Beranda / รักโบราณ / ชะตาร้ายชะตารัก / ตอนที่ 2 องค์ไท่จื่อ

Share

ตอนที่ 2 องค์ไท่จื่อ

last update Tanggal publikasi: 2026-10-05 20:29:12

ตอนที่ 2 องค์ไท่จื่อ

ปัง!!

"...เอ๊ะ!..เปิดประตูนะ ซวงอี้ ไห่อิง พวกเจ้าปิดประตูได้เช่นไร ข้ายังอยู่ข้างในเห็นหรือไม่ พวกเจ้าจะปิดประตูอย่างนี้ไม่ได้" เด็กหญิงตัวกลมวิ่งตามสหายไปที่ประตูด้านหน้า ทว่าเมื่อไปถึงประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลงแล้ว นอกจากจะปิดแล้วคนด้านนอกยังเอาไม้มาขัดเอาไว้ไม่ให้เด็กหญิงได้เปิดออกมาอีกด้วย

"ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายังไม่ออกมา เพราะข้าตั้งใจจะขังเจ้าให้อดตายอยู่ที่นี่อย่างไรเล่า" เสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงด้านนอกตอบออกไปอย่างสะใจ

"เพราะเหตุใดต้องทำกับข้าเช่นนี้ ข้าไปทำสิ่งใดให้พวกเจ้ากัน ปล่อยข้านะ! ไม่เช่นนั้นหากฮองเฮาและเสด็จป้าของข้ารู้เข้า พวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน" หยางหลิงเซียงตะโกนขู่ออกไปอย่างไม่ยินยอม นางเป็นถึงหลานสาวลู่กุ้ยเฟยเชียวนะ จะยอมให้ทั้งสองมาข่มเหงได้อย่างไรกัน

"ฮ่าฮ่า..ไม่ต้องมาขู่พวกข้าเสียให้ยาก จะไม่มีผู้ใดมาเจอเจ้าทั้งนั้น เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าก็จะถูกวิญญาณแค้นของพระสนมบีบคอตายอยู่ที่นี่นั่นแหละ" ซวงอี้หนึ่งในเด็กหญิง หัวเราะออกมาอย่างสะใจ นางริษยาหยางหลิงเซียงมาตลอด ในเมื่อมีโอกาสเหตุใดนางจะต้องปล่อยอีกฝ่ายไปเล่า?

"ใช่แล้ว หลิงเซียงเอ๋ยข้าได้ยินมาว่า วิญญาณพระสนมน่ากลัวนัก ความจริงแล้วตำหนักร้างแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าผ่านมาหรอกนะบรื๋อ..พูดไปแล้วก็ขนลุก ท่านแม่ข้าเล่าให้ฟังว่า พระสนมผู้นั้นทำความผิดจึงถูกลงโทษให้มาสำนึกตนที่ตำหนักแห่งนี้ ใครจะไปคิดเล่าว่าพระสนมผู้นั้นจะใจเด็ดยิ่งนัก ถึงกับกัดลิ้นปลิดชีวิตตนเอง กว่าจะมีผู้มาพบร่างของนางก็บวมอืดเสียแล้ว ซวงอี้เรากลับกันเถิด ข้ากลัวแล้ว"

"ก็ได้ เราไปกัน" เด็กสาวอีกคนพยักหน้ายิ้มให้กันอย่างสะใจ ยิ่งได้ยินเสียงลนลานของเด็กด้านใน ทั้งสองก็ยิ่งมีความสุข

"เดี๋ยวสิ ปล่อยข้าออกไปก่อนนะ" เมื่อได้ยินเสียงของทั้งคู่ชวนกันออกไป หยางหลิงเซียงก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา นางหันไปมองด้านหลังอย่างหวาดกลัว ขนแขนก็ลุกชัน

"ไม่ปล่อย ใครใช้ให้เจ้าทำตัวน่ารังเกียจกันเล่า รูปร่างก็อวบอ้วนแต่ยังกล้าแย่งความดีความชอบจากฮองเฮาไปเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียว น่าชังนัก จงตายเป็นผีรับใช้วิญญาณพระสนมเถิด"

เสียงหัวเราะของซวงอี้ และไห่อิงไกลออกไป หยางหลิงเซียงก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก เด็กหญิงเริ่มทุบประตู และกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น นางไม่รู้ว่าตนเองร้องไห้และกรีดร้องอยู่อย่างนั้นนานเพียงใดแล้ว แต่เมื่อมีแรงนางก็ยังคงร้องเรียกอยู่อย่างนั้น

ความมืดมิดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ เด็กหญิงร้องไห้จนสลบไป และก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากรีดร้องอย่างนี้ซ้ำ ๆ ป่านนี้จะมีผู้ใดรู้หรือไม่ว่านางหายตัวไป หรือทุกคนจะคิดว่านางกลับจวนสกุลหยางพร้อมบิดาไปแล้ว?

ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล ความหวาดกลัวเกาะกินจิตใจ หรือนางจะต้องจบชีวิตลงที่นี่? 

ตุ๊บ!!

"กรี๊ด....ช่วยด้วย!!..ช่วยด้วย..ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ปล่อยข้าออกไป ฮื้อ..ได้ยินไหม ข้ากลัว เสด็จป้าเพคะ หลานอยู่ในนี้ ซวงอี้ ไห่อิง ปล่อยข้าออกไปนะ ฮื้อ...ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าออกไป"  หยางหลิงเซียงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือเล็กยกขึ้นกุมศีรษะตนเองเอาไว้ ใบหน้าซุกลงไปที่หัวเข่า

เสียงอะไรบางสิ่งที่ดังอยู่ด้านบนทำเอาเด็กหญิงแทบเสียสติ ปากเล็ก ๆ พร่ำร้องออกมาไม่หยุด

"อย่ากินหม่อมฉันเลย หม่อมฉันไม่อร่อยเลยสักนิด พระสนมไปกินผู้อื่นเถิดเพคะ" 

"นั่นใคร!!..เสียงใครอยู่ข้างในนั้น" 

เหมือนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาในหัวใจของเด็กหญิง จากที่สิ้นหวังท้อแท้ นางกับได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่ง พร้อมกับประตูตำหนักที่เปิดออก แสงจากโคมไฟส่องเข้ามา

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นก่อนจะหรี่ตาเพราะแสงไฟนั้น ร่างกลมลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะวิ่งออกไปหาคนผู้นั้นอย่างดีใจ ปากเล็ก ๆ ก็พร่ำร้องไม่หยุด

 ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกลมร่างหนึ่งก็ถลาเข้ามากอดเอวเขาไว้ จ้าวตี๋เฟย เซถอยหลังไปเล็กน้อยจากการพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ทันได้เตรียมตัว

"ฮื้อ ๆ ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย" 

"ก็ไม่ใช่ว่าข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่หรือ เจ้าเป็นใครกัน เหตุใดจึงถูกขังอยู่ที่นี่" จ้าวตี๋เฟยดันเด็กหญิงออกจากเอวของตนเอง ทว่าความหวาดกลัวของเด็กหญิงมากจนเกินไป นอกจากไม่ปล่อยแล้วมือเล็ก ๆ นั่นกลับเกาะแน่นยิ่งขึ้น จ้าวตี๋เฟยถอนหายใจออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นตบลงไปที่แผ่นหลังเล็กนั่นเบา ๆ อย่างปลอบใจ

"ข้าชื่อหลิงเซียง ข้าถูกซวงอี้กับไห่อิงหลอกมาขังไว้ที่นี่...เอ่อ.." ยังไม่ทันได้บอกให้พี่ชายตัวโตได้ฟังจนจบ ท้องของหลิงเซียงก็ส่งเสียงร้องออกมาเสียอย่างนั้น 

"หึหึ..เจ้าคงหิวกระมัง เอาขนมเซาปิ่งของข้าไปกินรองท้องก่อนเถิด ดูเจ้าคงหิวมากแล้ว" จ้าวตี๋เฟยตัดใจส่งขนมของตนเองให้กับเด็กหญิงตรงหน้า 

เพราะได้ยินคำว่าของกินหยางหลิงเซียงจึงรีบเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ช่วยตนเองเอาไว้ พลันเด็กหญิงก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก เหตุใดพี่ชายผู้นี้ถึงได้หล่อเหลาราวเทพเซียนเช่นนี้กัน?

แต่เพราะท้องที่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง นางจึงเลือกที่กลืนความอายนั้นลงไป ก่อนจะยื่นมือน้อย ๆ ไปรับขนมแสนอร่อยนั้นมากัดกิน เพียงแต่ปลายลิ้นสัมผัสกับเนื้อขนมเด็กหญิงก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอร่อย 

จ้าวตี๋เฟยส่ายหน้าอย่างขบขัน เมื่อเห็นใบหน้าแดง ๆ นั้นกินไปร้องไป อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณเขาไม่หยุดหย่อน

เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงเริ่มตั้งสติได้แล้ว เขาจึงถามเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง หยางหลิงเซียงเองก็เล่าทุกอย่างออกไปจนหมดเช่นกัน นางโดนสหายสองคนหลอกมาเล่นสำรวจตำหนักร้าง ก่อนที่จะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็ตอนที่ตัวเองติดอยู่หลังประตูเสียแล้ว

"เพราะเจ้าตัวอ้วนกลมเกินไปน่ะสิจึงได้วิ่งตามผู้อื่นไม่ทัน ต่อไปก็รู้จักลดน้ำหนักลงเสียบ้างเข้าใจหรือไม่?" 

เด็กหญิงยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใดออกมา ก็ได้ยินเสียงเสด็จป้าของนางและเหล่านางกำนัลวิ่งมาทางนี้เสียก่อน

"เซียงเซียง...เอ่อ..องค์รัชทายาท" ลู่กุ้ยเฟยก้มศีรษะลงให้กับจ้าวตี๋เฟย ก่อนจะคว้าหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้

" อืม..นี่คงเป็นหลานสาวของลู่กุ้ยเฟยกระมังนางถูกหลอกมาขังที่นี่ ข้าบังเอิญผ่านมาเจอพอดี"

เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ มาตามหาเด็กหญิงผู้นี้แล้ว จ้าวตี๋เฟยจึงขยับออกมาและเตรียมตัวกลับ

"ขอบพระทัยเพคะที่ทรงช่วยเซียงเซียงของหม่อมฉัน เซียงเซียงคำนับองค์รัชทายาทเสียสิ" หยางหลิงเซียงยัดขนมคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะหันไปเบิกตามองพี่ชายตรงหน้าอย่างตกใจ เข่าเล็ก ๆ กระแทกลงที่พื้นเสียงดัง พร้อมกับศีรษะที่ก้มลงไปจรดพื้น

"เซียงเซียงคารวะองค์รัชทายาทเพคะ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 11 อย่ามาสอดเรื่องของข้า

    ตอนที่ 11 อย่ามาสอดเรื่องของข้าเพียงแค่ส่งอาหารเข้าปากในคำแรก จ้าวตี๋เฟยก็แสยะยิ้มออกมา นางกล้ากล่าวอ้างว่าเข้าครัวทำอาหารเองอย่างนั้นหรือ? ช่างหน้าด้านยิ่งกว่าพื้นถนน รสชาติอาหารเหล่านี้เขากินมันทุกวัน จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นแม่ครัวของตำหนักบูรพา?"เจ้าไม่กินหรือ เหตุใดจึงเอาแต่แอบมองข้าเล่า หรือว่าใบหน้าข้ามีสิ่งใดประหลาด?" หยางหลิงเซียงรีบก้มหน้าลง นางคิดว่าตนเองแอบมองอย่างแนบเนียนแล้ว ทว่าอีกฝ่ายแม้จะไม่ได้หันมามองนางสักนิดแต่ก็ยังรับรู้ได้อีก นี่เขาเก่งเกินไปหรือไม่"เซียงเซียงกลัวว่ารสชาติจะไม่ถูกใจพระองค์ รสชาติแย่หรือไม่เพคะ หากว่า..." น้ำเสียงประหม่าของพระชายาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเจน จ้าวตี๋เฟยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบก็ตัดบทออกไปเสีย"ข้ากินได้ ไม่ได้แย่อะไรเจ้าเองก็กินบ้างเถิด" ถึงแม้ตัวเขาจะเป็นถึงองค์รัชทายาททว่าก็ไม่ได้เลือกกินมากนัก ยามอยู่ในสนามรบมีเพียงแค่แป้งทอดหนึ่งแผ่นหรือแม้แต่เนื้อตากแห้งสักชิ้นก็ต้องกินประทังชีวิตไปก่อน ความจริงแล้วจ้าวตี๋เฟยไม่ค่อยได้ออกรบมากเท่าไรนัก ส่วนมากแล้วหน้าที่นำทัพจับศึกจะเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างจ้าวฉงซาน แต่ก็มีบางครั้งที่เขาเองก็ตามน้อง

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 10 ความรักไม่ใช่สิ่งจำเป็น

    ตอนที่ 10 ความรักไม่ใช่สิ่งจำเป็น"รายงานมา" ขันทีคนสนิทก้มศีรษะลงเล็กน้อย และสูดลมหายใจเข้าก่อนจะบอกเล่าเรื่องภายในเกือบสามเดือนที่ผ่านมากับองค์รัชทายาทหนุ่ม"ทูลองค์รัชทายาทหลังจากพระองค์ออกจากเมืองหลวงไปได้ราวสองชั่วยาม องค์ฮองเฮาก็เสด็จมาที่ตำหนักบูรพาเพื่อปลอบใจพระชายา องค์ฮองเฮาเห็นว่าเหล่าอนุไร้มารยาทไม่ยอมยกน้ำชาทำความเคารพพระชายา จึงถูกปลดออกทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ" นิ้วมือที่กำลังเคาะหัวเข่าตนเองพลันชะงักค้าง มิน่าเล่าตั้งแต่เขากลับเข้ามายังไม่เจออนุเหล่านั้นเลยแม้แต่คนเดียว"ปลดหมดทั้งสามคนเลยหรือ ผู้ใดเป็นคนออกคำสั่งพระชายาหรือ?" "หามิได้พ่ะย่ะค่ะ พระชายาทรงคัดค้านแล้ว ทว่าองค์ฮองเฮาไม่เห็นด้วย อนุเหล่านั้นเป็นองค์ฮองเฮาปลดทั้งสิ้น หาได้มีความเกี่ยวข้องกับพระชายาแม้แต่น้อย"ริมฝีปากหยักพลันกระดกขึ้นเย้ยหยัน ไม่เกี่ยวกับพระชายาหรือ? จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรแต่งเข้ามาวันเดียวก็กล้าปลดเหล่าอนุของเขาหมดไปจนสิ้น ดีมาก ทำได้ดีมาก ไม่เสียแรงกับที่เป็นหลานสาวลู่กุ้ยเฟย เป็นสตรีที่ฮองเฮาทรงโปรด นางเติบโตท่ามกลางเหล่าสนมในวังหลังมาตั้งแต่เล็กจะไม่มีพิษสงได้อย่างไร"อืม..เจ้าออกไปเถิด" จ้าวต

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 9 ไม่ได้มาคนเดียว

    ตอนที่ 9 ไม่ได้มาคนเดียวหนึ่งเดือนผ่านไปชินอ๋องจ้าวฉงซานก็นำทัพกลับเข้าเมืองหลวงพร้อมกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เหล่าโจรกบฏ พ่ายแพ้ต่อท่านอ๋องหนุ่มอย่างราบคาบหลังจากท่านอ๋องหนุ่มกลับคืนสู่เมืองหลวง พระชายากัวซุนฮวาก็ไม่ค่อยได้มาหาพระชายาหยางหลิงเซียงบ่อยเช่นเคย และนางเองก็ไม่ค่อยกล้าไปรบกวนอีกฝ่ายด้วยเช่นกันฮองเฮาออกจากวังหลวงมาหานางที่ตำหนักบูรพาบ้าง หรือบางครั้งก็เรียกนางเข้าไปหาบ้าง ทว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่พระองค์จะเอ่ยถึงเรื่องขององค์รัชทายาท บอกเพียงแค่ว่า ทางหมู่บ้านอานผิงยังไม่เรียบร้อยดี ให้นางรอที่ตำหนักไปก่อน วันนั้นหลังออกจากวังหลวงหยางหลิงเซียงแวะตลาดหลังวังก่อนจะกลับเข้าตำหนัก เพียงแค่ก้าวเข้าไปในตลาดเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ผ่านเข้ามาในหู พวกเขาเหล่านั้นคุยกันอย่างสนุกสนาน ทว่านางกลับกำมือแน่น ใบหน้าซีดเซียวลงไปทุกขณะ"พระชายาเพคะ เรากลับกันดีหรือไม่?" หลิวมามากระซิบบอกพระชายาของตน เพราะไม่อยากให้นางได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น ติงซูซูเห็นดังนั้นก็ร้อนใจทนไม่ไหว จะเดินเข้าไปต่อว่าเหล่าแม่ค้าพวกนั้นบ้าง ทว่าหยางหลิงเซียงห้ามเอาไว้เสียก่อน"ข้าอยากฟังอีกสัก

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 8 จัดการเหล่าอนุ

    ตอนที่ 8 จัดการเหล่าอนุฮองเฮาฟางหรงพยักหน้าอย่างพอใจ หญิงสาวผู้นี้นางเลี้ยงเองมากับมือ นิสัยใจคอเป็นเช่นไรเหตุใดนางจะไม่รับรู้ ทุกสิ่งล้วนดีทั้งสิ้นหากจะมีข้อเสียก็คงเป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่ค่อยแสดงความรู้สึกตนเองออกมาก็เพียงเท่านั้น"ไม่คิดว่าเฟยเอ๋อร์จะรู้ความถึงเพียงนี้ แต่งชายาปลดอนุ ทำได้ดีจริง ๆ" ใบหน้าพระมารดาของแผ่นดินยิ้มออกมาอย่างพอใจ ลูกสะใภ้ของนางจะทันเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าอนุได้เช่นไร ความจริงวันนี้นางไม่ได้เพียงตั้งใจมาปลอบใจลูกสะใภ้เพียงเท่านั้น นางยังตั้งใจมากดดันเหล่าอนุของบุตรชายให้เจียมตัวอีกด้วย"ฮองเฮาความจริงแล้ว อนุทั้งสามมิได้ถูกปลดเพคะ"หลิวมามานางกำนัลอาวุโสของตำหนักบูรพาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัดในแววตามีความขุ่นเคืองก่อนหน้านั้นนางแจ้งกับเหล่านางกำนัลข้างกายอนุเหล่านั้นแล้วมิใช่หรือ ยามซื่อ (09.00-10.59) จะต้องมายกน้ำชาแสดงความเคารพต่อพระชายาทว่าผู้ใดจะไปคิดกันเล่า อนุเหล่านั้นเห็นว่าองค์รัชทายาทไม่ได้เข้าห้องหอกับพระชายา และเช้ามาก็ยกทัพออกนอกเมืองทันที แม้แต่อาภรณ์แต่งงานก็หาได้สนใจจะเปลี่ยน พวกนางจึงได้กำเริบเสิบสานหาได้มีความเกรงกลัวต่อพระชายาเช่นนี้

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 7 ทำหน้าที่แทน

    ตอนที่ 7 ทำหน้าที่แทนหยางหลิงเซียงขยับกายลุกขึ้นมานั่งตัวตรง ฝ่ามือบางยกขึ้นไปจับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ที่ยังไม่ได้ถูกปลดออก ใบหน้าหนาวพลันสลดลง ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มหยัน เพียงเพราะสวามีบอกกับนางว่าจะเข้ามาดื่มสุรามงคลร่วมกัน นางก็ถือเป็นจริงเป็นจังเฝ้ารออย่างมีความหวังทั้งคืน แต่จนป่านนี้แม้แต่เงาของอีกฝ่ายนางก็ยังไม่เห็น"พระชายาตื่นแล้วหรือเพคะ ซูซูเตรียมน้ำไว้ให้แล้วพระชายาลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าก่อนดีหรือไม่เพคะ อีกเดี๋ยวจะได้ออกรับประทานอาหารเช้าเสียหน่อย" พระชายาหรือ หึ!!..ใช่แล้วยามนี้นางก็ได้เป็นพระชายาตามที่ใจปารถนาแล้วมิใช่หรือ สิ่งที่นางเฝ้าฝันมาเนิ่นนาน ยามนี้เป็นจริงแล้ว เหตุใดหัวใจของนางจึงปวดร้าวเช่นนี้"ข้าจะรอองค์รัชทายาทมาปลดผ้าให้ข้าตามธรรมเนียม" เสียงแหบแห้งตอบปฏิเสธออกไป "เอ่อ..." ติงซูซูสาวใช้ที่ติดตามมาจากสกุลหยางพลันชะงักขึ้นหากพระชายาของนางจะรออย่างนี้ เกรงว่าคงจะต้องรอเก้อ เพราะยามนี้องค์รัชทายาทหาได้อยู่ตำหนักบูรพาไม่นางกำลังจะเอ่ยปากบอกความจริงกับพระชายาออกไป ทว่าฝ่ามือเรียวก็ยกขึ้นปิดกั้นคำพูดของนาง "เซียงเซียง..ตี๋เฟยได้รับคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ให้ออกไปข

  • ชะตาร้ายชะตารัก   ตอนที่ 6 รู้ทัน

    ตอนที่ 6 รู้ทันยามเฉิน (07.00-08.59)จ้าวตี๋เฟยและเหล่าขุนนางต่างก็เริ่มรู้สึกตัวกันขึ้นมาบ้างแล้ว กลิ่นเปรี้ยวของสุราติดตามอาภรณ์และเส้นผม แม้แต่ลมหายใจก็ยังมีกลิ่นฉุนออกมาไม่เว้น แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาบ่งบอกว่าราตรีกาลได้ผ่านพ้น กลายเป็นเช้าวันใหม่ขึ้นมาแทนองค์รัชทายาทผู้นี้ได้ใจผู้คนในที่นี้เป็นอย่างมาก พระองค์สามารถเลือกที่จะเข้าไปหาพระชายาในห้องหอได้ทุกเมื่อ ทว่าเมื่อเห็นว่าเหล่าขุนนางต่างก็พากันขอร่วมดื่มกับเขาไม่หยุด เขาจึงไม่อาจหลบออกไปได้จ้าวตี๋เฟยยกมือขึ้นลูบไปที่ท้ายทอยตนเอง เขามองไปรอบ ๆ ห้องก่อนจะก้มมองชุดของตน พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมเลือนเจ้าสาวที่อยู่ในห้องเสียสนิท ร่างหนาขยับตัวลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน"ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งของข้า หลังจากนี้ไปข้าขอให้พวกท่านตั้งใจทำงานรับใช้บ้านเมืองให้เต็มความสามารถ แคว้นซีจิ้งเป็นของพวกเราทุกคน เราย่อมต้องช่วยกันดูแล ข้าขอตัว" "พ่ะย่ะค่ะ" เหล่าขุนนางตอบรับกันอย่างจริงใจ หลังจากนี้ไปทุกคนย่อมปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่แน่นอนให้สมกับความดีขององค์รัชทายาทผู้นี้จ้าวตี๋เฟยสะบัดชายผ้าสีแดงมงคลก้าวขาเดินออกมาได้เพียงสามก้าวก็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status