“พวกเราไม่มีของมีค่า…อย่าเข้ามา”

...ชายชุดดำไม่ตอบ เพียงขยับเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความตายโรยตัวลงมาปกคลุม มู่หรงหลิงกอดห่อผ้าที่มีหยกร้าวไว้แนบอกจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทว่าดวงตาคู่งามที่จับจ้องไปยังศัตรูไม่เพียงแต่ไร้แววอ้อนวอนขอชีวิต แต่มันกลับแฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นอันลึกซึ้งที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล คำว่า เบื้องบน นางก็พอจะคาดเดาได้ว่าใครส่งโจรพวกนี้มา

ทว่าก่อนที่คมดาบจะทันได้ขยับ...

หวีด...

เสียงผิวปากแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันไม่เร่งร้อน ไม่รุนแรง แต่เสียงนั้นกลับทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของคนทั้งป่าไว้ในชั่วอึดใจ ชายชุดดำทั้งสามชะงักกึกพร้อมกัน ราวกับถูกเข็มพิษล่องหนทิ่มแทงเข้าที่หลังคอ

ที่โคนต้นท้อใหญ่ข้างทาง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงปักลายเมฆาหรูหรายืนพิงกายอยู่อย่างเอื่อยเฉื่อย มือเรียวยาวโบกพัด ไปมาอย่างเชื่องช้า ไม่เร่งร้อน ราวกับกำลังเดินชมสวนมากกว่าอยู่กลางดงโจร เบื้องหลังของเขามีชายสองคนยืนคุมเชิงอยู่เงียบ ๆ

เขาไม่มองเด็กสาว ไม่มองรถม้า สายตาเรียวยาวเพียงกวาดผ่านชายชุดดำทั้งสาม เหมือนกำลังประเมิน…ว่าใครควรตายก่อน ความเงียบแผ่ซ่าน

“เจ้าเป็นใคร อย่าหาเรื่องตาย ” หัวหน้าโจรแผดเสียงขู่ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นพร่าด้วยสัญชาตญาณเตือนภัย

เขาไม่ตอบ กลับเหยียดยิ้ม ส่งสายตาเย้ยหยันไปให้ แต่ทำให้ชายชุดดำทั้งสามชะงักพร้อมกัน

“…รีบไปหน่อยไหม” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ยากจะสัมผัสได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 23 งิ้วซ้อนงิ้ว

    “ฮ่องเต้เสด็จ”ในเสี้ยววินาทีที่สุ้มเสียงแหลมกังวานขานของขันทีหน้าตำหนัก ดังก้องโสตประสาท มู่หรงเซียนที่กำลังเหยียดยิ้มหยันและกำลังถอยห่างพลัน ฝีเท้าเบา ๆ ของนางเพิ่งขยับได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักงันไปชั่วครู่ หัวใจนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาตื่นตระหนกไปเสี้ยวลมหายใจเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งเล่ห์เหลี่ยม ทุกอย่างบนใบหน้าเปลี่ยนกลับไปราวกับไม่เคยมีความเย็นชาหรือความรังเกียจใดหลงเหลืออยู่กิริยาหยิ่งผยองและเหยียดหยามเมื่อมลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นางหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ข้างแท่นบรรทมรวดเร็วดุจสายลม ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าอาดูร ท่าทางนางดูอ่อนระทวย มือหนึ่งคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนงามขึ้นมาซับดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางสั่งได้ดั่งใจนึกในพริบตาเดียว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยกับการกลั้นสะอื้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจัดขอบผ้าห่มที่เลื่อนหลุดให้เขาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางกำลังปรนนิบัติเขาด้วยความรักสุดหัวใจมาเนิ่นนานบานประตูใหญ่ถูกผลักออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ซ่าน ร่างสง่าในชุดมังกรสีเหลืองทองของ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 22 หน้ากากงิ้ว

    “ข้าจะอยู่ดูแลท่านอ๋องเอง อยากจะลองเรียกขานท่านอ๋องดูสักครา เผื่อว่าวาสนาของข้าจะช่วยดึงปลุกพระองค์กลับมาได้บ้าง... พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปเถิด ให้ข้าได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่” สิ้นคำสั่ง ขันทีและนางกำนัลต่างพากันค้อมกายทยอยถอยออกห่างอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางนั่งเฝ้าอ๋องติ้งอย่างใกล้ชิด เหลือเพียงความเงียบสงัดก็กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มอาทรบนใบหน้าของมู่หรงเซียนพลันเลือนหายไป ราวกับหน้ากากงิ้วที่ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นราวกับไม่เคยมีอยู่ ดวงตาที่เคยฉ่ำชื้นกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยชาในพริบตา นางปล่อยผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งเหมยลงบนตัก ทอดสายตามองพระคู่หมั้น สายตานั้น… ไม่ใช่จากความห่วงใย แต่คือการประเมินค่า นางมิได้ก้มลงมองพระพักตร์อันหล่อเหลาทว่าซีดเซียวของเขา แต่กลับจดจ้องไปที่ขาซ้ายซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มที่ฟูไห่ไม่ได้ห่มปิดให้ ด้วยแววตารังเกียจ “ท่านอ๋องเพคะ... พระองค์ทรงได้ยินหม่อมฉันหรือไม่” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานดุจเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าเนื้อแท้กลับเย็นชาเสียดกระดูก ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความอาทร “ติ้งอ๋อง…เพคะ” นางเรียกซ้ำอีกครั

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บนดวงใจท่านแม่ และพวกเขาต้องชดใช้คืนร้อยเท่า”แม่เฒ่าจางนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยย่นบนใบหน้าลึกขึ้นราวกับถูกกาลเวลากรีดซ้ำนางมองดูคุณหนูที่ตนชุบเลี้ยงด้วยความขมขื่นใจ ก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งใด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ข้าก็มิอาจฉุดรั้งหงส์ให้กลายเป็นเป็ดในปลักโคลนได้อีกต่อไป... แต่ หลิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ จวนแม่ทัพคือรังหมาป่าที่กินคนโดยไม่คายกระดูก... เจ้าจะเดินเข้าไปเพียงลำพังมิได้”หญิงชราหันไปทางประตูม่านไม้ไผ่ด้านหลังเรือน “อาหนิง... เข้ามานี่ซิ”เด็กสาวร่างบางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว นางมิได้มีกิริยาอ่อนช้อยดุจสาวใช้ในเมืองหลวง มิได้ก้มหน้าดูอ่อนแออย่างสาวใช้ทั่วไป ทว่าดวงตาซุกซนฉายแววเฉียบคมเกินวัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาหนิงทรุดกายลงคุ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มภัยมาตลอดหลายปีทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าเร็วก็ทำลายความสงัด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย ร่างบุรุษในชุดองครักษ์หยุดม้าหน้าเรือนอย่างแม่นยำ ฝุ่นดินยังไม่ทันจาง เขาก็ลงจากหลังม้า คุกเข่าข้างหนึ่งตามพิธี พร้อมยื่นจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานขึ้นเหนือศีรษะ “คารวะ คุณหนูรอง…มีจดหมายด่วนจากจวนแม่ทัพ” น้ำเสียงนั้นสุภาพ เรียบร้อย และห่างเหิน ไม่ต่างจากการทำหน้าที่ตามคำสั่งนางเปิดอ่าน จางเยี่ยนหลิงรับจดหมายมาโดยไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวลูบผ่านตราครั่งเพียงแผ่วเบา ก่อนจะคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตานางกวาดผ่านเนื้อความในจดหมายกล่าวถึงอาการป่วยปางตายของบิดา และความจำเป็นที่นางต้องกลับไปจัดการงานในจวน เพื่อให้คุณหนูใหญ่ของจวนได้ทำหน้าที่พระคู่หมั้นอย่างหมดห่วง“ท่าน

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 19 หมากกระดานคุนหนิง

    ณ ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา“อ๋องหย่ง... เสด็จ”เสียงขานกังวานของหานจง ขันทีหน้าตำหนัก ดึงให้ ซูผิงอันฮองเฮาตื่นจากภวังค์ นางประทับบนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ประคองจอกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าเนิบนาบ ทว่ากลับดูน่าเกรงขามจนเหล่านางกำนัลมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง สีหน้าของนางสงบเยือกเย็น ราวกับทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนอยู่ในอุ้งมือเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เยล่วี่เฉิง ในฉลองพระองค์หรูหราก้าวเข้ามาภายในโถง แววตาที่เคยนิ่งสงบต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอประกายแห่งความสมหวังอย่างปิดไม่มิด เขาหยุดยืนประสานมือและค้อมกายลงอย่างนอบน้อม“ลูกถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”จอกชาถูกวางลงกระทบถาดหยกเบาๆ เสียงนั่นดุจคำสั่งประกาศิต นางพลางปรายตามองนางกำนัลรอบข้างด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ“พวกเจ้าออกไปให้หมด...”“เพคะ” เหล่านางกำนัลรับคำสั่งด้วยตัวสั่นเทา ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาปรายตามอง เว่ยอิ้นกงกง เพียงเล็กน้อย “ท่านกงกง... ไปเฝ้าหน้าประตูด้วยตนเอง อย่าให้ใครเข้าใกล้ที่พักของข้าและลูก แม้แต่ก้าวเดียว”คำว่าลูกที่นางเน้นย้ำ ทำให้อ๋องหย่งชะง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 18 เล่ห์นางหงส์

    ณ ห้องโถงจวนแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งดุจก้อนหินนับหมื่นชั่ง แม่ทัพมู่หรง หรงอู่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรอยลึก ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองที่เพิ่งมาถึง เนื้อความในนั้นชัดเจนจนน่าใจหาย... มีรับสั่งให้ มู่หรงเซียน เข้าวังเพื่อปรนนิบัติอ๋องติ้งเยล่วี่ซุ่นในฐานะพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด“ท่านพ่อ... จะให้ข้าไปดูแลบุรุษไร้ค่าผู้นั้นจริงๆ หรือเจ้าคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยโทสะและสะอิดสะเอียน “ราชโองการนี้มิเท่ากับมัดมือชกให้ข้าต้องแต่งกับคนพิการหรอกหรือ เกียรติยศของตระกูลแม่ทัพจะเอาไปไว้ที่ใดกัน”มู่หรง หรงอู่ ถอนใจยาวพลางลูบเครา “เซียนเอ๋อร์ ใจเย็นก่อน... ราชโองการลงมาแล้ว หากเราขัดขืนย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ฝ่าบาททรงใช้ความเมตตาบีบให้เราแสดงความกตัญญู ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังจับจ้องว่าตระกูลมู่หรงจะทอดทิ้งท่านอ๋องที่ตกยากหรือไม่ หากเราถอนหมั้นหรือขัดขืนยามนี้ ชื่อเสียงที่ข้าสะสมมาทั้งชีวิตย่อมป่นปี้”“ข้ามิได้บอกว่าจะไม่ไปเจ้าค่ะ...” มู่หรงเซียนเเค่นยิ้มบาง แววตาที่เคยอ่อนหวานกลับนิ่งสงบจนน่าขนลุก นางหยิบแท่งหมึกมาฝนอย่างใจเย็น ท่วงท่าเนิบนาบแต่กดดัน “ในเมื่อฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status