Share

ตอนที่ 7 โองการฟ้า

last update publish date: 2025-12-20 04:12:46

จวนแม่ทัพมู่หรง

รถม้าหยุดลงหน้าจวนแม่ทัพมู่หรงอย่างเงียบเชียบไร้เสียงอึกทึก ประตูไม้สีเข้มถูกเปิดออกโดยบ่าวรับใช้ที่ก้มศีรษะต่ำกว่าปกติ ไม่มีใครกล้าสบตาบุรุษที่ก้าวลงจากรถม้าราวกับสัมผัสได้ถึงไอเย็นของโทสะที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นนาย

แม่ทัพมู่หรง ก้าวลงจากรถม้าโดยไม่กล่าวคำใด เสื้อคลุมทหารยังไม่ทันได้ผลัดเปลี่ยน เขาเดินตรงเข้าสู่เรือนหลักด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าเชื่องช้ากว่าทุกวัน... คล้ายกำลังแบกภูเขาที่มองไม่เห็นไว้บนบ่า

ภายในห้องโถง หลี่ซื่อ ฮูหยินใหญ่ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว นางลุกขึ้นทันทีที่เห็นสามี แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวด้วยความกังวล

“ท่านพี่…ท่าน กลับมาช้าผิดปกติ…” นางเอ่ยเบา ๆ 

แม่ทัพใหญ่ไม่ตอบในทันที เขาทรุดกายลงนั่งตรงข้าม แม้แสงแดดยามบ่ายจะสาดส่อง แต่ภายในห้องโถงรับรองกลับมืดสลัวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ 

กริ๊ก

เสียงฝาถ้วยชากระทบกันดังขึ้น เมื่อเขาวางมันลงอย่างแรง มือหยาบกร้านที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนกำพนักเก้าอี้ไม้จันทน์แน่น จนมันส่งเสียงประท้วงเอี๊ยดอ๊าดแผ่ว ๆ

หลี่ซื่อกำชายแขนเสื้อแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ราชสำนักวันนี้…ไม่ราบรื่นหรือเจ้าคะ” 

“ฮองเฮา” เขาเอ่ยเพียงสองพยางค์

“ทรงเร่งเรื่องการอภิเษกเข้ามาแล้ว...” เขาเอ่ยเสียงต่ำพร่า 

“นางประกาศเรื่องการอภิเษก กลางท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางนับร้อย”

มือของหลี่ซื่อชะงักงันทันที นางเริ่มใจคอไม่ดี 

 “ท่านพี่... เป็นความจริงหรือเจ้าคะ หมายความว่า…” นางไม่พูดต่อ เริ่มสูดลมหายใจเข้า ช้า…ลึก

  “เซียนเอ๋อร์ของเราจะต้องอภิเษกกับ... อ๋องติ้งจริงๆ หรือเจ้าคะ” นางถาม ทั้งที่คำตอบเริ่มชัดเจนในใจ 

“ใช่” 

คำตอบสั้นๆ นั้นตกลงกลางห้อง ไม่ดัง ทว่าหนักหน่วง ดุจทุบด้วยค้อนเหล็ก กับพยักหน้าครั้งเดียว ตัดทุกความหวัง หลี่ซื่อหลับตาลงชั่วครู่อย่างขมขื่น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น นางสูดลมหายใจลึก แล้วจึงเอ่ยอย่างช้า ๆ 

“ท่านพี่... ท่านคิดว่านี่คือวาสนา หรือคือการกลั่นแกล้งกันแน่ ท่านพี่คิดว่า…เหมาะแล้วหรือ”

คำถามนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา หากเป็นการท้าทายความคิดของบุรุษผู้เป็นเสาหลักตระกูล 

หรงอู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน ฉายชัดถึงแววหนักอึ้ง 

“ไม่เหมาะ...” คำตอบสั้น กระชับ และเด็ดขาด 

“ไม่เหมาะอย่างยิ่ง อ๋องติ้งผู้นั้นมีดีเพียงชาติกำเนิด แต่นิสัยกลับเหลวไหลไร้แก่นสาร ไร้การควบคุมตนเอง สำราญเกินไป วันๆ ขลุกอยู่กับสุราและนารี ถูกคนเยาะหยันตราหน้าว่าไร้ค่าในสายตาราชสำนัก...” เขากล่าวต่อ เสียงยังคงดูแคลน

“ฮองเฮาทรงเห็นตระกูลมู่หรงเป็นเพียงเบี้ยในมือ ประกาศกลางท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางนับร้อย ไม่เปิดโอกาสให้ข้าทูลทัดทานแม้เพียงครึ่งคำ เซียนเอ๋อร์ของข้า... หยกขาวแห่งตระกูลมู่หรง กลับต้องถูกส่งไปปรนนิบัติโอรสไร้ค่าของนาง นี่มันไม่ใช่การให้เกียรติ แต่มันคือการ ตบหน้า ข้ากลางที่แจ้งชัดๆ” เขาคำราม

 “ท่านพ่อ ท่านแม่”

ทันใดนั้น ประตูด้านข้างเปิดออกช้า ๆ มู่หรงเซียน ก้าวเข้ามาด้วยท่วงทาสง่างามทว่าใบหน้ากลับซีดเซียว นางค้อมกายเล็กน้อย ก่อนทรุดกายคุกเข่าลงแทบเท้าบิดา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังเท้าของเขา

“ท่านพ่อ... ข้าไม่แต่งเจ้าค่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าอ๋องติ้งไร้ความสามารถเพียงใด ถึงแม้เขามีสิทธิ์ในบัลลังก์โดยชอบธรรม แต่อ๋องขี้เมาผู้นั้นมีสิทธิ์โดนปลดได้ทุกเมื่อ เขายังมักมากในกาม ตระกูลมู่หรงของเราภักดีต่อแผ่นดินมาชั่วชีวิต หากวันใดฮ่องเต้สิ้น คนเช่นเขาจะรักษาหัวของตัวเองไว้ได้หรือเจ้าคะ ลูกไม่อยากฝังชีวิตไว้ในสุสานที่ชื่อว่าตำหนักอ๋องติ้งเจ้าค่ะ”

 “เซียนเอ๋อร์ เจ้าลุกขึ้นก่อน” ฮูหยินใหญ่ รีบประคองบุตรสาวขึ้น พลางมองสามีด้วยสายตาละคนความหวัง

คำพูดของบุตรสาวทำให้หรงอู่สะอึก ความทะเยอทะยานที่ถูกจุดประกายขึ้น

“เช่นนั้น...เซียนเอ๋อร์ ในสายตาเจ้า หากมีทางเลือก เจ้าคิดว่า…ผู้ใดคือผู้ที่ควรค่าแก่การเป็นเขยตระกูลมู่หรง”

มู่หรงเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาสุกใสเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเอ่ยชื่อ

“อ๋องหย่ง... เจ้าค่ะ” เพียงสองพยางค์ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ชื่อที่เอ่ยมา ทุกคนในห้องต่างคิดตรงกันอยู่แล้ว

หรงอู่ หรี่ตาลงเล็กน้อย “องค์ชายรอง…เยล่วี่เฉิง”

“เจ้าค่ะ…ท่านพ่อ” มู่หรงเซียนกล่าวเรียบ 

 “อ๋องหย่ง...เขาฉลาดล้ำลึก สุขุม ไม่แสดงอารมณ์พร่ำเพรื่อ” นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง 

“ขุนนางฝ่ายบุ๋นให้การยอมรับ ฝ่ายทหารไม่ระแวง เขาไม่ถูกดูแคลน และที่สำคัญ...และที่สำคัญ…ภายภาคหน้าอาจได้เป็นรัชทายาทแทนอ๋องติ้ง เพียงเท่านี้ตำแหน่งแม่ของแผ่นดินก็ย่อมตกเป็นของผู้ที่มีตำแหน่งชายาองค์รัชทายาท ท่านพ่อมีกำลังกองทัพในมือ อ๋องหย่งย่อมมองเห็นค่าของตระกูลมู่หรง อนาคตลูกย่อมมีวาสนานั่งเคียงบังลังก์มังกรมากกว่า แต่หากแต่งออกไป…กับอ๋องติ้ง ลูกอาจได้เป็นเพียงเครื่องประดับประทังเกียรติ ได้มาเพียงตำแหน่งชายาเอก เท่ากับว่า ลูกจะเป็นได้แค่หมากที่ไม่มีวันได้เดินอีก”

หลี่ซื่อพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง นางรีบกล่าวเสริมทันที “ท่านพี่... เซียนเอ๋อร์พูดถูก ข้าเห็นด้วยกับลูก หากต้องผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์.. เหตุใดจึงไม่ใช่ อ๋องหย่ง ทุกวันนี้ในท้องพระโรง ใครๆ ก็เห็นว่าเขามีความสามารถเพียงใด ทั้งสุขุม ฉลาดหลักแหลม และเป็นที่โปรดปรานของฮองเฮา หากต้องเดิมพันครั้งใหญ่ เราควรเลือกผู้ที่ยังมีอนาคตให้ก้าวต่อ หากเซียนเอ๋อร์ได้เป็นชายาอ๋องหย่ง ตระกูลมู่หรงของเราจึงจะเรียกว่ามีเกราะคุ้มภัยที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าผุพังตั้งแต่ยังไม่ขึ้นแท่น”

หรงอู่ นิ่งเงียบไปนานแสนนาน แววตาเขาสลับระหว่างความกังวลและความทะเยอทะยาน 

“อ๋องหย่ง...ผู้นั้น สายตาที่เขามองข้าในท้องพระโรงวันนี้เต็มไปด้วยการดึงดูดใจ ข้ารู้ว่าเขามีใจอยากดึงตระกูลมู่หรงไปเป็นฐานอำนาจ แต่โองการของฮองเฮานั้นดุจขุนเขา ใครจะกล้าพลิกลิ้น”

แม่ทัพใหญ่ค่อยๆ เอนกายพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงชั่วครู่ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นนิ่ง เย็น และตัดสินใจแล้ว

“แต่หมากบนกระดาน ไม่จำเป็นต้องเดินตามคำสั่งคนวางเสมอไป” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยือก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ชื่อตอน 116 ผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

    “พบสิ่งนี้ในตัวมันพ่ะย่ะค่ะ”เยล่วี่ซุ่นรับมันมาอย่างช้า ๆ พลิกดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้ายทองแดงมีขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวด้านหนึ่งสลักลวดลายพยัคฆ์คาบดาบไร้หัว ส่วนอีกด้านกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยบากเล็ก ๆ สามรอยอยู่ตรงขอบ เขาหรี่ตาลง“เคยเห็นหรือไม่” ทั้งฟางซูและหลี่เหยียนต่างส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นพ่ะย่ะค่ะ แต่จากเนื้อทองแดงและวิธีการหล่อ ดูมิใช่สิ่งที่โจรป่าทั่วไปจะมีได้”“พระองค์ทรงรู้จักป้ายนี้หรือเพคะ” เซี่ยเยี่ยนหลิงเอ่ยถาม พลางจ้องมองตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คาบดาบไร้หัวที่สลักอยู่อย่างถี่ถ้วน“ข้าไม่เคยเห็นตรานี้มาก่อน... แต่เคยเห็นป้ายลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...” เยล่วี่ซุ่นใช้นิ้วลูบผ่านรอยสลักบนป้ายอย่างแผ่วเบา“นี่ไม่ใช่ป้ายของโจร”“ท่านอ๋องหมายความว่า...”ลวดลายบนป้ายนี้ตัดเส้นทางไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงได้โดยง่าย... ผู้ที่วางแผนนี้มีความแยบคายและระมัดระวังตัวยิ่งนัก พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยที่จะสาวถึงผู้สั่งการได้เลยแม้แต่น้อย การที่พวกมันเลือกใช้คนจากตลาดมืด ให้ทำลายชื่อเสียงสตรีมากกว่าการลอบสังหารเอาชีวิต ยิ่งเป็นตัวยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า...เป้าหมายอันโสม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 115 กับดักกลางป่า

    ล้อรถม้าสั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติจนถ้วยชาบนโต๊ะเล็กสั่นกระทบกันเบา ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าของเยล่วี่ซุ่นเลือนหายไปในพริบตา แววตาอบอุ่นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มล่า เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตาผ่านม่านรถม้าออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้า“หลี่เหยียน หยุดรถ” น้ำเสียงนั้นมิได้ตวาดดัง ทว่ากลับเย็นเยียบและทรงพลังจนคนฟังไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที หลี่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าชะงักกึก ก่อนรีบดึงบังเหียนม้าเต็มแรง“ท่านอ๋อง...”“สั่งให้หยุด!” คราวนี้เสียงหนักแน่นและเด็ดขาดขึ้นเอี๊ยด! เสียงคมไม้และเหล็กครูดยึดลงกับพื้นดิน รถม้าคันหน้าหยุดลงทันที ส่งผลให้รถม้าทั้งขบวนหยุดนิ่งตามกันเป็นทอด ๆ เงียบ... ทั่วทั้งผืนป่าพลันเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ เซี่ยเยี่ยนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย นางใช้นิ้วสะกิดเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองผืนป่าสองข้างทางด้วยความระวังภัย เมื่อครู่ยังยินเสียงนกและแมลงร้องขานรับกันเป็นระยะ ทว่ายามนี้กลับเงียบงันราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตพากันหลบหนีไปหมดแล้ว เยล่วี่ซุ่นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน “หลี่เหยียน...” “พ่ะย่ะค่ะ” “มีคนซุ่มบนเนินเขา”สิ้นคำ…ฟึ่บ!

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 114 ศึกร้อยเล่ห์ตำหนักคุนหนิง

    “การทำให้สตรีผู้หนึ่งตาย... ถือเป็นเมตตาที่มากเกินไปสำหรับนาง”ร่างระหงก้าวลงจากแท่นประทับทีละก้าว พระนางยกยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น “หากทำให้สตรีที่ถือดีผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่ด้วยชื่อเสียงที่พังทลาย”มู่หรงเซียนหัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึก เบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายความว่า...”“สตรีผู้หนึ่งสามารถทนต่อการสูญเสียทรัพย์สินได้ ทนต่อการถูกดูหมิ่นได้ แต่หากทั้งเมืองหลวงเริ่มสงสัยในความบริสุทธิ์ของนาง...” พระองค์หยุด“เมื่อนั้น ต่อให้นางยังเป็นติ้งอ๋องเฟย ตำแหน่งนั้นก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอนางเอง นางจะกรีดร้องขอความตายยิ่งกว่าตกฮวงซุ้ย แม้แต่สุนัขข้างถนนยังไม่อยากมอง”มู่หรงเซียนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ดวงตาเบิ่งตากว้างด้วยความสะใจ “เสด็จแม่หมายถึง...”“ข้าได้ข่าวว่าจวนแม่ทัพส่งคนไปจัดการเรื่อง ระหว่างทาง แล้วมิใช่หรือ” ฮองเฮาปรายตามองมู่หรงเซียนอย่างรู้ทัน ทำให้มู่หรงเซียนกับเยล่วี่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ปล่อยให้โจรป่าพวกนั้นทำหน้าที่ปู้ยี่ปู้ยำนางให้สะใจไปก่อน... ส่วนข้า จะเตรียมงิ้วฉากใหญ่ รอรับนางอยู่ที่นี่!” พระหัตถ์เรียวค่อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 113 แค้นนี้มิอาจอภัย

    ตำหนักคุนหนิงยามบ่าย แสงแดดอุ่นทอดตัวผ่านแนวกำแพงสูงใหญ่ของวังหลวง ทว่าความเย็นเยียบภายในตำหนักคุนหนิงกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฮองเฮาในชุดหงส์ปักทอดแทรกดิ้นทองสง่างามประทับอยู่บนพระเก้าอี้ประธานฝ่ายใน นัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาในพระหัตถ์ที่เย็นชืดไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มลึกล้ำยากคาดเดา “หย่งอ๋อง และมู่หรงเช่อเฟย ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน “ให้พวกเขาเข้ามา” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เยล่วี่เฉิงและมู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงตำหนัก ทันทีที่เห็นพระพักตร์ของฮองเฮา ทั้งคู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงทำความเคารพตามราชประเพณี “ถวายพระพรเสด็จแม่” “ลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยเสด็จแม่” “พวกเจ้ามีสิ่งใดจึงมาหาข้าพร้อมกันยามนี้”มู่หรงเซียนเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ทิ้งตัวลงสะอื้นไห้โฮราวกับหัวใจสลาย ร่างสั่นสะท้านดูน่าสงสารจับใจ “เสด็จแม่เพคะ! โปรดทรงคืนความเป็นธรรมให้จวนแม่ทัพและหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!” ฮองเฮายกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองอย่างเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เช่อเฟย... เหตุใดจึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 112 กลอุบายมู่หรง

    จวนมู่หรง“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”น้ำเสียงของมู่หรงเซียนแผดลึก แฝงไอสังหารเย็นเยียบพายในโถงรับรองของจวนแม่ทัพมู่หรง บรรยากาศกดดันจนแทบไร้อากาศหายใจ กลิ่นคาวเลือดที่มู่หรงหรงอู่กระอักออกมาคละคลุ้งผสมกับกลิ่นชาเข้มข้น รังสีอาฆาตพุ่งสูงขึ้นจนทาสรับใช้รอบนอกต่างสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นังเซี่ยเยี่ยนหลิงมันบีบเราถึงเพียงนี้... ข้าจะไม่ยอมให้นังลูกอนุขยะนั่นได้เสพสุขในฐานะติ้งอ๋องเฟยเป็นอันขาด มันกล้าเหยียดหยามเช่อเฟยอย่างข้า!”นัยน์ตาของมู่หรงเซียนแดงฉานด้วยความคลั่งแค้น นางกำหมัดแน่นจนเล็บยาวที่เคลือบสีชาดจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศมู่หรงหรงอู่ซึ่งเพิ่งถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ปาดคราบเลือดตรงมุมปากอย่างช้า ๆ ใบหน้าของแม่ทัพผู้ผ่านศึกกลับยิ่งทวีความเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต“นังเด็กเนรคุณนั่น ผู้ใดให้ความกล้ามันเหยียบย่ำตระกูลมู่หรงได้ถึงเพียงนี้! มันกล้าสลัดจวนแม่ทัพต่อหน้าคนทั้งเมือง ทั้งยังนำคนมายึดกิจการของเราไปจนหมด...” เสียงของเขาต่ำลงทุกขณะจนฟังดูดุจเสียงขู่คำรามของปีศาจในเงามืด “หากปล่อยให้มันกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แล้วเรื่องนี้จะ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 111 คมมีดของติ้งอ๋อง

    รุ่งอรุณเยือนสู่เรือนไม้ป่าไผ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบผ้าม่านสลัว ละอองหมอกไอเย็นยังคงลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก เซี่ยเยี่ยนหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือไอร้อนแผ่ซ่านรอบกาย เมื่อหลุบสายตาลงมองก็พบว่า นิ้วมือเรียวของตนยังคงถูกประสานและกุมไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเยล่วี่ซุ่นตลอดทั้งคืน อ๋องหนุ่มยังคงหลับใหล ลมหายใจของเขาปรับเป็นสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดประหนึ่งหิมะยามดึกเริ่มมีสีเลือดฝาดคืนกลับมา พิษเหมันต์ในกายถูกสกัดไว้ได้สำเร็จแล้ว นางพยายามจะถอนมือออกอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่น ทว่าเพียงแค่นิ้วมือขยับเล็กน้อย ฝ่ามือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ “จะรีบไปไหน...” น้ำเสียงทุ้มแหบต่ำของคนข้างกายดังขึ้นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “ท่านอ๋อง...” เซี่ยเยี่ยนหลิงชะงัก ช้อนสายตามอง “ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ”เยล่วี่ซุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบคู่เดิมฉายแววลุ่มลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอเมื่อคืนก่อน เขาเบือนหน้ามามองสตรีที่นอนเคียงข้างในระยะห่างเพียงคืบ “ตื่นทันได้เห็นคนบางคนแอบมองข้าอยู่นานสองนาน” แก้มเนียนของเซี่ยเยี่ยนหลิงร้อ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 53 พันธะลวงใต้แสงอรุณ

    เมื่อแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า กลืนกินความมืดมิดและลมหนาวภายนอก กลิ่นกำยานในเรือนชิงซินที่เคยหอมขจร กลับกลายเป็นกลิ่นหอมขื่นเย็นเยียบกว่าเดิม ทว่าอากาศภายในยังคงอบอวลด้วยไอร้อนจากบทรักที่เพิ่งมอดดับลงเพียงชั่วครู่ เสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเนิ่นนาน ทิ้งร่องรอยแห่งความลุ่มหลงไว้จนเกือบรุ่งสางเยล

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 52 พันธสัญญาใต้ม่านมุ้ง

    “หย่งอ๋อง…เพคะ” “หึม…ว่าอย่างไรเซียนเอ๋อร์ เจ้าต้องการสิ่งใดอีก”“หม่อมฉัน…เอ่อ อยากยืนข้างพระองค์โดยมิต้องหลบซ่อน…เพคะ” นางช้อนตางามขึ้นมองใบหน้าคม ฝ่ามือยังคงวางบนอกแน่น ปลายนิ้วเรียวยังคงวนเวียนที่อกว้าง และหยุดอยู่ที่ยอดอกของบุรุษ นางไล้เล่น เพื่อสลักสัมผัสนี้ไว้ในใจเขาจนวันตาย“หากนังลูกอนุ ม

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 51 เพลิงราคะกลางธรณีสงฆ์ NC

    มู่หรงเซียนมิได้ถอยหนี นางกลับยกมือขึ้นจับสาบฉลองพระองค์ของเขาแน่นกว่าเดิม ปลายนิ้วเย็นเฉียบตัดกับไอร้อนจากเรือนกายบุรุษ“ไฟเช่นนี้…” นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา “…หม่อมฉันจะเป็นผู้จุดมันขึ้นเองเพคะ”เยล่วี่เฉิงหัวเราะต่ำในลำคอ มือหนากระชับเอวบางเข้าหาตัวจนไร้ระยะห่าง ร่างบางแนบชิดอกกว้างจนสัมผัสได้ถึ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 50 กลลวงหลังม่านศีล

    ท่ามกลางความสงัดเงียบของ วัดฉือเอิน ในยามวิกาล กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ลอยล่องปนไปกับเสียงระฆังที่แว่วมาตามลม เรือนพักรับรองชิงซินที่ตั้งอยู่ท้ายเขตสังฆาวาสถูกความมืดมิดโอบล้อม มีเพียงแสงเทียนวับแวมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักออกมาเพียงรำไร เสียงสวดมนต์จากวิหารใหญ่แว่วมาเป็นจังหวะเนิบช้า ราวกับโลกภายนอก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status