Share

ตอนที่ 7 โองการฟ้า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-20 04:12:46

จวนแม่ทัพมู่หรง

รถม้าหยุดลงหน้าจวนแม่ทัพมู่หรงอย่างเงียบเชียบไร้เสียงอึกทึก ประตูไม้สีเข้มถูกเปิดออกโดยบ่าวรับใช้ที่ก้มศีรษะต่ำกว่าปกติ ไม่มีใครกล้าสบตาบุรุษที่ก้าวลงจากรถม้าราวกับสัมผัสได้ถึงไอเย็นของโทสะที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นนาย

แม่ทัพมู่หรง ก้าวลงจากรถม้าโดยไม่กล่าวคำใด เสื้อคลุมทหารยังไม่ทันได้ผลัดเปลี่ยน เขาเดินตรงเข้าสู่เรือนหลักด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าเชื่องช้ากว่าทุกวัน... คล้ายกำลังแบกภูเขาที่มองไม่เห็นไว้บนบ่า

ภายในห้องโถง หลี่ซื่อ ฮูหยินใหญ่ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว นางลุกขึ้นทันทีที่เห็นสามี แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวด้วยความกังวล

“ท่านพี่…ท่าน กลับมาช้าผิดปกติ…” นางเอ่ยเบา ๆ 

แม่ทัพใหญ่ไม่ตอบในทันที เขาทรุดกายลงนั่งตรงข้าม แม้แสงแดดยามบ่ายจะสาดส่อง แต่ภายในห้องโถงรับรองกลับมืดสลัวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ 

กริ๊ก

เสียงฝาถ้วยชากระทบกันดังขึ้น เมื่อเขาวางมันลงอย่างแรง มือหยาบกร้านที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนกำพนักเก้าอี้ไม้จันทน์แน่น จนมันส่งเสียงประท้วงเอี๊ยดอ๊าดแผ่ว ๆ

หลี่ซื่อกำชายแขนเสื้อแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ราชสำนักวันนี้…ไม่ราบรื่นหรือเจ้าคะ” 

“ฮองเฮา” เขาเอ่ยเพียงสองพยางค์

“ทรงเร่งเรื่องการอภิเษกเข้ามาแล้ว...” เขาเอ่ยเสียงต่ำพร่า 

“นางประกาศเรื่องการอภิเษก กลางท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางนับร้อย”

มือของหลี่ซื่อชะงักงันทันที นางเริ่มใจคอไม่ดี 

 “ท่านพี่... เป็นความจริงหรือเจ้าคะ หมายความว่า…” นางไม่พูดต่อ เริ่มสูดลมหายใจเข้า ช้า…ลึก

  “เซียนเอ๋อร์ของเราจะต้องอภิเษกกับ... อ๋องติ้งจริงๆ หรือเจ้าคะ” นางถาม ทั้งที่คำตอบเริ่มชัดเจนในใจ 

“ใช่” 

คำตอบสั้นๆ นั้นตกลงกลางห้อง ไม่ดัง ทว่าหนักหน่วง ดุจทุบด้วยค้อนเหล็ก กับพยักหน้าครั้งเดียว ตัดทุกความหวัง หลี่ซื่อหลับตาลงชั่วครู่อย่างขมขื่น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น นางสูดลมหายใจลึก แล้วจึงเอ่ยอย่างช้า ๆ 

“ท่านพี่... ท่านคิดว่านี่คือวาสนา หรือคือการกลั่นแกล้งกันแน่ ท่านพี่คิดว่า…เหมาะแล้วหรือ”

คำถามนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา หากเป็นการท้าทายความคิดของบุรุษผู้เป็นเสาหลักตระกูล 

หรงอู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน ฉายชัดถึงแววหนักอึ้ง 

“ไม่เหมาะ...” คำตอบสั้น กระชับ และเด็ดขาด 

“ไม่เหมาะอย่างยิ่ง อ๋องติ้งผู้นั้นมีดีเพียงชาติกำเนิด แต่นิสัยกลับเหลวไหลไร้แก่นสาร ไร้การควบคุมตนเอง สำราญเกินไป วันๆ ขลุกอยู่กับสุราและนารี ถูกคนเยาะหยันตราหน้าว่าไร้ค่าในสายตาราชสำนัก...” เขากล่าวต่อ เสียงยังคงดูแคลน

“ฮองเฮาทรงเห็นตระกูลมู่หรงเป็นเพียงเบี้ยในมือ ประกาศกลางท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางนับร้อย ไม่เปิดโอกาสให้ข้าทูลทัดทานแม้เพียงครึ่งคำ เซียนเอ๋อร์ของข้า... หยกขาวแห่งตระกูลมู่หรง กลับต้องถูกส่งไปปรนนิบัติโอรสไร้ค่าของนาง นี่มันไม่ใช่การให้เกียรติ แต่มันคือการ ตบหน้า ข้ากลางที่แจ้งชัดๆ” เขาคำราม

 “ท่านพ่อ ท่านแม่”

ทันใดนั้น ประตูด้านข้างเปิดออกช้า ๆ มู่หรงเซียน ก้าวเข้ามาด้วยท่วงทาสง่างามทว่าใบหน้ากลับซีดเซียว นางค้อมกายเล็กน้อย ก่อนทรุดกายคุกเข่าลงแทบเท้าบิดา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังเท้าของเขา

“ท่านพ่อ... ข้าไม่แต่งเจ้าค่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าอ๋องติ้งไร้ความสามารถเพียงใด ถึงแม้เขามีสิทธิ์ในบัลลังก์โดยชอบธรรม แต่อ๋องขี้เมาผู้นั้นมีสิทธิ์โดนปลดได้ทุกเมื่อ เขายังมักมากในกาม ตระกูลมู่หรงของเราภักดีต่อแผ่นดินมาชั่วชีวิต หากวันใดฮ่องเต้สิ้น คนเช่นเขาจะรักษาหัวของตัวเองไว้ได้หรือเจ้าคะ ลูกไม่อยากฝังชีวิตไว้ในสุสานที่ชื่อว่าตำหนักอ๋องติ้งเจ้าค่ะ”

 “เซียนเอ๋อร์ เจ้าลุกขึ้นก่อน” ฮูหยินใหญ่ รีบประคองบุตรสาวขึ้น พลางมองสามีด้วยสายตาละคนความหวัง

คำพูดของบุตรสาวทำให้หรงอู่สะอึก ความทะเยอทะยานที่ถูกจุดประกายขึ้น

“เช่นนั้น...เซียนเอ๋อร์ ในสายตาเจ้า หากมีทางเลือก เจ้าคิดว่า…ผู้ใดคือผู้ที่ควรค่าแก่การเป็นเขยตระกูลมู่หรง”

มู่หรงเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาสุกใสเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเอ่ยชื่อ

“อ๋องหย่ง... เจ้าค่ะ” เพียงสองพยางค์ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ชื่อที่เอ่ยมา ทุกคนในห้องต่างคิดตรงกันอยู่แล้ว

หรงอู่ หรี่ตาลงเล็กน้อย “องค์ชายรอง…เยล่วี่เฉิง”

“เจ้าค่ะ…ท่านพ่อ” มู่หรงเซียนกล่าวเรียบ 

 “อ๋องหย่ง...เขาฉลาดล้ำลึก สุขุม ไม่แสดงอารมณ์พร่ำเพรื่อ” นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง 

“ขุนนางฝ่ายบุ๋นให้การยอมรับ ฝ่ายทหารไม่ระแวง เขาไม่ถูกดูแคลน และที่สำคัญ...และที่สำคัญ…ภายภาคหน้าอาจได้เป็นรัชทายาทแทนอ๋องติ้ง เพียงเท่านี้ตำแหน่งแม่ของแผ่นดินก็ย่อมตกเป็นของผู้ที่มีตำแหน่งชายาองค์รัชทายาท ท่านพ่อมีกำลังกองทัพในมือ อ๋องหย่งย่อมมองเห็นค่าของตระกูลมู่หรง อนาคตลูกย่อมมีวาสนานั่งเคียงบังลังก์มังกรมากกว่า แต่หากแต่งออกไป…กับอ๋องติ้ง ลูกอาจได้เป็นเพียงเครื่องประดับประทังเกียรติ ได้มาเพียงตำแหน่งชายาเอก เท่ากับว่า ลูกจะเป็นได้แค่หมากที่ไม่มีวันได้เดินอีก”

หลี่ซื่อพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง นางรีบกล่าวเสริมทันที “ท่านพี่... เซียนเอ๋อร์พูดถูก ข้าเห็นด้วยกับลูก หากต้องผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์.. เหตุใดจึงไม่ใช่ อ๋องหย่ง ทุกวันนี้ในท้องพระโรง ใครๆ ก็เห็นว่าเขามีความสามารถเพียงใด ทั้งสุขุม ฉลาดหลักแหลม และเป็นที่โปรดปรานของฮองเฮา หากต้องเดิมพันครั้งใหญ่ เราควรเลือกผู้ที่ยังมีอนาคตให้ก้าวต่อ หากเซียนเอ๋อร์ได้เป็นชายาอ๋องหย่ง ตระกูลมู่หรงของเราจึงจะเรียกว่ามีเกราะคุ้มภัยที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าผุพังตั้งแต่ยังไม่ขึ้นแท่น”

หรงอู่ นิ่งเงียบไปนานแสนนาน แววตาเขาสลับระหว่างความกังวลและความทะเยอทะยาน 

“อ๋องหย่ง...ผู้นั้น สายตาที่เขามองข้าในท้องพระโรงวันนี้เต็มไปด้วยการดึงดูดใจ ข้ารู้ว่าเขามีใจอยากดึงตระกูลมู่หรงไปเป็นฐานอำนาจ แต่โองการของฮองเฮานั้นดุจขุนเขา ใครจะกล้าพลิกลิ้น”

แม่ทัพใหญ่ค่อยๆ เอนกายพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงชั่วครู่ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นนิ่ง เย็น และตัดสินใจแล้ว

“แต่หมากบนกระดาน ไม่จำเป็นต้องเดินตามคำสั่งคนวางเสมอไป” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยือก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 25 เพลิงพิสุทธิ์

    “เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”แทนที่จะพานางไปยังเรือนรับรองหรือเรือนเดิมของมารดา แม่นมหลี่กลับนำทางพามู่หรงหลิงเดินอ้อมไปยังท้ายจวนที่รกชัฏ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เรือนเหมันต์โปรย เรือนไม้หลังเล็กเก่าคร่ำคร่าที่หลังคาผุพัง หญ้าขึ้นสูงท่วมหัว และมีกลิ่นอับชื้นของเชื้อราโชยคละคลุ้งออกมา หยากไย่เกาะเต็มขอบหน้าต่าง ตัดกับกลิ่นปัสสาวะม้าจากคอกข้างๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล“นี่คือที่พักของคุณหนูรองเจ้าค่ะ” แม่นมหลี่หยัดกาย จีบมือนำเสนอด้วยแววตาดูแคลน “ฮูหยินใหญ่เห็นว่า คุณหนูรองโตมาในบ้านป่า น่าจะชินกับบรรยากาศเรียบง่าย คงไม่คุ้นชินกับเรือนใหญ่ที่มีกฎระเบียบจัดจ้าน เรือนนี้สงบเงียบ... เหมาะกับคนที่เรียบง่ายอย่างคุณหนูรองที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”อาหนิงกำหมัดแน่นจนสั่น “นี่มันเรือนร้างชัดๆ หลังคาก็โหว่ พื้นก็ผุ จะให้คุณหนูข้านอนที่นี่ได้อย่างไร”“อาหนิง... เงียบก่อน” เสียงของมู่หรงหลิงราบเรียบแต่มีอำนาจ นางหันไปมองแม่นมหลี่ด้วยรอยยิ้มแผ่วเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา“นี่คือเรือนที่ฮูหยินใหญ่จัดให้เช่นนั้นหรือ” มู่หรงหลิงเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองสำรวจความทรุดโทรมนั้นอย่างพิจารณาเรือนร้างที่เหม็นสาบขี้ม้า นางค่อยๆ เ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 24 ห่านป่าหวนคืนรัง

    หน้าประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพมู่หรงอันเกรียงไกรตั้งตระหง่านราวป้อมปราการ แผ่นไม้หนาหุ้มทองสัมฤทธิ์สลักลายอสูรสงครามสะท้อนแสงแดดอ่อนยามบ่าย บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจที่น่าเกรงขาม แผ่ซ่านจนแม้แต่ลมยังพัดผ่านอย่างระมัดระวัง ทหารยามในชุดเกราะเกล็ดนิลสองนายยืนประจำการขนาบประตูใหญ่ ดุจรูปปั้นหิน มือกุมทวนยาวแน่น ปลายคมปลาบ แววตาแข็งกร้าวของผู้ผ่านสมรภูมิมากกว่าหนึ่งสนามรบ ปรายมองรถม้าคันเล็กที่ไร้ตราประทับ ไร้ผ้าแพรประดับ ไร้เครื่องหมายแห่งฐานันดรใด ๆ อย่างเย็นชาและดูแคลนรถม้าหยุดนิ่งสนิทลง ท่ามกลางความเงียบเชียบที่มีเพียงเสียงลมพัดผ่าน ม่านหน้าต่างรถม้าถูกเปิดขึ้นเพียงครึ่ง ทอดสายตามองประตูจวนอย่างนิ่งสงบ ราวกับกำลังประเมินสนามรบ มิใช่บ้านเกิดของตน บัดนี้หน้าประตูจวนไร้เงาพ่อบ้านหรือบ่าวอาวุโสชั้นสูงออกมารอรับคุณหนูรองที่กลับจวนตามธรรมเนียมของจวนแม่ทัพมู่หรงหลิงก้าวลงจากรถม้าอย่างช้าๆ อาภรณ์สีฟ้าซีดพลิ้วตามแรงลม แม้สีจะจางแต่วงแขนและสาบเสื้อกลับเย็บปักด้วยตะเข็บประณีต ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าฝีมือช่างชั้นสูง มิใช่ฝีมือชาวบ้านทั่วไป นางสวมหมวกคลุมหน้าปิดบังใบหน้าไว้จนเห็นเพียงแนวคา

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 23 งิ้วซ้อนงิ้ว

    “ฮ่องเต้เสด็จ”ในเสี้ยววินาทีที่สุ้มเสียงแหลมกังวานขานของขันทีหน้าตำหนัก ดังก้องโสตประสาท มู่หรงเซียนที่กำลังเหยียดยิ้มหยันและกำลังถอยห่างพลัน ฝีเท้าเบา ๆ ของนางเพิ่งขยับได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักงันไปชั่วครู่ หัวใจนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาตื่นตระหนกไปเสี้ยวลมหายใจเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งเล่ห์เหลี่ยม ทุกอย่างบนใบหน้าเปลี่ยนกลับไปราวกับไม่เคยมีความเย็นชาหรือความรังเกียจใดหลงเหลืออยู่กิริยาหยิ่งผยองและเหยียดหยามเมื่อมลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นางหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ข้างแท่นบรรทมรวดเร็วดุจสายลม ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าอาดูร ท่าทางนางดูอ่อนระทวย มือหนึ่งคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนงามขึ้นมาซับดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางสั่งได้ดั่งใจนึกในพริบตาเดียว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยกับการกลั้นสะอื้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจัดขอบผ้าห่มที่เลื่อนหลุดให้เขาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางกำลังปรนนิบัติเขาด้วยความรักสุดหัวใจมาเนิ่นนานบานประตูใหญ่ถูกผลักออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ซ่าน ร่างสง่าในชุดมังกรสีเหลืองทองของ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 22 หน้ากากงิ้ว

    “ข้าจะอยู่ดูแลท่านอ๋องเอง อยากจะลองเรียกขานท่านอ๋องดูสักครา เผื่อว่าวาสนาของข้าจะช่วยดึงปลุกพระองค์กลับมาได้บ้าง... พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปเถิด ให้ข้าได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่” สิ้นคำสั่ง ขันทีและนางกำนัลต่างพากันค้อมกายทยอยถอยออกห่างอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางนั่งเฝ้าอ๋องติ้งอย่างใกล้ชิด เหลือเพียงความเงียบสงัดก็กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มอาทรบนใบหน้าของมู่หรงเซียนพลันเลือนหายไป ราวกับหน้ากากงิ้วที่ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นราวกับไม่เคยมีอยู่ ดวงตาที่เคยฉ่ำชื้นกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยชาในพริบตา นางปล่อยผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งเหมยลงบนตัก ทอดสายตามองพระคู่หมั้น สายตานั้น… ไม่ใช่จากความห่วงใย แต่คือการประเมินค่า นางมิได้ก้มลงมองพระพักตร์อันหล่อเหลาทว่าซีดเซียวของเขา แต่กลับจดจ้องไปที่ขาซ้ายซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มที่ฟูไห่ไม่ได้ห่มปิดให้ ด้วยแววตารังเกียจ “ท่านอ๋องเพคะ... พระองค์ทรงได้ยินหม่อมฉันหรือไม่” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานดุจเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าเนื้อแท้กลับเย็นชาเสียดกระดูก ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความอาทร “ติ้งอ๋อง…เพคะ” นางเรียกซ้ำอีกครั

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บนดวงใจท่านแม่ และพวกเขาต้องชดใช้คืนร้อยเท่า”แม่เฒ่าจางนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยย่นบนใบหน้าลึกขึ้นราวกับถูกกาลเวลากรีดซ้ำนางมองดูคุณหนูที่ตนชุบเลี้ยงด้วยความขมขื่นใจ ก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งใด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ข้าก็มิอาจฉุดรั้งหงส์ให้กลายเป็นเป็ดในปลักโคลนได้อีกต่อไป... แต่ หลิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ จวนแม่ทัพคือรังหมาป่าที่กินคนโดยไม่คายกระดูก... เจ้าจะเดินเข้าไปเพียงลำพังมิได้”หญิงชราหันไปทางประตูม่านไม้ไผ่ด้านหลังเรือน “อาหนิง... เข้ามานี่ซิ”เด็กสาวร่างบางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว นางมิได้มีกิริยาอ่อนช้อยดุจสาวใช้ในเมืองหลวง มิได้ก้มหน้าดูอ่อนแออย่างสาวใช้ทั่วไป ทว่าดวงตาซุกซนฉายแววเฉียบคมเกินวัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาหนิงทรุดกายลงคุ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มภัยมาตลอดหลายปีทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าเร็วก็ทำลายความสงัด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย ร่างบุรุษในชุดองครักษ์หยุดม้าหน้าเรือนอย่างแม่นยำ ฝุ่นดินยังไม่ทันจาง เขาก็ลงจากหลังม้า คุกเข่าข้างหนึ่งตามพิธี พร้อมยื่นจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานขึ้นเหนือศีรษะ “คารวะ คุณหนูรอง…มีจดหมายด่วนจากจวนแม่ทัพ” น้ำเสียงนั้นสุภาพ เรียบร้อย และห่างเหิน ไม่ต่างจากการทำหน้าที่ตามคำสั่งนางเปิดอ่าน จางเยี่ยนหลิงรับจดหมายมาโดยไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวลูบผ่านตราครั่งเพียงแผ่วเบา ก่อนจะคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตานางกวาดผ่านเนื้อความในจดหมายกล่าวถึงอาการป่วยปางตายของบิดา และความจำเป็นที่นางต้องกลับไปจัดการงานในจวน เพื่อให้คุณหนูใหญ่ของจวนได้ทำหน้าที่พระคู่หมั้นอย่างหมดห่วง“ท่าน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status