Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 4 ห่านป่าพลัดรัง

Share

ตอนที่ 4 ห่านป่าพลัดรัง

last update publish date: 2025-12-17 10:12:28

รถม้าคันเก่านั้นสั่นคลอนไปตามทางดินแดงที่ทอดยาวออกจากเมืองหลวง ล้อไม้ครูดกับพื้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ราวกับสะท้อนชะตาของผู้โดยสาร

มู่หรงหลิงคุณหนูรองของตระกูลมู่หรงนั่งอยู่มุมเกวียน กอดห่อผ้าเล็ก ๆ แนบอกแน่น ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ปิ่นไม้เก่า และหยกแตกร้าวครึ่งหนึ่ง ของชิ้นที่มารดาทิ้งไว้ให้นาง

ดวงตาคู่นั้นของมู่หรงหลิงแดงก่ำ มิใช่เพราะร้องไห้ฟูมฟาย แต่เพราะกลั้นน้ำตาไว้จนเจ็บ นางไม่ได้เสียใจที่ต้องจากจวนมู่หรง หากเสียใจที่ตลอดหลายกว่าปีที่ผ่านมา นางถูกกระทำและถูกผลักไสอย่างไม่ยุติธรรม ความเมตตาของตระกูลนั้น…ไม่เคยมีจริง

ข้างกายคือ จางไช่หลัน หรือป้าหลัน แม่นมผู้ซื่อสัตย์ที่ถูกส่งมาดูแล นางกอดนายหญิงน้อยไว้แน่นด้วยความกังวล

“คุณหนู อดทนหน่อยนะเจ้าคะ” ป้าหลัน เอ่ยเสียงแผ่ว นั่งอยู่ข้าง ๆ มือหยาบกร้านของนางกุมมือคุณหนูรองแน่น

“ไปถึงหมู่บ้านป้าแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น”

จางกุ้ยอิง หรือ แม่เฒ่าจาง คนเก่าแก่ของมารดา ที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งเบือนหน้าหนี แววตาแดงฉานแต่ไม่กล้าพูด สำหรับนาง เด็กคนนี้คือเด็กที่อุ้มเลี้ยงมาเองกับมือ แต่กลับถูกผลักออกจากบ้านราวกับสิ่งไร้ค่า ด้วยข้อหาว่าดวงกาลกิณี ทำให้ฮูหยินของจวนป่วยบ่อย

“ป้าหลัน ท่านยายจาง ต่อไปนี้ไม่มีคุณหนูรอง หรือมู่หรงหลิงแล้ว ... แต่นี้ไปเรียกข้าว่า จางเยี่ยนหลิง หรือ อาหลิง ของพวกท่านเถิดเจ้าค่ะ ท่านแม่เคยบอกข้าว่า... ไม่ว่าห่านป่าจะบินไปไกลแค่ไหน มันจะกลับมารังเดิมเสมอ ท่านอยากให้ข้ามีชื่อที่เตือนใจว่า ข้ายังมีรังให้กลับ…แม้วันนี้จะต้องบินลำพัง ต่อไปนี้…ข้าไม่มีแซ่มู่หรงอีกแล้ว”

สิ้นคำพูดของเด็กสาว รถม้าที่กำลังสั่นคลอนกลับดูคล้ายจะเงียบงันไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงล้อไม้ที่บดไปบนกรวดหิน จางกุ้ยอิงหรือยายเฒ่าจางถึงกับชะงัก มือที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นค่อยๆ เลื่อนมากุมมือของนางเอกไว้ แววตาที่เคยหม่นแสงกลับสั่นระริก

“เยี่ยนหลิง... ห่านป่าที่รอวันกลับรัง” ยายเฒ่าพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาที่พยายามกั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของหลานสาว

“ฮูหยิน... ท่านตั้งใจตั้งชื่อนี้ไว้ให้คุณหนูจริงๆ”

ป้าหลันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ นางมองใบหน้าของมู่หรงหลิง ไม่สิ มองใบหน้าของ อาหลิง ที่บัดนี้ดูเด็ดเดี่ยวเกินวัย

“ได้เจ้าค่ะ... อาหลิง ต่อไปนี้ท่านคืออาหลิง หลานสาวแท้ๆ ของป้าหลัน ยายเฒ่าจาง” ป้าหลันขยับเข้าไปโอบไหล่บางของเด็กสาวไว้แน่น

“แซ่มู่หรงที่สกปรกนั่น ทิ้งมันไว้ที่กำแพงเมืองหลวงเถิด จากนี้ไปมีเพียงเราสามคน... บ้านจางของเราจะเริ่มใหม่ด้วยกัน”

มู่หรงหลิงพยักหน้าช้าๆ นางก้มลงมองหยกร้าวในมือ แม้หยกจะแตกร้าว แต่ชื่อที่มารดาทิ้งไว้ให้กลับทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีความหวัง ชื่อนี้ไม่ใช่แค่ชื่อพรางตัว แต่มันคือ คำสัญญา ที่นางจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อรอวัน... ที่ห่านป่าจะได้กลับไปสู่รังที่แท้จริง

ทันใดนั้น

เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามาอย่างผิดปกติ รถม้าเก่าชะงักกึก ล้อไม้ครูดกับกรวดดังแสบหู ร่างทั้งสามถลาไปข้างหน้า เสียงนกป่าแตกตื่นบินว่อนบอกลางร้าย เงาดำสามเงากระโดดลงมาขวางทาง ชุดคลุมสีหม่นปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาที่มองออกมานั้นไร้ความลังเล กลิ่นอายสังหารเย็นเฉียบทำให้อากาศรอบด้านคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ป้าหลันสะดุ้งสุดตัว รีบดึงเด็กสาวเข้ามาบังไว้ด้านหลัง ยายเฒ่าจางเผลอกำชายเสื้อแน่นจนปลายนิ้วสั่น

“ลงมา” เสียงสั่งจากชายชุดดำคนที่ก้าวเข้ามา ทั้งสามโดนกระชากลงมาจากรถม้า

ป้าหลัน กรีดร้องอย่างตกใจ รีบดึงมู่หรงหลิงเข้ามากอดไว้ “คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ”

อีกคนปรายตามองเด็กสาวในอ้อมแขนป้าหลัน สายตาเย็นชาเหมือนมองสิ่งของ

“จับเด็กผู้หญิงคนนั้นมา ที่เหลือไม่ต้องเก็บ” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยเสียงห้าว ราวกับเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว

“คำสั่งคือคนแก่ปลิดชีพทิ้งเสีย ส่วนเด็กเก็บไว้... เบื้องบนต้องการให้นางหายไปจากโลกนี้ด้วยฐานะที่ต่ำตมที่สุด ให้เอาไปขายหอนางโลม ในเมืองถัดไป” ป้าหลันส่ายหน้ารัว ดึงเด็กสาวมากอดแน่น

“พวกเราไม่มีของมีค่า…อย่าเข้ามา”

...ชายชุดดำไม่ตอบ เพียงขยับเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความตายโรยตัวลงมาปกคลุม มู่หรงหลิงกอดห่อผ้าที่มีหยกร้าวไว้แนบอกจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทว่าดวงตาคู่งามที่จับจ้องไปยังศัตรูไม่เพียงแต่ไร้แววอ้อนวอนขอชีวิต แต่มันกลับแฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นอันลึกซึ้งที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล คำว่า เบื้องบน นางก็พอจะคาดเดาได้ว่าใครส่งโจรพวกนี้มา

ทว่าก่อนที่คมดาบจะทันได้ขยับ...

หวีด...

เสียงผิวปากแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันไม่เร่งร้อน ไม่รุนแรง แต่เสียงนั้นกลับทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของคนทั้งป่าไว้ในชั่วอึดใจ ชายชุดดำทั้งสามชะงักกึกพร้อมกัน ราวกับถูกเข็มพิษล่องหนทิ่มแทงเข้าที่หลังคอ

ที่โคนต้นท้อใหญ่ข้างทาง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงปักลายเมฆาหรูหรายืนพิงกายอยู่อย่างเอื่อยเฉื่อย มือเรียวยาวโบกพัด ไปมาอย่างเชื่องช้า ไม่เร่งร้อน ราวกับกำลังเดินชมสวนมากกว่าอยู่กลางดงโจร เบื้องหลังของเขามีชายสองคนยืนคุมเชิงอยู่เงียบ ๆ

เขาไม่มองเด็กสาว ไม่มองรถม้า สายตาเรียวยาวเพียงกวาดผ่านชายชุดดำทั้งสาม เหมือนกำลังประเมิน…ว่าใครควรตายก่อน ความเงียบแผ่ซ่าน

“เจ้าเป็นใคร อย่าหาเรื่องตาย ” หัวหน้าโจรแผดเสียงขู่ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นพร่าด้วยสัญชาตญาณเตือนภัย

เขาไม่ตอบ กลับเหยียดยิ้ม ส่งสายตาเย้ยหยันไปให้ แต่ทำให้ชายชุดดำทั้งสามชะงักพร้อมกัน

“…รีบไปหน่อยไหม” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ยากจะสัมผัสได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นาง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 18 เล่ห์นางหงส์

    ณ ห้องโถงจวนแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งดุจก้อนหินนับหมื่นชั่ง แม่ทัพมู่หรง หรงอู่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรอยลึก ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองที่เพิ่งมาถึง เนื้อความในนั้นชัดเจนจนน่าใจหาย... มีรับสั่งให้ มู่หรงเซียน เข้าวังเพื่อปรนนิบัติอ๋องติ้งเยล่วี่ซุ่นในฐานะพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด“ท่านพ่อ... จะให้ข้าไ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 17 งิ้วโรงใหญ่

    “ทูลฝ่าบาท... ทูลฮองเฮา” ท่านหมอหลวงจาง หัวหน้าหมอหลวงก้าวออกมาคุกเข่า ตัวสั่นเทาขณะกราบทูลรายงาน“อาการของติ้งอ๋องรุนแรงนักพ่ะย่ะค่ะ แผลที่พระเศียรได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทำให้ทรงมีไข้สูงและเพ้อคลั่งสลับกับสลบไสลไม่รู้สติ ทว่า... สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือบาดแผลที่ขาซ้ายพ่ะย่ะค่ะ”ท่านหมอหล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status