/ รักโบราณ / ชะตาร้ายไม่หวนคืน / มารดาไม่เคยมองเห็น

공유

มารดาไม่เคยมองเห็น

last update 게시일: 2025-12-14 21:15:59

แสงแดดยามสายส่องลอดม่านโปร่งเข้าสู่เรือนใหญ่ของสตรีผู้เป็นฮูหยินใหญ่แห่งจวนสกุลไป๋ ทุกอย่างยังคงหรูหรา งามสง่า และเงียบงันเย็นชาดังเดิม แม้จะอยู่ท่ามกลางดอกไม้แย้มบานเต็มสวนเบื้องนอก แต่ภายในเรือนของไป๋ฮูหยินกลับไร้กลิ่นอายแห่งการมีชีวิต

ไป๋เยว่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแผ่วช้า

นานเพียงใดแล้วที่นางไม่เคยก้าวเข้ามาด้วยความเต็มใจ ครั้งสุดท้ายที่มาหา ท่านแม่ ด้วยรอยยิ้มอาจจะเมื่อยังอยู่ในวัยเด็ก ที่ยังไม่เข้าใจว่าความรักจากมารดาคือสิ่งที่ไม่เคยตกถึงมือของนางเลย

บ่าวรับใช้เปิดม่านให้ แล้วถอยออกมาเงียบ ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของฮูหยินยังคงนิ่งเรียบ ไป๋เยว่เดินเข้าไปอย่างสงบทุกย่างก้าวแช่มช้าแต่มั่นคง

หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้ากระจกมิได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง บ่าวรับใช้สาวกำลังหวีผมให้นางด้วยความระมัดระวัง

"เจ้ามาทำไม"

เสียงเรียบเย็นเอ่ยถามไม่มีแม้แต่คำขึ้นต้น

ไป๋เยว่โค้งตัวถวายคำนับอย่างเหมาะสม กล่าวเสียงอ่อนหวาน นอบน้อม

"ลูกมาเยี่ยมท่านแม่เจ้าค่ะ"

"เยี่ยม?"

ไป๋ฮูหยินหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อถือ

"หากเมื่อวานข้าไม่ฝันว่าฟ้าผ่าหน้าจวน ข้าคงไม่คิดว่าลูกสาวข้าจะมาเอ่ยถ้อยคำสุภาพได้ถึงเพียงนี้"

ไป๋เยว่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ แววตานิ่งไม่หวั่นไหว

"ลูกคิดได้บางอย่างเจ้าค่ะ อยากขอท่านแม่ให้อภัยหากที่ผ่านมาลูกเคยดื้อรั้นหรือพูดจาไม่เหมาะสม"

ไป๋ฮูหยินหันมามองเป็นครั้งแรก ดวงตาคมวาวราวคมมีดพาดผ่านใบหน้าของบุตรสาว

"เหตุใดจึงเปลี่ยนไป"

ไป๋เยว่ยิ้มบาง ไร้ความรู้สึกขุ่นเคืองที่เคยมีในอดีต

"เพราะลูกอยากเป็นบุตรสาวที่ท่านแม่ไม่ต้องอับอายผู้อื่น"

"หรือเจ้าอยากได้สิ่งใด"

น้ำเสียงของนางยังคงไม่เปลี่ยน

ไป๋เยว่เม้มริมฝีปากแน่น นางเคยได้ยินคำนี้มากี่ครั้งแล้วในชีวิต

ทุกความหวังดีที่เคยมอบให้ เคยได้รับการตีความว่าต้องการผลตอบแทนอยู่เสมอ

ความรู้สึกชาชินจาง ๆ วูบผ่านหัวใจ นางบังคับตนเองให้ระบายรอยยิ้มแม้ในใจเจ็บหนึบ ถึงนางจะทำใจเอาไว้แล้ว ทว่าเมื่อเจอสถานการณ์จริงนางกลับใจนิ่งสงบได้ไม่นาน

"ไม่เจ้าค่ะ เพียงแค่อยากเป็นลูกที่ท่านแม่สามารถไว้วางใจได้"

ฮูหยินจ้องมองใบหน้าบุตรสาวที่เงียบขรึมกว่าที่เคย บรรยากาศภายในเรือนตกอยู่ในความเงียบงันอึดอัด

"หากเจ้าอยากทำเช่นนั้นจริงจงอย่าทำให้ข้าลำบากใจอีก"

เสียงของนางเย็นเฉียบ

"งานชมบุปผาเดือนหน้า เจ้าต้องไปร่วมกับข้าในนามบุตรสาวสกุลไป๋อย่าทำให้ข้าขายหน้า"

ไป๋เยว่ก้มศีรษะรับคำแม้รู้ว่าการไปออกงานย่อมหมายถึง การเปิดโอกาสให้รัชทายาทได้หมายตาตามแผนของบิดา

แต่ครั้งนี้นางจะไม่ใช่เด็กสาวโง่เขลาที่เคยถูกชักใยอีกต่อไป

"ลูกจะไม่ทำให้ท่านแม่ลำบากใจเจ้าค่ะ"

ไป๋ฮูหยินพยักหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองเงาตัวเองในกระจก

ดวงตาของหญิงผู้นี้ยังคงมองไม่เห็นเลยว่าสายตาของบุตรสาวมิใช่ความอ่อนแออีกต่อไป แต่คือเงาเยือกเย็นของผู้ผ่านความตายมาแล้วหนึ่งครา

ตั้งแต่ไป๋เยว่ถือกำเนิดขึ้นมา ในใจของไป๋ฮูหยินมีแต่ความทุกข์ท่วมท้น ความหวังที่จะได้บุตรชายไว้สืบสกุลพังทลายลงไป นางจึงไม่แยแสบุตรสาวคนโต ทิ้งขว้างนางราวกับเป็นของชิ้นหนึ่งที่ใช้งานไม่ได้ ฮูหยินคนก่อนที่ตายจากไปยังมีบุตรชายไว้เป็นตัวแทนของนาง ใต้เท้าไป๋ยังเอาใจใส่เขายู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่นางกลับมีเพียงลูกสาวถึงสองคน

ไป๋เยว่กลายเป็นเด็กดื้อรั้น อวดดี ก้าวร้าวและทะนงตน ยิ่งโตเป็นสาวอุปนิสัยแย่ ๆ ของนางก็ยิ่งชัดเจน ทว่าวันนี้นางกลับพูดจาสงบเยือกเย็นทั้งที่สามวันก่อนนางยังอาละวาดทุบตีบ่าวรับใช้ที่ไม่ได้ดั่งใจ ความหวาดกลัวของผู้คนก็ยังไม่จางหาย

หลังจากออกจากเรือนมารดา แสงตะวันบ่ายเริ่มคล้อยต่ำ สาดแสงสีทองผ่านซุ้มไม้เลื้อยในจวน กลิ่นยาหอมจากห้องโถงของบิดาลอยแตะปลายจมูก จวนหน้าเงียบ จวนหลังเย็น เรือนของใต้เท้าไป๋ที่เคยอบอวลด้วยอำนาจ ยามนี้กลับเงียบขรึมราวรอคลื่นพายุใหม่จะถาโถม

ไป๋เยว่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างจากทุกครั้งที่เคยวิ่งเข้ามาอย่างไร้มารยาท

"เรียนนายท่าน คุณหนูใหญ่มาขอพบขอรับ"

เสียงบ่าวรับใช้ดังขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมีคำอนุญาตตามมาเบา ๆ

เมื่อย่างเท้าเข้าไปในห้องโถง แผ่นหลังสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้สวมอาภรณ์ขุนนางผู้ทรงอำนาจยังมั่นคงไม่เปลี่ยน ใต้เงาของม่านไม้ไผ่และกลิ่นหมึกเก่าในห้องหนังสือ เป็นภาพที่คุ้นตาของ บิดาผู้ไม่เคยรักใครนอกจากอำนาจ

"เจ้ามาทำไม เยว่เอ๋อร์"

เสียงเรียกชื่อของนางเหมือนจะมีความอบอุ่นแฝงอยู่บ้าง หากแต่สายตานั้นยังคงประเมินเหมือนกำลังวัดค่าหมากตัวหนึ่ง

ไป๋เยว่เดินเข้าไปคารวะอย่างอ่อนช้อย ก่อนกล่าวเสียงสงบ

"ลูกมาเพื่อขอบพระคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ที่ส่งยาและผ้าไหมมาให้เมื่อลูกป่วย"

ไป๋เหวินเลิกคิ้วเพียงเล็กน้อย

"เจ้าพูดจานุ่มนวลขึ้นกว่าเมื่อก่อนนักหรือว่าเจ้ากำลังหวังอะไร"

นางยิ้มบาง ตอบเสียงเรียบ

"หากลูกเคยทำให้ท่านพ่อผิดหวัง ลูกขอชดใช้ด้วยการทำตัวเป็นประโยชน์กับจวนต่อไปเจ้าค่ะ"

"งั้นหรือ เช่นอะไรบ้าง"

"เช่นใช้สายตาของสตรีจับตาศัตรูในคราบพันธมิตร ในงานการชมบุปผาเดือนหน้า"

ไป๋เหวินหัวเราะเบา ๆ

"เจ้าเองก็รู้ว่างานนั้นคือสถานที่ของเจ้าในการเลือกคู่ เจ้าไม่ปฏิเสธแล้วหรือ"

"ลูกไม่อาจขัดได้ หากนั่นคือพระบัญชาจากเบื้องบน"

ไป๋เยว่หลุบตาลงเล็กน้อย

"แต่หากท่านพ่ออนุญาตลูกขอจัดตำแหน่งโต๊ะนั่งของตนเองและน้องหญิงด้วยตนเอง"

ไป๋เหวินนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะหรี่ตา

"เพราะเหตุใด"

ไป๋เยว่หัวเราะเบา ๆ เสียงแผ่ว

"เพราะบางครั้งหากเราอยากให้เสือเห็นเราเป็นเพียงแมว เราต้องวางตนอยู่ห่างจากเหยื่อที่มันหมายตา มิใช่ใกล้เคียง"

ไป๋เหวินมองบุตรสาวอยู่นาน ราวกับเพิ่งเห็นนางในแง่มุมใหม่

"ดี ถ้าข้าอนุญาต เจ้าจะทำให้ข้าได้เห็นหรือไม่ว่าแมวตัวนี้มีเล่ห์กลมากพอจะเอาตัวรอดในวังหลวงได้"

"ลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเจ้าค่ะ"

นางกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นโค้งตัวถอยออกมา ในใจราวกับมีหมากซ้อนทับหลายชั้นกำลังเคลื่อนที่ช้า ๆ

นางจะเริ่มจากตำแหน่งที่นั่งในงานเลี้ยง แล้วจึงเป็นคำพูดคำจา ในท้ายที่สุดคือการหันเหของรัชทายาทไปสนใจสิ่งอื่นแทน

ก่อนหน้านี้นางดื้อรั้นไม่เชื่อฟังเพราะความเอาแต่ใจ เห็นเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งไร้ประโยชน์จึงตอบปฏิเสธไป สร้างความโกรธเคืองให้ใต้เท้าไป๋เป็นอันมาก เขาถูกราชสำนักตำหนิจนต้องอับอายกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของบุตรสาว เป็นเหตุให้ช่วงสองวันมานี้เขาไม่พูดกับนาง

เรื่องราวในวังหลวงมีแต่ความซับซ้อนทว่าในอดีตนางก็ไม่อาจหลีกหนีไปได้ เมื่ออำนาจอยู่ในมือนางก็ใช้มันในทางที่ผิดมาโดยตลอด ครั้งนี้แตกต่างออกไปนางจะออกไปเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ รอบคอบ เดินตามความคิดของตนเองมิให้ผู้อื่นนำพาได้อีก

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ชะตาร้ายไม่หวนคืน(ตอนจบ)

    ไป๋เหวินพร้อมไป๋เซิ่งเหยียนกลับมาจากวังหลวงและรถม้าของไป๋หลานเยี่ยนก็ตามมาติด ๆ เขาเห็นไป๋เยว่และจิ่นเหวินเข้ามาคารวะและทำพิธียกน้ำชาหลังแต่งงาน พลันก็ทำให้ใต้เท้าไป๋มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง "เจ้าจากบ้านไปนาน คงลำบากไม่น้อย วันนี้ทั้งสองคนก็ได้ครองคู่กันแล้ว พ่อขอให้เจ้ามีความสุขกับชีวิตที่เลือกประคองสติอยู่เสมอ" ไป๋เยว่เงยหน้ามองบิดาที่ยามนี้ไร้ความเย็นชาเช่นวันวาน "ลูกขอโทษที่ดื้อรั้นเจ้าค่ะ" "พ่อต่างหากที่ควรขอโทษเจ้า ถ้ามีเวลาก็กลับบ้านบ่อย ๆ นะ" ไป๋เหวินเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนมากกว่าเมื่อก่อน ไป๋เยว่ยิ้มให้เขากล่าวเสียงสั่นเครือ "เจ้าค่ะ หากท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่กับเยี่ยนเอ๋อร์อยากไปเที่ยวก็ไปหาข้าได้ที่หมู่บ้านท่านป้า พวกเราอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ แต่บ้านท่านป้าทำไว้รับรองแขก" "พี่หญิง วันหนึ่งข้าจะไปเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ" เสียงสดใสของไป๋หลานเยี่ยนทำให้นางยิ้มกว้างขึ้น "พี่หญิงจะรอต้อนรับเจ้า" ไป๋เหวินและไป๋ฮูหยินยิ้มให้แก่กันที่บุตรสาวทั้งสองมีกิริยาน่ารัก นางยอมให้อภัยผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว ทั้งครอบครัวได้รับประทานอาหารร่วมกัน ไป๋เยว่และจิ่นเหวินเล่าถึงชีวิตเรียบง่ายและสงบให้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   มารดาที่เปลี่ยนไป

    ท้องฟ้าโปร่งใสในยามเช้า มวลเมฆขาวบางเบาแหวกออกเป็นช่องให้แสงแดดอุ่นๆ ส่องลงมาเหนือสวนหลังบ้าน ไป๋เยว่ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองดูต้นเหมยที่บานสะพรั่ง ดอกสีขาวสะอาดสะท้อนแสงแดดจนชวนให้ใจหวิว ในห้วงเวลาที่ทุกสิ่งกำลังสงบลง ความสงบนี้กลับทำให้ไป๋เยว่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เรื่องราวที่ผ่านมาเริ่มคลี่คลาย แต่อดีตยังคงไม่หายไปไหน นางและจิ่นเหวินกลับมาเยี่ยมบิดามารดาที่ตระกูลไป๋หลังการแต่งงานผ่านไป ความจริงนางไม่อยากกลับมาที่นี่แต่จิ่นเหวินให้ข้อคิดกับนางว่าหากยังมีสิ่งติดค้างอยู่ในใจก็ควรมาสะสางให้เรียบร้อย การใช้ชีวิตจึงจะสุขสงบอย่างแท้จริง ไป๋เหวินยังไม่กลับจากราชสำนักเพราะนางไม่ได้บอกล่วงหน้า มีเพียงไป๋ฮูหยินที่ยู่ในจวน พี่ชายไปกับบิดา ส่วนน้องสาวของนางไปเรียนที่สำนักศึกษาสตรีในวังหลวง "เยว่เอ๋อร์ ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้า" เสียงของมารดาดังขึ้นจากด้านหลังระหว่างที่นางรอคนรับใช้ไปแจ้งให้เข้าพบ ไป๋เยว่หันไปมองเห็นมารดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนโยน ไม่ใช่แม่ผู้หงุดหงิดที่เคยบังคับให้นางเดินตามทางที่ท่านวางไว้ แต่เป็นมารดาคนหนึ่งที่มีความอ่อนโยนในแววตา "ท่านแม่" ไป๋เยว่เอ่ยเส

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   งานแต่งงานใต้ซากอดีต

    หลังจากนั้นอีกหลายวันจิ่นเหวินกับไป๋เยว่และคนในบ้านได้ร่วมกันหารือจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ภายในครอบครัวโดยมีแขกในงานเป็นสักขีพยานเพียงห้าคน แต่ไป๋เยว่ให้เชิญคนยากจนมาร่วงานเพื่อรับแจกอาหารเป็นการบำเพ็ญบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งจิ่นเหวินก็ยินยอม "เราต้องตัดชุดใหม่เจ้าค่ะคุณหนู งานมงคลสำคัญ" ซูหลานอาสาเพราะนางมีฝีมือในการเย็บผ้า ไป๋เยว่จึงอนุญาตโดยให้หนี่เอ๋อร์คอยช่วย ช่วงเวลานี้จิ่นเหวินและไป๋เยว่จึงเก็บตัวไม่ได้พบกันจนกว่าจะถึงวันมงคล ทั้งคู่จึงยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัวในส่วนของตนเองถึงจะเป็นงานเล็ก ๆ ทว่าต้องครบถ้วนตามธรรมเนียม ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบกำลังจะมีงานแต่งงานเกิดขึ้น ผู้ปกครองชุมชนจึงเตรียมตัวนำของขวัญไปร่วมแสดงความยินดี เป็นน้ำใจและการผูกมิตรกับเพื่อนบ้านคนใหม่ งานที่ตั้งใจจัดเล็ก ๆ จึงเต็มไปด้วยมิตรภาพของชาวบ้าน "เกรงใจผู้อาวุโสแล้ว" จิ่นเหวินต้อนรับผู้ใหญ่บ้านที่เดินมาถามข่าวคราว "ไม่เป็นไร คิดเสียว่าเป็นญาติกัน หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไร" ผู้ใหญ่บ้านมีอัธยาศัยดีจึงทำให้จิ่นเหวินไม่คิดมาก เขาได้เชิญมาร่วมงานแต่งงานรวมถึงมีโ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   หัวใจที่มีเพียงเจ้า

    สายลมยามเช้าเย็นสบายตรงกันข้ามกับร่างสตรีทั้งสามคนกำลังสาละวนกับการทำขนมให้ทันออกไปขายที่ตลาด "ข้ารับรองว่าต้องขายได้แน่นอนเจ้าค่ะ กลิ่นหอมขนาดนี้" ซูหลานที่กลายมาเป็นคนของไป๋เยว่เต็มตัวเปิดฝาหม้อนึ่งขนมหม้อสุดท้ายออกพลางสูดดมกลิ่นหอมในหม้อเบา ๆ "รีบจัดขนมเถิดเดี๋ยวจะสายเสียก่อน" ไป๋เยว่และหนี่เอ๋อร์ที่กำลังเก็บของไปล้างเอ่ยเตือน จากนั้นนางทั้งสองก็มาช่วยซูหลานจัดขนมใส่ห่อไปขายที่ตลาด ซูหลานและหนี่เอ๋อร์ออกไปขายขนมที่ตลาดเป็นครั้งแรกจึงต้องไปสองคน ไป๋เยว่จึงยู่บ้านคนเดียว นางเก็บกวาดห้องครัวและออกไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้านรอทั้งสองคนกลับมา จิ่นเหวินออกมาตักน้ำที่บ่อน้ำท้ายหมู่บ้านบริเวณใกล้กับไป๋เยว่ที่ซักผ้าอยู่ มันมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นความตั้งใจของเขา ก่อนหน้านี้สืบรู้มาแล้วว่าไป๋เยว่อยู่คนเดียวและกำลังออกมาซักผ้าเขาจึงกะเวลาพอดีแล้วถือถังน้ำออกจากบ้านมา จิ่นเหวินวางถังน้ำไว้ข้างบ่อแล้วเดินเข้าไปใกล้ไป๋เยว่ เขาหยุดยืนข้าง ๆ นางก่อนนั่งลง ไป๋เยว่หันมองตามสัญชาตญาณเมื่อนางรู้สึกว่ามีคนอยู่ใกล้ตัว "องค์ชาย เอ่อ..." นางลุกขึ้นกำลังจะย่อกายคารวะดั่งที่เคยทำ "อย่าทำเช่น

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   โอกาสใหม่

    เรื่องของไป๋เยว่รบกวนจิตใจจิ่นเหวินอยู่หลายวัน นางทำเช่นนี้เขามิได้ถือโทษโกรธนางเพียงแต่เขากำลังตัดสินใจในบางเรื่องก่อน จิ่นเหวินติดราชกิจในราชสำนักนานหลายวันเขาจึงไม่ได้ไปเยี่ยมไป๋เยว่ เพียงส่งชาไปฝากนางและเขียนจดหมายถึงนางเล็กน้อย ในอดีตนางไม่เคยได้ทำความรู้จักกับองค์ชายรองผู้นี้ ชาตินี้นางได้รู้จักได้ใกล้ชิดกันบ่อยครั้งทำให้นางรับรู้ว่าคนที่หวังดีกับนางจากใจจริงยังคงมีอยู่ จิ่นเหวินคอยช่วยเหลือและปกป้องนางมาหลายครั้ง ในใจของนางก็มีความอบอุ่นเมื่อได้พบกับเขา แต่หากโชคชะตาทำให้นางและเขาไม่เป็นอย่างที่ใจคิดนางก็ยอมรับได้ เพราะมันคือหนทางที่นางเลือกแล้ว ในวันข้างหน้าเขาคงมีตำแหน่งสูงขึ้น มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ แตกต่างกับนางที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง "คุณหนูเจ้าคะ ข้าไปเก็บลูกพลับหลังบ้านมีเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ" หนี่เอ๋อร์วิ่งเข้ามาหานางด้วยความตื่นเต้น ไป๋เยว่หยุดความคิดแล้วหันไปดูตะกร้าลูกพลับในมือหนี่เอ๋อร์ "ดีเลย เอาไปเก็บในครัวเถิด" "เจ้าค่ะ" สตรีทั้งสามใช้ชีวิตดั่งชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าอาภรณ์สวยงามของนางเก็บเอาไว้มิดชิด มีเพียงชุดทำงานธรรมดาและเรียบง่ายแทน

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   คนที่อยู่เคียงข้างเสมอ

    รถม้ารับจ้างสองคันเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง การตัดสินใจของไป๋เยว่ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางรู้ดีว่าทำผิดธรรมเนียมของสตรีที่ดี ผู้อื่นอาจมองว่านางเห็นแก่ตัวที่ทอดทิ้งครอบครัว แต่นางมั่นใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต "เมื่อเลือกเส้นทางใหม่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เสียไปเพื่อแลกกับชีวิตใหม่" นางพูดกับซูหลานและหนี่เอ๋อร์ที่ขอติดตามไปอยู่ด้วย "ว่าแต่เจ้าสองคนออกมาอยู่กับข้าเช่นนี้ จะยอมรับได้หรือค่าจ้างก็ไม่มี ทรัพย์สินเงินทองที่มีติดตัวมาก็มีไม่มาก" นางไม่อยากเห็นเด็กสาวทั้งสองคนต้องตกระกำลำบาก สำหรับไป๋เยว่ผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้ต้องอยู่อย่างคนยากจนนางก็ไม่กลัว "พวกเราไม่กลัวเจ้าค่ะ เราต่างมีฝีมือ ข้ากับหนี่เอ๋อร์มีเงินก้อนหนึ่ง เอามารวมกันลงทุนก็น่าจะตั้งตัวได้เร็วขึ้น" "ใช่เจ้าค่ะคุณหนู ข้าอยากติดตามคุณหนูเรื่องลำบากข้าไม่เคยกลัว" คำพูดของสตรีทั้งคู่หนักแน่นมั่นคง ไป๋เยว่เผยรอยยิ้มออกมา นางซาบซึ้งใจที่นางเพิ่งสูญเสียคำว่าครอบครัวไปแต่กลับได้มิตรแท้กลับคืนมา "ขอบใจเจ้าทั้งสองคนมาก" รถม้าจอดที่บ้านหลังเล็ก ๆ สตรีทั้งสามจึงช่วยกันขนของ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   บุญคุณในอดีตชาติ

    ค่ำคืนดึกสงัดในจวนสกุลไป๋ บรรยากาศยังคงนิ่งเงียบ ขณะที่ไป๋เยว่ยืนอยู่ในสวนหย่อมเล็ก ๆ พลางคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เมื่อหลายวันมานี้ อารมณ์ในใจนางหมุนวนไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับองค์ชายรอง เช้าวันถัดมาไป๋เยว่จะเดินทางไปคารวะฮ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ชายหนุ่มที่ไม่ปรากฏชื่อ

    สายลมเย็นพัดผ่านตรอกแคบในย่านช่างฝีมือ ไป๋เยว่คลุมหน้าด้วยผ้าคลุมเรียบธรรมดา สวมชุดผ้าลินินอย่างชนชั้นชาวบ้าน ข้างกายมีเพียงซูหลานที่คอยเดินตามอยู่ห่าง ๆ "คุณหนูแน่ใจหรือว่าจะเสี่ยงออกมาข้างนอกตอนนี้ หากนายท่านรู้เข้าท่านอาจถูกลงโทษ" "ข้าต้องไปพบคนคนหนึ่ง" ไป๋เยว่ตอบเสียงเรียบ "และข้าไม่อาจให

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   มิตรภาพที่หล่นหาย

    ในเช้าวันถัดมา เสียงลมหอบใหญ่พัดผ่านหน้าต่างบานเล็กของห้องไป๋เยว่ ที่เงียบสงัดยามเช้า แม้แต่เสียงน้ำในบ่อน้ำหินที่สะท้อนความเงียบสงัดของสถานที่แห่งนี้ กลับทำให้หัวใจของไป๋เยว่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวในบางครั้ง นางไม่ได้รู้สึกถึงความเหงาเช่นเคย แต่กลับรู้สึกถึงการตื่นขึ้นจากการนอนหลับยาวนาน ราวกับได้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ดอกเหมยกลางหิมะ

    ในวันเดียวกันนั้น เซี่ยอวิ๋นเยียนกลับมาเยือนอีกครั้ง คราวนี้นำผ้าคลุมไหล่ลายกลีบบุปผามามอบให้ "ได้ยินว่าเจ้ามักนั่งชมหิมะกลางลานในยามเช้า ผ้าผืนนี้ท่านแม่สั่งทอจากแคว้นหนานเฉิน คิดว่าคงเหมาะกับเจ้านะ เยว่เอ๋อร์" ไป๋เยว่รับไว้ด้วยมารยาท แม้ดวงตาจะไร้ประกายใด "ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงเมตตา ของดีเพ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status